มารู้จัก Jas-39 Gripen เขี้ยวเล็บใหม่ทัพอากาศไทยกันเถอะ!!

repentant 970408 0.00 27,435 27 ต.ค. 50 02:20 น.
ความคิดเห็น

92

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
13

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

บทความที่ถูกแชร์เยอะที่สุด

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ



ทุกท่านคงทราบข่าวตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคมแล้วว่า รัฐบาลไทยได้สั่งซื้อเครื่องบินรบ Jas-39 Gripen (อ่านเป็นไทยว่า ยาส39 กริเพน ประจำการภายใต้รหัส บข20:บินขับไล่20) จำนวนทั้งหมดหกลำจากประเทศสวีเดนเป็นเงิน  19.5 พันล้านบาท เพื่อทดแทน F5 ที่เราใช้มานานกว่า 40 ปีจนเรียกได้ว่าอายุคราวพ่อของใครหลายคน


F5 ไทยจอดเทียบ F15 สหรัฐเห็นได้ว่าขนาดคนละไซส์ Su30 ก็เจ๊อ้วนประมาณนี้แล

บางท่านอาจจะบอกว่านี่ไม่ใช่เวลาเหมาะจะซื้อเครื่องบินรบ แต่พูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกเท่าไหร่เพราะลูกทัพฟ้าที่ต้องเสียชีวิตกับอุบัติเหตุจาก F5 เสื่อมสภาพมีอย่างน้อยก็ปีละนายสองนาย แต่ละคนกว่าจะฝึกได้ใช้เงินมหาศาล การต้องมาตายเพราะเก้าอี้ดีดตัวไม่ทำงานหรือร่มชูชีพไม่กางเสียเฉยๆย่อมเป็นเรื่องน่าเศร้าที่หลีกเลี่ยงได้

...ไหนจะสงครามทางอากาศยุคใหม่ซึ่งเครื่องแก่คร่ำครึอย่าง F5 จะกลายเป็นเป้าบินให้ข้าศึกไล่ยิงสบายๆเหมือนเป็ดอีกละ?

แต่ Gripen ใช่ว่าจะไร้คู่แข่ง เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลไทยก็พิจารณา ซู30 จากรัสเซียและ F16C/D จากสหรัฐอยู่เช่นกัน (ส่วนตัวผมอยากได้ Starscream จาก Transformers น่ะ หุหุ)

แล้วสุดท้ายไหงเอาเจ้ายาส มันมีดีอะไร? แน่แค่ไหน? ลำเอียงซื้อของห่วยหรือเปล่า? บทความนี้จะขอเสนอสมรรถนะของกริเพนมาให้ท่านผู้อ่านตัดสินเอาเองว่าการจัดซื้อครั้งนี้เหมาะสมหรือไม่

อย่างแรกเรามารู้จักกับ Jas-39 Gripen กันก่อน


กริเพนไม่มีหางหลัง แต่ใช้ปีกเสริมด้านหน้า(Canard)เพิ่มความคล่องตัวและแรงยก

JAS ย่อจาก Jakt (อากาศสู่อากาศ), Attack (อากาศสู่พื้น), and Spaning (ลาดตระเวน)

    * ความเร็วสูงสุด: มัค 2 (เร็วกว่าเสียงสองเท่า)

    * พิสัยปฏิบัติการ: 800 กิโลเมตร

    * เพดานบิน: 15 กิโลเมตร

    * บรรทุกน้ำหนัก(อาวุธ/น้ำมัน)ได้: 8ตัน

    * อัตราการไต่ระดับ: 20,000 ฟุตต่อนาที

    * ค่าดูแลรักษา: 90,000บาทต่อหนึ่งชั่วโมงบิน

    * เข้าประจำการครั้งแรก: ปี1997

จะเห็นได้ว่าเจ้ากริเพนมีความเร็วเท่ากับ F16 และช้ากว่า SU30(2.35 มัค) เล็กน้อย แต่ต้องอย่าลืมว่าเครื่องซูเป็นแบบสองเครื่องยนต์ต้องการเชื้อเพลิงและค่าการบำรุงรักษาสูงกว่าหลายเท่า


F16A/B เจ้าอากาศเก่าของไทยที่อายุจะขึ้นเลขสามสิบ ชักจะไม่แจ๋วเสียแล้วเพราะยิ่งเก่าค่าดุแลรักษาก็มากตาม

งบกลาโหมไทยปีหนึ่งไม่มาก ฝึก รด. ยังได้ยิงปืนแค่สิบนัด ฉะนั้นการมีเครื่องบินค่าดูแลรักษาต่ำจึงสำคัญ (90,000 บาทอย่าคิดว่าแพง F16 ค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมง 130,000 บาทส่วนเครื่องรัสเซียก็เหยียบๆ 3-4 แสนบาท!) เพราะนั่นหมายความว่านักบินจะได้ฝึกซ้อม ใช้งานเครื่องบ่อยจนคุ้นเคยถึงคราวเกิดสงครามจริงๆจะได้ไม่งงว่าปุ่มนี้ทำอะไร สตาร์ทตรงไหน  ยิงจรวดยังไง ยิ่งเครื่องบินเลือดรัสเซียเสืออากาศไทยไม่คุ้น(แต่เดิมเราใช้เครื่องบินสหรัฐซึ่งออกแบบด้วยหลักการเดียวกับเครื่องบินรบค่ายตะวันตกอื่นๆเช่นกริเพน)หากได้ฝึกน้อยย่อมรีดความสามารถเครื่องออกมาไม่เต็มที่

คิดง่ายๆว่าเศรษฐีคนหนึ่งมีเฟอร์รารรี่จอดอยู่บ้านแต่ติดว่าน้ำมันแพงเลยขี้เหนียวไม่กล้าขับ วันหนึ่งโจรบุกขึ้นบ้านก็ลนลานโดดขึ้นรถเตรียมบึ่งหนี แต่เพราะขับไม่เป็นเหยียบคันเร่งทีก็พุ่งชนถังขยะหน้าบ้านนั่นแล!


SU30 พม่าและมาเลเซียมีไว้ประจำการ คู่ต่อกรของ F15,F18(ราคาถูกกว่า F15แต่ยังแพงกว่าF16,กริเพน) แต่อ้วน ใหญ่ เท่ห์ ยังไงก็นัดเดียวตายเหมือนกัน

พิสัยทำการ น้ำหนักบรรทุก กริเพนสูสีกับ F16 แต่แพ้ SU อยู่พอสมควร (3,000 กิโลเมตร, บรรทุกได้ 17 ตัน)

 ก่อนจะบอกว่า โอ้โห! แล้วจะซื้อกริเพนมาเพื่ออะไร ก็ขอให้ท่านๆดูข้อมูลเกี่ยวกับประเทศของเราสักนิด

ประเทศไทยยาว 1,000 กิโลเมตร กว้างไม่ถึง 800 กิโลเมตร มีความจำเป็นต้องหาเครื่องบินพิสัย 3,000 กิโลเมตร น้ำหนักบรรทุกมากๆมาเพื่ออะไรในเมื่อไม่ได้จะไปทิ้งระเบิดใครเขา?

งั้นทำไมมาเลย์ซื้อ SU30 ล่ะ? ทั้งที่ราคาแพงกว่า กริเพนเกือบเท่านึง ค่าน้ำมัน ค่าบำรุงก็แพงกว่าตั้งแยะ?

เพราะเราชอบลืมว่าอาณาเขตมาเลเซียไม่ได้อยู่ติดประเทศไทยเท่านั้นน่ะเซ่ มาเลย์ยังมีดินแดนอีกส่วนอยู่ตรงข้ามทะเลจีนใต้ ฉะนั้นการมีเครื่องพิสัยทำการไกลจึงสำคัญกว่าไทย ที่สำคัญงบกลาโหมเราไม่ได้มากเหมือนเขาด้วย = ='

ข้อดีอีกอย่างของกริเพนที่เครื่องบินรบอื่นๆโลกทำไม่ได้คือเรื่องของรันเวย์...ทราบหรือไม่ว่ากริเพนบินขึ้นได้จากถนนหลวงขนาดกว้างเพียง 9 เมตร ยาว 400 เมตรเท่านั้น พูดง่ายๆคือถ้าเคลียร์รถออกจากถนนด้านหน้าธรรมศาสตร์รังสิตหมดก็สามารถใช้เป็นรันเวย์ให้กริเพนขึ้นลงได้ทันที!


ขึ้นจากถนนสั้นและแคบอย่างทางหลวงหลายสายในเมืองไทยได้สบาย

ตรงนี้เป็นความสามารถที่กริเพนทำได้เครื่องเดียวในโลกเพราะสวีเดนมีนโยบายทางทหารเหมือนไทยคือรับไม่ใช่รุก สมมติเกิดสงครามแล้วสนามบินใหญ่ๆอย่างดอนเมือง ตาคลี อู่ตะเภาถูกทำลาย เราก็ยังให้กริเพนขึ้นต่อสู้จากถนนหลวงและหาถนนสายเหนือ อิสาน ตะวันออกตรงจุดเรียบๆ ที่ไม่โดนกรมการทางกินจนหน้าดินทรุดใช้ลงจอดได้

ไม่เหมือนSUหรือ F16 ที่หากสนามบินถูกทำลายก็ต้องหนีไปลงจอดประเทศอื่น หรือไม่ก็นอนบ้อท่าอยู่ในโรงเก็บรอให้กองกำลังข้าศึกเข้ามายึด ยิ่งซูลำเบ้อเร่อบ้าร่าอาจต้องทำโรงเก็บให้ใหม่อีก

เท่านี้คงพอทราบความสามารถพื้นฐานและเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณและความต้องการแล้ว

แต่เครื่องบินรบซื้อมารบไม่ใช่มาจอดขายหม้อแกงวันเด็กอย่างเดียว กริเพนจะสามารถต่อกรกับ มิก29 ซู30 F15 ของเพื่อนบ้านได้หรือไม่ในกรณีเกิดสงครามขึ้นมาจริงๆ?

ก่อนจะทราบคำตอบ...ก็ต้องรู้หลักกการรบทางอากาศสมัยใหม่กันสักเล็กน้อย

พูดถึงรบทางอากาศท่านผู้อ่านคงมีภาพของเครื่องบินรบบินไล่กวดกันกลางอากาศเหมือนในหนัง ต่างฝ่ายต่างหาท่าพลิกแพลงเพื่อวางตำแหน่งเครื่องตัวเองให้อยู่ท้ายข้าศึก ล็อคจรวดแล้วยิงออกไปในระยะเผาขนแบบเกม Ace combat อย่างไรอย่างนั้น

ผิดเน้อออ...ผิดๆๆๆๆๆเต็มประตู ยุคการพันตูตะลุมบอนแบบในเกมหมดสมัยไปนานเป็นสิบปีแล้ว การรบทางอากาศสมัยใหม่ส่วนใหญ่ฆ่ากันตั้งแต่ ยังไม่เห็นจมูกเครื่องบินอีกฝ่ายด้วยซ้ำไป


Amraam ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศของสหรัฐ พิสัยสังหารร้อยกิโลเมตร 

ท่าบินพิสดารที่ SU30 ชอบโฆษณาหนักหนา ทั้งเบรกกลางอากาศ บินกลับหัวกะทันหัน อาจดูสวยและเท่ห์เวลาแอร์โชว์ แต่ของจริงใช้ก็ยาก โอกาสจะใช้ก็ยาก แถมหากเครื่องบินติดอาวุธ เติมน้ำมันเต็มพิกัดแล้วฝืนทำกายกรรมเปียงยางก็อาจทำให้เครื่องเสียหายอย่างหนักได้

ถึงความคล่องตัวในระยะใกล้ของกริเพนแม้จะสูสีกับ F16 สู้ Su30 ไม่ได้ โอกาสที่ Su จะเข้ามาใช้ท่าบินมวยจีนในระยะประชิดก็มีน้อย เพราะสงครามทางอากาศสมัยใหม่ที่เริ่มตั้งแต่สมัยสงครามอ่าวเปอร์เซียไม่ได้พึ่งปืนกลอากาศหรือจรวดยิงระยะประชิดอีกต่อไป

 การรบ BVR หรือ Beyond Visual Range แปลไทยว่านอกระยะสายตานั้น มีอาวุธสำคัญสองอย่างคือเรดาห์และจรวดนำวิถี หลักการคือเปิดเรดาห์กวาดหาศัตรู...เมื่อพบแล้วก็ล็อคจรวดยิงปลิดชีพ่จากระยะเกือบ 100 กิโลเมตร

 เมื่อเป็นเช่นนี้หัวใจสำคัญของเครื่องขับไล่ยุคใหม่คือ

1.ระยะเรดาห์ว่าใครเห็นใครก่อน
2.เครื่องใครโดนตรวจจับบนเรดาห์ได้ง่ายกว่ากัน
3.ระยะและความแม่นยำของจรวดนำวิถี

การใช้เรดาห์ก็ใช่ว่าจะเปิดค้างตลอดเวลา เพราะเมื่อใดที่คุณเปิดใช้งานมันข้าศึกก็จะจับสัญญาณได้ เห็นคุณทันทีเช่นกัน

เปรียบง่ายๆเหมือนพกไฟฉายกับปืนลมไปยิงกับเพื่อนในห้องมืดสนิท คนเปิดไฟฉายย่อมมีโอกาสหาอีกฝ่ายเจอ แต่ในกรณีที่หาไม่เจอก็เท่ากับเปิดเผยตำแหน่งให้อีกฝ่ายย่องเข้ามาจัดการ

ไฟฉาย(เรดาห์) ของกริเพนมีระยะไกลกว่าF16 สูสีกับซูแถมยังละเอียดกว่า ใหม่กว่า แถมขนาดที่เล็กของกริเพน(ในที่นี้รวมถึงF16)ยังทำให้ข้าศึกตรวจจับด้วยเรดาห์ได้ยากอีกด้วย

ที่สำคัญมากคือกริเพนมีระบบส่งข้อมูลไฮเทคที่สามารถรับข้อมูลเรดาห์จากสถานีซึ่งอยู่ไกลออกไป 500 กิโลโดยไม่ต้องเปิดเรดาห์ให้ใครเห็น

เปรียบกับการพกไฟฉายกับปืนลมเข้าไปยิงกับคนในห้องมืดแบบเดิม แต่ครั้งนี้เรามี spotlight ฉายจากระยะไกลๆแล้วโทรจิตบอกตำแหน่งของศัตรูให้อย่างแม่นยำ ขณะที่ฝ่ายศัตรูมองคนฉาย spotlight หรือฝ่ายเราไม่เห็น จะยิงก็ไม่ได้ ไล่ก็ไม่ถูก รู้ตัวอีกทีก็เจอสอยจากควมืดเรียบร้อยแล้ว

ปัจจุบันมีกริเพนและ F22 เครื่องบินรุ่นก้าวหน้าของสหรัฐที่ไม่มีวันขายให้ใครเท่านั้นที่ใช้ระบบนี้ ซู30 มิก29 และ F16 ไม่มีความสามารถทำได้ กริเพนจึงได้เปรียบมากในการรบเลยระยะสายตาเพราะสามารถเห็นศัตรูได้ตั้งแต่ 120 กิโลเมตร(ด้วยเรดาห์บนเครื่อง) หรือ 450 กิโลเมตร(ด้วยเครื่องบินเตือนภัยทางอากาศที่สวีเดนแถมให้ฟรีๆ และประเทศแถบนี้นอกจากสิงคโปร์ไม่มีใช้)


เรดาห์เตือนภัยทางอากาศอีรี่อายที่ได้มาฟรี แม้ไร้อาวุธแต่ก็เป็นตาอินทรีชี้เป้าสังหารได้อย่างแม่นยำ

ในการซ้อมรบกับประเทศพันธมิตรอย่าง ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ กริเพนก็สามารถเอาชนะ F18,F16 ได้อย่างสวยงามด้วยเทคนิคที่กล่าวมาข้างต้น

ดูคร่าวๆแล้วจะเห็นว่ากริเพนอาจไม่ได้สุดยอดทุกอย่าง แต่เมื่อคิดเทียบกับราคาที่ถูกกว่าคนอื่น ค่าบำรุงรักษาต่ำ สมรรถนะที่สูงกว่าในหลายๆด้าน รวทั้งความได้เปรียบในการรบทางอากาศเหนือเครื่องบินเพื่อนบ้านแล้ว ก็นับว่าคุ้มค่าและตอบสนองความต้องการทางยุทธวิธีของไทยที่เน้นตั้งรับ...เรานี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาดได้อย่างครบถ้วนกระบวนความ

อีกอย่างคือในสักเจ็ดถึงแปดปีข้างหน้า ไทยก็ต้องจัดซื้อ F35 จากสหรัฐมาประจำการเรือรบหลวงจักรีนฤเบศน์อีก อาวุธยุทโธปกรณ์เป็นของไม่จำเป็นที่จำเป็น เราจึงควรบริหารรายจ่ายให้คุ้มค่า


F35 เครื่องบินรบStealth ของแท้ ตอนนี้ก็นอนฝันรอไปก่อน

ก็ขอให้การจัดซื้อเป็นไปอย่างโปร่งใสยุติธรรมเพื่อผลประโยชน์และความปลอดภัยของชาวสยามแล้วกันเน้อ ^__^
.
.
.

ถึงตาท่านแล้วครับ คิดว่าอย่างไร?



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 ตุลาคม 2550 / 02:26
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 27 ตุลาคม 2550 / 02:28
แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 27 ตุลาคม 2550 / 03:24
แก้ไขครั้งที่ 4 เมื่อ 27 ตุลาคม 2550 / 03:27
แก้ไขครั้งที่ 5 เมื่อ 27 ตุลาคม 2550 / 13:07
แก้ไขครั้งที่ 6 เมื่อ 28 ตุลาคม 2550 / 09:11

PS.  "You who go where others dare not; Will you be my God? The architect of my house?"

แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ : วันที่ 25 พฤษภาคม 2555 เวลา 15:21 น.

อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

  • โอ้โหเด็ด

  • น่ารักสุดๆ

  • หรูเริด

  • ตลกอ่ะ

  • เครียด

  • สู้ๆ สู้ตาย

  • ช็อค

  • โกรธ

  • ล้มโต๊ะ


0 โหวต จากทั้งหมด 0 โหวตเลือก

ความคิดเห็น

92

ติดตามกระทู้

0

แชร์กระทู้นี้
จำนวนแชร์
13
ซ่อน

ความคิดเห็นทั้งหมด

หน้า 1

ความคิดเห็นที่ 1 - 50

  1. ยังไม่มีความคิดเห็น

หน้า 2

ความคิดเห็นที่ 51 - ความคิดเห็นล่าสุด

  1. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    แพงแต่คุ้ม....สมควรมีไว้ติดประเทศ... แต่

    (เหมือนอันตรายกำลังจะมา...ใกล้เข้ามาทุกที)

    (งบลับ...)

    (โจรใต้...)

    (อาวุธสงคราม...)

    (เม็ดเงินสนับสนุน...ในประเทศ!!!~ vs ต่างประเทศ!!!...)

    (มหาอำนาจ....)

    ขอคนดีจงเกิด...กับชาติไทย.....
  2. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    จะมีการทดลองบินเครื่องบินที่กองทัพอากาศสร้างเอง  ในวันที่ ๕ พ.ย. นี้ค่ะ เวลา ๙.๐๐ น.พลอากาศเอกชลิต  พุกผาสุข เป็นประธานในพิธีทดลองบินด้วยค่ะ   เพราะฉะนั้นตอนนี้คนไทยสามารถสร้างได้ทั้งเรือและเครื่องบิน  รวมถึงอีกหลายๆสิ่ง  หากมีงบประมาณและการสนับสนุนจากภาครัฐค่ะ
  3. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อ่ะค่ะ ^^

  4. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ไมนักวิทย์ไทยไม่ลองค้นคว้าแล้วผลิตเองมั่งนะ
  5. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ขอออกความเห็นบ้างนะครับ ใช่ครับJAS39ถือว่าเป็นบินรบรุ่นใหม่สุดในทั้ง3ซีรี่ แต่ในความเป็นจริงแล้วอย่าเอาไปเทียบกับSU30ดีกว่าครับ SU30เค้าออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องบินรบครองอากาศ ไม่ใช่อเนกประสงค์ แม้จะเพิ่มขีดความสามารถในการโจมตีทิ้งระเบิดภาคพื้นดิน แต่ความสามารถทางการบิน ระบบเรดาห์ รวมทั้งระบบการต่อสู้ทางอากาศแน่นอนครับเหนือกว่าJAS39และF16C/Dแน่นอน

    อย่าลืมนะครับว่าเรดาห์ของSU30มีขีดความสามารถในการตรวจจับเป้าหมายได้ในระยะ200km ระยะทำการรบที่150km และมีเขี้ยวเล็บสำคัญอย่างAA10และAA12 ซึ่งมีระยะยิงที่100km+เลย และAIM120เขี้ยวเล็บสำคัญของJAS39และF16C/Dนั้นมีระยะยิงเพียง65-75km.เท่านั้นไม่ใช่100km.นะครับ ที่สำคัญระบบเรดาห์ของSU30สามารถตรวจจับเป้าหมายพร้อมกันถึง20เป้าหมาย ติดตามเป้าหมายได้8เป้าพร้อมกัน รวมถึงมีขีดความสามารถในการปล่อยอาวุธAA12เข้าสู่เป้าหมายพร้อมกันทีเดียว8เป้านะครับ โดยไม่ต้องพึ่งAWACเลยเพราะงั้นจึงเป็นบินรบคนละระดับที่ไม่ควรเอามาเปรียบเทียบครับ มันต่างกัน

    ปล. ที่ผมพูดนี่ไม่ได้หมายความว่าJAS39ไม่ดีนะครับ แต่ว่าความสามารถในการรบทางอากาศมันต่ำกว่าจริงๆ แม้จะมีความได้เปรียบในเรื่องของราคาการซ่อมบำรุงและระบบอาวุธที่ไกล้เคียงF-16เดิมซึ่งทำให้ใช้ความชำนาญไกล้กัน แต่ถ้าวัดกันตามหลักการป้องกันประเทศจากภัยคุกคามแล้วJAS39เป้นเพียงเครื่องบินรบที่มีไว้เพื่อป้องกันประเทศจริงๆคือไม่ได้เสริมความน่าเกรงขามให้ทอ.ไทยเลย คิดง่ายๆถ้าคุณเป็นเพื่อนบ้านเราคุณมีบินรบอย่างSU30 หรือF15 ซึ่งเหนือกว่าในแง่ของการรบทางอากาศและความสามารถในการโจมตีวงกว้าง คุณจะกลัวJAS39ไหม?

  6. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    StarScream คือเครื่องคุณชาย F-22 Raptor ที่แสนจะสุดยอดและแพง เป็นเครื่อง Stealth เหมือนกับ F-35,F-117A,B-2 เปี๊ยบ ทำความเร็วได้ตั้ง 2.42 Mach ถ้าไม่ใช้สันดาปท้ายก็ 1.5 Mach เอง(!?!) เป็นเครื่องใช้ครองอากาศ ทำภารกิจคู่ F-35 Lightning II
  7. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    F15 ทำลายล้างอย่างโหดมากๆด้วย มีเกมส์F15เกมส์Prayด้วย...
  8. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    Action เป็น คลิป Video ของ Gripen ครับ  ไม่รู้ว่าโครงการซื้อยังอยู่ป่าว หรือ เลิกไปแล้ว
    http://www.youtube.com/watch?v=7KHVeFs9Mto&feature=related1
  9. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    รัฐบาลตัดสินใจจะเป็นพี่ใหญ่ในกลุ่มอาเซี่ยนมีไว้ป้องกันดีกว่ามีไว้เกรงขามนะครับ
    ซื้อใจดีกว่าใช้ความรุณแรงซื้อรถดีหรูมีออปชั่นเพียบไปหมดเวลาใช้ทีต้องเสียบกุญแจแล้วกดปุ่มนู้ทีปุ่มนั้นทีผมว่าเลือกเอาง่ายๆเหมาะสมพอเพียงอย่างKeep150,Dws39,Metor,Rbs15ก็พอเพียงแล้วมั่งครับ
  10. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    jas39 เหมาะสมกับประเทศไทยที่สุดแล้วคับ ค่าปฎิบัติการก้อต่ำมาก มีความทันสมัยมาก
    ติดอาวุธได้หลากหลาย ทั้งอาวุธพิสัยใกล้และไกล ทั้งจากยุโรปและอเมริกา  ไม่มากเรื่อง
    เหมือนเครื่องบินจากอเมริกา กว่าจะได้แต่ละทีแทบต้องจะลงไปกราบ บอกว่าซื้อไปทำไม
    จะเอาไปรบกับใคร มีเครื่องแต่ติดอาวุธดีๆไม่ได้แล้วจะมีไว้ทำไมละคับ ส่วนซู30นี่ยิ่งแย่
    ใหญ่เลย  ใช้ถึงสองเครื่องยนต์  ค่าน้ำมันนี่มหาโหดเลย ระบบก็เข้ากับเราไม่ได้ ต้องสร้าง
    โรงเก็บใหม่อีก ซึ่งซู30นี่มาเลเขาใช้อยู่เพราะเขาต้องคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ เพราะประเทศเค้ามีสองส่วนไกลกัน และเค้ายังหวังอยากจะได้หมู่เกาะสแปรตรี่อีกด้วย เพราะมีทรัพยากรอันมีค่ามหาศาล แย่งกับพี่ใหญ่จีนเค้า งบกลาโหมของมาเลก็มากกว่าเรา  เค้ามีประสบการในการใช้เครื่องบินรัสเซียมาก่อนเรา จึงไม่มีปัญหามากมายนัก แล้วเราจะเอา   ตามเค้าหรอ และในแพคเกตการซื้อjas39ครั้งนี้เรายังได้อิริอายมาอีกด้วย ไม่ใช่ของแถม
    นะคับ เค้ามาเป็นแพคเกต รวมถึงมอบเครื่องบินฝึกเพื่อใช้แทนอิริอายอีกด้วย ในอนาคตเรา
    จะนำเอาเครื่องฝึกดังกล่าวมาทำเป็นเครื่องบินทำฝนเทียมรวมทั้งยังมาสร้างสถานีภาคพื้นให้เราด้วยอีก3สถานี และจะทำการปรับปรุงระบบทั้งหมดให้เชื่อมโยงกันไดทุกเหล่าทัพอีกด้วย
    กล่าวคื่อทุกเหล่าทัพสามารถรู้สถานการณ์ทั้งหมดได้ในเวลาจิง ด้วยการส่งผ่านข้อมูลถึงกัน
    ตลอดเวลา เมื่อสถานีเรดาร์ตรวจพบเป้าหมาย ก็จะส่งให้สถานีอื่นๆ รวมถึงjas39ด้วย แม้ว่า
    jas39ยังไม่ได้ขึ้นบินเลยก็ตาม ทำให้สามารถวางแผนตอบโต้สกัดกั้นได้อย่างรวดเร็วทัน
    ท่วงที และที่สำคัญคือเรายังได้อีกด้วย ซึงไม่มีประเทศไหนให้เราได้เลย และถ้าถามว่ามันสำคัญตรงไหน ก็ตรงที่เราสามารถนำไปพัฒนาต่อยอด เช่นมีการพัฒนา  อาวุธใหม่ๆเกิดขึ้น ถ้าเราไม่มีซอร์ตโคตดาต้า เราจะไม่สามารถใช้อาวุธรุ่นใหมๆได้เลย แต่ถ้าเรามีเราจะสามารถเขียนโคตขึ้นมาเพื่อให้สามารถใช้งานมันได้คับ ความจิงเราสามรถ ขอโคตดังกล่าวมาติดตั้งได้นะคับ แต่เราต้องทำเรื่องกันวุ่นวายสุดๆ โดยเฉพาะพี่เบิ้มเค้างกสุดๆเลย ถ้าเห็นว่าไม่จำเป็นและอาจเป็นภัยคุกคาม เค้าก็จะไม่ให้เด็ดขาด ถ้าเรามีโคตของเราเองทำอะไรกับมันก็ได้ ไม่ต้องง้อใครจะไม่ดีกว่าหรือ เค้ายังให้การศึกษา ป.โทวิศวะการบินแก่เราอีกเป็นจำนวนมากอีกด้วย เท่านี้ยังไม่พอทางเค้าจะมาลงเข้าทุนในประเราเป็นจำนวนเงินที่เท่ากันหรือมากกว่าจำนวนเงินที่เราจ่ายไปอีกด้วย โอโหอะไรจะขนาดนั้น ทำไมเขาให้เราเยอะจัง เหอๆอันนี้เป็น
    นโยบายทางตลาดของเค้า แต่ต่างเพียงว่าเราได้เยอะกว่ามากก็เท่านั้น แล้วทางบริษัทซาบ
    เจ้าของเครื่องบินของสวีเดนเค้าจะได้อะไรจากการขายละ คำตอบก็คือ ได้เปิดตลาดอาวุธ
    ขึ้นใหม่ภูมิภาคนี้ไงคับ ประเทศไทยชอบซ้อมรบซะด้วย เป็นการเปิดตัวเครื่องบินของเค้าได้อย่างดีทีเดียว แล้วเราจะซื้อเครื่องบินรบมาทำไม ไม่ได้ไปรบกับใคร ใช่คับเราไม่อยากรบกับใคร แต่ไม่ได้หมายความว่าประเทศอื่นๆคิดแบบเราเสมอไปนะคับ โอกาสมันมีได้เสมอๆคับ
    ก็ต่างอะไรกับการสร้างรั้ว หรือซื้อปืนติดไว้ที่บ้านหรอกคับ มีไว้ดีกว่าไม่นะคับ หากเกิดอะไร
    ขึ้นมาแต่ดันไม่มีใช้ แล้วเราจะทำยังไงละคับ ให้เค้าเข้ามาทำอะไรกับเราก้ได้ยังงั้นหรอคับ
    แล้วเครื่องบินjas39จะต่อกรกับsu30ได้หรือเปล่านั้น คำตอบคือได้แน่นอนคับ คนส่วนมาก
    มักจะคิดว่าSu30มีเรดาร์ที่ดีกว่าไกลกว่า  มีอาวุธที่ยิงได้ไกลกว่า ติดได้มากกว่า แต่อย่าลืม
    นะคับว่าเรามีเครื่อง อิริอายที่ตรวจจับเครื่องบินได้ไกลกว่า350กมในภาวะการต่อต้านด้วย
    สงครามอิเลคทรอนิคอย่างหนาแน่น ขึ้นอยู่กับขนาดหน้าตัดเครื่องบินด้วยว่าใหญ่หรือเล็กขนาดไหน ขณะที่Su30ตรวจจับได้แค่200กมเท่านั้น อิริอายสามารถจะบอกทิศทาง ความเร็ว
    ของเครื่องบินข้าศึก และนำทางให้แก่jas39  เพื่อเข้าโจมตีจากตำแหน่งที่ดีที่สุดได้อีกด้วย
    อีกอย่างที่น่าสนใจก็คือใช่ว่าเราติดได้แค่อามรามนะคับ เรายังสามารถติดเมธิเออร์ ซึ่งเป็นอาวุธพิสัยไกลจากยุโรปได้ ซึ่งมีระยิงไกลถึง120กมเลยทีเดียว jas39จะถูกนำไปประจำการทางใต้นะคับ เพื่อใช้รักษาผลประโยชน์ทางทะเล แทนf5ที่ชลาภาพมากแล้ว ลืมบอกไปเครื่องลำนี้ยังได้รับอาวุธปล่อยRBS15ใช้โจมตีเรือจากระยะไกลมาด้วยนะคับ แต่อีกละคับ ก็มักจะมี
    บางท่านบอกว่าใช้รัษาผลประโยชน์ทางทะเลทำไมไม่ใช้เครื่องบิน2เครื่องยนต์ละ เกิดเครื่องยนต์เสียขึ้นมาจะทำไง คำตอบก็คือ ตกไงคับ เหอๆล้อเล่นนะคับ เอาง่ายๆนะคับf16เรายังไม่เคยมีประวัติประสบอุบัติเหตุตกเลย ก็แสดงให้เห็นแล้วนะคับว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับว่ามีกี่เครื่องยนต์ เครื่องบิน2เครื่องยนต์ก็ตกบ่อยๆไป และทะเลก็ใหญ่ซะด้วยซิ เปลืองน้ำมันมิใช่น้อยเลย
    ยิงเป็นSU30ด้วยแล้วละก้อ แย่แน่ๆเลย ถ้าเราผลิตน้ำมันได้ก็ค่อยน่าซื้อหน่อย จบ

    ข้อมูล ส่วนใหญ่ได้จากเวบต่างๆ รวมทั้งหนังสือด้วย http://www.thaifighterclub.org/index.php
    http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=skyman&month
    ลองเข้าไปอ่านดูนะคับมีสาระมากๆคับ

  11. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เราก๊อบฝรั่งมาตั้งเยอะอย่างซอฟแวร์และอีกหลายอย่างแต่อันที่ประเทศชาติได้ประโยชน์ไม่คิดจะก๊อบมาบ้างเครื่องบินรบเอามาพัฒนาเองไม่ได้หรือไงพวกซอฟแวร์ก็เอาพวกแฮกเกอร์เก่งๆที่จับมันเจาะข้อมูลชาวบ้านเขามาใช้ให้เป็นประโยชน์ไม่ดีกว่าเหรอบางทีเราจะมีความลับทางการบินเหมือนสหรัฐที่เขาไม่เคยเปิดเผยมาก่อนก็ได้นะ
  12. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ผมว่านะ ซื้อJAS 39 มาก็คุ้มดีอยู่เพราะนักบินไทยเราเก่งกว่า ถ้าดูผลการฝึกซ้อมรบในภูมิภาค เป็นต่อ 11:8 (พี่มาเลย์ สิงคโปร์ไม่ได้กิน ขนาดเครื่องเก่ากว่า) ยิ่งถ้ามีอาวุธที่สูสีและระบบเรดาห์ที่ดีกว่าแบบนี้ รับรอง 11-1 เป็นอย่างต่ำ แต่อย่างไรก็ดีการรบจริงบางทีไม่จำเป็นต้องมีเครื่องบินมาก หรือเรือบรรทุกเครื่องบินมากก็เป็นฝ่ายชนะได้ครับ ที่อมเริกา จีน หรือรัสเซียเค้าต้องมีเยอะๆ เพราะเค้าเป็นประเทศมหาอำนาจและมีความจำเป้นที่จะต้องรักษาสเถียรภาพทางการทหารในระดับcontinental ซึ่งไทยเราจะฝันไปยิงกะจีน หรือเฮียหมีก็คงอีก ร้อยปีครับ ยิงกะพี่แขก พี่เหรี่ยงกันไปก่อน พิสัยแค่นี้แค่จรวดต่อสู้อากาศยานเจ๋งๆซักฐานสองฐานก็ครอบคลุมแล้ว เปิดท่อยิงได้ทีละสี่โหล (48ท่อ) เครื่องบินที่ไหนจะหลบได้หมด  ดีไม่ดีซื้อโฮมมิ่งมิสไซต์พวกสกั๊ดจากรัสเซียหรือจีนมาเหน็บไว้เล่นๆให้อุ่นใจ ยิงไกลถึงยี่ปุ่น ถล่มภาคพื้นดินซะให้เรียบ(พวกนี้รัศมีเป็นร้อยไมล์ ตั้งฐานบนภูเก็ตยังได้) ถ้าบังในมาเลย์ เจ็กในสิงคโปร์ กระเหรี่ยงในพม่า กล้าปล่อย SUมาจริง เราก็ปูพรมเลย ดูมันจะกลับไปจอดได้ยังไง แล้วยิ่งเป้นSUของมาเลย์นะ ร่วงง่ายเลยครับ เพราะตัวใหญ่ เป้าใหญ่ จรวดพื้นสู่อากาศชนิด CHU-SAMของจีนนี่ความเร็วสูงมาก(อยากรู้รายละเอียดกดดุในgoogleครับ) ยังไงก็ร่วง ขอเข้าระยะแบบเหน่งๆ ชุดเดียวเท่านั้น หากบินมาเป็นฝูงนี่เสร็จครับ เพราะพวกมิสไซต์พื้นสู่อากาศที่จีนพัฒนามานั้น เป็นแบบระเบิดอากาศ เครื่องใกล้ๆวงแตกครับ ปลิวไปตามๆกัน

    แต่ยังไงก็ชื่นชมนะครับ เลือกJASมา เหมาะสมสุดแล้วครับ แต่เสียดายนิดนึงถ้าได้SU หรือ F-xx มาเราก็จะเป็นฝ่ายบุกได้บ้าง รับอย่างเดียว ยืดเยื้อยังไงก็แพ้ครับ ถ้าจัดบ.Tankerมาอีกลำจะหรูเลยครับทอ.เรา
  13. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    มาเลเขาต้องคุ้มครองผลประโยชน์ทางทะเลของเขานะ ซึ่งต้องใช้เครื่องบินที่บินไกลบินได้นาน ไม่ได้เอามาตีกะไทยหรอก (มาเลย์จะขายเครื่องทิ้งเพราะนักบินไม่พอด้วยซ้ำ-*-) ถึงยังไงระยะ20ปีนี้คงไม่มีการตีกันแน่ ประเทศที่ต้องระวังจริงๆในภูมิภาคนี้ก็ไม่ค่อยมี(เวียดนานเลิกจับปืนไปพัฒนาประเทศแล้ว) สิงคโปร์ที่ว่าน่ากลัว เครื่องบินเขายังจอดในไทยเลย ถือว่าทะเลาะกันไม่ได้แน่ เจอเชือดปุ๊บเลย ที่น่าจับตาที่สุดก็เห็นจะเป้นพม่าล่ะมั้ง ปราบในที่ยังมีผู้นำเป็นคนบ้าอยู่
  14. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ราชนาวีมี AV-8S และ TAV-8S ประจำการทั้งหมด 9ลำ AV-8S 7 ลำ TAV-8S 2ลำ ไม่ใช่ 4 ลำ ครับ
  15. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    แล้วพี่ๆรู้รึเปล่าครับ ว่าทำไม F-16 ที่ประจำการอยู่ใน ทอ.ไทย ทั้ง 52ลำ ไม่เคยตกแม้แต่ลำเดียว ก้เพราะว่าตกส่วนหัวของเครื่องบิน มียันต์ที่หลวงพ่อคูณลงไว้ จึงไม่เคยตกแม้แต่ลำเดียว ตลอดการประจำการ20ปี
  16. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    กระทู้นี้ ข้อมูลดีครับ JAS-39 คงเป็นอะไรที่ลงตัวที่สุด ประหยัด +คุณภาพ
    และอย่างเรื่องมะกัน คิดว่าได้2อย่างนะ ไม่ง้อเว้ย..555 เพราะชอบมีเงื่นไขเยอะ  แต่ไม่หักหน้าเกินไปนะครับ..ถ้าไปซื้อซู



    และยังโชคดีไม่มีผู้ใหญ่เกรียน "มาบอกว่า ซื้อมาทำไม แพง เอางบไปทำอย่างอื่น... บลาๆๆๆ "   เพราะถ้ามีกระทู้แบบนี้ แล้วมักจะเจอคนแบบนี้เป็นประจำ..
    เพราะคนคิดอย่างนี้ต้องโดนแบบว่า ข้างบ้านเดินถือปืนมาพรากลูกเมียไปต่อหน้าต่อตานะครับ
    ถึงตอนนั้นก็คงจะนึกได้ ว่าถ้ายอมเสียเงินสักก้อนเพื่อซื้อปืนมาเก็บไว้ ได้เอามานั่งขัดลำกล้องอวดข้างบ้านเล่นยามว่างบ้างก็ดี  อย่างน้อยข้างบ้านจะทำอะไรมันก็คิดหนักหน่อยแหละ..

    อันนี้พูดเปรียบเทียบนะครับ  การมีปืนไว้ในครอบครองเก็บไว้ในบ้าน เอาไว้ป้องกันชีวิตและทรัพย์สินจากภัยฉุกเฉินจากโจรผู้ร้ายนะครับ..



    ..
  17. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เด็ไทยเก่งๆมีเยอะแยะ แต่รัฐบาลแม่งไม่สนับสนุนมัวห่วงแต่โกยเงินเข้ากระเป๋าตัวเองไม่ห่วงประเทศชาติ คนพวกนี้เขาเรียกว่า "เหลือบ และริ้นที่อาศัยอยู่บนตัว.........เพื่อกินเลือดไปวันๆ" ถูกไหม ?  สมมตินะ F16 ลำละ 100 บาท ค่าจัดหาจัดซื้อค่าน้ำชา ค่าล่าม ฯลฯ รวมๆแล้วลำนึงตกเกือบๆ 150-200 บาท   ประเทศไทยมันจะเจริญให้มันรู้ไป อีกหน่อย เวียดนาม พม่า เขมร   ลาว กำลังจะแซงไทยแล้วรู้ตัวไหม
  18. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ข้อมูลแน่นดีค่ะ

    จริงๆอ่ะ ถ้าเทียบกับประเทศแถวนี้เราก็พอจะสู้เค้าได้อยู่หรอก

    แต่เครื่อง F5 ที่เก้าอี้ดีดไม่ทำงาน ร่มไม่กางซะเฉยๆก็ไม่ไหว

    ถ้าไม่อัพก็น่าจะสั่งงดบินไปเลย กว่าจะมาเป็นนักบินบนเครื่องบินพวกนี้ไม่ได้จ่ายแค่บาทสองบาทในเรื่องนู้นเรื่องนี้

    F16 ของเราไม่ได้ล้าหลังเท่าไหร่นะ แค่มันไม่ทันสมัยตามเค้าเฉยๆแหละ แต่ถ้าใช้ก็พอไหว ความเร็วมากสุดเท่าๆกับกริเพนนะ 2 มัค เพรียวกว่า เพียงแต่ว่า มันเก่า บุโรทั่ง

    เครื่องกริเพน ก็ดีนะ ถ้าเปรียบเทียบกับเครื่องบินอื่นๆ (ที่ไม่ใช่ Raptor)

    เครื่องบินเราก็ไม่สันทัดเท่าไหร่อ่ะนะ ส่วนมาก เราชอบปืน (ก็ผู้หญิงยังมีโอกาสได้ใช้มั้งนี่นา)
  19. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ลองมองกลับไปในอดีตแล้วลองมองไปในอนาคตดู F-16 เป็นเครื่องรุ่นแรกที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์และยุทธโทประกรณ์ต่างๆเป็นรุ่นแรก
    ดังนั้น  ซึ่งในอดีต อเมริกาผลิตF-16มาประมาณ2000 กว่าลำ ไทยชื้อมาได้59ลำเอง และยังมีอยู่ครบทุกลำ ทุกวันนี้อเมริกายังคงใช้F-16ในการทำสงครามต่างๆ โดยมีเพียง 200กว่าลำที่เสียหายไปแต่ยังมีมีปรากฏว่าถูกยิงตก แม้แต่อิสราเอล ก็ยังผลิตF-16เหมือนกันแต่คนละรุ่น และยังผลิตขีปนาวุธให้ใช้ได้กับเครื่องบินที่มีประสิทธิภาพมากเท่านั้นก็F-16ไงล่ะ  อเมริกาจึงกำลังจะมีการพัฒนา F-16ในอนาคต  ไม่นานเกินรอ ซึ่งเครื่องที่พัฒนาทีหลัง จะมีประสิทธิภาพมากกว่าอยู่แล้ว แต่ราคาก็สูงขึ้นแน่ๆ ซึ่งF-16เป็นเครื่องบินอเนกประสงค์ที่สามารถบินในที่แคบได้เนในเมืองที่มีตึกสูงได้ โดนใช้ความเร็วที่ 2 มัค ก็ได้ถ้านักบินกล้าทำ แต่ก็มีเครื่อง F-35 ที่ที่สามารถบินขึ้นลงในแนวดิ่งได้ แต่ก็ไม่สามารถใช้ความเร็วได้มาก แต่ในปัจจุบันสงครามทางอากาศ เค้าใช้แต่ขีปานาวุธและมิสไซต์เท่านั้นเละ
    เพราะนัดเดียวตาย เพฉระนั้นเครื่องบินไม่ได้สำคัญอย่างเดียว แต่อาวุธก็มีส่วนด้วย ผมคิดว่า ไทยน่าจะรอเอาF-16รุ่นใหม่มากกว่า
  20. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ผมเป็นพลเรือนแต่ก็สนใจในการป้องกันประเทศไทย  ผมเพียงแต่สงสัยว่าเราเน้นการป้องกันหากมีคนอื่นมารุกรานจะป้องกันได้มากน้อยขนาดไหนโดยเฉพาะทางอากาศ  เพราะเห็นมีข้อจำกัดทางงบประมาณมาตลอด  และในบางครั้งเมื่อเกิดเหตุการณ์ เช่น ร่มเกล้า อเมริกาก็หยุดไม่ยอมส่งของให้ไทยซะงั้น  ถ้าจำผิดต้องขออภัยเพราะเหตุการณ์นานแล้ว  ผมว่าถ้าเราใช้ทฤษฎีการป้องปรามบ้างก็ดีนะครับ  ประเทศที่จะมารุกรานคนต้องคิดบ้างว่าถ้าเราตอบโต้ไปบอม์ประเทศเขากลับบ้าง ว่าหากรุกรานเราเขาก็จะถูกเราเอาคืนถึงที่เหมือนที่อิสราเอลบอม์ปาเลสไตน์ ดังนั้น ถ้าราคาเครื่องบินระยะไกลแพงนัก  เป็นไปได้ไหมครับที่เราจะมีขีปนาวุธระยะใกล้ไว้บ้าง   อันนี้เสนอไอเดียเฉยๆ นะครับ เพราะผมไม่มีความรู้ทางการทหาร
  21. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    นักบิน ทอ. อเมริกาหลายคนบอกว่า เครื่องบินรบที่เจ๋งพอๆกับ F-22 Raptor (ที่เมกาบอกว่าจะไม่ขายให้ใคร) ตอนนี้ก็คงจะเป็น เจ้า JAS-39 Gripen นี่แหละครับ
    และไทยก็ซื้อมา 12 เครื่องครับ ในล๊อตแรก 6 เครื่อง และในล๊อตที่ 2 อีก 6 เครื่อง จะมีการจัดส่งให้ ทอ. ไทยในปี 53 ครับ
    ตอนนี้ก็คงจะให้นักบินไทยไปฝึกหัดขับ Gripen ที่สวีเดนก่อนครับ ในการจัดซื่อครั้งนี้อย่างที่บอกไว้ SAAB ได้แถมเครื่องบินเตือนภัยทางอากาศมาฟรีๆ อีกด้วย
    เปรียบเทียบกันครับ F-22 Raptor กับ JAS-39 Gripen
    ความเร็ว Raptor เร็วกว่าครับ การจัดอันดับ2.5 กว่าๆ แต่กริเพน มัค 2 ขึ้นไป
    Raptor เป็น Stealth Gripen ไม่มีแต่ลำเล็กตรวจจับได้ยากพอกัน
    JAS-39 Gripen มีระบบ DATA LINK ที่ดีที่สุดในโลก (หลายแหล่งข่าวว่างั้น)
    เครื่องบินแบบอื่นไม่น่าจะมียกเว้น Raptor กับ F5-F ถ้าจำไม่ผิด
    Gripen โหลดอาวุธเร็วกว่า Raptor หลายเท่า
    Gripen ใช้เวลาในการ Take Off สั้นกว่า เพียงแค่ 4-5 วินาที (Burn เครื่องสุดๆ 3 วินาที)
    Gripen สามารถปฏิบัติการ ขึ้นลง จากถนนได้สบายๆ Raptor ลำใหญ่เกินไป
    เครื่องบินรบยุค 5 มีอยู่แค่ 2 ในตอนนี้ คือ F-22 กับ F-35 ส่วน JAS-39 Gripen ไม่ใช่ (ได้ยินข่าวแว่วๆมา รัสเซียพร้อมจะส่งเครื่องบินรบยุค 5 ออกบินอีก 3 ปีข้างหน้า)

    เดี๋ยวมาต่อ...1
  22. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เห็นด้วยทุกประการ .. แต่การรบแบบระยะไกลก็ต้องมีอาวุธพิสัยไกล
    อเมริกาขายให้ (อัมราม) แต่ไม่ให้ถือไว้ครอบครองไม่ใช่หรือ
  23. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้



    เห็นว่ามาประจำการณ์ที่ กองบิน 7 สุราษฎร์ธานี  จำนวน 6 ลำ + SAAB 340 2 ลำ

    http://www.youtube.com/watch?v=Z-jzkNuoqSU
  24. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    อย่างที่หลาย ๆ ท่านพูดเอาไว้เลยครับ
                   ถ้าพูดกันถึงเรื่องของประสิทธิภาพแล้ว (สมัยใหม่) บางทีการควบคุมเครื่องบินจากบนเครื่อง อาจไม่จำเป็นสำหรับการรบในทุกวันนี้แล้วก็ได้ แต่อาจถูกเหล่านักบิน พูดได้ว่า ไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกขณะที่อยู่บนเครื่องได้ดีเหมือนตอนบินอยู่บนเครื่อง ดังนั้นไม่ว่าการรบในรูปแบบ ใด ๆ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ "ทหาร" (นักบินแหละ) ถึงจะมีเครื่องบินชันยอดประจำการอยู่ แต่หากดึงความสามารถของเทคโนโลยีต่าง ๆ ออกมาได้แค่ ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็น ก็เตรียมจองศาลาวัดได้เลย (ถ้ายังมีเหลือให้จอง) ไม่ว่าจะเป็น F-16 เจ้าตำนานของเรา หรือ F-5 รุ่นคุณป้า ก็ดี  โดนนัดเดียวก็จอดทั้งนั้นแหละ เพราะงั้น การที่ไทยเลือกใช้ พี่ยาส (Jas-39 Gripen )แถมมี เอแว๊ค มาให้ด้วย แบบนี้ถือว่าได้เปรียบเค้าอยู่พอตัวทีเดียว อย่างน้อยก็อวดได้ว่า ข้านี่แหละ นักรบ 120++ กิโลเมตร ใครเข้ามาเป็นจอด ถึงแม้ว่าเราจะไม่รู้ว่ากองทัพไทยสามารถดึงขีดความสามารถของเทคโนโลยีออกมาได้อย่างเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ก็เหอะ (อย่างน้อยข้าศึกก็ต้องกังวลใจบ้างหละ) สงครามทุกวันนี้มันไม่ได้รบกันตามรูปแบบแล้ว
                   ก็เอาเป็นว่า ไทยเราไม่ชอบไปสู้รบกับใครเข้า (ไม่หาเรื่องก่อนว่างั้น) การที่ได้พี่ยาส (Jas-39 Gripen) มาเป็นเขี้ยวเล็บของกองทัพอากาศไทยก็ถือว่ายอดเลยละกัน พี่ยาส (Jas-39 Gripen)ใช้เรดาร์พิสัยไกลของ Ericsson รุ่น PS-05/A ซึ่งมีความสามารถในการตรวจจับเป้าหมายได้ทั้งบนอากาศและภาคพื้น ใช้เครื่องยนต์ Volvo RM12 ซึ่งปรับปรุงมาจากเครื่องยนต์ General Electric F-404-400 ที่ติดตั้งใน F/A-18 ของสหรัฐ ระบบอาวุธของ พี่ยาส (Jas-39 Gripen) มีตำบลติดอาวุธทั้งหมด 10 ตำบลตามภาษาการรบ ใช้ได้หลากหลายทั้งค่ายยุโรปและสหรัฐ เช่น... ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ AIM-9L, ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ IRIS-T, ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยปานกลาง AIM-120C, ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศพิสัยปานกลาง Meteor, ขีปนาวุธอากาศสู่พื้น AGM-65 Maverick, ขีปนาวุธอากาศสู่พื้นต่อต้านเรือรบ RBS-15F, ระเบิดธรรมดา ระเบิด Cluster bomb ระเบิด  นำวิถีด้วยเลเซอร์, ปืนใหญ่อากาศ : Mauser BK-27 เป็นต้น (ใช้กับอาวุธของไทยได้ทุกอย่าง เค้าบอกมา) จอแสดงผลในห้องนักบินของเครื่องบินรบรุ่นนี้ แสดงผลได้ชัดเจนในเวลากลางคืน นอกจากนี้ กับระบบเทคโนโลยีการเชื่อมต่อข้อมูลหรือ Data Link ทางสวีเดนได้พัฒนาเทคโนโลยี โดยในระหว่างปฏิบัติภารกิจเป็นหมู่ JAS-39 Gripen สามารถที่จะเปิดเรดาร์เพียงเครื่องเดียวเพื่อลดการตรวจจับจากฝ่ายตรงข้าม แต่สามารถส่งข้อมูลของเป้าหมายที่เรดาร์ตรวจพบให้เครื่องบินลำอื่น ๆ ในหมู่บินที่ไม่ได้เปิดเรดาร์ได้ (นั่นงัยข้อได้เปรียบ) แถมยังมี เอแว๊ค มาช่วยอีกแรง หากใช้เต็มประสิทธิภาพ ก็เหมือน สหรัฐใช้เอแว็คนั่นแหละ (น่ากลัว) ข้อเด่นของระบบนี้คือช่วยให้สามารถเข้าโจมตีได้โดยลดการถูกตรวจจับ ถูกตรวจจับจากฝ่ายตรงข้ามได้ยาก ฝ่ายตรงข้ามอาจไม่รู้ตัว ซึ่งคล้ายกับระบบที่ติดตั้งในเครื่องบิน F-22 ของสหรัฐ
                   และนี่เป็นอีกบทความหนึ่งของ ผู้สันทัดกรณีกล่าวไว้ “ถ้ามีชื่อ JAS-39 Gripen อยู่ในการซ้อมรบร่วมระหว่างไทยกับสหรัฐ และสิงคโปร์ แล้วมีข้อมูลว่าเครื่องรุ่นนี้ยิงเครื่องบินรบ F-15 F-16 F/A-18 ตกได้ในเชิงการซ้อมรบ ก็จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นอย่างมากให้กับเครื่องบินรบ JAS-39 Gripen ที่ยังไม่เคยออกรบจริง” เอาหล่ะ คงพอเข้าใจความคิดของผมบ้างนะครับ (แบบว่าชอบ พี่ยาส เข้าเส้นเลย)8
  25. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ว่าถึงเรื่องการจัดซื้อเครื่อง ยาส 39 เรื่องที่ว่าจัดซื้อแบบบริสุทธิ์ ใสสะอาด สงสัยฝันกลางวันซะแระ อย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ ก็เข้ากระเป๋าของพวกนักการเมืองหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (พวกปรษิต คอยดูดเลือดเนื้อจากประชาชนอย่่่่างเรา) กูเกลียดจิงเๆลยพวกนักการเมือง งมเข็มในมหาสมุทรยังง่ายกว่า หานักการเมืองดีๆ ซะีอีก101
  26. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ผมก็ขอยินดีด้วยสำหรับกองทัพอากาศนะคับ เเต่ผมอยากจะเสนอเรื่องการที่จะให้ saabมาลงทุนในไทยครับ มาขยายการผลิตที่นี่  แล้วสนับสนุนในการใช้อะไหล่ เเละเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในกองทัพเเละการลงทุนด้วย (ถ้ารัฐบาลสนับสนุนเเละไม่ เเ.....ด.....ก นะครับ) คือผลดีที่ผมสังเกตในหลายเเง่มุม 1.ให้ประชาชนได้มีงานทำ 2.ช่วยในภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในการลงทุน 3.ผลที่ตามมาคือต่างประเทศยอมรับประสิทธิภาพการลงทุน ถ้าเป็นไปได้นะ เราน่าจะมี jas-39 ยกมาเป็นฝูงๆๆ เลยดีก่า (เบื่อเเละของไอมะกงมะกัน)
    แล้วตั้งสถาบันวิจัยการบินและอวกาศ ในไทย อะไรก็ว่ากันไป จะได้ช่วยนักศึกษาด้วย แหมยิงนัดเดียวได้หลายตัวเลยไง  หมายความว่าแค่ประเทศเดียวที่เราให้ความสนใจ เราก็จะได้หลายสิ่งหลายอย่างเลย ถ้าคนหลายๆคนคิดคงจะมีประโยชน์มากนะครับ  แหมผมพูดเยอะไปเเละ
        เราอพูดเรื่องที่เกี่ยวกับเครื่องบินดีกว่า บทความที่ว่ามาผมเห็นด้วยนะ เพราะผมก็เบื่อคำคุยของมะกัน คนบางคนก็บ้าจี้ไปกะมันด้วย ไม่ใช่ว่าไม่ดีเเต่เมีดี เขาก็ไม่ให้  อย่าไปง้อเลย เเต่ผมคิดว่าบางทีก็ใช่ว่าจะไม่ให้เเต่ตัวสำคัญคือรัฐบาล  ถ้าเอาเงินให้ซะอย่าง ดูประเทศเเถวเนี่ย ยิ่งซื้อยิ่งทันสมัยเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ คิดว่างั้นมั้ยครับ
    jas-39 เป็นเครื่องบินที่เหมาะกับประเทศเรามากทั้งอาวุธเเละขนาด การใช้พลังงานทุกส่วนมีบทบาทที่ทำให้ jas-39อยู่ในสายตาทอ.เทคโนโลยี ระบบอากาศสู่พื้น  อากาศสู๋อากาศ   สู่ทะเล ครบเครื่อง   data links ,BVR,fighter system และอื่นๆสมบูรณ์เเบบ  ขาดเเต่ระบบเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ  หนุนกันหน่อยนะ    เออ!!! บอกตรงๆว่าผมยุให้ ทร.ซื้อjas-39 รุ่นใช้งานใน นาวิกโยธิน เเล้วก็ผมได้ข่าวมาว่า Swiden เขามี ทร.ที่น่าสนใจมาก ลองๆเเวะไปดูกันหน่อยนะ  สำหรับท่านผู้ใหญ่ทั้งหลาย   (บอกเอาบุญ)  8
  27. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ดีใจที่คนไทย ได้เครื่องบินขับไล่ ลำไหม่ซักที  หน้าจะซื้อให้มากกว่า นี้อีกซัก 10 ลำ และเครื่อง ซู อีก ซัก 3 ลำ ไว้ต่อกรกับ เพื่อนบ้านที่มี ซุ
  28. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ถ้าทอ.ซื้อ จาทุบกระปุกให้เลย
  29. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    79
    guest
    มนตรา---ตรีเมฆ---หมู--นนทบุรี
    มนตรา---ตรีเมฆ---หมู--นนทบุรี 58.8.144.237
    สวัสดีครับ---ทุกท่าน---แวะเยี่ยมชม---กริฟเพน------กับทุกท่าน
  30. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    80
    guest
    ทวีเกียรติ บัวหริ่ม
    ทวีเกียรติ บัวหริ่ม 118.172.213.14
    อยากให้ ทอ.ไทยมีเครื่องบิน ฮ. และเครื่องบินลำเลียงขนาดใหญ่มากๆ เนื่องจากเป็นภารกิจช่วยเหลือประชาชน
  31. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ตั้งกระทู้ไงนิครับผมงง
  32. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เอาจิงๆ  อยากรู้ว่า F-16กับ Gripen ไหนดีกว่ากัน แล้วจะสู้เพื่อนบ้าน อย่างมาเล+สิงขโป ได้มัย อ่า
  33. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ผมคิดว่า ในอนาคตคงรบกันยาก ควรซื้อ C-130 ดีกว่าครับ ใว้ขนคนหนีตายกับม็อบ  หุหุ
  34. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    เท่าที่รู้มามะกันไม่ขายอาวุธให้ประเทศที่ปฏิวัติไม่ใช่เหรอครับแล้วเค้าจะขาย F-35 ให้เรารึ
  35. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ประเทศไทย ไม่ได้ล้าหลังครับ อาวุธมาใหม่หลายล็อต ทบ.ทอ.ทร.

    สั่งซื้อกันยกใหญ่ ทอ. ยาส-39 กริเพน 6 ลำ รอล็อต 2 อีก 6 ลำ
    เเละยังปรับปรุง เอฟ-16เอ/บี ฝูง 403 อัพเป็น เอฟ-16 เอ็มเเอลยู(เอดีเอฟ) เทียบเท่ารุ่น ซี/ดี บล็อก52 สามารถ ติด AIM-120 Amraam  จรวดพิสัยกลาง อัพเกรดทั้งฝูง 403
    จำนวน 17 ลำ เอฟ-16 ทั้งหมดเรามี 56 ลำ 3 ฝูงบิน
    ยังมี Saab 340 erieye เครื่องบินเเจ้งภัยทางอากาศอีก 2 ลำ
    รวมๆเเล้วเรามีอากาศยานรบ 300 กว่าลำ ยังไม่รวม เครื่องบินอื่นๆนะครับ เราดีสุดในอาเซียนครับ
    อาจเป็นรอง สิงคโปร์ เรื่องความทันสมัยของเครื่องบินรบ เเต่เราจำนวนเยอะกว่า

    ทร. สั่งซื้อเรือดำน้ำ 6 ลำ จากเยอรมนี เรือ OPV อีก 2-3 ลำ เรือ LPD(เรือยกพลนาวิกโยธินขนาดใหญ่) อีก 1 ลำ  เฮลิค็อปเตอร์ เอ็มเอช-60เอส อีก 3 ลำ ยังไม่เเน่ชัดว่ามาถึงไทยหรือยัง
    ไม่เเน่ อาจซื้อ เอวี-8 จีอาร์9 มาประจำบน ร.ล.จักรี ก็ได้

    ทบ. สัง่ซื้อปืนใหญ่ 105-130-155 อีกหลายร้อยกระบอก รถถัง(ยังไม่เเน่ว่ารุ่นอะไร) อีก 200 คัน
    เเละได้พัฒนาจรวด ดีทีไอ-1 จนสำเร็จ เเละกำลังพัฒนา ดีทีไอ-2 ต่อไป เเละ เฮลิค็อปเตอร์โจมตี  เอเอช-1เอฟ คอบร้า อีก จำนวน 4 ลำ เเบล็กฮอว์ก อีก 6 ลำ รถหุ้มเกราะอีกกว่า 300 คัน

    ประเทศไทย มีกองทัพที่เข้มเเข็ง อย่าห่วงครับ ห่วงพวกในสภา ดีกว่า เมื่อไหร่มันจะเลิกตีกัน
  36. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    คนไทยเราก็เก่งพอตัวนะครับ ทำไม่ไม่ให้คนไทยร่วมกันคิดและประดิษฐ์ เครื่องบินรบเอง
        น่าจะพอไหวไหม กระผมก็เป็นคนนึ่งที่ชอบศึกษา เรื่องเครื่องบินแบบขับไล่ และศึกษาเครื่องยนต์
        เครื่องบินขับไล่ มากๆเลยครับ ผมว่าน่าจะช่วยในการประหยัดงบประมาณ ได้หลายอยู่นะครับ
        คนที่คิดอะไรสำเร็จไม่ใช่จะมีแต่ชาวต่างชาติ คนไทยก็เก่งได้คับ                                          
                                                                                      
                                                                                                     ขอบคุณครับ
  37. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    F-22 Raptor มีแต่ US เท่านั่นแหละครับ เขาไม่ยอมขายให้ใครหรอกเป็นเครื่องที่ทันสมัยที่สุดแล้ว   ส่วน  F-35 ได้ยินมาว่าอีก7-8ปีไทยมีแผนจะซื้อ อย่าฝันไปถึงF-22เลย เอากริพเพ่น ให้ครบ12 ลำก่อนเหอะ  แล้วค่อยมาว่าถึง F-35  ดีกว่าf-16 แน่นอน   กลาโหมมีงบ1%ของ GDP เอง(ไม่แน่ใจเห็นผ่านๆ)

    กริพเพ่น เนี่ยผมว่าโอเคแล้วครับ  ที่ว่าแพงอะเครื่องบินขับไล่นะไม่ใช่เครื่องบินบังคับ ฮ่า ๆ (ล้อเล่น)
  38. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    ประเทศไทยนะครับเหมือนโดนล็อบบี้จากหมาอำนาจอยู่{หรือเปล่านะ}จากผลพวงที่เราแพ้สงครามโลกครั้งที่2โน้น{ไช่หรือเปล่าน่า}มันเหมือนสนธิสัญญาลับอะครับ[ถูกเปล่าเนี่ย]
    เหมือนเคยได้ยินมานะครับ
  39. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้

    Lots of specialists argue that <a href="http://bestfinance-blog.com">loans</a> help people to live their own way, just because they can feel free to buy needed things. Furthermore, banks offer term loan for young and old people.
  40. ขอบคุณ
    ความเห็นนี้