"ยา" กับความเข้าใจผิดๆ ...

 

 

     ช่วงนี้มีโรคระบาดเยอะแยะมากมาย น้องๆ หลายคนเจ็บไข้ได้ป่วยต้องหยุดโรงเรียนไปหาคุณหมอกันเป็นแถวๆ ช่วงนี้เลยกินยากันแทนขนมอร่อยกันไปเลยทีเดียว

     บางคนแล้วหาหมอแล้วกินยาตามที่หมอสั่งก็หายป่วยภายในเวลาไม่กี่วัน บางคนบอกว่าอยากหายเร็วๆ ก็ไปขอให้คุณหมอฉีดยาให้ บางคนบอกว่าต้องลองกินยาหลายๆ ชนิดจะได้หายเร็วๆ หลากหลายความเชื่อเรื่อง "ยารักษาโรค" แบบนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นความเชื่อที่ถูกเสมอไปนะคะ

{pic-desc}

     มีหลายคนมีความเชื่อที่ผิดๆ เกี่ยวกับ "ยารักษาโรค" ซึ่งความเชื่อเหล่านั้นก็อาจจะนำมาซึ่งอันตรายก็ได้ อย่างเช่น ...

>>> ฉีดยาดีกว่ากินยา <<<

     โดยหลักการแล้ว ยารับประทานเป็นยาที่แพทย์จะเลือกใช้เป็นลำดับแรก เพราะสามารถรักษาโรคหรือบำบัดอาการได้เกือบทั้งหมด ใช้ง่ายและสามารถติดตัวเพื่อรับประทานต่อเนื่อง สำหรับยาฉีดนั้นเหมาะกับผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานยา หรือในผู้ป่วยหนัก หรือผู้ป่วยที่ต้องการผลให้ระดับยาสูงขึ้นทันที หลังจากนั้นเมื่อคุมอาการได้ แพทย์ก็จะพิจารณาให้รับประทานยาต่อ

    สิ่งที่ควรรู้ คือ อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากยาฉีดนั้นจะแก้ไขได้ยาก หรือรุนแรงมากกว่ายารับประทานและมีบ้างที่อาจแก้ไขไม่ทัน

     {pic-desc} 

 

>>> ยาแพงดีกว่ายาถูก <<<

     ความเชื่อนี้ไม่จริงเสมอไป โดยเฉพาะยาปัจจุบันที่มีอยู่ในท้องตลาดเป็นส่วนใหญ่ ยาที่แพงอาจเนื่องจากมีการบวกค่าโฆษณา ค่าการค้นคว้าในอดีต และการบวกกำไรลงไปในราคายามากเป็นหลายเท่าตัว

    ข้อควรปฏิบัติ คือ ควรสอบถามเภสัชกร หรือแพทย์ว่ายาดังกล่าวสามารถเชื่อถือคุณภาพได้มากน้อยเพียงใด ใช้เกณฑ์อะไรในการพิจารณาว่ายามีคุณภาพ 


>>> ยาตัวใหม่ดีกว่ายาตัวเก่า <<<

     ความเชื่อนี้มีส่วนจริงบ้างแต่ไม่เสมอไป ยาที่ออกใหม่หลายตัวก็มีผลการรักษาที่ไม่แตกต่างจากยาเดิม แต่ก็มียาใหม่ที่คิดค้นขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่ยาเก่าใช้ไม่ได้ผล อันเป็นปัญหาที่ซับซ้อนสะสมมานาน ทั้งจากด้านผู้ใช้ยาที่ใช้ไม่ถูกต้อง และผู้สั่งใช้ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน หรือแนวทางที่ถูกต้องในการรักษา นอกจากนี้ยาใหม่อาจมีการพัฒนาเพื่อให้ใช้ได้ง่ายขึ้น ลดอาการข้างเคียงบางอย่างลง หรือทันต่อโรคใหม่ ๆ อย่างไรก็ตามข้อเสียของยาใหม่คือมีข้อมูลการใช้ไม่มากพอ ผู้ใช้จึงเป็นเสมือนหนูลองยา บ่อยครั้งที่ต้องมีการถอนยาตัวนั้นออกจากตลาด หลังจากใช้ไปได้ระยะหนึ่ง เพราะความเป็นพิษรุนแรงบางชนิดทำให้พิการบางชนิดมีผลให้เสียชีวิต

    สิ่งที่ควรรู้ คือ การรักษาจะได้ผลหรือไม่ขึ้นกับการวิเคราะห์อาการได้ถูกต้อง การเลือกใช้ยาที่เหมาะสมความร่วมมือในการรักษา ความสามารถในการใช้ยาที่มีวิธีการใช้พิเศษ เช่น ยาพ่น และการปฏิบัติตัวตามคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ

 

>>> เมื่ออาการหายก็ไม่ต้องรับประทานยาต่อ <<<

     ความเชื่อนี้มีทั้งที่จริงและไม่จริงยาที่รักษาอาการ เช่น ยาแก้ปวดหัว ยาลดไข้ ยาบรรเทาอาการหวัด ยาเหล่านี้เมื่อไม่มีอาการก็สามารถที่จะหยุดได้ แต่ยาที่มีการระบุไว้ที่ฉลากว่า "ควรรับประทานติดต่อกันทุกวันจนหมด" หรือยารักษาโรคเรื้อรัง เช่น ความดันเลือดสูง เบาหวาน จะต้องรับประทานต่อเนื่องตามขนาด และเวลาที่ระบุถึงแม้จะควบคุมอาการได้แล้วก็ตาม เพราะเป็นยาที่รักษาที่ต้นเหตุของการเจ็บป่วยนั้น มิฉะนั้นอาจทำให้เรื้อรัง ดื้อยา หรือไม่สามารถคุมอาการได้ 

     {pic-desc} 

     ข้อควรปฏิบัติ คือ สอบถามทุกครั้งที่ได้รับยาว่ามียาขนานใดที่ต้องรับประทานตามขนาดและเวลาที่สั่งจนหมด ในทางปฏิบัติทั่วไปยาที่ให้โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อบำบัดเมื่อมีอาการเท่านั้นที่ไม่ต้องรับประทานจนหมด นอกนั้นควรรับประทานจนหมดเพื่อลดปัญหาการเก็บ และการนำกลับมาใช้ใหม่ที่อาจเป็นอันตราย

>>> อาการเจ็บป่วยของตนนั้นต้องใช้ยาแรง ยาอ่อนไม่ได้ผล <<<

     หากไม่ได้เป็นโรคเรื้อรัง การเจ็บป่วยแต่ละครั้งนั้นไม่ขึ้นต่อกัน การใช้ยาแต่ละครั้งจึงไม่เกี่ยวข้องกันผู้ป่วยมักได้รับการบอกจากผู้ให้บริการว่า สำหรับคุณจำเป็นที่ต้องได้รับยาแรง ยาอ่อนไม่ได้ผล หรือร้านนี้ไม่มียาอ่อน การพูดดังกล่าวเป็นเพียงการสร้างความเข้าใจที่ผิด และต้องการที่จะให้ผู้รับบริการเชื่อว่าได้รับยาที่ดีที่สุด และเป็นเสมือนการโฆษณาชวนเชื่อ สามารถที่จะเรียกเก็บเงินในราคาสูง ยาที่ดีที่สุดนั้นเป็นยาที่ตรงกับอาการ หรือสาเหตุจริงของการเจ็บป่วย อาการจะหายหรือไม่หายขึ้นกับความสามารถในการวิเคราะห์โรค และการเลือกยาที่เหมาะสม

    ข้อควรปฏิบัติ คือ บอกเล่าอาการให้ละเอียด มีประวัติการใช้ยา อาหารเสริม สมุนไพร หรือการแพ้อะไร มีโรคประจำตัวหรือไม่ และสอบถามวิธีปฏิบัติข้อควรระวังในระหว่างการใช้ยานั้น

     {pic-desc} 

 

>>> ยาชุดดีกว่ายาเดี่ยว <<<

     ยาชุดเป็นการจัดยาหลายขนานเข้าด้วยกันที่นับว่าเป็นเสมือนสิ่งที่ปฏิบัติต่อ เนื่องกันมาของสังคมไทย เพื่อความสะดวกในการรับประทานและง่ายต่อการจัดของผู้ป่วย สำหรับยาเดี่ยวนั้นจะบรรจุยาแต่ละชนิดแยกจากกัน ข้อดีของยาเดี่ยวคือไม่ปนเปื้อนยาบางขนานอาจให้ในเวลาที่ต่างกัน แต่สำหรับชาวบ้านทั่วไปจะยากในการใช้ให้ถูกต้อง ยาชุดหรือยาเดี่ยวจึงไม่แตกต่างกัน ถ้าเป็นยาที่รับประทานเวลาเดียวกันและตรงกับอาการที่เป็นจริง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทยคือ ยาชุดที่มีการจัดมักจะมีการใส่ยาที่มีอันตรายมาก เช่น สเตียรอยด์ ลงไปในยาชุดโดยหวังให้กดหรือบดบังอาการชั่วคราว และจะเป็นอันตรายร้ายแรงเมื่อใช้ต่อเนื่อง 

    ข้อควรปฏิบัติ คือ หากเลี่ยงได้ให้เลี่ยงยาชุดโดยเฉพาะยาชุดที่มีการจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า และให้บอกว่าไม่ต้องการยาสเตียรอยด์

>>> ยารับประทานจะรับประทานก่อน หรือหลังอาหารก็ได้ไม่แตกต่างกัน <<<

 

 

     ความเชื่อนี้ไม่จริงเสมอไป โดยมาแล้วยารับประทานมักจะให้รับประทานหลังอาหารเพื่อสะดวกในการรับประทาน และไม่ลืมเป็นการเพิ่มความร่วมมือในการใช้ยา ยาหลังอาหารนั้นสามารถที่จะรับประทานหลังอาหารได้ทันที หรือภายในครึ่งชั่วโมง

     สำหรับยาก่อนอาหารจะต้องรับประทานก่อนอาหารอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่ง ชั่วโมง อย่างไรก็ตามหากระบุให้รับประทานก่อนอาหารพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที ก็ควรที่จะปฏิบัติตามเวลาที่รับประทานที่ถูกต้องของยาดังกล่าว เนื่องจากยาบางตัวไม่ทนกรด ยาบางตัวมีผลกัดกระเพาะ ยาบางตัวจะดูดซึมได้ดีเมื่อรับประทานพร้อมอาหารหรืออาหารที่มีไขมันสูง 

     {pic-desc} 

      สิ่งที่ควรรู้ คือ การได้รับยาที่มากกว่า 1 ขนานสามารถที่จะเกิดยาตีกันได้ (อันตรกิริยาของยา) ในบางครั้งการให้รับประทานก่อนหรือหลังอาหารแยกจากกัน ก็มีจุดมุ่งหมายที่จะป้องกันไม่ให้ยาตีกันดังกล่าว จึงควรที่จะรับประทานให้ถูกต้องเพื่อผลการรักษาที่ดี และลดอาการอันไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้

     โอ๊ะโอ มีความเชื่อเกี่ยวกับยารักษาโรคมากมายหลายอย่างที่เราเข้าใจผิดมาตลอดเลยนะคะ แบบนี้ไม่ได้การซะแล้วล่ะ ต้องรีบทำความเข้าใจกันใหม่แบบเร่งด่วนเลยนะคะ ไม่อย่างนั้นอันตรายแย่เลย ...


พี่เหมี่ยวขอขอบคุ: ข้อมูลประกอบจาก http://www.bangkokhealth.com/index.php/2009-01-20-09-19-07/1703-2009-01-23-01-03-20

 
 
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

24 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
InaeO Member 13 ส.ค. 52 20:34 น. 4
ขอบคุณค่า บทความนี้ดีมากๆเลย 

เดี๋ยวนี้คนเอาแต่กินยา คิดว่ายาเป็นยาวิเศษแก้ได้ทุกอย่าง ชอบแต่จะเอายาแรงๆ แล้วหายก็ไม่ยอมกินต่อให้ครบ จนอาการกำเริบเป็นใหม่ โดยเฉพาะชอบกินยาแก้อักเสบโดยไม่จำเป็น

การให้ความรู้ที่ถูกต้องกับผู้บริโภคยา จะช่วยแก้ปัญหา และแบ่งเบาภาระให้หมอให้ส่วนหนึ่งเลยค่ะ
0
กำลังโหลด
InaeO Member 13 ส.ค. 52 20:34 น. 5
ขอบคุณค่า บทความนี้ดีมากๆเลย 

เดี๋ยวนี้คนเอาแต่กินยา คิดว่ายาเป็นยาวิเศษแก้ได้ทุกอย่าง ชอบแต่จะเอายาแรงๆ แล้วหายก็ไม่ยอมกินต่อให้ครบ จนอาการกำเริบเป็นใหม่ โดยเฉพาะชอบกินยาแก้อักเสบโดยไม่จำเป็น

การให้ความรู้ที่ถูกต้องกับผู้บริโภคยา จะช่วยแก้ปัญหา และแบ่งเบาภาระให้หมอให้ส่วนหนึ่งเลยค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
หยวน Member 14 ส.ค. 52 13:27 น. 8
สัญญาณบ่งบอกเนื่อคู่ 1. เวลามองหน้ากัน ใจจะเหมือนโดนอะไรบางอย่างสะกดจิต 2. เวลานึกถึงเค้า เค้าจะโทรมาพอดี หรือไม่ก้อโผล่มา 3. เวลาเราอยากได้ใครสักคนมาเป็นเพื่อนเค้าก็จะโผล่มาพอดี 4. ครั้งแรกที่เจอกันจะรู้สึกว่าเคยเจอกันมาก่อนแต่นึกไม่ออกว่าใคร 5. เวลาอยู่กับเค้า เราจะไม่รู้สึกเกร็งแต่จะรู้สึกดีที่สุด คนที่อ่านกระทู้ นี้ต้องเอาไปโพสต์ ไม่งั้นเธอจะต้องมนตราน่ากลัวมาก แต่ต้องโพสต์แค่ 5 อัน แล้วคุณจะพบสิ่งอัศจรรย์บางอย่าง
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
[P] e e [M] a i , , * Member 23 ส.ค. 52 13:07 น. 14
มีเพื่อนที่ต้องกินยารักษาสิวอยุ่ป่ะจำอ่ะค่ะ แล้วถ้าเกิดเค้าเป็นโรคอะไรขึ้นมา แล้วต้องกินยาด้วยนี่ ยา 2 ขนานมันตีกันมั้ยน้อ??
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
coQue Member 23 ส.ค. 52 16:01 น. 17
อยากรู้เรื่องยา ถามหาเภสัชกรนะครับ


คนสมัยนี้ชอบกินยากันจริงๆน่ะแหละ

แต่เค้าอาจจะไม่รู้ว่า "ยาทุกตัว ไม่ได้มีฤทธิ์เดียว" เห็นได้จากอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด