|
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... ช่วงนี้เป็นเทศกาลของทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างก็เปิดรับสมัครสอบเยอะมากกกกกกกก แต่ พี่เป้ เชื่อว่ามีน้องๆ อีกหลายคนที่สนใจอยากลองสอบแต่ก็ยังงงๆ ไม่ค่อยเข้าใจว่า อะไรคือโฮสท์แฟมิลี่ ?? อะไรคือโฮสท์แด๊ด โฮสท์มัม ?? วันนี้เลยขอรวบรวมคำสำคัญต่างๆ ที่ต้องรู้ก่อนเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนมาฝากค่ะ ^^

Exchange Student
คำนี้แปลว่า "นักเรียนแลกเปลี่ยน" คือนักเรียนที่เดินทางไปแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมผ่านโครงการต่างๆ เป็นเวลา 1 ปีโดยต้องสอบชิงทุนไป นักเรียนแลกเปลี่ยนจะได้เข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมและพักอาศัยอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ที่จะคอยดูแลตลอดระยะเวลาที่อยู่ต่างประเทศ
Host Family
หรือโฮสท์แฟมิลี่ เรียกสั้นๆ ว่า "โฮสท์" หมายถึงครอบครัวอุปถัมภ์ที่เราต้องไปพักอาศัยอยู่ด้วยในช่วงที่ไปแลกเปลี่ยนค่ะ โดยน้องบางคนอาจจะอยู่กับโฮสท์แฟมิลี่เดียวจนจบโครงการ แต่บางคนเกิดเจอปัญหาเลยต้องเปลี่ยนโฮสท์ ที่เคยเจอมากสุดคือเปลี่ยน 5 บ้านใน 1 ปี !!!
Host Dad
หรือที่เรียกทับศัพท์ว่าโฮสท์แด๊ด หรือหมายถึง "พ่อ" ของครอบครัวอุปถัมภ์นั่นเองค่ะ ส่วนมากโฮสท์แด๊ดนี่แหละที่เป็นคนทำงานหาเลี้ยงครอบครัว

Host Mom
หรือโฮสท์มัม หรือหมายถึง "แม่" ของครอบครัวอุปถัมภ์ เป็นคนที่เราค่อนข้างใกล้ชิดและสนิทด้วย เพราะส่วนมากโฮสท์มัมมักมีอาชีพแม่บ้าน คอยดูแลลูกๆ ทำกับข้าว ดูแลบ้าน
Host Bro
หรือโฮสท์บรา ที่ย่อมาจาก Host Brother หรือหมายถึง "พี่ชาย/น้องชาย" ของครอบครัวอุปถัมภ์ น้องๆ หลายคนอาจสงสัยว่า เอ๊ะ หนูเป็นผู้หญิง ถ้าไปอยู่บ้านที่มีลูกชายจะแปลกๆ หรือดูไม่ดีมั้ยนะ ? ขอบอกว่าไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะเท่าที่สอบถามจากน้องๆ มักจะพบว่า การมีพี่ชายหรือน้องชายหล่อๆ นี่เป็นเรื่องดีนะ เพราะทำให้เพื่อนๆ ของเรากรี๊ดดดดและพยายามเนียนมาทำความรู้จักกับเรา ฮ่าๆๆ ได้เพื่อนเพียบเพราะพี่ชายหล่อซะอย่างนั้น ..... ส่วนน้องผู้ชายที่ไปอยู่บ้านที่เค้ามีลูกชายอยู่แล้ว อาจจะไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก แต่ก็อาจมีปัญหาแบบผู้ชายๆ คือเล่นกันแรง พูดกันแรง ไม่เกรงใจกัน เปิดเพลงเสียงดัง อะไรทำนองนี้ค่ะ
Host Sis
หรือโฮสท์ซิส ที่ย่อมาจาก Host Sister หรือหมายถึง "พี่สาว/น้องสาว" ของครอบครัวอุปถัมภ์ .... น้องผู้หญิงหลายคนอาจมีปัญหาไม่ลงรอยกับโฮสท์ซิส แต่ละเรื่องก็เป็นปัญหาของผู้หญิงทั้งนั้น เช่น เรื่องเสื้อผ้า เรื่องการใช้ห้องน้ำ เรื่องการแต่งตัว อารมณ์เหมือนคู่กัดคู่ปรับที่ไม่ลงรอยกันทำนองนั้นค่ะ

Transcript
หรือทรานสคริปต์ ที่หมายถึง "ใบแสดงผลการเรียน" ของเรา โดยทรานสคริปต์นี้ต้องใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครเพื่อสอบชิงทุน เพราะทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนมักกำหนดเกรดเฉลี่ยขั้นต่ำ รวมถึงกำหนดว่าห้ามติด 0 ติด F ดังนั้นทรานสคริปต์จึงเป็นหลักฐานแสดงผลการเรียนของเราค่ะ สามารถขอได้จากฝ่ายทะเบียนของโรงเรียน
Diploma
หรือดีโพลม่า บางคนเรียกสั้นๆ ว่า "ดิพ" ที่หมายถึง "ใบแสดงการจบการศึกษา" ค่ะ .... น้องๆ บางคนไปแลกเปลี่ยนแล้วได้เรียนในระดับชั้นสูงสุด (ม.6) และเมื่อเรียนจบแล้วจะกลับไทย ทางโรงเรียนที่นั่นอาจจะออกใบดีโพลม่านี้มาให้ เพื่อแสดงว่าเราเรียนจบมัธยมปลายแล้ว แต่ขอบอกเลยว่า โอกาสน้อยมากกกกกกกกกกกกที่จะได้ดีโพลม่านี้ เพราะเราไปแลกเปลี่ยนแค่ปีเดียว โรงเรียนส่วนมากจึงไม่ค่อยออกใบดีโพลม่านี้ให้แก่เราค่ะ ส่วนมากที่ได้มักจะเป็น Certificate of Participation ว่าเราไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนมา ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่น้องๆ ที่ไปแลกเปลี่ยนในระดับชั้นม.6 ต้องกลับมาซ้ำชั้นม.6 อีกรอบที่เมืองไทย

Double Placement
เห็นคำว่าดับเบิ้ลที่แปลว่า "สองเท่า , เป็นคู่" แบบนี้ หลายคนคงพอจะเดาได้ ... Double Placement หมายถึง โฮสท์แฟมิลี่ที่รับเด็กมาอุปถัมภ์ 2 คน ในบ้านหลังนั้นจึงมีนักเรียนแลกเปลี่ยน 2 คน ซึ่งก็ต้องเสี่ยงดวงว่า นักเรียนแลกเปลี่ยนอีกคนนั้นจะเป็นใคร ชาติอะไร จะเข้ากับเราได้มั้ย ถ้าเข้ากันได้ก็โล่งไป แต่ถ้าเข้ากันไม่ได้นี่ก็ปวดหัวสุดๆ เลยค่ะ
Welcome Host
หรือเวลคัมโฮสท์ เป็นโฮสท์ที่เราไปอยู่ด้วยชั่วคราวระหว่างที่รอโฮสท์ถาวร ต้องบอกก่อนว่า การได้โฮสท์แฟมิลี่ขึ้นอยู่กับดวงบุญกรรมที่ทำมาจริงๆ ค่ะ บางคนก็ได้โฮสท์ไวมากกกก แต่บางคนก็ยังไม่ได้โฮสท์ทั้งๆ ที่เดินทางไปถึงประเทศปลายทางแล้ว ดังนั้นน้องก็จะต้องไปอยู่กับเวลคัมโฮสท์ก่อนระยะหนึ่ง เพื่อรอทางโครงการหาโฮสท์ถาวรให้ค่ะ
Full Scholarship
คำนี้แปลว่า "ทุนเต็มจำนวน" การสอบชิงทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนนั้น หากสอบได้แล้ว น้องจะต้องเสียเงินอีกจำนวนหนึ่งประมาณ 3-4 แสน โดยเรียกเงินจำนวนนี้ว่า "เงินทุนสมทบ" แต่สำหรับทุนบางโครงการมี Full Scholarship ให้ คือหากสอบได้ น้องไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มเลย ได้ทุนไปเต็มจำนวนนั่นเองค่ะ

Returnee
แปลว่า "ผู้ที่กลับมา(แล้ว)" ซึ่งก็หมายถึงรุ่นพี่ที่ไปแลกเปลี่ยนและเดินทางกลับมาแล้ว น้องๆ มักจะได้พบกับพี่ๆ รีเทิร์นนีได้ในวันสอบสัมภาษณ์ค่ะ เพราะพี่ๆ เค้าจะมาเอนเตอร์เทนและจัดกิจกรรมให้แก่พวกเรา หรือพี่ๆ บางคนก็จะไปนั่งเป็นกรรมการสอบสัมภาษณ์เราด้วยค่ะ
Homesick
เป็นอาการทางจิตชนิดหนึ่ง (ไม่ถึงขั้นโรคจิตวิปริตนะ) มักเกิดกับน้องๆ ที่อยู่ไกลบ้าน เกิดอาการคิดถึงบ้าน วันๆ เอาแต่นั่งซึมและอยากจะกลับบ้านลูกเดียว ขอบอกว่าไม่ใช่นักเรียนแลกเปลี่ยนทุกคนที่มีอาการนี้นะคะ บางคนก็ไม่เป็น แต่บางคนก็เป็นอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะคนที่เจอปัญหารุมเร้า เช่น เข้ากับโฮสท์แฟมิลี่ไม่ได้ หาเพื่อนไม่ได้ อากาศหนาวจนเหงา เลยทำให้เกิดอาการนี้ขึ้นมาค่ะ
Needy
เป็นชื่อเรียกทุนแลกเปลี่ยนประเภทหนึ่งของโครงการ AFS นั่นก็คือทุนเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ สำหรับนักเรียนที่บิดามารดาหรือผู้ปกครองตามกฎหมายมีรายได้รวมกันเฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 25,000 บาท หากสอบได้ จะได้รับทุนการศึกษาจำนวนเต็มและค่าใช้จ่ายส่วนตัวอีกคนละ 1,000 USD แต่จะเลือกประเทศเองไม่ได้และต้องไปแลกเปลี่ยนยังประเทศที่กำหนดไว้ ส่วนมากจะเป็นประเทศแถบอเมริกาใต้ค่ะ

Allergy
อ่านว่า แอล-เลอ-จี แปลว่า "โรคภูมิแพ้" ซึ่งก็เป็นอีกปัญหาโลกแตกของน้องๆ หลายคน เพราะตามระเบียบการของโครงการแลกเปลี่ยนมักกำหนดเอาไว้ว่า "ผู้สมัครต้องไม่มีโรคประจำตัว" แต่ก็มีน้องๆ หลายคนมีอาการภูมิแพ้ แล้วอย่างนี้หนูจะไปแลกเปลี่ยนได้มั้ยนะ ??
พี่เป้ เลยลองไปสอบถามรุ่นพี่นักเรียนแลกเปลี่ยน และได้คำตอบมาว่า ถ้าเป็นภูมิแพ้ตามฤดูกาล เช่น แพ้แล้วมีผื่นคัน แต่พอทายาหรือทานยาแล้วหาย แบบนี้โอเคค่ะ ถือว่าไม่มีปัญหาอะไร พอหยวนๆ ได้ แต่ถ้าใครมีอาการแพ้หนักๆ ภูมิแพ้กำเริบทุกสัปดาห์และเป็นปัญหาต่อการใช้ชีวิต แบบนี้ไม่ควรไปค่ะ เพราะเคยได้ยินว่ามีน้องคนหนึ่งเป็นทั้งภูมิแพ้+ไซนัสแล้วดันทุรังจะไปแลกเปลี่ยน ปรากฏว่าอาการแย่ลง ต้องทานยาเยอะมาก ไปๆ มาๆ ต้องผ่าตัดไซนัสที่โน่นเลย และสุดท้ายก็ทนไม่ไหว ต้องทำเรื่องขอกลับมาก่อนกำหนดค่ะ
Flander
อ่านว่า "ฟลานเดอร์" เป็นภูมิภาคหนึ่งของเบลเยี่ยม อยู่ทางตอนเหนือ ประชากรนิยมพูดภาษาดัตช์ (เนเธอร์แลนด์) ดังนั้นเวลาที่เห็นเพื่อนๆ มาตั้งกระทู้ว่า "เย่ สอบ AFS ติดเบลเยี่ยมฟลานเดอร์" นั่นก็หมายถึง เพื่อนคนนั้นจะได้ไปแลกเปลี่ยนที่ตอนเหนือของประเทศเบลเยี่ยมที่ใช้ภาษาดัตช์ค่ะ สาเหตุที่ต้องแบ่งเป็นเบลเยี่ยมฟลานเดอร์นั่นก็เพราะว่า ประชากรส่วนอื่นๆ ของประเทศเบลเยี่ยมนิยมพูดภาษาฝรั่งเศสไม่ก็ภาษาเยอรมันนั่นเอง

ORD - IAH - SEA - JFK/NYC - LAX
น้องๆ อาจเคยเห็นเพื่อนๆ ตั้งกระทู้ถามว่า "ใครไป AFS อเมริกา ลง ORD บ้าง ??" ซึ่งเจ้าตัวย่อเหล่านี้เป็นของโครงการ AFS สำหรับคนที่จะไปประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ
อเมริกาเป็นประเทศใหญ่ ดังนั้น AFS จึงส่งเด็กไทยไปค่อนข้างเยอะ ตกปีละ 200-300 คน ถ้าจะให้บินไปลงสนามบินเดียวกัน คาดว่าสนามบินคงแตกแน่นอน = =" จึงต้องมีกันแบ่งโซนเพื่อความสะดวกในการเดินทางต่อไปยังเมืองที่น้องๆ อาศัยอยู่ค่ะ
- ORD ไปลงที่ Chicago O'hare International Airport เมืองชิคาโก้ รัฐอิลลินอยส์
- IAH ไปลงที่ George Bush Intercontinental Airport เมืองฮูสตัน รัฐเท็กซัส
- SEA ไปลงที่ Seattle-Tacoma International Airport เมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน
- JFK/NYC ไปลงที่ John F Kennedy International Airport เมืองนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก
- LAX ไปลงที่ Los Angeles International Airport เมืองลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย
Souvenir
แปลว่า "ของที่ระลึก" เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เหล่านักเรียนแลกเปลี่ยนไม่ควรมองข้าม ควรพกอะไรติดไม้ติดมือไปฝากโฮสท์แฟมิลี่ ครู และเพื่อนๆ ร่วมชั้นกันซักหน่อยดีกว่า ซึ่งของยอดฮิตก็ไม่พ้นพวกกางเกงมวยหรือเสื้อยืดเขียนว่า Thailand หรือถ้าใครมีไอเดียเจ๋งๆ อยากลองทำเองก็ได้นะคะ มีน้องคนนึงเค้าเอาเหรียญ 25 สตางค์หลายๆ เหรียญมามัดรวมกันแล้วใช้ริบบิ้นเล็กๆ ติด ก็ดูน่ารักและประทับใจผู้รับด้วยนะเออ ^^ ที่สำคัญคือถูกด้วย 5555

นั่นก็คือคำศัพท์ที่ต้องรู้ก่อนเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนนะคะ หรือใครนึกคำไหนได้เพิ่มเติม ก็มาแชร์กันได้ที่คอมเม้นท์ด้านล่างเลยจ้า ^^ ส่วนใครอยากเช็คว่าตอนนี้มีทุนไหนกำลังเปิดรับสมัครอยู่ ก็เข้าไปดูได้ที่ www.dek-d.com/studyabroad/scholarship รวบรวมเอาไว้ให้แล้ว
และห้ามพลาด !!! หนังสือเล่มใหม่จาก Dek-D.com กับ "คู่มือเรียนต่อนอกฟรีๆฉบับม.ปลาย" อัดเต็มกับทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน ทุนเรียนฟรี ข้อมูลประเทศน่าเรียน 10 ประเทศพร้อมแนะนำโรงเรียนที่น่าสนใจ การเตรียมตัวก่อนไปเมืองนอกแบบละเอียด พร้อมทั้งประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ตั้ง10 เรื่อง !!!! เหมาะกับน้องๆ ม.1-5 ที่อยากไปเรียนนอก โอ้ววว น่าสนใจล่ะสิ ราคาก็ถูกมากแค่ 125 บาทเท่านั้น !! หนาตั้ง 270 หน้า ใครอยากดูสารบัญคร่าวๆ คลิกที่นี่
วางขายแล้วตามร้านซีเอ็ดและร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ


TWITTER @PAYDEKD
|