|
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ..... อู้ววว วันก่อนเว็บบอร์ดเรียนต่อนอกแทบถล่ม เพราะมีน้องๆ เข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับการสอบข้อเขียน AFS เยอะมากกกกกก !! หลายๆ คนแอบกังวลถึงการสอบสัมภาษณ์ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ พี่เป้ ไม่รอช้า รีบไปคว้าตัวรุ่นพี่ AFS คนเก่งให้มาช่วยเล่าประสบการณ์การสอบสัมภาษณ์ให้น้องๆ ฟัง อยากรู้ว่าจะเป็นยังไง ควรเตรียมตัวยังไง วันนี้นำเคล็ดลับมาฝากแล้วจ้า
พี่แจ็ค AFS รุ่น 48 ไปประเทศตุรกี

บรรยากาศวันสอบสัมภาษณ์ ผมไปที่โรงเรียนสารวิทยาครับ อยู่แถวๆ บางเขน เท่าที่จำได้ในวันนั้นจะมีการแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มแรกจะได้ไปสอบสัมภาษณ์เลยในช่วงเช้าและทำกิจกรรมกลุ่มตอนบ่าย และกลุ่มที่สองจะทำกิจกรรมกลุ่มช่วงเช้าและสอบสัมภาษณ์ตอนบ่าย (สลับกัน) ผมได้ทำกิจกรรมกลุ่มตอนเช้า เท่าที่จำได้คือ จะมีรุ่นพี่มาให้คะแนนครับ เค้ากำหนดให้นักเรียนแต่ละคนเป็นตัวแทนจากประเทศไทยและต้องจัดกิจกรรมให้ชาวต่างชาติดู ให้จินตนาการและแบ่งหน้าที่กัน ผมก็ช่วยเพื่อนๆ นั่งวาดรูปธง รูปแผนที่ประเทศไทยครับ ช่วยๆ กันทำ อย่าให้รุ่นพี่เห็นว่าเราอยู่เฉย ถึงเราจะไม่ได้เป็นคนพูดแนะนำ แต่ขอให้อย่างน้อยเรามีส่วนร่วมในกิจกรรมนั้น
 รูปจาก Facebook : อาจารย์บุบผา ฉัตรเงิน ผู้ประสานงาน afs เขตธนบุรี
ส่วนสอบสัมภาษณ์ช่วงบ่ายนั้นตื่นเต้นมากๆ ผมได้สัมภาษณ์เป็นคนเกือบสุดท้ายของห้อง ตื่นเต้นมากที่สุดเลยครับ แต่ด้วยความที่เราอยากไปมากกกก ผมจึงคิดว่า นี่ก็คือบททดสอบหนึ่งของการไปใช้ชีวิตนักเรียนแลกเปลี่ยน ไปอยู่ต่างประเทศจะต้องเจออะไรตื่นเต้นกว่านี้เยอะ เพราะฉะนั้นเรื่องแค่นี้เราต้องทำมันให้ได้ ก็เลยพยายามมีสมาธิและเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุดครับ
พอเดินเข้าไปในห้องก็สวัสดีอาจารย์สองท่าน เป็นอาจารย์ผู้หญิงไม่ทราบชือ คำแรกที่อาจารย์สองท่านนั้นพูดมาก็คือ Introduce yourself ครับ ผมก็ Speak English ไปเลยว่าชื่ออะไร เรียนอยู่ที่ไหน ความสนใจส่วนตัว พื้นเพของครอบครัว แล้วก็บอกในตอนท้ายว่า ที่บ้านของผมก็สนับสนุนในการไปหาประสบการณ์ครั้งนี้ด้วยและผมจะทำให้ดีที่สุด อาจารย์สองท่านนั้นก็ถามกลับเป็นภาษาอังกฤษนะครับว่า ทำไมถึงเลือกไปประเทศนี้ (ในตอนนั้นผมเลือกอาร์เจนติน่าไว้เป็นอันดับหนึ่งครับ) ผมก็ตอบไปว่า ผมอยากไปอาร์เจนติน่าเพราะว่าผมไม่เคยไปและแทบจะไม่รู้จักว่าประเทศนี้ ผู้คน วัฒนธรรม เป็นอย่างไร ใช้ชีวิตกันอย่างไร และที่สำคัญผมอยากไปประเทศนี้เพราะว่ามันอยู่ไกลมาก ถ้าผมโตขึ้นหรือได้ทำงานก็อาจจะไม่มีโอกาศได้ไปเพราะด้วยความที่มันอยู่ไกลมาก
อาจารย์ก็ถามต่อว่า สมมติว่าไปที่นั่นแล้วผมเกิดหลงทางระหว่างที่ host family พาไปเที่ยวจะทำอย่างไร ??? ผมก็ตอบว่า ก็คงไม่น่าเป็นปัญหาใหญ่อะไรมากครับ ไปอยู่นู้นก็คงมีโทรศัพท์ ก็ใช้โทรศัพท์มือถือโทรหา Host Family ครับ อาจารย์ท่านนึงก็ยิ้มๆ แล้วถามต่อว่า ถ้าเกิดไม่มีสัญญาณหรือโทรศัพท์แบตหมดจะทำอย่างไร? ผมก็บอกไปว่า ก็คงเดินไปหานักท่องเที่ยวหรือผู้คนแถวนั้นเพื่อถามทางครับ

อาจารย์ก็ถามอีกว่า ถ้าสมมติว่าไม่ผ่านการคัดเลือก จะเสียใจไหม? ผมก็ตอบไปว่า ผมเสียใจอย่างแน่นอนถ้าเกิดไม่ได้ไป... เพราะนี่คือความฝันของผม ผมเสียใจแต่จะไม่เสียดาย เพราะว่าอย่างน้อยผมก็ได้ทำมันอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ในใจจริงๆ คิดว่า เป็นใครก็คงต้องรู้สึกแย่อยู่แล้ว แต่เราก็ต้องตอบออกไปให้ฟังดูดีที่สุดหน่อยครับ 5555
แล้วอาจารย์ก็ถามอีกว่า ถ้าเกิดได้ไปแต่ไม่ใช่ประเทศที่เลือกไว้จะไปไหม (อันดับหนึ่งคืออาร์เจนติน่า อันดับสองคือตุรกีครับ) ผมก็บอกว่าไปครับ เพราะว่าที่ไหนๆ ก็ทำให้เรามีประสบการณ์และให้เราได้เรียนรู้เหมือนกันหมด ถ้าเกิดได้ไปประเทศอื่น ยังไงผมก็ไปอยู่ดีครับ
สำหรับน้องๆ ที่สอบ AFS น้องต้องเชื่อในตัวเองว่าเราทำได้และมันไม่เกินความสามารถของเราเลย ถึงบางอย่างเราอาจจะไม่เก่งเท่าคนอื่น แต่เราก็ต้องแสดงให้อาจารย์และรุ่นพี่เห็นว่า เราได้ทำเต็มที่แล้ว สร้างความมั่นใจให้ตัวเองครับ เป็นตัวของตัวเอง สุดท้ายที่ผมอยากจะบอกสำหรับใครที่ลังเลกับการเลือกไปประเทศแปลกๆ หรือประเทศที่เราแทบไม่รู้จักไม่ได้ยินอะไรเลยเกี่ยวกับประเทศนั้น พี่ขอแนะนำให้เลือกไปเลยครับ รับรองว่าได้เจออะไรใหม่ๆ แน่นอน
พี่ขวัญ AFS รุ่น 49 ไปประเทศฟินแลนด์

บรรยากาศในวันสอบจำได้ว่า พอไปถึงที่โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพซึ่งเป็นศูนย์สอบของเชียงใหม่ ก็มีรุ่นพี่ AFS มาต้อนรับแล้วก็พาเราไปอยู่ในกลุ่มที่พี่เค้าจัดไว้ให้ ก่อนจะสอบสัมภาษณ์นั้นพี่เค้าจะมีข้อสอบออกแนวจิตวิทยาให้เราทำก่อนค่ะ (ไม่รู้ว่าที่ศูนย์อื่นมีรึเปล่า) ข้อสอบนั้นจะกี่ข้อขวัญก็จำไม่ได้แล้วแต่ให้เวลาไม่มากเท่าไหร่ เค้าจะกำหนดคำๆ หนึ่งมาแล้วก็ให้เขียนสิ่งแรกที่เรานึกถึงเมื่อเห็นคำๆ นั้นลงไปค่ะ อย่างเช่น คำว่า "วัฒนธรรมไทย" ขวัญก็เติมไปว่า ไม่แพ้ชาติใดในโลก อะไรประมาณนี้แหละค่ะ พอสอบเสร็จพี่ๆ ก็พากลุ่มของพวกเราขึ้นไปสอบสัมภาษณ์กัน กลุ่มของขวัญได้สอบเดี่ยวก่อนค่ะ แล้วพอรอบบ่ายก็ไปสอบแบบกลุ่ม
ขวัญได้สอบเดี่ยวก่อน จำได้ว่าตอนนั้นลำดับของขวัญอยู่คนท้ายๆ ค่ะ แต่ละคนเข้าไปนานมากๆ ขวัญรอจนหายตื่นเต้นเลยอะ 5555 ขณะรอก็นั่งคุยกับเพื่อนใหม่แก้เบื่อ เรื่องที่คุยกันก็ไม่พ้นประเทศ 3 อันดับที่เลือกนั่นแล ถ้าใครเลือกเหมือนเรา ก็มองหน้ากันไว้ดีๆ เพราะนั่นอาจจะเป็นทั้งคู่แข่งและผู้ร่วมชะตากรรมในอนาคตของคุณ 5555 สำหรับในกลุ่มขวัญนั้นไม่มีใครเลือกเหมือนขวัญเลยซักคน ก็แอบดีใจเบาๆ พอถึงคิวต้องสัมภาษณ์ ก็เดินเข้าห้องไปด้วยกิริยามารยาทเรียบร้อย ไหว้อาจารย์ผู้ทำการสัมภาษณ์ให้ถูกหลักการไหว้ของไทย ใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะนั่งลง(หลังจากที่อาจารย์เชิญให้นั่ง)

คนที่ขวัญสัมภาษณ์ด้วยเป็นอาจารย์หนึ่งคนแล้วก็รุ่นพี่อีกหนึ่งคน ตอนเข้าไปแต่ละคนดูเคร่งเครียดมาก เปิดเช็คเอกสารกันใหญ่เลย เป็นอะไรที่ทำให้ขวัญเกร็งมากกกกก แต่ก็รู้สึกผ่อนคลายลงเมื่ออาจารย์ใจดียิ้มให้ตอนที่เราสวัสดีเค้าไป อย่างแรกที่อาจารย์ให้ทำคือ การแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ ขวัญก็ทำ พูดไปตามสคริปต์ที่เตรียมมา (สคริปต์มันก็ต้องมีบ้างอะไรบ้างเนอะ 5555) หลังจากนั้นอาจารย์ก็ถามเกี่ยวกับประวัติเราเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะเข้าสู่คำถามว่า ทำไมถึงเลือกไปประเทศนี้ เป็นคำถามยอดฮิต เชื่อว่า 90% ของคนที่ไปสอบสัมภาษณ์เจอคำถามนี้ ขวัญก็ตอบไปตามจริงปนโม้ๆ ไปนิดหน่อยว่า ที่เลือกฟินแลนด์ก็เพราะชื่อมันแปลกดี ชอบชื่อเมืองหลวง อยากเจอหิมะ สัมผัสอากาศเย็น และอยากเห็นซานตาครอส ตอบทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษงูๆ ปลาๆ ของขวัญไปค่ะ
โห ตอนนั้นอยากบอกว่าตื่นเต้นมาก คิดประโยคยาวๆ ไม่ค่อยออกเลย จริงๆ เพื่อนคนก่อนหน้าบอกว่าเค้าถูกถามเป็นภาษาไทยปนอังกฤษ แต่ของขวัญเนี่ย เจอแต่ภาษาอังกฤษล้วนๆ พอขวัญตอบคำถามนั้นจบแล้ว ก็มีแอบลุ้นนิดนึงว่าคำถามต่อไปนั้นจะถามเป็นภาษาไทยรึเปล่า เพราะอยากโชว์สกิลภาษาไทยจะแย่อยู่แล้ว (เพื่อ?) แต่ก็เปล่าเลย อาจารย์เพียงแค่มองหน้าขวัญสักพักก็ยิ้ม แล้วก็พูดว่า เสร็จแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ ขวัญได้ยินนี่แทบช็อค!!! ทำไมมันสั้นจัง แล้วฉันจะติดมั้ยล่ะเนี่ยยย :P เป็นความรู้สึกที่เฟลเบาๆ แต่ก็รู้สึกดีขึ้นเมื่อคนต่อจากขวัญก็ไปเร็วมาเร็วไม่ต่างกัน (ฮา) สงสัยอาจารย์เค้ารีบ ตอนนั้นก็ใกล้ๆ จะสิบเอ็ดโมงแล้วด้วย 555
 รูปจาก Facebook : อาจารย์บุบผา ฉัตรเงิน ผู้ประสานงาน afs เขตธนบุรี
การสอบกลุ่ม หึหึ เป็นอะไรที่ โหด-มันส์-ฮา มากๆ ! พวกเราก็เข้าไปนั่งในห้องตามที่นั่งที่จัดไว้เป็นรูปครึ่งวงกลมตรงหน้าคณะกรรมการ นักเรียนแต่ละคนจะมีป้ายหมายเลขห้อยคออยู่เพื่อสะดวกต่อการให้คะแนนของกรรมการ โดยที่กรรมการผู้ทำการสัมภาษณ์นั้นมีอยู่ 5 คน เป็นอาจารย์ชาวไทย 2 คน ชาวต่างชาติ 2 คนและรุ่นพี่อีกคนนึง
การสัมภาษณ์กลุ่มนั้นเป็นอะไรที่กดดันมากกกกกก คำถามจะเกี่ยวกับการนำวัฒนธรรมไทยไปเผยแพร่, ความสามารถในการปรับตัว และการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ที่เค้ายกตัวอย่างมา ถามตอบภาษาอังกฤษล้วนค่ะ แถมแต่ละคำถามยังต้องแย่งกันตอบอีก บางทีคิดคำตอบไว้ซะดิบดีแต่ยกมือไม่ทันแล้วยังโดนแย่งคำตอบไปก็มี ยิ่งใครที่โดนนั่งขนาบข้างโดยคนที่ภาษาอังกฤษโหดๆ นะ ความกดดันจะยิ่งทวีคูณเลยค่ะ
มีข้อนึง ขวัญรีบยกมือเลยได้ตอบเป็นคนแรก คำถามตอนนั้นเค้าถามว่า ถ้าใครคนหนึ่งในครอบครัวสักเต็มตัวเลย คุณจะคิดอย่างไรกับเค้า? จำอารมณ์ตอนนั้นได้แม่นเลย เพราะอายและอึ้งมากกก! เนื่องจากไม่ได้นึกคำตอบไว้ ขวัญก็เลยพูดสดเลยฮะ ขวัญตอบไปว่า ก็ไม่คิดอะไร ขวัญยอมรับเรื่องพวกนี้ได้ คนจะดีหรือเลวไม่ได้อยู่ที่การสักซักหน่อย... พูดจบแล้วทุกคนก็เงียบไป นอกจากคำถามที่ได้ยกตัวอย่างไปแล้ว ขวัญเคยเจอคำถามแบบอึ้งๆ ด้วยว่า ถ้าเพื่อนสนิทที่โรงเรียนเป็นฆาตกร เธอจะทำอย่างไร คำถามนี้เป็นคำถามแรกเลย แล้วขวัญก็จำได้ด้วยว่า ขวัญไม่ได้ตอบ 5555
หลังจากที่สอบสัมภาษณ์ส่วนนี้ผ่านพ้นไปแล้ว รุ่นพี่ประจำห้องสอบสัมภาษณ์นั้นจะให้เราทำกิจกรรมกลุ่ม โดยการแจกกระดาษให้เขียนชื่อประเทศที่เลือกเป็นอันดับหนึ่งและเหตุผลลงไปบนกระดาษแผ่นนั้น ก่อนจะให้เอากระดาษติดที่หลังของตัวเองแล้วก็จะวนไปให้เพื่อนแต่ละคนในกลุ่มเขียนความประทับใจเกี่ยวกับตัวเรา

จากนั้นก็ให้เล่นเกมเหยียบกระดาษ โดยการให้ทุกคนในกลุ่มทำยังไงก็ได้ให้สามารถยืนอยู่บนกระดาษที่พี่เค้าแจกให้ได้ ทีแรกพี่เค้าให้มาหนึ่งแผ่น แต่พวกเรามีถึง 10 กว่าคน! มันก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะยืนอยู่บนเอสี่แผ่นเดียว แม้ว่าจะกอดกันกลมแล้วก็เถอะ พี่เค้าก็เลยพวกเราให้เต้นไก่ย่างเพื่อแลกกับกระดาษอีกหนึ่งแผ่น ณ จุดนั้น การแสดงว่าเรามีความกล้าแสดงออกนั้นเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ ดังนั้นถ้าเค้าให้ทำอะไรก็ควรทำไม่ควรยึกยักหรือเขินอายจนเกินไป ไม่เช่นนั้นอาจจะไม่เข้าตาคณะกรรมการได้ เมื่อพี่เค้าให้เต้นขวัญก็เต้นฮะ จัดเต็มเลย
จนได้กระดาษมาอีกหนึ่งแผ่น ก็เอามาลองยืนกันดูสุดท้ายก็ ...ไปไม่รอด... พวกเราลองกันหลายท่ามากแต่ก็ไม่ประสบผล เกมนี้พวกเราเลยไม่ผ่านกันยกกลุ่ม เพราะลืมเฉลียวใจไปว่ากระดาษที่พี่เค้าแจกให้น่ะ ไม่ได้มีแค่สองแผ่นนั้นสักหน่อย !! ยังมีที่ติดอยู่บนหลังของแต่ละคนอีก! เล่นเอาเหวอกันทุกคนเลย เกมนี้ได้สอนบทเรียนครั้งใหญ่ให้ขวัญจริงๆ ว่าเราควรจะมีไหวพริบมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นหากเกิดฟลุคได้ไปต่างประเทศจะได้ไม่ถูกฝรั่งหลอก...และประสบการณ์การสอบสัมภาษณ์กลุ่มของขวัญก็เอวังด้วยประการฉะนี้แล
น้องๆ ที่น่ารักทั้งหลาย ยินดีต้อนรับเข้าสู่ครอบครัวเอเอฟเอสล่วงหน้า ;) หากรู้ตัวว่าพูดไม่เก่ง ก็ลองฝึกพูดหน้ากระจกบ่อยๆ ควรพูดให้ฉะฉานและเป็นธรรมชาติค่ะ และที่สำคัญอย่าลืมศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่เราเลือกไปบ้างว่ามันมีอะไรที่สำคัญหรืออะไรแปลกๆ ที่เค้าน่าจะหยิบมาถามเรารึเปล่าอะไรประมาณนี้แหละค่ะ สุดท้ายนี้ก็ขอให้โชคดีในการสอบทุกคนนะคะ หากใครพลาดหวังปีนี้ก็ไม่เป็นไรเนอะ ลองอีกทีปีหน้า หรือโอกาสอื่นๆ ทุนอื่นๆ ก็ได้ อย่าเสียใจไป เพราะนี่ไม่ใช่โอกาสสุดท้าย บางทีอาจจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นด้วยซ้ำไป และขวัญก็หวังว่าข้อมูลเกี่ยวกับการสอบสัมภาษณ์ที่ขวัญให้ไปจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ ยังไงก็ขอให้โชคดีในการสอบสัมภาษณ์ค่ะ และขอฝากไว้หน่อยว่าเมื่อสอบสัมภาษณ์ เป็นตัวของตัวเอง ไว้นะคะ :) ขอบคุณค่ะ ปล. ใครสอบศูนย์เชียงใหม่ เดี๋ยวเจอกันนะ ! :D

เป็นยังไงบ้างเอ่ยกับประสบการณ์ของรุ่นพี่ เล่าละเอียดยิบเหมือนเพิ่งไปสอบสัมภาษณ์กันมาเมื่อวานเลย 55555 .... เอาล่ะ อดใจรอการประกาศผลสอบข้อเขียนกันให้ดี และหากใครสอบผ่าน ก็เตรียมพบกับด่านการสอบสัมภาษณ์ได้เลย !! เอาใจช่วยน้องๆ ทุกคนเลยจ้า ^^
และห้ามพลาด !!! หนังสือเล่มใหม่จาก Dek-D.com กับ "คู่มือเรียนต่อนอกฟรีๆฉบับม.ปลาย" อัดเต็มกับทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน ทุนเรียนฟรี ข้อมูลประเทศน่าเรียน 10 ประเทศพร้อมแนะนำโรงเรียนที่น่าสนใจ การเตรียมตัวก่อนไปเมืองนอกแบบละเอียด พร้อมทั้งประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ตั้ง 10 เรื่อง !! เหมาะกับน้องๆ ม.1-5 ที่อยากไปเรียนนอก ราคา 125- ใครอยากดูสารบัญคร่าวๆ คลิกที่นี่
วางขายแล้วที่ร้านหนังสือซีเอ็ด และร้านหนังสือชั้นน้ำทั่วประเทศจ้า


|