พี่แสตมป์ นักเรียนแลกเปลี่ยน AFS รุ่นที่ 50 ประเทศเบลเยี่ยม

พี่สอบสัมภาษณ์ที่โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี พิษณุโลก พี่เคยสอบสัมภาษณ์เอเอฟเอสถึงสองรอบเลยค่ะ เพราะครั้งแรกสอบผ่านแต่ไม่ได้ไป แต่ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ยังตื่นเต้นเหมือนเดิม !
กิจกรรมการสอบสัมภาษณ์เอเอฟเอสจะมีกิจกรรมทั้งวันเลยค่ะ พอไปถึง สิ่งแรกเลยที่ต้องทำก็คือการตอบแบบสอบถามค่ะ เป็นแบบสอบถามทั่วไปว่าเราชอบอะไร
ใครเป็นไอดอล เป็นคำถามแนวจิตวิทยาที่จะใช้ประกอบการสัมภาษณ์ค่ะ ก็อยากจะให้น้องๆ ตอบให้เป็นตัวเองมากที่สุดนะคะ ไม่ต้องใช้คำพูดที่สวยหรูมาก คิดอะไรก็ตอบไปเลยค่ะ
จากนั้นก็จะมีกิจกรรมสันทนาการเล็กน้อยให้สนุกสนานเบิกบานใจ แล้วก็จะเริ่ม
จับกลุ่มเป็นวงกลมใหญ่เพื่อตอบคำถามแสดงความคิดเห็นค่ะ กรรมการแต่ละท่านก็จะเป็นอาจารย์ภาษาต่างประเทศจากโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดค่ะ กิจกรรมนี้พี่ก็อยากให้น้องๆ
กล้าแสดงออกให้มากนะคะ อาจารย์เค้าจะตั้งคำถามทั่วไป ง่ายมากๆ แต่เราต้องกล้าที่จะพูด จะตอบ บางท่านก็ถามเป็นภาษาอังกฤษบ้าง ภาษาไทยบ้าง แต่เค้าก็ไม่ได้โหดร้ายขนาดว่าที่น้องต้องตอบเป็นภาษาอังกฤษ จำได้ว่ามีอาจารย์ท่านหนึ่งถามว่า “ ถ้าหากมีปัญหาทะเลาะกับโฮสท์จะทำยังไง ” เพื่อนพี่ลุกขึ้นยืนตอบว่า “เราก็ทะเลาะกลับสิ ” ทุกคนอึ้งมาก แต่น้องรู้มั้ยคะเพื่อนพี่คนนี้ได้ทุนด้วยค่ะ ไปฟรี ฟรีทุกอย่าง 55555555555 เห็นมั้ยคะ อาจารย์ท่านแค่อยากให้เรากล้าแสดงออกแสดงความคิดเห็น
ในช่วงที่มีการสัมภาษณ์กลุ่ม ก็จะมีการเรียกออกไปสัมภาษณ์เดี่ยวด้วยค่ะ พี่ได้สัมภาษณ์ตอนช่วงบ่ายค่ะ ช่วงที่มีการทำกิจกรรมกลุ่ม การทำกิจกรรมกลุ่มก็จะแบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆ แล้วอาจารย์ก็ให้โจทย์มาว่า ถ้ากลุ่มเราเป็นตัวแทนนักเรียนไทยจะไปพรีเซนต์อะไรให้ชาวต่างชาติดู ! พี่ก็ช่วยเพื่อนแสดงความคิดเห็นว่าเราจะทำอะไร มีลำดับการทำอย่างไรบ้าง พี่ได้เป็นคนพูดแนะนำกลุ่มและเป็นคนปิดการแสดงกลุ่มค่ะ พยายามมีส่วนร่วมเข้าไว้ค่ะ นอกจากจะได้คะแนนแล้วยังสนุกมากๆ ด้วย : ) การแสดงกลุ่มนี้จะแสดงเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดค่ะ

ส่วนการสัมภาษณ์เดี่ยวนั้นตื่นเต้นมาก พี่โชคดีมากที่ได้อาจารย์สัมภาษณ์ท่านเดียวกับ
ปีแรกที่มาสัมภาษณ์ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเลยค่ะ การสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษค่ะ
แต่พี่ก็แอบพูดไทยไปบ้าง พอเข้าไปอาจารย์ก็ให้แนะนำตัวค่ะ ถามประวัติส่วนตัวเราทั่วไป ชอบเล่นกีฬาอะไร เล่นดนตรีเป็นมั้ย ทำไมถึงเลือกประเทศนี้ ทำไมถึงไม่เลือกอเมริกา พี่ตอบไปว่าพี่ชอบยุโรปค่ะ ชอบเมือง ชอบทุกอย่างที่เป็นยุโรป แถมยังได้ภาษา
ที่สามด้วย แล้วก็จะมีคำถามเรื่องผู้หญิงขายบริการทางเพศค่ะ อาจารย์ถามความคิดเห็นของเราในเรื่องนี้ แล้วถามว่าจะทำยังไงถ้าหากเค้ามองว่าประเทศเป็นประเทศแบบนั้น อ้อ !
แล้วก็เรื่องความเจริญก้าวหน้าของบ้านเราค่ะ ถามว่าจะทำยังไงถ้าเพื่อนถามว่าเราขี่ช้างไปเรียนใช่มั้ย ซึ่งคำถามนี้ก็เจอจริงๆ ตอนไปแลกเปลี่ยน 55555555555
พี่ก็เล่าประสบการณ์สัมภาษณ์เอเอฟเอสคร่าว ๆ พอสังเขป อยากให้น้องๆ ได้สัมผัสถึงความตื่นเต้นด้วยตัวเอง ฮ่าๆ : ) ที่สำคัญเป็นตัวของตัวเองให้มากๆ นะคะ ไม่ต้องเกร็งหรือ overreacting ค่ะ แล้วก็แสดงความคิดเห็น กล้าพูดกล้าคิด พี่ก็ขอให้น้องๆ ทุกคนโชคดีนะคะ สอบสัมภาษณ์ติด ได้ไปแลกเปลี่ยนประเทศที่อยากไป ขอให้เจอประสบการณ์ชีวิตสนุก
และน่าประทับใจกำลังรอเราอยู่ค่ะ สู้ๆ : ) : )
พี่เฌอแตม นักเรียนแลกเปลี่ยน AFS รุ่นที่ 50 ประเทศออสเตรีย

วันสอบสัมภาษณ์ AFS ไปที่โรงเรียนศึกษานารี จำได้ว่าเค้ามีแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ เพื่อทำกิจกรรม บางกลุ่มสอบสัมภาษณ์เดี่ยวก่อนในช่วงเช้า บางกลุ่มก็ทำกิจกรรมกลุ่มก่อนแล้วมาสัมภาษณ์เดี่ยวตอนบ่าย
ของแตมตอนเช้าทำกิจกรรมกลุ่ม ก็มีรุ่นพี่ AFS มาดูแล มาให้คะแนน ตอนเริ่มเค้าให้ทำแบบสอบถามคล้ายๆ จิตวิทยา เค้าให้โจทย์คำมา ให้ตอบอะไรก็ได้ที่เราคิดถึงเป็นสิ่งแรก
ลงไป จำได้ว่าเยอะมากแต่ใช้เวลานิดเดียว จากนั้นก็เป็นกิจกรรมที่รุ่นพี่เตรียมให้ ตอนแรกๆ พี่เค้าก็ให้ทำความรู้จักกันในกลุ่ม ชื่ออะไร มาจากโรงเรียนอะไร เลือกประเทศอะไร เพราะอะไร พอเริ่มรู้จักเพื่อนในกลุ่มแล้วความกดดันก็ลดลงเยอะเลย จากนั้น
ก็จะมีเกมให้เล่น จากนั้นก็เป็นโจทย์ให้ว่า เราจะจัดงานวัดให้ชาวต่างชาติดู เราจะทำอะไร
ให้แบ่งหน้าที่กันทำ ตอนนั้นแตมเพิ่งเรียนรำมาจากที่โรงเรียน เลยเสนอว่าแตมจะโชว์รำ ก็หาเพื่อนมาอีกสองสามคนแล้วก็สอนเค้ารำ เป็นรำง่ายๆ ช่วงเตรียมตัวก็จะมีรุ่นพี่เดินมาดู ให้คำปรึกษา แล้วก็ให้คะแนน ตอนนั้นช่วยอะไรได้ก็ทำเต็มที่เลย อยากให้เห็นว่าเรามีส่วนร่วมในกิจกรรม
ส่วนสัมภาษณ์เดี่ยวตอนบ่าย แตมได้คิวคนหลังๆ ตอนที่รอเพื่อนเข้าไปสัมภาษณ์ตื่นเต้นมาก แต่นั่งไปสักพัก คุยกับเพื่อนในกลุ่มจนเพลินไปหน่อย เลยไม่ค่อยตื่นเต้นเหมือนตอนแรก 5555 พอถึงคิวที่ต้องเข้าไปสัมภาษณ์ก็แอบตื่นเต้นเหมือนกัน เข้าไปถึงก็ยิ้ม แล้วก็ไหว้กรรมการ ของแตมกรรมการเป็นอาจารย์สามท่าน

พออาจารย์อนุญาตให้นั่ง อาจารย์ก็บอกเป็นภาษาอังกฤษให้แนะนำตัว แล้วก็ถามว่า
ที่ผ่านมาเคยร่วมกิจกรรมหรือมีเกียรติประวัติอะไรมาบ้าง ก็เล่าให้ท่านฟังไปจนหมด หลังจากคำถามนั้นอาจารย์ก็เริ่มคุยเป็นภาษาไทย ท่านเล่าให้ฟังว่าเป็นศิษย์เก่า AFSเหมือนกัน จากที่เกร็งๆ รู้สึกดีขึ้นเยอะมากเลย จำได้ว่าตอนนั้นยิ้มตลอดเวลา แล้วก็เจอคำถามยอดฮิต ทำไมถึงเลือกไปประเทศนี้ (ตอนนั้นเลือกออสเตรียเป็นอันดับแรก) ก็บอกไปว่าออสเตรียเป็นประเทศเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก เพราะคนไทยชอบเข้าใจว่า ... ออสเตรเลียกับออสเตรียเป็นประเทศเดียวกัน เลยอยากไปพิสูจน์ว่ามันคนละประเทศกันแล้วก็ชอบดนตรี อยากไปเรียน อยากได้ภาษาเยอรมัน อาจารย์เลยถามว่าแล้วถ้าไม่ได้เรียนดนตรีล่ะ แตมเลยบอกว่า ไม่เป็นไรค่ะ แค่ได้ไปที่ออสเตรียก็คุ้มมากๆ แล้ว ถึงไม่ได้ไปเรียนดนตรีแต่ก็คงได้เรียนรู้อะไรอีกมากมาย
แล้วก็เข้าคำถามเกี่ยวกับโฮสท์ ถ้าโฮสท์ให้เราทำงานบ้านจะทำได้มั้ย ก็ตอบว่าทำได้ค่ะ ไม่มีปัญหากับเรื่องงานบ้านอยู่แล้ว แล้วถ้าบ้านโฮสท์เล็กล่ะ จะอยู่ได้มั้ย ตอบแบบทันทีเลยว่าได้ค่ะ ถ้าเรากับโฮสท์เข้ากันได้ก็ไม่มีปัญหา คับที่อยู่ง่าย คับใจอยู่ยาก อาจารย์เลยถามต่อว่า ถ้ามีปัญหากับโฮสท์จะทำยังไง แตมก็บอกว่า จะลองแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อน ลองปรับความเข้าใจกับโฮสท์ คุยกันให้รู้เรื่อง ถ้าไม่ไหวจริงๆ ถึงจะปรึกษาผู้ใหญ่ เพราะไม่อยากทำให้ทุกคนไม่สบายใจ อาจารย์เลยบอกว่า คิดเหมือนอาจารย์เลย 5555

แล้วอาจารย์ก็ถามต่อว่า ไปที่นู่นใช้ภาษาเยอรมันนะ ถ้าสื่อสารไม่รู้เรื่องจะทำ
ยังไง ถ้าหลงทางจะทำยังไง ก็บอกไปว่า จะพยายามสื่อสารทุกภาษาที่เราสื่อสารได้
วาดรูป ภาษามือ เชื่อว่ายังไงก็ต้องสื่อสารกันจนได้ มาถึงคำถามสุดท้าย อาจารย์ถามว่า ถ้าเพื่อนชวนไปปาร์ตี้แล้วขอมีอะไรด้วยจะทำยังไง ตอนเจอคำถามนี้อึ้งไปแป๊บนึง ยิ้มแล้วตอบว่า บอกไปเลยว่า ไม่ค่ะ เราเป็นคนไทย เรามีวัฒนธรรมของเรา เรามีลิมิต เรามีขอบเขตของเรา เรารู้ว่าอะไรที่เราทำได้หรือทำไม่ได้ และหวังว่าเค้าจะเข้าใจว่าคำว่าไม่ของเรา
แปลว่าไม่จริงๆ พอเสร็จก็ไหว้อาจารย์ ยิ้มแล้วก็เดินออกมา ตอนนั้นยึดคติว่า สยามเมืองยิ้ม 5555
ถึงน้องๆ ว่าที่ครอบครัว AFS ทุกคนนะคะ หวังว่าประสบการณ์การสอบสัมภาษณ์ที่เล่ามา จะเป็นประโยชน์ให้กับใครหลายๆ คน เราอาจจะไม่ได้เจอคำถามที่เหมือนกัน หรืออาจไม่ได้เจอกิจกรรมเหมือนกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่อยากฝากไว้คือ ไม่ว่าจะเจออะไร ขอให้น้องทำให้ดีที่
สุด พยายามแสดงออกถึงศักยภาพที่เรามี มีดีก็ต้องโชว์ค่ะ ควรเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด อย่าฝืนนะ เพราะยิ่งฝืนมันจะยิ่งยาก ที่สำคัญต้องมีความเชื่อมั่น เชื่อในตัวเอง ถ้าเชื่อว่าเราทำได้ ก็ไม่มีอะไรยากเกินไปหรอกค่ะ สู้ๆนะคะ แล้วมาเป็นครอบครัว AFS ด้วยกัน :)
พี่ธี นักเรียนแลกเปลี่ยน AFS รุ่นที่ 51 ประเทศชิลี

ก่อนวันสอบสัมภาษณ์ ผมมีการเตรียมสคริปต์ภาษาอังกฤษไปอย่างดี แต่ไม่ได้ใช้เลยครับ ดังนั้นน้องๆ ไม่ต้องถึงกับเตรียมสคริปต์ไปก็ได้ พอมาถึงก็พบแบบทดสอบทางจิตวิทยา ที่ต้องรีบทำให้เสร็จ ทำส่งไปแบบงงๆ แล้วก็มีการทำกิจกรรมกลุ่ม เขาจะแบ่งกลุ่มเรากับเพื่อนๆ ซึ่งอาจจะมีทั้งเพื่อนโรงเรียนตัวเอง หรือโรงเรียนอื่นๆ พวกเราได้หัวข้อ Thai Night คือให้แสดงเหมือนว่าเราไปอยู่ต่างประเทศต้องเผยแพร่วัฒนธรรมไทย เราจะทำอย่างไร
พวกเราที่มาสอบสัมภาษณ์ก็จะต้องทำกิจกรรมนี้ ก็มีการประชุม ซึ่งเราก็ควรจะพูดหรือเสนออะไรไปบ้าง กรรมการจะได้เห็นว่าเราทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ :) และต้องมาแสดงให้กรรมการดู กลุ่มผมมีการแสดงรำมวย การละเล่นไทย โชว์ทำอาหาร (ที่ไม่ได้ทำจริงๆ)
รำไทย ซึ่งแม้ว่าเราอาจจะไม่ได้เป็นตัวเอก แต่อย่างน้อยก็ต้องมีส่วนร่วมในการแสดง
พอเสร็จ อาจารย์ที่คุมสอบก็ปล่อยเราไป
ช่วงพักกลางวัน จะมีพี่ที่เป็นนักเรียน AFS ศิษย์เก่า มาเล่าประสบการณ์ เเละเล่าสารพัดเรื่อง และที่สำคัญพี่ๆ เอเอฟเอสก็เป็นกรรมการคุมสอบเช่นกัน !
รอบบ่ายนี่สิ เครียดของจริง เพราะพวกเราจะถูกเรียกไปตามคิว ซึ่งหมายถึงเรียกไปสัมภาษณ์เดี่ยว ที่จะมีกรรมการคุมสอบ 3 คน (ครู+รุ่นพี่ AFS) ผมได้อยู่คิวเกือบท้ายๆ ซึ่งแน่นอน รู้สึกเครียดพอสมควร ที่เห็นเพื่อนๆ บางคิวกว่าจะเข้าไปและออกมา ยาวนานมาก แต่บางคิวถามแป๊บเดียวเพื่อนๆ ก็ออกมาแล้ว คนที่ออกมาเร็วๆ แน่นอน ไปเที่ยวต่อ แต่คนที่อยู่คิวท้ายๆ รอนานหลายชั่วโมง จนฝนตกลงมา แอร์หนาวมากจากที่ร้อนๆ !
สุดท้ายก็เป็นคิวผม กรรมการให้แนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ จากนั้นก็ถามเป็นภาษาไทย ตอนแรกก็เรื่องส่วนตัวก่อน กิจกรรม กีฬาที่ชอบ ดนตรี...ตามมาด้วย ทำไมถึงอยากไปประเทศนี้? พูดภาษา... เป็นไหม? พ่อแม่อนุญาตไหม? และสนับ
สนุนให้ไปหรือไม่? ถ้าไม่ได้ไปประเทศที่เลือก จะไปไหม? แล้วคุณจะไปเผยแพร่วัฒนธรรมไทยอย่างไร? ถ้าคุณมีปัญหากับโฮสต์จะทำอย่างไร?
เราก็ตอบไปตามที่เราได้ ไม่ควรโกหกจนเกินจริง แต่ก็ไม่ควรจะติดๆ ขัดๆ หรืออาย โชค
ดีที่กรรมการของผมไม่ดุเท่าไหร่ และถามคำถามที่ไม่ยากเกิน ต้องตอบให้บุคลิกดูดี อย่าเขินอายกกรมการถึงแม้หน้าจะดุบ้าง -*- บางทีเราอธิบายไม่ถูก เช่น วิธีการทำอาหาร ก็ใช้ภาษามือไปบ้างก็ได้ครับ
เอาล่ะค่ะ อ่านประสบการณ์สอบสัมภาษณ์ AFS ของรุ่นพี่ทั้ง 3 คนจบไปแล้ว อาจสรุปได้ว่า ในการสอบสัมภาษณ์ น้องๆ ควรจะ....
1. เป็นตัวของตัวเอง อย่าเฟค ตอบในสิ่งที่เป็นไปได้ อย่าตอบอะไรหรูเวอร์ กรรมการเค้าดูออกค่ะว่าเราเฟคหรือเปล่า
2. ตอนทำกิจกรรมกลุ่ม ควรมีส่วนร่วมให้มากที่สุด อย่าเหนียมอาย เราถูกจับตามองทุกวินาที ต้องแสดงออกเยอะๆ นะ แต่อย่าโอเวอร์แอคติ้งไป
3. ต้องสามารถแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเทศที่เราเลือกได้ เช่น ถ้าน้องเลือกไปแถวอเมริกาใต้ แต่ไม่รู้จักประเทศแถบนั้นเลย ไม่รู้ว่าใช้ภาษาอะไร ไม่รู้เลยว่าเมืองหลวงชื่ออะไร แบบนี้รอดยากค่ะ ศึกษาเกี่ยวกับประเทศที่ตัวเองเลือกไว้ให้ดีๆ นะ
4. ยิ้มแย้มแจ่มใส :) อันนี้ก็สำคัญค่ะ
22 ความคิดเห็น
อยากไปมาก ขอบคุณนะคะ ><
อีกแค่3วัน ตื่นเต้นจริงจัง
ซวยแท้ๆ ไม่รู้ว่าต้องมีสำเนาบัตรประชาชน(ไม่ได้อ่านเอง)
ขอบคุณค่า
สัมภาษณ์นี่ใช้ภาษาอังกฤษหมดเลยหรอค่ะ??
สอบข้อเขียนยังไม่ผ่านเลย ปีหน้าเอาใหม่
เราจะพยายามนะ อีก2ปี Fighting! !
ถ้าเค้าถามว่าจะเผยแพร่วัฒนธรรมไทยอย่างไร เราควรจะตอบว่ายังไงดีอ่ะ