กินอาหารทะเล อาจเป็นอัมพาตหรือถึงตายได้

งดกินอาการทะเล จากบางแสน เป็นอัมพาตหรือถึงตายได้

 แพลงก์ตอนกลุ่มคีโตเซอรอส เหตุน้ำทะเลบางแสนแดง


          สวัสดีจ้าน้องๆชาวเด็กดี วันนี้น้องคนไหนที่ชอบทานอาหารทะเลไม่ควรพลาดเพราะพี่นัทมีข้อมูลใหม่ล่าสุดจากศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช. มาฝากน้องๆกันจ้า ด้วยความปรารถนาดีจากพี่นัท


  นักวิชาการเผยปรากฏการน้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงที่บางแสน เกิดจากแพลงก์ตอนกลุ่ม คีโตเซอรอส (Chaetoceros spp.) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังไม่เคยมีรายงานการสร้างสารพิษมาก่อนพร้อมเตือนประชาชนกรณีปลา ปู กุ้ง หอย ตายจากปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี อาจไม่สามารถนำมาบริโภคได้ทุกครั้ง  ระบุต้องรอผลการวิเคราะห์ให้แน่ชัดก่อน เพราะแพลงก์ตอนบางชนิดสร้างสาร
  พิษได้จากกรณีข่าวน้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดงที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าวันที่  12 ตุลาคม บริเวณชายหาดบางแสน ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี จนเป็นเหตุให้สิ่งมีชีวิตตายลงจำนวนมากนั้น  ผศ.ดร.สมถวิล จริตควร ภาควิชาวาริชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา อธิบายว่า เป็นปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี หรือปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ (water discolouration หรือ red tide)เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากการเจริญเติบโตและเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว(บลูม หรือBloom)ของแพลงก์ตอนพืช เนื่องจากแพลงก์ตอนเหล่านี้ต่างก็มีสีในตัวเอง เมื่อเกิดการเจริญเติบโตจำนวนมาก จึงทำให้สีของน้ำทะเลเปลี่ยนไปตามสีของแพลงก์ตอนชนิดที่มีมากในขณะนั้น  เช่น สีแดงเกิดจากแพลงก์ตอนสกุลเซอราเตียม (Ceratium sp.)  สีส้มเกิดจากสกุลเพอริดิเนียม(Peridinium sp.)   หรือ สีเขียวเกิดจากสกุลนอคติลูกา ( Noctiluca sp.) เป็นต้น


คีโตเซอรอส (Chaetoceros spp.)                                   

            
                                                                           
" ทั้งนี้ผลการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลบางแสนมาวิเคราะห์พบว่า ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีน้ำ
  ตาลแดงครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการบลูมของแพลงก์ตอนกลุ่มคีโตเซอรอส (Chaetoceros spp.) ซึ่งเป็นสาหร่ายขนาดเล็กที่เซลล์มีรูปร่างเป็นทรงกระบอกต่อกันเป็นสายยาว โดยแต่ละเซลล์จะมีรยางค์ยื่นออกทางด้านข้างมุมละ 1 เส้น ( 1 เซลล์มีรยางค์ 4 เส้น)  เคลื่อนที่ไม่ได้ อาศัยล่องลอยไปตามกระแสน้ำ หากอยู่รวมกันจำนวนมากจะเห็นเป็นสีน้ำตาล หรือน้ำตาลแดง และยังไม่เคยมีรายงานว่าสร้างสารพิษ
   ส่วนสาเหตุการเกิดปรากฏการณน้ำทะเปลี่ยนสี คาดว่าเกิดจากช่วงนี้มีฝนตกหนักบ่อยครั้ง ทำให้เกิดการชะล้างเอาแร่ธาตุจากหน้าดินไหลลงสู่ทะเลจำนวนมาก กอปรกับน้ำทิ้งจากบ้านเรือนที่มีปริมาณธาตุอาหาร เช่น ไนโตรเจนและฟอสเฟตมากอยู่แล้ว จึงยิ่งเหมือนเติมปุ๋ยลงน้ำทะเล ขณะเดียวกันอุณหภูมิ ความเค็มของน้ำทะเล รวมถึงแสงแดดอยู่ในช่วงพอเหมาะจึงทำแพลงก์ตอนให้เกิดการสังเคราะห์แสงและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วปกคลุมผิวหน้าน้ำ  ดังนั้นเมื่อมีปริมาณแพลงก์ตอนมากก็ยิ่งทำให้มีการใช้ออกซิเจนในการหายใจมากตามไปด้วย  ออกซิเจนที่อยู่ในน้ำจึงลดลงอย่างรวดเร็วอีกทั้งเมื่อแพลงก์ตอนหนาแน่น เซลล์บางส่วนก็จะตาย แบคทีเรียจะย่อยสลายโดยต้องใช้ออกซิเจนอีกส่งผลทำให้น้ำเริ่มเน่า สิ่งมีชีวิตทั้งในน้ำ สัตว์หน้าดิน และสัตว์ที่ฝังตัวอยู่ตัวในดินเริ่มขาดอากาศหาย
  ใจและตายเป็นจำนวนมาก  ดังจะเห็นว่ามีทั้งปลา  ไส้เดือนดิน หอยทับทิม ปูเสฉวน หอยเสียบ  ปู  ม้า ปลาลิ้นหมา ขึ้นมาตายจำนวนมาก"


  ผศ.ดร.สมถวิล  กล่าวว่า ขณะที่เดินสำรวจพบชาวบ้านมาเก็บปู ปลาเพื่อนำไปประกอบอาหารจำนวนมาก จึงอยากเตือนว่าไม่สามารถทำได้เช่นนี้ทุกครั้งไป เพราะแม้ว่าการบลูมของแพลงก์ตอนกลุ่มคีโตเซอรอส ครั้งนี้จะไม่มีพิษ แต่ในน้ำทะเลมีแพลงก์ตอนมากกว่า 5,000 ชนิด ซึ่งชนิดที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีมีถึง 300 ชนิด และในจำนวนนั้นมีกว่า 40 ชนิดที่ผลิตสารพิษได้
  โดยสารพิษนี้จะเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ได้จากการที่สัตว์น้ำกินแพลงก์ตอนพืชกลุ่มนี้เข้าไป พิษจะถูกสะสมอยู่ในตัวของสัตว์ทะเล เช่น หอย โดยที่ไม่เกิดอันตราย แต่จะไปมีผลต่อผู้บริโภคแทน ทั้งนี้พิษบางชนิดรุนแรงถึงขึ้นเสียชีวิตได้  อาทิ พิษอัมพาตในหอย (paralytic shellfish poison,PSP) เกิดจากการบริโภคหอยสองฝา เช่น หอยแมลงภู่ และหอยนางรมที่กรองแพลงก์ตอนพืชบางชนิดของกลุ่มอเล็กซานเดรียม (Alexandrium sp.) หรือกลุ่มไพโรดิเนียม (Pyrodinium sp.)เป็นต้น  แพลงก์ตอนเหล่านี้จะสร้างสารพิษต่อระบบประสาท ที่สำคัญสารพิษนี้ละลายได้ในน้ำ และมีคุณสมบัติทนต่อความร้อนที่ใช้ในการปรุงอาหาร จึงไม่สามารถทำลายด้วยการหุงต้ม โดยผู้ที่ได้รับสารพิษจะมีอาการชาบริเวณปาก ลิ้น และปลายนิ้ว หายใจลำบาก กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต และอาจเสียชีวิตเนื่องจากการล้มเหลวของระบบหายใจ เป็นต้น
  ทั้งนี้ในเมืองไทยได้มีรายงานการเกิดน้ำแดงที่เป็นพิษอัมพาต(PSP) ครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคมพ.ศ.2526 โดยเกิดที่ปากแม่น้ำปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีผู้ป่วย 63 ราย และเสียชีวิต 1ราย เนื่องจากกินหอยแมลงภู่ที่จับมาจากบริเวณที่เกิดน้ำแดง ในปัจจุบันถึงแม้จะมีรายงานการเกิดน้ำแดงบ้างแต่ยังไม่มีรายงานความเป็นพิษเกิดขึ้นอีก แต่ก็ควรระมัดระวัง ดังนั้นทุกครั้งที่เกิดกรณีเช่นนี้จึงต้องรอให้มีการตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่าสาเหตุที่ปลาตายจำนวนมากเป็นเกิดจากอะไร เป็นกลุ่มแพลงก์ตอนที่มีพิษหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนเอง

   
          

น้องๆจะรับประทานอะไรก็ระมัดระวังหน่อยนะจ๊ะ เพราะพี่นัทว่า กินอะไรๆก็ไม่ค่อยปลอดภัยเลยเนอะ สารพิษเยอะไปหมดสงสัยอนาคตคงต้องกินอาหารเม็ดแคปซูลกันซะแล้วล่ะ
 
พี่นัทขอขอบคุณข้อมูลจากศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย ส่วนงานกลาง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  โทรศัพท์ 0-2564-7000ต่อ  1461 ,1462 โทรสาร  0-2564-7000 ต่อ 1482   e-mail : thaismc@nstda.or.th

 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

15 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
jade pin Member 15 พ.ย. 51 15:14 น. 4

หลังจากนี้ไปเราจะกินอะไรกัน
น้ำก็ต้องซื้อ
คงต้องกินอาหารเป็นแคปซูล
ที่ไร้รสชาติ

ซึ่งยอมไม่ได้T-TTTTTT

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
วิตามิน 15 พ.ย. 51 22:27 น. 9
ทุกวันนี้เราไม่ค่อยได้กินอาหารพวกนี้เลยอ่ะ
ตื่นมา กินขนมปัง กินน้ำผลไม้ กินยาเป็นแคปซูล (พวกวิตามินทั้งหลายนั้นแหละ)
ตอนกลางวัน ( กินข้าว + แคปซูล )
ตอนเย็น แคปซูล - -*


กินอยู่แบบนี้ จะเป็นอะไรไหมเนี้ย ยย!
0
กำลังโหลด
บัวตูม 15 พ.ย. 51 22:33 น. 10
กินไปเถอะค่ะ เกิดมาก็ต้องตายอยู่ดี ตอนมีชึวิตเราก็อยู่อย่างมีความสุขซิค่ะ กินให้สุข นอนให้สุข คิดให้สุขแล้วชีวิตเราจะคุ้มค่าค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
sun_spring Member 16 พ.ย. 51 12:24 น. 12
กินได้นะอาหารทะเลนะ แต่เขาแค่เตือนให้ระวังการกินอาหารทะเลในช่วงที่น้ำทะเลเปลี่ยนสีเอง ส่วนใหญ่มันก็จะเกิดช่วงน่าฝน(ที่รู้มานะ) ก็คือช่วงนี้ด้วย ส่วนช่วงสีน้ำปกติก็กินได้จ้า
0
กำลังโหลด
black and white Member 16 พ.ย. 51 18:14 น. 13
กินอาหารทะเล แล้วเป็นอัมพาตหรือถึงตายได้ มีได้ทั้ง 02 ประการเลยคือ

ถ้าอาหารทะเล ไม่ปลอดภัยอย่าซื้อมาโดยเด็ดขาด เพราะถ้ารับประทานอาหารทะเลมากเกินไปอาจทำให้เป็นอัมพาตหรือถึงตายได้ เพราะฉะนั้นต้องระวังให้ดีๆน่ะครับ

อาการ : มีอยู่หลายอย่างคือ อัมพาต หรือ เสียชีวิต ได้สำคัญมากที่สุดคือ อย่ากินอาหารทะเลมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้เป็นอัมพาตได้

วิธีการป้องกัน : ควรเลือกซื้ออาหารทะเลที่ปลอดภัยที่สุด และไม่มีสารพิษต่ออัมพาตได้ และข้อที่สำคัญควรจะเลือกซื้ออาหารทะเลที่คิดว่าปลอดภัยจะดีกว่าอาหารทะเลที่ไม่ปลอดภัยอีกแน่นอน 

ดังนั้น ... ควรจะเลือกซื้ออาหารทะเลที่ปลอดภัยที่สุดจะดีกว่าน่ะครับ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด