โรคที่น่ากลัวที่สุด ตอนนี้ !!

 

  โรคที่น่ากลัวที่สุด ตอนนี้ !!  
  ทำความรู้จัก เพื่อลดความเสี่ยงจากหวัดร้ายถึงตายกันเถอะ  
 

 

    ขวัญผวากันทั้งโลก หลังจากมีไข้หวัดหมู (ชื่อแรก) ที่ต่อมาเพิ่มความน่ากลัวกลายเป็น
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศเม็กซิโก ที่ตอนนี้ทำคนเสียชีวิตไปแล้ว 81 คน มีแนวโน้มว่าอาจเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก โดยเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ทั่วโลกแอบเสียวหลัง และจับตามองอย่าระมัดระวัง ตั้งระดับการเตือนภัยล่าสุดไว้ที่ 5 จาก 6 ระดับเลย
มาทำความรู้จักไว้ก่อน จะได้เข้าใจพื้นฐานของไข้หวัด และป้องกัน รักษาตัวให้ไม่ต้องเสี่ยง

 

  1. ควรหลีกเลี่ยงเข้าใกล้คนเป็นไข้หวัด หรือการใช้ชีวิตร่วมกันเกินไป อย่างเช่น รับประทานอาหารด้วยภาชนะเดียวกัน, ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน ฯลฯ ไม่ได้ให้ไปรังเกียจเพื่อนๆ ที่เป็นไข้หวัดนะครับ แต่เตือนเอาไว้ให้ระวัง เผื่อใครเผลอใช้ชีวิตปกติจนชิน ช่วงนี้ไม่ได้แล้วนะครับ รัวะงตัวเอาไว้ก่อนดีกว่า อ่อ พวกหนุ่มๆ ที่มั่นใจในความแข็งแรง ก็อย่าเสี่ยงนะครับ ไวรัสเป็นเรื่องภายในร่างกาย กล้ามใหญ่แค่ไหน ก็สามารถเป็นได้ครับ


  2. แม้เวลาไม่สบายจะเกิดอาการเบื่ออาหาร ไม่อยากกินอะไรเสียเลย แต่อาหารถือว่าสำคัญมากในการฟื้นไข้ เพราะร่างกายจะนำโปรตีนไปสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย บำรุงเม็ดเลือดขาวให้สู้ไวรัสกันเถอะ

  
  3. เป็นเวลาเป็นไข้หวัด เราจะตัวร้อนเพราะ ไม่ใช่เพราะเชื่อโรคที่ทำให้ตัวของเราร้อนโดยตรง แต่เมื่อร่างกายมีเชื้อโรคเข้าไปมากๆ ทำให้ร่างกายขับสารบางอย่างออกมา ซึ่งถ้าสารนี้มีมากๆ ตัวตัดอุณภูมิในร่างกายก็จะเกิดอาการรวน จนร่างกายมีอุณภูมิสูง แล้วตัวร้อนนั่นเอง


  4. ไวรัสโรคหวัด เป็นไวรัสที่แข็งแรงมาก สามารถอาศัยได้ทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่คุณมองอยู่นี่แหละ แม้แต่ผิวหนังของเราก็มีด้วย รอคอยเวลาที่ภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำ มันก็จะเข้ามาจัดการทันที


  5. วิตามินซีไม่ได้ช่วยรักษาโรคไข้หวัด เพราะการกินวิตามินซีเป็นเพียงการช่วยการป้องกันเท่านั้น ถ้าเป็นไข้หวัดแล้ว วิตามมินซีก็ไม่ทันแล้วล่ะ


  6.ไข้หวัดไม่มียารักษา เนื่องจากไวรัสของไข้หวัด แข็งแรงมาก ตอนนี้การรักษาทางการแพทย์ จะเป็นการฉีดวัคซีนป้องกัน
(ขณะนี้ยังไม่มี และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ผลิตใช้อยู่ในปัจจุบัน ไม่สามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ได้)

วิธีที่ดี และอุ่นใจที่สุดจากไวรัสโรคไข้หวัดคือ การป้องกันร่างกาย ไม่ให้ไวรัสนี้เข้ามาทำร้ายเราได้ ด้วยวิธีทำได้ง่าย เช่น

กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำสะอาด

ออกกำลังกาย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ต้านทานไข้หวัด



 หมั่นล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการไอ จาม


 อย่าอยู่ใกล้ผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดจนเกินไป


 

พักผ่อนให้เพียงพอ

 

 รู้แล้ว ป้องกัน ดูแล ให้ตัวเองพ้นจากโรคไข้หวัดกันเถอะ ชาว dek-d.com

 

 
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

54 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Mei_Mei Member 8 พ.ค. 52 11:56 น. 7
ตอนนี้อยู่เมกาอ่ะคะ กำลังจะกลับไทย ที่เมืองที่เราอยู่ตอนนี้เห็นว่าตรวจพบว่ามีผู้ติดเชื้อไข้หวัดนี้แน่ๆ แล้วสี่คนคะ (Huntsville, Alabama) โรงเรียนปิดไปสองวันเมื่อสัปดาห์ก่อนเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค สื่อหลายสื่อก็ออกมาโต้กัน บ้างก็ว่าทำเกินเหตุบ้างล่ะ บ้างก็เถียงกลับว่าทำเกินกว่าเหตุดีกว่าไม่ทำอะไรเลยแล้วปล่อยให้โรคแพร่กระจายออกไป อ่านบทความนี้แล้วเพิ่งรู้สึก เฮ้ย โรคนี้น่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอ (เพราะเห็นคนในคลาสกะอาจารย์ก็บอกว่า คนที่ตายส่วนใหญ่ก็พวกร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง แล้วก็ป่วยเป็นโรคอื่นอยู่ก่อนแล้ว เช่น ปอดบวม อะไรประมาณนี้...ไม่ก็คนสูงอายุ นี่ก็ฟังเค้าพูดกันมาอีกทีนะ ไม่แน่ใจ) แต่เท่าที่ได้ยินข่าวมา รู้สึกว่าในเมืองเราจะยังไม่มีคนตายนะ เพราะงั้นคิดในแง่ดี มันก็แค่ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดทุกปีแหละ (ที่เมกาฉีดวัคซีนกันไข้หวัดช่วงเวลานี้ของทุกปี เพราะเป็นช่วงที่ไข้หวัดระบาด แล้วมันก็เปลี่ยนสายพันธุ์ไปเรื่อยๆ ทุกปีอยู่แล้ว) เพราะฉะนั้นก็มองโลกในแง่ดีไว้ดีกว่าเนอะ แต่ได้ข่าวมาว่า (ขำๆ) เด็กสิบห้าคน(ไม่แน่ใจในจำนวน) จากเมกซิโกที่ไปแลกเปลี่ยนกลับมา มีรถตู้พิเศษมารับที่สนามบินเพื่อไปตรวจที่โรงพยาบาลกันเลยทีเดียว ให้แน่ใจว่าไม่ติดเชื้อมา แล้วเราที่มาจากอเมริกา ประเทศต้นกำเนิดไข้หวัดชนิดนี้ด้วย (เค้าว่ากันว่าที่จริงแล้วไข้หวัดนี้เกิดจากคนเมกซิโกที่มาอาศัยใน California นะ) จะโดนจับตัวไปตรวจด้วยรึเปล่าเนี่ย หวังว่าคงไม่นะ ฮ่าๆๆๆๆ
0
กำลังโหลด
RaMZa_M Member 8 พ.ค. 52 12:53 น. 8

เพิ่มเติมอีกนิดนึงครับ 
เรื่องยารักษาของโรคนี้
จริงๆยารักษาโรคนี้มีมานานแล้วนะครับ 
Oseltamivir ซึ่งคือยาตัวเดียวกับที่ใช้ยับยั้งอาการของไข้หวัดนก อยู่ในปัจจุบัน
หรือที่รู้จักในชื่อการค้าว่า Tamiflu
จะบอกว่า จริงๆแล้วไข้หวัดใหญ่ 2009 เนี่ยถ้าพูดถึงอัตราการเสียชีวิตจากโรคละก็
ยังต้อยกว่าไข้หวัดนก H5N1 อีกนะครับ
เพียงแต่ว่า ไขหวัดใหญ่ตัวนี้ที่เค้ากลัวกันก็เพราะว่ามันติดจากคนสู่คนได้ด้วย
ทำให้การแพร่ระบาดเป็นไปอย่างรวดเร็ว

แต่ที่น่ากลัวไปกว่านั้นไม่ใช่ตอนนี้ครับ
เป็นหลังจากนี้มากกว่า
เพราะว่าเนื่องด้วยอัตราการตายจากไวรัสตัวนี้ไม่สูงมากนัก ทำให้ผู้ติดเชื้อมีชีวิตอยู่ได้นาน(นานกว่าไข้หวัดนก)
ทำให้เชื้อมีเวลาในการ ขยายพันธฺและแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วด้วย
ซึ่งนี่แหละครับที่น่ากลัวมาก เพราะเมื่อมีโอกาสในการขยายพันธุ์มากเท่าไร
โอกาสที่มันจะเกิดการกลายพันธ์และกลายเป็นสายพันธุ์ที่ดื้อยาและมีความอันตรายสูงมากขึ้น ก็ยิ่งมีมากเท่านั้น
^^

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
LuvRyeoWookiiZ Member 8 พ.ค. 52 15:36 น. 13
ออกกำลังกายชนะทุกสิ่ง

เราเคยเป็นภูมิแพ้+ไซนัสอักเสบ

ตอนนี้หายเป็นปลิดทิ้งเลย ออกมาเต้น ออกมาเต้น 55+
0
กำลังโหลด
ขำๆ 8 พ.ค. 52 15:56 น. 14
แต่หนูว่าโรคที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้คือโรค 'ตื่นสาย' ค่ะ = =*

ยังไม่มียารักษาโรคนี้ที แล้วยิ่งใกล้เปิดเทอมเด็กยิ่งเป็นกันมาก

ถือเป็นโรคที่น่ากลัวที่สุดรองจากโรค 'ขี้เกียจ' เลย

อิๆๆๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
RaMZa_M Member 8 พ.ค. 52 17:38 น. 19
ตอบความคิดเห็นที่ 17 ครับ โรคนี้จริงๆแล้วไม่ได้ติดมากจากหมูนะครับ แต่ติดจากคนสู่คนครับ แต่ที่ตอนแรกเค้าเรียกหวัดหมูเพราะว่า sequence โปรตีนของตัวไวรัสมันใกล้เคียงกับหวัดหมู ที่มีอยู่แค่นั้นละครับ
0
กำลังโหลด
ผู้หยั่งรู้แห่งสิราชล Member 8 พ.ค. 52 18:20 น. 20
oนอนก็นอนไม่หลับ ไม่ชอบกินผัก ขี้เกียจออกกำลังกายอีกตังหาก จะรอดมั๊ยเนี่ยo
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด