หลังจากบทความเรื่อง
สปาร์ตัน อาชีพของพวกเราคือนักรบ
พี่ตินก็คิดว่ามันยังไม่พอ
สำหรับความชอบในเรื่อง 300 ของพี่ติน
พี่ตินก็เลยหาเรื่องราวเกี่ยวกับ
นครรัฐสปาร์ตา มาฝากน้องๆ กันอีก
เรียกว่าตอนนี้กำลังสปาร์ตาขึ้นสมองมากๆ
แหะๆ ^ ^”
เผลอๆ
อีกหน่อย จะมีนิยายเรื่องนักรบสปาร์ตาตามมาเสียนี่กระไร
เอาเป็นว่า
เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า
ก็คือว่าปัจจุบันเนี่ย
สปาร์ตาเป็นเมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของกรีซ
ตั้งอยู่บนคาบสมุทรชื่อว่า
เพลอปปอนเนซุส
เมื่ออดีต
เป็นเมืองที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการรบที่สำคัญมาก
และเป็นนครรัฐนักรบชั้นนำของกรีซในขณะนั้น
เมืองนี้มีความแข็งแกร่งด้านการทหารมาก
ในขณะที่นครรัฐอื่นๆ
ในขณะนั้น ประสบความสำเร็จในการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย
แต่ไม่ใช่สำหรับสปาร์ตา
ซึ่งเป็นนครรัฐโดดเดี่ยว ล้อมรอบด้วยภูเขา
ไม่มีเมืองท่าให้แลกเปลี่ยนสินค้ากับดินแดนอื่น
เรียกว่าเมื่อไม่ติดต่อกับใคร
ก็จะไม่มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
การปกครองของสปาร์ตาก็เลยเป็นกษัตริย์ต่อไป

ในสมัยก่อน
ชาวสปาร์ตาทุกคนจะต้องเป็นทหารของนครรัฐ
(เหมือนที่บอกว่าอาชีพของพวกเขาคือนักรบไงละ)
ทุกคนได้รับการฝึกฝนอบรมให้เป็นนักรบ
และถูกสอนให้อดทนกันตั้งแต่ยังเป็นเด็ก
เมื่อมีเด็กผู้ชายเกิดใหม่
จะต้องส่งไปให้ทหารตรวจสุขภาพทันที
ถ้าเด็กที่เกิดมาอ่อนแอ
พิการ หรือสุขภาพไม่ดี จะถูกเอาไปทิ้งให้ตาย
(ไปดูหนัง
มีฉากนี้ๆ น่ากลัวมากๆ ขอบอก)
คือโยนลงไปที่หน้าผาของภูเขา
Taygetos
และถ้าเด็กคนไหนแข็งแรงสุขภาพดี
มีทีท่าว่าจะเป็นนักรบที่ดีต่อไปในอนาคต
ทหารก็จะส่งกลับไปให้พ่อแม่เลี้ยงเป็นระยะเวลา
7
ปี
จากนั้น
เด็กผู้ชายคนนั้นก็ต้องถูกส่งให้ไปอยู่ในความดูแลของนครรัฐ
นครรัฐจะเป็นผู้ให้การศึกษา
สอนให้เด็กต่อสู้กับความยากลำบาก อดทน
ฝึกกันแบบทหาร
จนอายุครบ 20 ปี หนุ่มพวกนี้จึงจะได้รับอนุญาตให้แต่งงานได้
แต่แต่งแล้วก็ต้องกลับไป
ฝึกอยู่ในค่ายทหารต่อไปจนอายุครบ 30 ปี
จึงจะมีสิทธิ์เป็นพลเมืองที่แท้จริงของ
นครรัฐสปาร์ตา
แต่ถึงจะได้อยู่ในเมือง
แต่ก็ต้องเป็นทหารประเภท Stand
by จนอายุ 60 ปี
(โอ้ว
แก่ขนาดนั้น ยังต้องรบอีก)
ชาวสปาร์ตาเชื่อว่าการหลงละเมออยู่ในความสุข
ความสะดวกสบาย
ความมั่งคั่ง
และศิลปะวิทยาการ จะทำให้สูญเสียอำนาจในการเป็นรัฐผู้นำ
ทำให้สปาร์ตา
ไม่สนใจในการทำนุบำรุงศิลปะวิทยาการ เช่น นครรัฐเอเธนส์
ดังนั้น
นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้สปาร์ตาไม่ได้เป็นเมืองที่มีอำนาจยิ่งใหญ่เหมือนกรีซ
ทั้งที่จะว่าไปแล้ว
สปาร์ตาเป็นนครรัฐที่ยิ่งใหญ่ และมีความสามารถด้านการรบสูงมาก
(เห็นได้จากในหนัง)
และประชากรก็มีความเป็นหนึ่งเดียว สามัคคีกันสุดๆ
แต่อาจจะเป็นเพราะการเป็นมหาอำนาจ
ไม่อาจใช้ได้แต่เรื่องของการรบรา
แต่ต้องเน้นในเรื่องของศิลปวัฒนธรรมด้วยนั่นเอง
อตินเอง
38 ความคิดเห็น
ชายชาตินักรบ-*-
ว่าแต่ แต่งงานแล้วก็ยังต้องกลับไปรับใช้ชาติงี้
น่าสงสารภรรยาแย่เลย
อิอิ
เกี่ยวกับเรื่องหนัง ส่วนใหญ่เป็นการถ่ายทำในโรงถ่าย และใช้บลูสกรีนเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งการใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิค เบื้องหลังการถ่ายทำ The Buff King ที่รับบทโดย เจอร์ราด บัทเลอร์ชาวไอริช ต้องยกน้ำหนักหรือเข้ายิมเกือบตลอด เป็นคนอารมณ์ดีและเคยรับบท เป็น Phanthom ในหนัง Phamthom of the Opera ซึ่งดูหล่อกว่าตัวจริงมาก ถ้ารัก The King in 300 น่าจะติดตามดูหนังเรื่องนี้ด้วย เพราะ เขาร้องเพลง Opera ได้ไพเราะและได้อารมณ์มาก ทั้งที่ไม่มีพื้นฐานเหมือน นางเอก และ พระเอก( Chistine , Rauel)
โห! พี่ตินชักคลั่งสปาร์ตา
ป๋มก้อชอบอ่านะ
ตอนนี้กำลังศึกษาพวกMythology
พี่ติดแอดมาคุยด้วยได้ป่ะอ่า
ขออีกครั้ง
ดูเรื่อง300มาแล้วครับ ช่วงแรกจะรเป็นฉากซากกระดูกเด็กทารกที่ถูกโยนลงจากหน้าผากองมากมายและต่อไปจะเป็นการเติบโตมาพร้อมกับการฝึกที่โหดมากๆครับ หนังเรื่องผมไปดูคนเดียวตอนแรกก็รู้สึกกลัวนะ แต่เอาไปเอามา ชักจะมันส์และชื่นชมในความเก่งกาจของนักรบชาวสปาร์ตันแล้ว ไปกันเพียง300คน แต่สู้กับกองทัพของชาวเปอร์เซียหลายพันล้านคน แต่ก็มีชาวสปาตาทรยศโดยบอกแบบแผนการต่อสู้ ในที่สุดก็สู้จนวินาทีสุดท้าย ก็พ่ายแพ้ไป แต่กองทัพชาวเปอร์เซียก็เหลือเพียงแค่3หมื่นกว่า พอตอนหลังลูกน้องของแม่ทัพสปาตาถูกสั่งให้มาบอกชาวสปาตาเลยตั้งกองทัพมาสู้ประมาณ1หมื่นกว่าคน แต่ก็ยังน้อยกว่าชาวเปอเซียอยู่เพียงแค่1ใน3 (ขนาด3ร้อยคนไปสู้กับเป็นพันๆล้านยังเหลือแค่3หมื่นกว่าคน ชาวเปอเซียจะเหลือเร้อ)
เหตุที่ชาวสปาตันเก่งขนาดนี้คือ กองทัพไม่ได้เกี่ยวกับจำนวนคน ทหารของชาวเปอเซีย บ้างก็เป็นช่างต่างๆ บ้างก็เป็นทาส มีน้อยนักที่จะมีอาชีพเป็นนักรบ แต่ชาวสปาตาทั้งหมดมีอาชีพเป็นนักรบและได้รับการปลูกฝังในเรื่องรบมาเป็นพิเศษ และด้วยแบบแผนการต่อสู้ที่ดี ถึงแม้ว่าชาวเปอเซียจะมี่ไพร้พลเยอะจนเดินมาราวแผ่นดินไหวแต่ชาวสปาตาก็ไม่หวั่นไหวเพราะพวกเค้าคือ ชาวสปาตา
อันนี้หวังว่าโดมมี่คงไม่เล่าเวอร์ไปหน่อยนะ แหมชอบไปดูหนังและเอามาเม้าอย่างงี้แหละ
สุดยอดหนุงเรื่องนี้
อิ..อิ
ดีจัง
เดี๋ยวจะดูแบบเป็นสารคดีในทีวีด้วยแหละ
รักหวานแหวว
แฟนพันธ์แท้ : 12 , Rating :4.75