พืชสวนโลก...กลับมาอีกครั้ง

          สำหรับน้องๆ คนไหนที่อยากไปงานพืชสวนโลก แต่ก็ไม่มีเวลาว่างเสียที  จนหมดเขตช่วงวันงานที่เขาจัดแสดง  เลยอดไปเยี่ยมชมความงามของสวนสวย พืชงาม ดอกไม้ตระการตรา  ขนย้ายจากหลากหลายประเทศมาจัดแสดงและให้ความรู้ในงานนี้  ตอนนี้ไม่ต้องเสียดาย เสียใจอีกต่อไป เพราะตอนนี้เปิดให้ประชาชนแวะไปเยี่ยมชมได้แล้วจ๊ะ  งานนี้ คนรักดอกไม้และธรรมชาติ อย่างพี่ผึ้งไม่มีพลาดไปเก็บภาพบรรยากาศสวยๆ ของสถานที่จัดแสดงพืชสวนโลก มาให้น้องๆ ได้ชมกันจ๊ะ

 

หอคำหลวง สุดยอดไฮไลท์ที่สำคัญยังคงเปิดให้เข้าชม

       แม้งานพืชสวนโลกหรือ"มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549" ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พ.ย.49 -31 ม.ค.50 จะผ่านไปหลายเดือนแล้ว แต่ก็ยังมีหลายๆคนที่พลาดการไปเที่ยวชมงานนี้บ่นเสียดายอยู่ไม่น้อย
       
       นอกจากนี้หลายๆคนยังตั้งคำถามว่า สถานที่ที่ใช้จัดงานครั้งนี้ที่ได้ลงทุนจัดสวนและสร้างอาคาร สถาปัตยกรรม และประติมากรรมต่างๆไปมากมาย จะเอาไปทำอะไร รื้อทิ้ง?เก็บไว้? หรือนำไปทำอะไร?

พืชพรรณภายในเรือนร่มไม้ยังคงสวยงามน่าเที่ยวชม

       ในเรื่องนี้ อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้เปิดเผยหลังงานพืชสวนโลกว่า ในส่วนพื้นที่การจัดงานจะถูกแปรสภาพให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ในอนาคต ที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์วางแผนไว้ว่าจะนำพื้นที่การจัดงานดังกล่าว มาเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ เพื่อการศึกษางานวิจัย และ เป็นแหล่งพบปะกันในกลุ่มเกษตรกร
       
       โดยจะทำการปิดพื้นที่เพื่อปรับปรุง รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างชั่วคราวตามสัญญาออก ระหว่างนั้นจะทำการตกแต่งพื้นที่ส่วนต่างๆ รวมถึงสวนต่างประเทศที่ได้มีการส่งมอบให้ไทย โดยเฉพาะพืชชนิดต่างๆที่นำมาจัดแสดง เช่น ต้นปาล์มขวด มะพร้าวทะเล หรือ มะพร้าวแฝด ต้นสนดึกดำบรรพ์อายุกว่า 250 ล้านปี ฯลฯ จะไม่มีการรื้อถอนออกไปแต่อย่างใด

มองจากเนินราชพฤกษ์จะเห็นถึงบรรยากาศของสวนฯทั้งหมด

       จากวันสิ้นสุดงานมหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ระดับโลกที่ยังคงครุกรุ่นอยู่ในความทรงจำ มาวันนี้ทางกรมวิชาการเกษตร ในฐานะผู้ดูแลรับผิดชอบก็ได้เปิดสวนแห่งนี้ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมอีกครั้ง อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า "จากการปิดปรับปรุง มาวันนี้เราได้เปิดสวนแห่งนี้อีกครั้งเป็นการชั่วคราว เพื่อให้เป็นสถานที่เรียนรู้ทางการเกษตร ใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านการเกษตร วัฒนธรรมทางภาคเหนือ และใช้ในการจัดงานต่างๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชน"
       
       ทั้งนี้พื้นที่พืชสวนโลกได้ฤกษ์เปิดอีกครั้งเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2550 ที่ผ่านมา โดยได้ใช้ชื่อว่า"สวนเฉลิมพระเกียรติฯราชพฤกษ์ 2549" ไปก่อน ส่วนการเปิดแบบถาวรนั้น อธิบดีกรมวิชาการเกษตรบอกว่า จะพยายามเปิดให้ทันวันที่ 5 ธันวาคม 2550 นี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในปีมหามงคลเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา

 

ต้นไม้ยังคงถูกดูแลอย่างเขียวชอุ่มตลอดตั้งแต่ปากทางเข้า

       ในส่วนของสวนเฉลิมพระเกียรติราชพฤกษ์ 49 ใหม่นี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรเปิดเผยว่า "โครงสร้างหลักๆเหมือนเดิมเกือบ 100 % ต้นไม้เดิมได้ตายไปเพียงบางส่วน แต่อาจจะเปลี่ยนไม้ดอกไปเป็นไม้ใบเพื่อการดูแลรักษาที่ง่ายขึ้น จะมีบางจุดเท่านั้นที่จะลงไม้ดอกให้เป็นมุมถ่ายรูปที่สวยงามเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว สำหรับหอคำหลวงก็ยังคงเหมือนเดิมเกือบทั้งหมด แต่จะนำไม้ใบไปแทนที่ไม้ดอก ด้านลานใบพัด เรือนร่มไม้ ก๊าซเฮาส์ เรือนพืชไร้ดิน โดมไม้เขตร้อนชื้น ไม้ในวรรณคดี ไม้หอม ไม้น้ำ ก็ยังคงมีอยู่"
       
       ทั้งนี้ในส่วนที่ต้องปรับปรุงค่อนข้างเยอะก็คือ "สวนเฉลิมพระเกียรติ" ที่แยกย่อยออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ สวนองค์กรเฉลิมพระเกียรติฯ และสวนนานาชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ ด้าน "สวนองค์กรเฉลิมพระเกียรติฯ" ซึ่งเป็นส่วนที่ทางองค์กรต่างๆได้มาจัดแสดงภายใต้แนวคิดการจัดสวนด้วยการนำทฤษฎีการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาจัดทำ ต้องปรับปรุงมากเนื่องจากบางองค์กรได้เอาของที่มาจัดแสดงคืน

สวนเบลเยี่ยมหนึ่งในสวนนานาชาติฯ

       ด้าน "สวนนานาชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ" ซึ่งเป็นพื้นที่การจัดแสดงสวนจากประเทศต่างๆ 33 ประเทศ จาก 5 ทวีปทั่วโลกคือ เอเชีย ยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และทวีปอเมริกา แม้ทางประเทศต่างๆที่มาจัดแสดงจะมอบสวนให้กับทางผู้จัดงานทั้งหมด แต่ก็ยังต้องปรับปรุงในหลายๆส่วน แต่เมื่อเทียบกับสวนองค์กรแล้ว สวนนานาชาติปรับปรุงน้อยกว่า
       
       สำหรับจุดที่เปิดให้ชมในการเปิดสวนฯชั่วคราวนั้น ขณะนี้ได้เปิดในส่วน "พื้นที่ชมงานภายในอาคาร" ได้แก่ เรือนร่มไม้ โดมไม้เขตร้อนชื้น อาคารพืชทะเลทราย อาคารพืชไร้ดิน อาคารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และอาคารแสดงความมหัศจรรย์ชา และใน "พื้นที่ชมงานภายนอกอาคาร" ได้แก่ ไม้ชุ่มน้ำ สวนบัว ไม้ประจำจังหวัด ไม้มงคลและไม้พุทธประวัติ ไม้ตัด และอาคารหอประวัติพืชสวนไทย

สวนภูฎานยังคงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเหมือนเดิม

       นอกจากนี้ "หอคำหลวง"สถานที่ไฮไลท์ ที่ปลูกสร้างด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนาที่อ่อนช้อนงดงามบนเนินดิน ตัวอาคารเป็นครึ่งไม้ครึ่งตึก ชั้นบนตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังภาพวาดพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ชั้นล่างแสดงนิทรรศการศิลปกรรมเฉลิมพระเกียรติ แม้จะมีการปรับปรุงบ้างบางส่วน แต่ก็ยังเปิดให้เข้าชมได้เป็นปกติ
       
       และในส่วนของสวนที่ยังปิดเพื่อรอการปรับปรุงก็คือ สวนองค์กรเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารพืชไม้เมืองหนาว ซึ่งคาดว่าจะเปิดในช่วงฤดูหนาว และสวนนานาชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ คาดว่าหากสวนนานาชาติฯเปิดแล้วจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวชมได้เป็นจำนวนมาก

ยังคงอยู่สำหรับปาล์มขวดต้นไม้ดาวเด่นของงานพืชสวนโลก

       อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ยังได้เผยถึงความคืบหน้าว่า "ขณะนี้อยู่ในระหว่างรอรัฐบาลอนุมัติงบประมาณสำหรับปรับปรุงประมาณ 30 กว่าล้านบาท โดยระยะแรกกรมวิชาการเกษตรจะเข้าไปบริหารในรูปของคณะกรรมการบริหารชั่วคราว หลังจากนั้นจะก่อตั้งมูลนิธิเพื่อดำเนินงาน คาดว่าหากเปิดสวนฯ แล้วจะต้องใช้เงินในการดูแลรักษาประมาณวันละ 2 หมื่นบาท ดังนั้นหากปรับปรุงทั้งหมดเรียบร้อยและเปิดอย่างถาวรแล้ว จึงจำเป็นต้องจัดเก็บค่าผ่านประตูเพื่อเป็นเงินทุนในการดูแลรักษาต่อไป"
       
      

 * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 


       
       
"สวนเฉลิมพระเกียรติฯราชพฤกษ์2549" ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้เป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2550 เป็นต้นไป โดยเปิดบริการทุกวัน ไม่เสียค่าใช้จ่าย(เฉพาะในขณะนี้) ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ภายใต้เงื่อนไขว่า ผู้เข้าชมต้องเข้าชมเป็นหมู่คณะ และจะต้องแจ้งให้ทราบเป็นการล่วงหน้าก่อน เพื่อที่จะได้จัดวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในจุดต่างๆที่เปิดให้ชม สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0-5311-4110 – 5 , 0-5311-4117

            รู้อยากนี้แล้ว น้องๆ เตรียมตัวเป็นเงินไปเที่ยวเชียงใหม่ตอนปลายปีกันเถอะจ๊ะ เพราะนอกจากน้องๆ จะได้ชมพันธุ์ไม้หลากหลาย ดอกไม้สารพัดสีสรรแล้ว  น้องๆ ยังสามารถแวะไปเยี่ยมน้องหมีแพนด้าจากประเทศจีน และน้องหมีโคล่า จากประเทศออสเตรเลียได้ด้วย  แต่ถ้าใครอยากเข้าชมฟรีๆ แบบไม่ต้องเสียตังค์  ก็ลองเสนอโรงเรียนจัดทัศนศึกษานอกสถานที่ไปเยี่ยมชมพืชสวนโลกดูนะ ได้ผลอย่างไรก็มาบอกพี่ผึ้งด้วยนะจ๊ะ อิอิ 

 

 

พี่ผึ้ง : ขอขอบคุณข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

3 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด