สายตาสั้นนั่งหน้าจอเล่นคอมนาน ๆๆ ระวังเป็นต้อหิน ร้ายแรงนะเนี่ย !!

         

         น้องๆ คนไหนที่รู้ตัวว่าสายตาสั้น แล้วชอบนั่งเล่น หรือทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ด้วยแล้วล่ะก็ ระวังอาจเป็นต้อหินได้นะ  วันนี้...พี่ผึ้งก็เลยนำเกร็ดความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน...ด้วยน๊า

             การใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างหนักหรือใช้อย่างผิดวิธีสามารถทำร้ายดวงตาของคุณได้ เพราะการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันนานๆเป็นการสร้างความเครียดให้แก่ดวงตาทำให้ปวดศีรษะ คอ หลัง และทำให้สายตาที่มีปัญหาอยู่แล้วแย่ลงไปจากเดิม 

        ทั้งนี้จักษุแพทย์แนะนำให้นั่งห่างจากหน้าคอมพิวเตอร์สุดช่วงความยาวแขน (การนั่งใกล้หน้าจอเกินไปจะทำให้ตาทำงานหนักขึ้น) และพยายามพักสายตาให้บ่อยที่สุด คือ อย่างน้อย 20 วินาทีทุกๆ 15-20 นาที ด้วยการทอดสายตามองออกไปไกลๆ เพื่อที่ว่ากล้ามเนื้อตาจะได้พักผ่อนบ้าง

        ใช้คอมพิวเตอร์นานๆ ระวังเป็นต้อหิน!

        การใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อหิน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคเกี่ยวกับดวงตาที่ทำลายเส้นประสาทตา และส่งผลให้ตาบอดได้ในที่สุด

        ดร. มาซากิ ตาเตมิชิ แห่งโรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยโตโฮของญี่ปุ่น กล่าวว่า..นอกจากการสูบบุหรี่ และโรคความดันโลหิตสูงแล้ว การนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นโรคสายตาสั้นได้เหมือนกัน สำหรับคนที่มีสายตาสั้นอยู่แล้ว ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติของประสาทตาเพิ่มมากขึ้น แล้วอาจจะส่งผลให้เป็นโรคต้อหินได้

        คณะวิจัยของ ดร. มาซากิ ตาเตมิชิ ได้ทดลองทำแบบสอบถามกับพนักงานที่นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ พบผู้มีปัญหาในเรื่องสายตาอยู่ 5% และหลังจากทำการตรวจสายตาอย่างละเอียดพบว่า มีผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นต้อหินอยู่ 1 ใน 3 จึงสันนิษฐานได้ว่าผู้ที่มีสายตาสั้นแล้วต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ เป็นเวลาติดต่อกัน อาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อหินได้

 

        นอกจากนี้แล้วยังมีผลงานของจักษุแพทย์ชาวญี่ปุ่นคณะหนึ่งได้ศึกษาภาวะต้อหินในชาวญี่ปุ่นในวัยทำงานอายุ 40 ปีขึ้นไปที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำจำนวนหมื่นกว่าคนพบว่า  เป็นต้อหินถึงหนึ่งร้อยหกสิบคน หรือโดยอัตราส่วนเป็นร้อยละหนึ่งจุดหก ในรายงานนั้นดูเหมือนว่าจะสรุปว่าต้องเป็นผู้ทำงานโดยใช้คอมพิวเตอร์หลายปี และใช้งานวันละหลายชั่วโมง โดยเฉพาะผู้นั้นมีสายตาสั้นร่วมด้วย ยิ่งมีโอกาสเป็นต้อหินมากขึ้นด้วย 

 

 

        ต้อหิน  เป็นโรคที่มีการทำลายประสาทตาอย่างช้าๆ โดยผู้ที่เป็นมักมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือความดันในตาสูง ทำให้ลูกตาแข็งกว่าปกติอันเป็นที่มาอันเป็นที่มาของชื่อที่ว่า “ต้อหิน” นอกจากดวงตาจะแข็งเหมือนหินแล้ว ยังเป็นโรคที่การรักษาค่อนข้างจะยุ่งยากหรือค่อนข้างหินตามภาษาชาวบ้าน

หากรักษาไม่ได้ตาจะบอดเกือบทุกราย

       ซ้ำร้ายต้อหินบางชนิด นอกจากทำให้ตาบอดแล้วยังเจ็บปวดอีก คือแม้ตาไม่เห็นแล้วเจ้าตัวยังมีอาการเจ็บปวดทุกข์ทรมานจนบางคนยอมให้แพทย์เอาตาออกเพื่อระงับความเจ็บปวด 


 

 
การมองเห็นของคนปกติ

 

การมองเห็นของคนเป็นต้อหิน

 

ต้อหินมีด้วยกัน 3 ชนิด

ชนิดแรก เป็นต้อหินโดยไม่ทราบสาเหตุพบมากที่สุด

ชนิดที่สอง เป็นต้อหินเนื่องจากมีโรคอื่นอยู่ก่อนแล้วเกิดแทรกซ้อนด้วยโรคต้อหินตามหลังพบรองลงมา

และชนิดที่สาม พบน้อยที่สุดเป็นต้อหินในเด็กมาแต่กำเนิด คือเป็นโรคต้อหินตั้งแต่อยู่ในครรภ์เลยทีเดียว เกิดเนื่องจากการกำเนิดลูกตาระหว่างที่เป็นตัวอ่อนในครรภ์มีความผิดปกติ ทำให้น้ำภายในลูกตาไหลเวียนไม่สะดวก มีน้ำคั่งในลูกตาทำให้ความดันตาสูงขึ้น 
 
 


       ต้อหินที่สำคัญเป็นต้อหินชนิดแรกที่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าเหตุใดจึงเกิดกับคนๆ นั้นในขณะที่ผู้อื่นไม่เป็นกัน
ต้อหินชนิดนี้เป็นโรคสำคัญที่ทำให้ประชากรของโลกตาบอด รองลงมาจากต้อกระจก ต้อหินชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุนี้ยังแบ่งออกได้ 2 ลักษณะตามอาหารแสดงที่มาพบแพทย์ เรียกกันว่า “ต้อหินมุมเปิดหรือต้อหินเรื้อรัง” และ “ต้อหินมุมปิดซึ่งมักจะเรียกกันว่าต้อหินเฉียบพลัน”  


  
สำหรับต้อหินเฉียบพลันนั้นคนที่เป็นมักมีอาการอย่างกะทันหัน  
โดยมีอาการ

• ปวดตา
• ปวดศีรษะ
• ตาแดง
• และตามัวอย่างฉับพลัน

       จึงไม่ค่อยมีปัญหาในการมาพบแพทย์นัก เนื่องจากมักจะทนไม่ไหวกับอาการเจ็บปวด ส่วนต้อหินเรื้อรังค่อนข้างจะเป็นปัญหาในบ้านเรา เพราะว่าเป็นต้อหินที่ค่อยเป็นค่อยไปไม่เจ็บปวด

       อีกทั้งตาไม่แดงแต่สายตาจะมัวลงอย่างช้าๆ กว่าเจ้าตัวจะรู้ก็เกือบจะบอดแล้ว เป็นต้อหินที่สัมพันธ์กับการใช้คอมพิวเตอร์ที่เป็นข่าวอยู่ขณะนี้ 
  


 
 
           ต้อหินมุมเปิดหรือต้อหินเรื้อรัง แม้
เราไม่รู้สาเหตุของการเกิดอย่างแท้จริง แต่ก็ได้พยายามศึกษาถึงลักษณะของโรค พยายามแก้ไขไม่ให้ผู้ที่เป็นต้อตาบอด สิ่งที่เราทราบก็คือต้อหินชนิดนี้มักพบในคนสูงอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป มักพบในผู้ที่เป็นเบาหวาน  ผู้ที่เป็นโรคของต่อมไทรอยด์   ผู้ที่มีประวัติในครอบครัวที่เป็นโรคนี้ ผู้ที่นอกกรนมากจนหยุดการหายใจ (sleep apnea) ความดันโลหิตสูง และผู้ที่มีสายตาสั้น 

        จนบางคนอาจกล่าวว่า  ยีนส์ของการถ่ายทอดโรคทางกรรมพันธุ์ของต้อหิน เบาหวาน และสายตาสั้นคงจะอยู่ชิดกันมาก จึงพบโรคทั้ง 3 ในคนเดียวกันเสมอๆ  
 
        ต้อหินมุมเปิดหรือต้อหินเรื้อรังนี้
สัมพันธ์กับการใช้คอมพิวเตอร์จากการศึกษาของแพทย์ชาวญี่ปุ่นอย่างไร ตามที่กล่าวแล้วว่าต้อหินชนิดนี้พบในคนสูงอายุ การศึกษานี้ก็ตรวจเฉพาะคนสูงอายุเช่นเดียวกันมีการศึกษาของหลายประเทศตามอุบัติการณ์ของต้อหินชนิดนี้ได้ 1-2% อยู่ในตัวเลขที่ใกล้เคียงกัน

 

 

         ชาวญี่ปุ่นมีอุบัติการณ์สายตาสั้นค่อนข้างมาก จึงน่าเชื่อว่าชาวญี่ปุ่นที่นำมาศึกษาน่าจะมีสายตาสั้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงอันหนึ่งของการเป็นต้อหิน  
 
         ส่วนอีกประการหนึ่ง
การที่สายตาสั้นแม้จะยังพิสูจน์ไม่ได้ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่เชื่อกันว่าผู้ที่ใช้สายตาเพ่งมองใกล้มาก พวกหนอนหนังสือ ผู้ที่มีไอคิวสูงมักจะมีสายตาสั้น ทั้งหมดจึงอาจเกี่ยวพันกันเป็นลูกโซ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่รู้กันมานานแล้ว

 

         การศึกษาของจักษุแพทย์ชาวญี่ปุ่นนี้จึงเน้นย้ำให้สิ่งที่รู้กันมานานแล้ว และเน้นย้ำให้ประชาชนระวังถึงโอกาสการเป็นต้อหิน ซึ่งอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้คอมพิวเตอร์โดยตรงที่ยังพิสูจน์ไม่ได้แน่ชัดในปัจจุบัน ภาษิตโบราณว่าถ้าจิ้งจกทักเรายังต้องระวัง

         ในกรณีนี้แนะนำให้  ใช้คอมพิวเตอร์ในระยะที่เหมาะสม แม้จะไม่ได้ป้องกันโรคต้อหินแต่ก็ทำให้ไม่มีภาวะสายตาเมื่อยล้า ตาแห้งจากการใช้คอมพิวเตอร์มากไป 
 
  
 


 
          อย่างไรก็ตามเราคงไม่ต้องตื่นกลัว 
การเป็นต้อหินจากการใช้คอมพิวเตอร์ตามข่าวนี้ แต่ก็ไม่ควรเพิกเฉยกับโรคนี้ ด้วยอุบัติการณ์ที่พบได้ 1-2% ในคนสูงอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยไม่มีอาการอะไรนำมาก่อน จึงควรได้รับการตรวจตาอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อที่ว่าหากพบโรคนี้ในระยะแรก การรักษาในระยะแรกจะทำให้คุณมีโอกาสสูญเสียสายตาน้อยที่สุด 
 
         และยิ่งถ้าคุณมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อีก 
เช่น เป็นโรคเบาหวาน มีความดันโลหิตสูง มีโรคหลอดเลือด มีภาวะสายตาสั้น มีประวัติโรคต้อหินในครอบครัว คุณควรต้องเฝ้าระวังโดยการตรวจหาภาวะต้อหินอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเรื่องการใช้คอมพิวเตอร์คงหลีกเลี่ยงไม่ได้

         ในโลกของข้อมูลข่าวสารปัจจุบันควรใช้คอมพิวเตอร์ครั้งละ 2 ชั่วโมง พักสายตาไปทำงานอื่น 15 นาที แล้วกลับมาทำใหม่ การจัดระบบของโต๊ะคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมทำให้คุณสบายตา ไม่เมื่อยล้า และอาจจะชะลอมิให้คุณมีสายตาที่สั้นเพิ่มขึ้น ลดปัจจัยของการเป็นต้อหินก็เป็นได้ 
 

 

 ปกป้องสายตาเมื่อต้องใช้คอมพิวเตอร์

 

            - พักสายตาจากหน้าคอมพิวเตอร์เป็นระยะๆ

            - ระยะห่างระหว่างสายตากับหน้าจอคอมพิวเตอร์ ควรอยู่ที่ 2 ฟุต หรือ 60 เซนติเมตรโดยประมาณ การนั่งใกล้หน้าจอเกินไปจะทำให้สายตาตึงเครียด

            - ปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาและนั่งหลังตรงขณะใช้งาน

 

นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นประจำและมีปัญหาสายตาสั้นหรือยาวอยู่แล้วความเสี่ยงที่จะลานสายตาผิดปกติจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นและพัฒนาเป็นต้อหินในที่สุด

         รู้อย่างนี้แล้ว พี่ผึ้งเองก็ต้องระวังตัวเช่นเดียวกัน  เพราะนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ตลอด แถมสายตาสั้นด้วย ...น่ากลัวจริงอะ  น้องๆ ก็อย่าลืมหันไปปรับเก้าอี้นั่งให้ห่างจากหน้าจอสักประมาณ 1 ช่วงแขนเหมือนกันนะ เพื่อเป็นการถนอมสายตาของเราให้ใช้งานได้ดีไปอีกนานกันด้วยจ๊ะ และหากน้องมีเพื่อน หรือคนรู้จักที่ชอบเล่นคอมนานๆ อย่าลืมเตือนเขาด้วนะ  เทคแคร์.........จ๊ะ

 

 

พี่ผึ้ง : ขอขอบคุณข้อมูลจาก loei.m-society.go.th  , เดลินิวส์ และ คม ชัด ลึก  และภาพประกอบจาก Internet

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

38 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
นาสมิ Member 20 พ.ย. 50 19:14 น. 2

เริ่มจะกลัวขึ้นมาซะแล้วเรา
เด๋วต้องไปบอกเพื่อนๆ ก่อน
เพื่อนเราเล่นคอมตั้งแต่เที่ยงยันเที่บงคืน
แต่เห็นมีคนบอกมาว่า........
ถ้าเป็นจอแบบจอแบนมันจะไม่มีรังสี
เลยคิดว่าถ้าใช้จอแบนอาจไม่สายตาสั้น
แต่เราก็ไม่แน่ใจเลยใช้ไม่กี่ชั่วโมง
แต่ก็ขอให้เพื่อนๆ ระวังด้วยนะค่ะ เด๋วจะสายตาสั้น

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ไอเซอาห์ Member 22 พ.ย. 50 18:33 น. 9
ง่าส์  เราสายตาสั้นอยู่แล้วซะด้วย  สยองๆๆๆๆๆ  แถมเล่นมันเที่ยงวันยันเที่ยงคืนยันเที่ยงวันอีกวันนึง  โอ้จอร์จ  ต้องเล่นน้อยลงแล้วสิเนี่ยสั้นตั้งเกือบ400แน่เราน่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
cheery.g-girl Member 23 พ.ย. 50 00:30 น. 15
หมอบอกว่าเรามีสิทธิ์เป็นต้อหินอ่ะ ถ้ายังไม่ยอมใส่แว่นตา (แถมตายังสั้นข้าง ปกติข้างอีกต่างหากช้านนน... T^T)
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
555+ 23 พ.ย. 50 09:51 น. 18
กลัวอ่ะ เล่นเกมทุกวันเลย แต่ถ้าไปเรียนจาเล่นวันละ2-2ชั่วโมงครึ่ง แต่ถ้าวันอาทิดอ่ะ เล่นทั้งวันเลยค่ะ น่ากลัวมากเลยอ่า
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด