Sample Lab! แหล่งรวม "สินค้าตัวอย่าง"

 

 

ใครที่ชื่นชอบของใช้ไฮเทค..ชอบประเดิมเป็นรายแรก

เวลามีสินค้าตัวอย่างให้ทดลองใช้เมื่อไร...เป็นไม่พลาดล่ะก็

เตรียมเปิดตาให้กว้างๆ เพราะเที่ยวนี้ พี่ผึ้ง จะพาไป

"Sample Lab! ... ห้องทดลองสินค้าตัวอย่างสไตล์ Japan"

ขอบอกว่าสินค้าตัวอย่างเยอะมากๆ 

 

 

 

ด้วยกระแสธารของสินค้าใหม่ในญี่ปุ่นที่หลั่งไหลออกสู่ท้องตลาดอย่างต่อเนื่องไม่เว้นแต่ละสัปดาห์ ในแง่ผู้ใช้แล้วคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะติดตามนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ครบทุกความเคลื่อนไหว แต่จากนี้ไปการอัพเดตข้อมูลแบบก้าวต่อก้าวจะกลายเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งขึ้น ที่ Sample Lab! แหล่งรวม "สินค้าตัวอย่าง" ที่ทำให้ของแจก กลายเป็นของมีมูลค่า ดึงดูดผู้คนเข้าแถวรอชม ไม่ต่ำกว่า 2-3 ชั่วโมง ผู้ชมเหล่านี้ยังเป็นฐานข้อมูลชั้นดี ให้กับสินค้าแห่งอนาคต

ญี่ปุ่น ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งที่มีสินค้าออกใหม่มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก การจัดงานเปิดตัวสินค้าให้ผู้บริโภครับรู้ข้อมูลข่าวสารของผลิตภัณฑ์ และได้กลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับสินค้าจึงเป็นเรื่องจำเป็น แต่การจัดงานก็อาจไม่คุ้มค่านัก หากมีบ่อยเกินไป และไม่สอดคล้องกับลูกค้า ที่ต้องเจียดเวลาไปเดินชมงานในวันธรรมดา

แม้จะเลี่ยงมาเปิดตัวสินค้าในช่วงวันหยุด เพื่อให้ผู้ที่ไม่สามารถปลีกธุระประจำวันไปเดินชมงานในวันธรรมดาได้ ก็ต้องคิดถึงปัจจัยเรื่องของเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปยังสถานที่จัดงาน ซึ่งมักเป็นศูนย์ประชุมตั้งอยู่อยู่รอบนอกเมือง และถ้าอีเวนต์ ไม่สามารถดึงดูดผู้เข้าชมงานไม่มากนัก และมีผู้เข้าชมงานไม่มากพอ ก็อาจส่งผลกระทบในเรื่องความคุ้มทุน

 

 

บนชั้น 3 ของอาคารสถาปัตยกรรมทรงภูเขาน้ำแข็งสมชื่อ Iceberg ในย่าน Harajuku นี้

เป็นที่ตั้งของ Sample Lab!

 

ความพยายามที่จะอุดข้อจำกัดเหล่านี้จึงเป็นที่มาของ "Sample Lab!" ที่ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นแม่แบบของ Next Generation สำหรับการจัดแสดงและนำเสนอสินค้าล่าสุดในญี่ปุ่น โดยเน้นสินค้าในหมวดของอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และเครื่องไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความงาม ซึ่งเป็นสินค้าที่มีการเปิดตัวมากที่สุด

ในอีกด้านหนึ่งก็สามารถตอบสนองผู้บริโภคในการติดตามนวัตกรรมใหม่ของสินค้า ท่ามกลางกระแสธารของสินค้าใหม่ในญี่ปุ่นที่หลั่งไหลออกสู่ท้องตลาดอย่างต่อเนื่องไม่เว้นแต่ละสัปดาห์ได้ง่ายดายขึ้น

กระบวนทัศน์สำคัญที่เป็นเสมือน 2 ขั้วแม่เหล็กดึงดูดความสนใจของผู้คนให้แวะเวียนเข้ามา Sample Lab! ได้บ่อยเท่าที่ต้องการนั้น ขั้วหนึ่งเกิดจากการเลือกทำเลย่าน Harajuku ในใจกลางมหานครโตเกียว โดยใช้เวลาเดินเพียง 5 นาทีจากสถานีรถไฟ JR Harajuku ของสาย Yamanote ที่แล่นเป็นวงแหวนรอบเมืองหลวงหรือ 4 นาทีจากสถานี Meijijingumae ของรถไฟใต้ดินสาย Chiyoda นั้นเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่หยิบยื่นความสะดวกทั้งเวลาหลังเลิกงานหรือในวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งเปิดทำการตลอดปีตั้งแต่ 11.00-21.00 ทุกวันยกเว้นวันอังคาร

 

 

ทางเข้าสู่ Sample Lab! ศูนย์แสดงสินค้าล่าสุดของญี่ปุ่น

ซึ่งเปิดตั้งแต่ 11.00-21.00 น. ทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร

 

ส่วนอีกขั้วหนึ่งคงไม่พ้นเรื่องของความครบถ้วนของข้อมูลสินค้าล่าสุดตามความสนใจของแต่ละคน อีกทั้งความหลากหลายของสินค้าที่จัดแสดงใน Sample Lab! ที่มีการหมุนเวียนเปลี่ยนใหม่ทุก 2 สัปดาห์ซึ่งเท่ากับว่ามีการจัดงานแสดงสินค้าใหม่ๆ 24 ครั้งต่อปี

แม้ว่า Sample Lab! จะเปิดกว้างสำหรับบุคคลทั่วไปที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปและอาศัยอยู่ในประเทศ ญี่ปุ่น แต่เพื่อบรรลุเป้าประสงค์ที่วางไว้สิ่งแรกที่ผู้สนใจมาชมงานที่นี่คือ ต้องสมัครเป็นสมาชิกของ Sample Lab! เสียก่อน หลังจากชำระค่าลงทะเบียนแรกเข้าเรียบร้อยแล้วจะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามาจนกระทั่งกลับออกไปตลอด 1 ปีเต็ม

การดำเนินการของ Sample Lab! ที่โดดเด่นและแตกต่างจากงานแสดงสินค้าในรูปแบบเดิมอยู่ที่การโฆษณาเผยแพร่สินค้าใหม่ ที่สามารถสัมผัสได้ด้วยประสบการณ์ตรงจากการทดลองใช้สินค้าตัวอย่าง (Sample) โดยไม่เน้นการจำหน่ายสินค้าในราคาพิเศษ

 

สำหรับคนที่มาครั้งแรกสามารถจ่ายค่าสมาชิกได้ที่เคาน์เตอร์ Check in แห่งนี้

สำหรับสมาชิกที่แวะเวียนมาอัพเดทสินค้าใหม่ก็เพียงแสดงบัตรสมาชิกซึ่งอยู่ในโทรศัพท์มือถือ

 

ด้วยปรัชญาดังกล่าวของ Sample Lab! เชื่อมั่นได้ว่าสามารถสร้าง Brand Royalty ให้เกิดขึ้นได้หลังจากที่ลูกค้าเกิดความเข้าใจและประทับใจในสินค้า ซึ่งเป็นกลวิธีที่ผูกมัดใจลูกค้าด้วย

คุณภาพและ/หรือประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์นั้นๆ มากกว่าเน้นเรื่องราคา

ในการมาสำรวจสินค้าใหม่ที่ Sample Lab! แต่ละครั้ง ยังสามารถเลือกนำเอาสินค้าตัวอย่างกลับบ้านได้ 5 ชิ้นฟรี หากเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าจะสามารถทดลองใช้และขอคำปรึกษาได้จากพนักงานได้โดยตรง (ขึ้นกับชนิดของเครื่องใช้ไฟฟ้า)

ด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่า Sample แต่ละชิ้นที่ลูกค้าได้เลือกนำกลับไปทดลองใช้นั้นตรงตามความสนใจ แต่ไม่ได้สิ้นสุดเพียงแค่นี้ เพราะจุดสำคัญอยู่ที่หลังจากนั้น Sample Lab! จะส่งแบบสอบถามผ่านอีเมลเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน คำตอบที่ได้จากแบบสอบถามนั้นจะนำข้อมูลที่เกิดจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง ให้ผู้ผลิตนำไปปรับปรุงสินค้าต่อไป

 

บรรยากาศภายในห้องโถงกลาง Sample Lab! ซึ่งไม่ได้เน้นความกว้างขวางใหญ่โต ในทางกลับกันได้นำองค์ความรู้ด้านการออกแบบมาประยุกต์ใช้ให้พื้นที่ทุกตารางนิ้วเกิดประโยชน์ใช้สอยอย่างคุ้มค่าในขณะเดียวกันก็สามารถจัดแสดงและโฆษณาสินค้าจำนวนมากได้อย่างน่าติดตาม

 

เพื่อเป็นกระตุ้นให้มีผู้ตอบแบบสอบถามส่งกลับภายในเวลาที่กำหนด ก็จะได้คะแนนสะสมเพิ่มขึ้นด้วย ยิ่งมีคะแนนสะสมมากเท่าใด ก็สามารถนำสินค้าตัวอย่างกลับบ้านได้มากขึ้นเท่านั้น

หากมองจากฐานะของผู้ผลิตแล้ว นอกจาก Sample Lab! จะเป็นเวทีสำคัญในการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าใหม่ได้ตรงจุดแล้ว ยังถือเป็น "มหาสมุทร" ข้อมูลที่ล้ำค่าสำหรับการพัฒนาสินค้าหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากที่สุด โดยที่มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการออกบูธในงานแสดงสินค้าใหญ่ๆ อย่างที่ผ่านมา

ดังนั้นการเปิดตัวของ Sample Lab! เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา จึงไม่ได้กำเนิดขึ้นมาอย่างเลื่อนลอย หากเปี่ยมไปด้วยอรรถประโยชน์ของทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคที่สอดคล้องเกื้อหนุนซึ่งกันและกันอย่างแนบแน่น

 

ทดลองสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างในแคปซูลซาวน่า

เพื่อผิวสวยรูปแบบใหม่จาก Nano Mist Capsule (จำกัด 2 ท่านต่อวัน)

 

หมายเหตุ วิธีการ ขั้นตอน และรูปแบบใหม่ของการดำเนินธุรกิจที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ผลิตและ

ผู้บริโภคอันทรงประสิทธิภาพของ Sample Lab! นี้กำลังอยู่ระหว่างการยื่นจดลิขสิทธิ์

อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

http://samplelab.jp

 

Balance-Aid เครื่องออกกำลังกายที่บริหารกล้ามเนื้อได้ครบทุกสัดส่วน

ซึ่งออกแบบมาให้เข้ากับสรีระของสตรีโดยเฉพาะ



ไป Sample Lab! ต้องเตรียมตัวอย่างไร


Sample Lab แห่งนี้ ตั้งอยู่บนชั้น 3 ของอาคารสถาปัตยกรรมทรงภูเขาน้ำแข็งสมชื่อ Iceberg ในย่านฮาราจูกุ (Harajuku) กลางกรุงโตเกียว

ผู้ที่จะเข้าชมสถานที่แห่งนี้ได้ ต้องมีอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไป อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น และต้องมีโทรศัพท์มือถือส่วนตัวที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ และใช้บริการของ Docomo, Au หรือ Softbank และที่สำคัญต้องรู้ภาษาญี่ปุ่น เพราะข้อมูลทุกอย่างเป็นภาษาญี่ปุ่น ทั้งรายละเอียดของสินค้า และแบบสอบถามที่ต้องใช้ภาษาญี่ปุ่น


ค่าใช้จ่าย

ค่าสมาชิกแรกเข้า 300 เยน

ค่าสมาชิกรายปี 1,000 เยน

ค่าต่ออายุสมาชิกในปีถัดไป 1,000 เยน

 

ตัวอย่างบัตรในยุค IT : บัตรสมาชิก Sample Lab! (อยู่ในโทรศัพท์มือถือ)

 


การสะสมคะแนน

การให้สมาชิกสะสมคะแนน เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งในการดึงให้สมาชิกเข้าชม Sample Lab และตอบแบบสอบถามอย่างต่อเนื่อง

ถ้าสมัครสมาชิกแรกเข้า 100 คะแนน เมื่อเข้าชมงานจะได้ 10 คะแนน (1 ครั้งต่อวัน) เมื่อนำตัวอย่างสินค้ากลับบ้านได้รับ 5 คะแนน และถ้าตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับสินค้าที่เลือกนำกลับไปทดลองใช้ จะได้รับคะแนน 5-20 คะแนน เมื่อตอบแบบสอบถามทางเว็บไซต์ และตอบทางโทรศัพท์มือถือจะได้ 5-10 คะแนน และหากแนะนำสมาชิกใหม่จะได้รับ 200 คะแนน และถ้าเป็นวันเกิดจะได้เพิ่มอีก 50 คะแนน

* เมื่อตอบแบบสอบถามทางเว็บไซต์ 5-20 คะแนน

* เมื่อตอบแบบสอบถามทางโทรศัพท์มือถือ 5-10 คะแนน

* แนะนำสมาชิกใหม่ 200 คะแนน

* วันเกิด 50 คะแนน

 

 

อันดับสินค้ายอดนิยมที่ถูกเลือกนำกลับไปในแต่ละวันที่แยกตามหมวดหมู่อย่างละเอียด

 


ประเภทสมาชิก

มี 3 รูปแบบ ขึ้นอยู่คะแนนสะสม และจำนวนของตัวอย่างที่นำกลับบ้าน

Lab Career : หลังจากสมัครสมาชิกสามารถนำ Sample กลับบ้านได้ 5 ชิ้นต่อครั้ง

Lab Master : เมื่อสะสมคะแนนถึง 10,000 ซึ่งสามารถนำ Sample กลับบ้านได้ 7 ชิ้นต่อครั้ง

Lab Expert : เมื่อสะสมคะแนนถึง 20,000 ซึ่งสามารถนำ Sample กลับบ้านได้ 10 ชิ้นต่อครั้ง

สิทธิพิเศษอื่นๆ ของสมาชิกจะเพิ่มขึ้นตามระดับคะแนนสะสม

 

ตัวอย่างสินค้าใหม่ : New Cup Noodle ซึ่งสามารถรีไซเคิลนำกระป๋องกลับมาใช้ใหม่ได้

ในขณะเดียวกันก็สามารถซื้อ Noodle Pack ใหม่ (เฉพาะบะหมี่) ได้ในราคาที่ถูกลง

นอกจากจะประหยัดเงินแล้ว ยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมลดขยะโฟมได้อีกทางหนึ่ง

 

ตัวอย่างสินค้าใหม่ : Oxy เป็นเครื่องดื่มน้ำแร่ธรรมชาติจากจังหวัดนางาโนะผสมกับ Oxygen บริสุทธิ์ที่ 4 ? ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ Oxygen รวมตัวกับน้ำแร่ได้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังปรับสภาวะกรดด่างให้เข้ากับร่างกาย ซึ่งช่วยให้ Oxygen สามารถซึมผ่านสู่เซลล์ได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้โพสิชันนิ่งของน้ำดื่มเพิ่มความสดชื่นเพื่อสุขภาพและผิวพรรณสำหรับสาวญี่ปุ่นยุคใหม่

 

3D Halo System สาธิตการนำเทคโนโลยี 3D มาประยุกต์ใช้สำหรับงานโฆษณาในอนาคต

 

 

ตัวอย่างการโฆษณาโดยอาศัยเทคโนโลยี 3D (ถ่ายมาจาก 3D Halo System)

 

      สมาชิกสามารถเลือกนำ Sample กลับไปทดลองใช้ได้ 5 ชิ้นฟรีพร้อมรับคะแนนสะสมได้ที่เคาน์เตอร์ Check Out  และบริเวณที่ใช้ชื่อว่า Salon นี้เป็นมุมสำหรับพักผ่อนหลังจากเดินชมงานและเลือกผลิตภัณฑ์ได้เป็นที่เรียบร้อย  แล้วสมาชิกสามารถใช้บริการเครื่องดื่มจากตู้กดน้ำได้ฟรีเช่นกัน ความหลากหลายของเครื่องดื่มที่เตรียมไว้บริการอยู่ในตู้กดน้ำนี้มีให้เลือกมากกว่า 40 ชนิด เมื่อเลือกน้ำดื่มแล้วเครื่องจะใช้เวลา 90 วินาทีในการเตรียมพร้อมกันนั้นจะมีโฆษณาเครื่องดื่มที่เลือกแสดงให้ชมทางจอมอนิเตอร์ในระหว่างเวลาที่รอด้วย

 

โห...ให้พี่ผึ้งเดินเล่น..ทดลองใช้สินค้าทั้งวันก็ได้นะเนี้ย

สินค้าแต่ละตัวน่าลองใช้ทั้งนั้นเลย

ที่สำคัญตัวอาคารก็สวย หรู เริ่ด ล้ำสมัยที่สุด

ภายในก็ตกแต่งเล่นสีสันได้สวยงามสะดุดตา

ข้อเสียอย่างเดียว คือ ดันไม่มีในเมืองไทยนี่สิ.....เฮ้ยอดเลย 555

 

พี่ผึ้ง : ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก   blog.positioningmag.com 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

6 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด