ชวนขาช้อปมา "ซื้ออย่างฉลาด" ในสัปดาห์ "ฉลาดไม่ซื้อ"

 

 

    เพิ่งปิดตัวลงไปอย่างสวยงามชื่นมื่นสุดๆและได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศไม่น้อยเลยที่เดียว สำหรับงานสัปดาห์แฟชั่นที่ฮ่องกง ที่ครั้งนี้นำเสนอชุดเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นต้อนรับฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาวของปีนี้ มีดีไซเนอร์ทั้งของเจ้าถิ่นและจากเพื่อนบ้านในเอเชีย อย่างเกาหลี เข้าไปแสดงผลงาน เลือกชุดเรียบเก๋ที่พอจะเข้ากับอากาศบ้านเราได้มาฝากกัน

 

     ในช่วงเวลาเดียวนี้ ได้มีการเปิดตัวเลขการใช้จ่ายในการซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับซึ่งถูกจัดอยู่ในหมวดของ “สินค้าสิ้นเปลือง” ในปีที่ผ่านมา(2007)ของฮ่องกง ว่าสูงถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 1.2 แสนล้านบาท (โอ้ว!!! สุดยอด...)โดยมีแรงซื้อมาจากเพื่อนบ้านอย่างจีนเข้ามาเสริมมหาศาล และในงานสัปดาห์แฟชั่นของฮ่องกงที่เพิ่งจบไปนี้ บรรดาอาเสี่ยและอาซ้อกระเป๋าหนักก็มาร่วมงานกันหนาตา แน่นอนว่างานนี้ฮ่องกงคงโกยเงินจากบรรดาอาเสี่ยอาซ้อได้มากโขอยู่ทีเดียว

 

     เห็นตัวเลขในข่าวนี้แล้วก็คงต้องหันกลับมามองในมุมของบ้านเราบ้างว่า ตอนนี้สภาวะการจับจ่ายใช้สอยในส่วนของ “สินค้าฟุ่มเฟือย” ในบ้านเรา เป็นยังไงกันบ้าง...

 

 

     และต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่น่าดีใจที่ตอนนี้บ้านเราเริ่มมีพฤติกรรมการตื่นตัวในเรื่องของการ ลดค่าใช้จ่ายในส่วนของ “สินค้าฟุ่มเฟือย” ลงบ้างแล้ว ...  

 

     “ไม่ซื้อ...ก็สุขได้” คือแนวคิดหลักของกิจกรรม 'สัปดาห์ฉลาดไม่ซื้อ' หรือ Buy Nothing Day (BND)ซึ่งกำหนดขึ้นในวันที่ 23 มกราคม – วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2551 ซึ่งกิจกรมนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านการลดการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยได้เป็นอย่างดี ... กิจกรรมดีๆนี้จัดขึ้นโดยคนเล็กๆที่เรียกตัวเองว่า “สถาบันต้นกล้า” ที่หลายคนอาจคุ้นกับชื่อนี้จากกิจกรรมต่างๆ เช่น สัปดาห์ปิดทีวี หรือชีวิต slow down

 

 

     หลายคนตั้งคำถามว่า “ฉลาดไม่ซื้อ คือ ฉลาดอย่างไร, ไม่ซื้อแล้วฉลาด หรือซื้ออะไรแล้วฉลาด ซื้ออะไรแล้วโง่???” ... คุณ กิตติชัย งามชัยพิสิฐ ผู้อำนวยการสถาบันต้นกล้า ได้ให้คำตอบกับคำถามนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า

     "ธุรกิจใหญ่ๆ กลายมาเป็นผู้กำหนดความหมายของการซื้อและบริโภคว่า เป็นสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะนำไปสู่ความสุขได้ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่ก็คือคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดก็ตาม เพราะไม่ได้เป็นฝ่ายผลิต เป็นแต่ฝ่ายทำงานแลกเงินไปซื้อมา โดยไม่ได้รู้สึกว่าเราเกี่ยวข้องกับสิ่งของ อาหารเหล่านั้นตรงไหน คิดแค่ว่าหาเงินใช้แล้วก็หาความสุขใส่ตัว"

     ผลที่ตามมาคือ การตัดขาด ไม่ตั้งคำถาม ไม่สนใจ หรืออยากรู้ที่มาของมัน เช่น พลาสติกมาจากไหน กระทั่งว่า ราคาถูกๆ ของมัน ทำไมมันจึงถูกได้ขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ วัตถุดิบ การขนส่ง และค่าแรงประกอบ ไม่น่าจะซื้อ 1 แถม 1 ได้ขนาดนี้ หรือจริงๆ แล้ว ราคาที่เราจ่าย มันแค่เบี้ยบ้ายรายทางเท่านั้น คนจ่าย (แพง) จริงน่าจะเป็นคนต้นทางที่ถูกขโมยทรัพยากรมามากกว่า

     นี่จึงเป็นที่มาของสัปดาห์(ชวนกัน) ฉลาดไม่ซื้อครั้งแรกในประเทศไทย แต่นานาประเทศ เขาออกตัวไปก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว ในชื่อตรงตัวว่า Buy Nothing Day (BND) หรือ วันไม่ซื้อ

     สำหรับ BND ไม่ได้กำหนดเจาะจงว่าห้ามซื้ออะไร วางไว้แต่ตั้งค่านิยมร่วมอย่างหลวมๆ คือ ชะลอกระแสบริโภคนิยม อย่างน้อยปีละครั้ง วันไม่ซื้อ คือ ชะลอให้นักช้อปทั้งหลายรู้จักพออย่างน้อย 1 วัน ...

     บางครั้ง คำว่า “ไม่ซื้อ” ก็อาจจะไม่ได้สุดโต่งแบบไม่ซื้ออะไรไปเสียหมดทุกอย่าง เพราะหากทำอย่างนั้นก็อาจจะดูเป็นการทรมานตัวเองไปเสียมากกว่า ... เราลองมาเริ่มพฤติกรรม “ไม่ซื้อ” ให้เป็นเรื่องปกติในชีวิตเรากันดีกว่า ...

     อาจจะเริ่มต้นด้วยวิธีง่ายๆ เช่น ในการซื้อของแต่ละครั้ง ให้วางแผนด้วยการจดไว้เลยว่า จะซื้ออะไรบ้าง และซื้อเท่าที่จด และในของที่ต้องซื้อนั้น ควรจะหาเหตุผลในการซื้อไว้อย่างน้อย 5 ข้อ ... ลองให้ “สติ” อยู่เหนือ “เงิน” ในกระเป๋าดูบ้าง บางครั้งก็อาจจะทำให้เรามีความสุขมากขึ้นก็ได้

     แต่ถ้าใครที่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นนักช้อปหรือเปล่า ลองตอบคำถาม 16 ข้อนี้ดู แล้วจะได้คำตอบว่า ตัวเองเป็นนักช้อป หรือไม่

1.เงินเดือนออกทีไรของที่จองไว้ในใจต้องเป็นของเรา

2.อันนี้มีอยู่แล้ว...แต่ที่ออกใหม่ก็สวยดี (ซื้อๆ)

3.เดือนหน้าน่าจะได้ใช้ ซื้อไปเก็บไว้ก่อนก็แล้วกัน

4.เงินเก็บที่ผ่านมารอเวลานี้แหละ

5.ซื้อเผื่อไว้ ถึงไม่รู้ว่าจะใช้ตอนไหนก็เถอะ

6.เพื่อนยุทีไรห้ามใจเกือบได้

7.รู้สึกไหม บัตรเครดิตที่ใช้...จ่ายยังไงก็ไม่หมด

8.มีคนเคยทักคุณบ่อยๆ ว่า "ซื้ออีกแล้วเหรอ"

9.มีรองเท้ามือสองกองอยู่ที่บ้าน 3-4 คู่

10.ของที่มีไว้ไม่ได้ใช้ มีเปล่า?

11.คุณเคยพูด "เอาไปเถอะอันนี้" ที่บ้านมีหลายอัน

12.คุณมีของสะสมหรือเป็นแฟนพันธุ์แท้อะไรหรือเปล่า

13.เคยมีไหม อารมณ์สงสัยว่าเราซื้อมาทำไมกัน?

14.ไม่ค่อยได้ซื้ออะไร แต่เงินหมดไปกับอะไรไม่รู้ตัว

15.ไม่ค่อยได้ซื้อให้ตัวเองหรอก ส่วนมากซื้อเป็นของขวัญ

16.คุณเคยรู้สึกแบบนี้ไหม เบื่อ เครียด เซ็ง ชอปปิง

ถ้าตอบ 'ใช่' มากกว่าสองข้อ ลอง 'ไม่ซื้อ' ดูบ้างสิ ท้าทายดีนะ

พี่เหมี่ยวขอขอบคุณ : ข้อมูลประกอบจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และ คู่มือไม่ซื้อก็สุขได้ จากสถาบันต้นกล้า ค่ะ

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

3 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
ยมทูตฟ้า Member 23 ม.ค. 51 22:56 น. 4

เราบ้าซื้ออ่ะ

ห้ามจายตัวเองม่ายด้าย

พออยากจะได้ของใหม่อีก ดูกระเป๋าตังค์ แล้ว เอ้า ตังค์ตรูหายไปไหน

แบบนี้ทุกทีอ่า

อนาถเลยเรา หุหุ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด