10 สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ ของ เลโอนาร์โด ดาวินชี

สวัสดีจ้าน้องๆ ช่วงนี้ถ้าน้องๆได้ติดตามข่าวเกี่ยวกับวงการภาพยนตร์บ้านเรา หรือแม้แต่ในต่างประเทศก็ตาม คงจะได้
ยินได้ฟังถึงกระแสการต่อต้านภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดังอย่าง "The Da Vinci Code" กันแน่นอน

น้องๆได้ไปดูกันมาหรือยังเอ่ย...สำหรับพี่ ยังไม่ได้ดูเลย แต่ว่าเคยอ่านหนังสือมาก่อนเมื่อนานมาแล้ว (ตอนนี้ก็ลืมๆไปบ้างแล้วแหละ - -") แต่ว่าวันนี้เราจะไม่พูดถึงตัวเนื้อหาไม่ว่าจะเป็นในฉบับของภาพยนตร์หรือหนังสือก็ตามจ้า ที่พี่สนใจก็คือตัวของเลโอนาร์โด ดาวินชี มากกว่า วันนี้พี่จะพาน้องๆไปดูสิ่งประดิษฐ์ที่เค้ายกให้เป็น 10 สุดยอดผลงานของดาวินชี กัน อันได้แก่

อันดับ 10 เทคนิคการเขียนกลับทาง (Mirror Writing)

  เทคนิคการเขียนตัวอักษรย้อนกลับทิศทางจากตัวหลังไปตัวหน้าของดาวินชี สร้างข้อถกเถียงให้กับนักวิชาการจนถึงวันนี้ ว่า เป็นวิธีการเข้ารหัสแบบโบราณที่เขาสร้างขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นๆ ลอบอ่านและขโมยข้อมูลในบันทึกส่วนตัว หรือจริงๆแล้วเป็นเพียงเพราะดาวินชี "ถนัดซ้าย" จึงคิดวิธีเขียนกลับหลังแบบนี้เพื่อไม่ให้น้ำหมึกเปื้อนมือกันแน่

อันดับ 9 ชุดดำน้ำ (Scuba Gear)

  ผลพวงจากการที่ดาวินชีหลงใหลในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาล เป็นที่มาของการออกแบบอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือสำหรับการดำน้ำขึ้นมาหลาย ชนิดในจำนวนนี้ รวมถึงเรือดำน้ำ และชุดประดาน้ำที่ตัวชุดทำจากหนังและเชื่อมต่อกับท่อและโลหะทรงกลมซึ่งทำ หน้าที่เป็นเหมือนสนอร์เกิ้ล หรือหน้ากากดำน้ำยุคปัจจุบัน นอกจากนั้น ชุดดำน้ำชุดนี้ยังมีถุงเก็บปัสสาวะด้วย แสดงให้เห็นถึงความรอบคอมในการออกแบบ

อันดับ 8 สะพานชักรอก (The Revolving Bridge)

  ดาวินชีออกแบบสะพานสำหรับใช้ในการเคลื่อนพลผ่านพื้นที่ในสมรภูมิทุรกันดาร ต่างๆ เช่น การยกพลข้ามแม่น้ำ ตัวสะพานดังกล่าวมีระบบชักรอกและสายพาน ทำให้ทหารกางออกมาใช้งานและชักรอกเก็บได้อย่างรวดเร็ว เป็นหนึ่งในเครื่องจักรทุ่นแรงอีกหลายชนิดจากการคิดค้นของดาวินชี

อันดับ 7 เครื่องร่อน (The Winged Gilder)

ภายในคลังจินตนาการอันไม่มีที่สิ้นสุดของดาวินชีนั้น มี "เครื่องกลบินได้" รวมอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก รวมถึง "เครื่องร่อน" ซึ่งตรงบริเวณปีกมีแผ่นบังคับเปิด-ปิดควบคุมทิศทางได้หรือที่ปัจจุบันเรียก ว่า "แฟลบ" และในตัวเครื่องร่อนยังมีเกียร์ควบคุมความเร็วที่นั่งติดอยู่ด้วย

อันดับ 6 ปืนใหญ่ 3 ลำกล้อง (The Triple-Barreled Cannon)

แม้ประวัติของดาวินชีจะเกลียดสงคราม มีลักษณะเป็น "นักคิด" มากกว่า "นักรบ" แต่ในใจของเขาก็ยังฝันถึงการคิดค้นงานด้านวิศวกรรม หนทางเดียวที่จะทำเช่นนั้นได้ คือ การออกแบบอาวุธสงครามเพราะได้รับการสนับสนุนจากผู้มีอำนาจมากที่สุด หนึ่งในผลงานการออกแบบอาวุธ ได้แก่ ปืนใหญ่ที่มีอานุภาพที่มีลำกล้องติดกันถึง 3 กระบอก เหมือนกับที่เห็นในภาพ

อันดับ 5 สกรูบิน (The Aerial Screw)

ถึงแม้นักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่จะลงความเห็นตรงกันว่ามันไม่มีทางที่เจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้จะบินขึ้นจากพื้นได้ แต่ "เฮลิคอปเตอร์" ใน แบบของดาวินชีก็ยังคงถูกจัดให้เป็นหนึ่งในผลงานที่โด่งดังที่สุดของเขา เครื่องกลที่ชวนให้สงสัยนี้ดูเหมือนว่าจะถูกออกแบบให้ทำงานโดยใช้คนสี่คนมาหมุน มันพร้อมกัน รวมทั้งน่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากกังหันลมซึ่งเป็นของเล่นที่นิยมกันใน สมัยนั้นด้วย

อันดับ 4 เมืองในอุดมคติ (The Ideal City)

ยุคสมัยหนึ่ง ดาวินชีอาศัยอยู่ในนครมิลานท่ามกลางสภาพการแพร่ระบาดของโรคร้าย เขาจึงคิดออกแบบผังเมืองใหม่ให้มีความสะอาด เป็นระเบียบ ถูกสุขอนามัย อาทิ เขียนแบบให้เมืองในอุดมคติเมื่อหลายร้อยปีก่อนแห่งนี้มี "ระบบระบายอากาศ" เพื่อดึงอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ตัวเมือง และมีระบบระบายน้ำเสีย

อันดับ 3 รถขับเคลื่อนด้วยตัวเอง (The Self-Propelled Car)

แน่นอนว่ารถที่ดาวินชีพยายามสร้างไม่สามารถวิ่งเร็วหลายร้อยกิโลเมตรต่อ ชั่วโมงเหมือนรถเฟอร์รารี่ แต่ถ้าคิดว่าเป็นรถที่อยู่ในสมัยนั้นก็ต้องจัดว่าไฮเทคล้ำยุคสุดๆ เพราะรถที่มีตัวถึงทำจากไม้คันนี้ สามารถแล่นขับเคลื่อนด้วยตัวมันเองด้วยแรงส่งและการทำงานอย่างสัมพันธ์กัน ระหว่างสปริงและเกียร์ที่ล้อ เมื่อปี 2547 นักวิทยาศาสตร์ประจำพิพิธภัณฑ์ในเมืองฟลอเรนซ์ทดลองสร้างแบบจำลองรถรุ่นนี้ ตามแบบที่ดาวินชีร่างเอาไว้และพบว่าวิ่งได้จริง

อันดับ 2 แนวคิดเกี่ยวกับธรณีวิทยา (Geologic Time)

นักคิดส่วนมากในสมัยของดาวินชีนั้นมีความเห็นตรงกันเป็นส่วนใหญ่ว่าซาก ฟอสซิลของพวกหอย ปู ปลาหมึกต่างๆที่พบบนยอดเขานั้นเป็นสิ่งที่หลงเหลือจากการเกิดน้ำท่วมครั้ง ใหญ่ แต่ดาวินชีกลับไม่คิดเช่นนั้น เขาตั้งข้อสงสัยไว้ (ซึ่งก็ถูกเสียด้วย) ว่าภูเขาเหล่านั้นจะต้องเคยเป็นชายฝั่งมาก่อน ก่อนที่จะค่อยๆยกตัวสูงขึ้นๆในเวลาต่อมา (wow!!)

อันดับ 1 วิทรูเวียนแมน (The Vitruvian Man)

เชื่อว่าชาวโลกน้อยคนนักที่จะไม่เคยผ่านตากับภาพวาดของบุรุษผู้นี้ นั่นก็คือภาพ "วิทรูเวียน แมน" ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่ดาวินชีศึกษาสัดส่วนกายวิภาคมนุษย์อย่างละเอียด จนพิสูจน์ทฤษฎีบทของ "วิทรูเวียน" ผู้เป็นสถาปนิกยุคจักรวรรดิโรมันได้สำเร็จว่า "ร่างคนยืนกางแขนขาจะตกเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่สมบูรณ์เสมอ" และนับเป็นการเปิดประตูสู่ศาสตร์กายวิภาคครั้งสำคัญ

เป็นไงกันบ้างจ๊ะน้องๆ อ่านแล้วก็ต้องยอมรับเลยว่าดาวินชีนี่เป็น "อัจฉริยะ" ตัวจริงเลยเนาะ... โดยเฉพาะอันดับ 1 นี่ คุ้นๆว่าเป็นฉากเปิดตัวของหนังด้วยนี่หน่า... ว่าแล้วก็คงต้องหาเวลาไปดูซะหน่อย (แต่ตอนนี้ต้องหาตังค์ให้ได้ซะก่อนล่ะนะ) ไปดีกว่า ไว้เจอกันใหม่จ้า


ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.livescience.com และหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่  23พฤษภาคม 2549 ค่ะ
รวมทั้งภาพประกอบจาก
http://www.livescience.com
http://www.industrion.nl
http://www.bard.edu
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

59 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
-.-* 23 พ.ค. 49 17:09 น. 4
อัจฉริยะ -*- รึป่าว หรือว่าตั้งใจพิมว่า อัจริยะ -*-

แต่เค้าเก่งจิงๆอ่ะยอมรับ

ตอนแรกที่เข้ากระทู้มาในใจคิดว่า รถขับเคลื่อนเอง คงอันดับ1 แต่ไม่ใช่ อิๆ

นักวิทยาศาสตร์ที่ฟลอเรนซ์ มานใจร้ายมากเรย รุกลไกแร้ว ไม่ยอมเปิดเผย TT อยากรุมากๆ
0
กำลังโหลด
คนที่ชอบเลโอฯ 23 พ.ค. 49 17:57 น. 5
เคยอ่านหนังสือประวัติของเลโอนาโดล่ะ อันนี้ก็เป็นการสรุปที่ดีนะฮะ แต่เขาเป็นคนที่ละเอียดมาก มีภาพวาดอยู่ภาพหนึ่ง ซึ่เป็นรูปม้า เลโอ ถึงกลับเอาม้าผ่าเป็นชิ้นๆเพื่อวาดรุปเพียงรูปเดียว คิดตามแล้วเสียว
0
กำลังโหลด
คนที่ชอบเลโอฯ 23 พ.ค. 49 17:58 น. 6
เคยอ่านหนังสือประวัติของเลโอนาโดล่ะ อันนี้ก็เป็นการสรุปที่ดีนะฮะ แต่เขาเป็นคนที่ละเอียดมาก มีภาพวาดอยู่ภาพหนึ่ง ซึ่เป็นรูปม้า เลโอ ถึงกลับเอาม้าผ่าเป็นชิ้นๆเพื่อวาดรุปเพียงรูปเดียว คิดตามแล้วเสียว
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
จะเป็นเงาข้ามขอบฟ้างาม Member 23 พ.ค. 49 22:17 น. 8
น่าสงสารนะ
เค้าเอาคนมาผ่าเพื่อศึกษากายวิภาค
แต่คนสมัยนั้นต่อต้านล่ะ หาว่าผิดศีลธรรม ไม่ก็สติฟั่นเฟือน
ที่จริง ดาวินชี เป็นคนที่ฉลาดมากๆๆเลย ไม่ได้แค่วาดรูปเก่ง
แต่เป็นนักประดิษฐ์ นักวิทยาศาสตร์ ด้วย
เพียงแต่ทำท่าไหนไม่รู้ไปดังตรงวาดรูปซะงั้น
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
พลอย 24 พ.ค. 49 13:20 น. 19
เก่งจังเลย คนๆเดียวสามารถคิดค้นอะไรได้มากมายขนาดนี้เลยเหรอนี่
ต้องขอบคุณเขามากที่สร้างของที่มีประโยชน์แก่โลกได้มากขนาดนี้
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด