เพราะอุบัติเหตุวันนั้นที่ทำให้เขาและเธอได้เจอกัน ทำให้ทุกวันมีเหตุผลให้พยายามเพื่ออีกฝ่าย และในการเอาชนะอุปสรรคทั้งหลาย เขาอยากให้เธอระลึกเอาไว้ว่า เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
5. Break
หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งความอึ้งมาได้ ทุกคนต่างก็นั่งลงในมุมที่ตัวเองสบายใจ ฉันกลับไปนั่งที่โซฟาเดิมพร้อมกับน้องญาญ่าและอาหมวย ยูไดตามมานั่งที่โซฟาเล็กด้านข้าง ส่วนต้นหนาวกับแฟนของมัน ยังคงยืนอยู่
“เอ่อ...คิดว่าทุกคนน่าจะยังไม่รู้จัก” เจ้าตัวพูดพร้อมปรายตาไปทางผู้ชายอีกคนที่นั่งทำไม่รู้ไม่ชี้อยู่ข้างฉัน
“ผมขอแนะนำเลยก็แล้วกันนะครับ...นี่ลินซี่ แฟนผมครับพี่” ท้ายเสียงเหมือนตั้งใจพูดกับฉันโดยตรง และเมื่อคำที่แสดงความเป็นคนในครอบครัวออกจากปากมัน ฝ่ายหญิงก็ถึงกับหลุดเสียงร้อง
“what! นั่น...นั่นพี่สาวต้นเหรอคะ?” เจ้าหล่อนปากคอสั่น สายตามองตรงมาที่ฉัน
ฉันก็เลย...ส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจกลับไปให้
ไหนว่าไม่อยากเจอฉันอีกเป็นครั้งที่สองไงยะ...
“ครับ นี่พี่ปลายฝน พี่สาวฝาแฝดผมเอง ส่วนข้างๆนั่นก็เพื่อนเขา ชื่ออาหมวย... แล้วเด็กนั่นใคร?” สายตาของคุณน้องชายเลื่อนมาจับจ้องสาวน้อยโบว์กระต่ายที่นั่งนิ่งมือกำชายเสื้อฉันแน่น
“น้องสาวฉันเอง ชื่อญาญ่า” คนเป็นพี่ชายแนะนำแทนเสร็จสรรพ น้องชายของฉันตวัดสายตาอย่างไม่พอใจ ส่วนแม่สาวเปรี้ยวก็เบิกตากว้างแทบถลน ฉะนั้นในฐานะเจ้าของบ้าน จะปล่อยให้บรรยากาศมันเป็นแบบนี้ไปก็ยังไงอยู่
“เชิญนั่งก่อนเถอะค่ะคุณ...”
“ลินซี่ค่ะคุณพี่ เรียกลินซ์ก็ได้ค่ะ” แม่นางยกมือไหว้ฉันอย่างนอบน้อมทั้งๆที่น่าจะอายุเท่ากัน ดีไม่ดีอาจจะแก่กว่าด้วย... ทีอย่างนี้ล่ะมาเรียกคุณพี่ ขนแขนแสตนด์อัพเลยค่ะ!
“หมวย...เข้าครัว” ฉันพูดสั้นๆ แล้วจูงมือเด็กน้อยเดินออกมาเลย มีพี่ชายเธอตามมาด้วย อาหมวยหันซ้ายหันขวาแล้วบอกต้นหนาวไปว่า
“นั่งไปก่อนนะ ตามสบาย” ราวกับว่านี่เป็นบ้านมันไม่ใช่บ้านน้องชายฉัน
“ฝน...มีอะไรรึเปล่า?” ยูไดถามเมื่อเราเดินเข้ามาในพื้นที่ของครัว ฉันส่ายหน้าตอบ
กับผู้ชายคนนี้ ฉันก็ยังคงประหยัดคำพูดกับเขาอยู่ดี
“ก็ผู้หญิงคนนี้ไงยูได ที่ฉันบอกนายว่าทำฝนกับน้องสาวนายเจ็บน่ะ” นักข่าวสาวตามมาขยี้ต่อในครัว ท่าทางเข็ดเขี้ยวฟันเป็นอย่างมาก จนต้องไปเปิดตู้เย็นหาของกิน ส่วนฉันหยิบโถคุกกี้ที่ได้จากพี่หมอตอนไปหาจัดใส่จาน มีแขกมาบ้านก็ต้องเตรียมต้อนรับเล็ก ๆ น้อย ๆ ถึงแม้ว่าที่จริงแล้ว จะไม่ได้อยากต้อนรับเลยก็เถอะ
อยู่ใกล้ๆ พี่ชายไว้นะคะ- ฉันบอกน้องแบบนั้นเพราะรู้ดีว่าเธอกลัวผู้มาใหม่ สำหรับเด็กน้อยหญิงสาวคงกลายเป็นยักษ์ขมูขี ที่ไม่ว่าจะกลับมาใจดีอย่างไรก็คงเปลี่ยนความน่ากลัวนี้ไม่ได้
เพราะธาตุแท้ได้เปิดเผยมาตั้งแต่แรกแล้ว
ญาญ่าพยักหน้าแล้วโผเข้าหาพี่ชายตัวเอง เขาลูบหัวน้องเบาๆ ก่อนจะเอ่ยอีกครั้ง
“เอ่อ...ฝน”
“คะ?” ฉันตอบรับโดยแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร ทั้ง ๆ ที่ในใจฟันธงไปแล้วกว่าครึ่ง
“ลินซี่...เป็นแฟนเก่าฉันเอง ก่อนหน้านี้ที่ทะเลาะกับต้นหนาว ก็เพราะหมอนั่นเข้าใจว่าลินซี่ยังชอบฉันอยู่”
“เหรอ...” ฉันพยักหน้า จริง ๆ ก็ประติดประต่อเรื่องราวได้ตั้งแต่อาหมวยแก้ข้อสงสัยให้ในวันนั้นแล้ว ฉันไม่ติดใจอะไร แค่แปลกใจเท่านั้น
เพราะฉัน ไม่มีลักษณะอะไรสักอย่างที่เหมือนแฟนเก่าเขา
“แล้ว...มาบอกฉันทำไม”
“ก็พูดให้รู้ไว้...จะได้ไม่เข้าใจผิด” เขายิ้ม เป็นยิ้มที่พอจะเห็นลักยิ้มจาง ๆ ที่แก้มทั้งสองข้าง ฉันนิ่วหน้าแล้วส่ายหัวน้อย ๆ คล้ายจะบอกว่าไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่แล้วเขาก็พูดประโยคชวนหยุดลมหายใจออกมาเสียได้
“ตอนนี้ที่กำลังจีบน่ะ...มีอยู่คนเดียวจริง ๆ นะ”
บ้า! บ้า! บ้า!
ฉันเดินออกจากครัวมาพร้อมใบหน้าที่กำลังขึ้นสีก่ำ มีนักศึกษาป.โทกับน้องสาวของเขาเดินตามออกมาอย่างอารมณ์ดี และอาหมวยที่ถือถ้วยโยเกิร์ตเดินรั้งท้าย
“ฝนเป็นอะไร”
“ไม่เป็นไร...”
“เข่าไปโดนอะไรมา?” น้องชายถามเมื่อฉันวางถาดลงบนโต๊ะแล้วส่งน้ำให้แขก เจ้าหล่อนสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาเหยี่ยวของคนเป็นนักข่าวไปได้
“เออ...ต้น ฉันว่าจะบอกแกพอดีเลย” คุณเพื่อนสาวรีบเดินเรื่อง ของแบบนี้ฉันไม่ค่อยถนัด เลยยกให้เป็นหน้าที่เจ้าแม่อย่างยัยหมวยลงดาบไป
“ต้นคะ...ลินซี่ว่า นี่ก็ใกล้เย็นแล้ว เราไปหาอะไรทานกันข้างนอกดีมั้ยคะ?” ยังไม่ทันไรก็เริ่มขัดเสียแล้ว เพื่อนฉันตาลุกวาวขึ้นมาทีเดียว
ได้เวลาสนุกแล้วสิ...
คล้ายประโยคนั้นจะดังขึ้นในใจ
“ฉันสั่งของมากินแล้วต้น แกรอจ่ายเงินละกัน แล้วก็นะ แต่วันนี้พี่สาวแกบาดเจ็บนะ ช่วยสนใจหน่อยได้มั้ย”
“ใครทำอะไรฝน!” ได้ผล...น้องชายฉันหันกลับมาทันที ทิ้งแฟนสาวไว้กับอาการอ้าปากค้าง
“ชะนีใจร้ายคนหนึ่งน่ะ คิดดูสิแก นางเดินชนเด็กนะแต่โทษว่าเป็นความผิดเด็ก ฝนเข้าไปรับน้องไม่ให้หัวกระแทกพื้นก็เลยเข่าถลอกเลย” แม้จะใส่ไข่สองฟอง แต่สิ่งที่อาหมวยพูดก็ไม่ได้เกินจริงเท่าไหร่ เพราะฉันมั่นใจว่าผู้หญิงตรงหน้าเป็นคนเดินชนน้องญาญ่าก่อนแน่นอน
ไม่อย่างนั้น เจ้าหล่อนจะหน้าซีดจนแทบหวีดแบบนั้นเรอะ
เคราะห์ดีที่คุณน้องชายมันบ้า เลยไม่ถามว่าน้องสาวยูไดมาอยู่กับฉันได้ยังไง
“แล้วผู้หญิงบ้านั่นมันใคร” เขาลงเสียงหนัก โดยที่ไม่ได้สังเกตแฟนตัวเองที่นั่งปากสั่น
“ต้นคะ...ลินซ์ว่าเราออกไปหาอะไรทานเถอะค่ะ ที่บ้านต้นไม่ได้คิดว่าลินซ์จะมา น่าจะไม่ได้สั่งเผื่อ” หล่อนพยายามเรียกแล้วดึงแขนไว้ หาเหตุผลร้อยแปดพันเก้าเพื่อจะให้น้องฉันสนใจ ทว่าตาต้นเมินสนิท
“พูดมา อาหมวย”
“จะไปรู้ได้ไงเล่า ถามพี่สาวแกสิ ฉันแค่ฟังปลายฝนเล่ามาก็เท่านั้น” เป้าสายตาของคนทั้งคู่จึงเบนมาที่ฉันทันที หนึ่งคือสายตาคาดคั้นของน้องชาย และสองคือสายตาอ้อนวอนของหญิงสาว
“อย่า-มา-แม่-พระ” เจ้าแม่ข่าวกรองพึมพำอยู่ข้างๆ ฉันจึงส่ายหัวอย่างอ่อนใจ
“คือว่านะ...”
“ต้นคะ! ...ลินซ์คิดว่าลินซ์ต้องกลับแล้วล่ะค่ะ” แม่นางลุกพรวดขึ้นโดยไม่รีรอและ ‘ทำท่า’ ว่าจะกลับจริง ๆ
“มารยา” อาหมวยกระแทกเสียงส่วนฉันทำเพียงมองนิ่ง ๆ
“อ่าว...ไม่อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนเหรอลินซ์” ตาต้นเลิกคิ้วเหมือนจะถามว่า ‘ทำไม’
“เอ่อ...พอดีว่าลินซ์มีธุระด่วนกับ mom น่ะค่ะ เขาเพิ่งไลน์มาบอก”
“เหรอ ....งั้นไว้คราวหน้าก็แล้วกัน เดี๋ยวผมไปส่งนะ” สุดท้ายเจ้าหล่อนก็สามารถเบี่ยงประเด็นไปได้อย่างสวยงาม ขอปรบมือให้ดัง ๆ สามแปะ สองหนุ่มสาวเดินออกนอกประตูบ้านไปพร้อมกับเสียงถอนหายใจของฉันที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม
“โธ่...ไม่แน่จริงนี่นา”
“ไม่เอาน่าหมวย... นี่มันบ้านเรา ถ้าเขาทำอะไรไม่ดีก็โดนรุมน่ะสิ” ไม่ใช่ว่าหล่อนกลัวหรอก ฉันรู้ ผู้หญิงที่ดูแรงขนาดนั้นไม่มีวันยอมอยู่ใต้ใครแน่นอนอยู่แล้ว นี่ขนาดแฟนเก่านางอยู่ตรงหน้ายังไม่สะทกสะท้านอะไรเลย
หลังจากนั้นพิซซ่าก็มาส่งตามที่ยัยหมวยสั่งไว้ก่อนหน้านี้ เราห้าคนนั่งทานด้วยกัน แม้ว่ายูไดกับต้นหนาวจะกัดกันเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่น้องก็ดูเป็นมิตรขึ้นไม่เหมือนกับที่ฉันเคยคิด
ว่าสองคนนี้ ไม่น่าจะดีกันได้
“แล้วน้องแกจะผ่าตัดเมื่อไหร่” ยังมีการถามถึงเรื่องน้องญาญ่าด้วยความเป็นห่วงเลย
“อาทิตย์หน้า โรงพยาบาลของมหาลัยนั่นแหละ” ทั้งๆ ที่เพิ่งจะเจอแฟนเก่าที่ตอนนี้เป็นแฟนใหม่ของอีกฝ่าย แต่พวกเขาก็สามารถคุยกันได้แบบปกติ แบบที่ไม่จิกกัดกันรุนแรง (แต่ยังมีอยู่หน่อยๆ) ความสงสัยอีกอย่างเลยผุดขึ้นมาในหัวของฉัน
ตกลงเขาทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร?
ทานข้าวเสร็จ สองพี่น้องต่างวัยก็พากันกลับบ้าน ฉันเกี่ยวก้อยสัญญากับน้องญาญ่าว่าเราจะมาเล่นกันอีก เหมือนทุกครั้งที่เราจากกัน โดยมีต้นหนาวยืนมองเงียบๆ ไม่ได้พูดหรือว่าโวยวายอะไร
“ฝน...”
“หืม”
“ผม...ขอโทษนะ ไม่เคยรู้เรื่องน้องสาวของหมอนั่นมาก่อน” แต่เวลาคุยกับฉัน น้องจะเลี่ยงไม่เอ่ยชื่อของผู้ชายคนนั้นออกมา รวมทั้งไม่พยายามพูดถึงอดีต
“ไม่เป็นไรหรอก พี่ก็ผิดเหมือนกันที่ไม่ได้บอก ขอโทษนะ”
“อือ” ฉันเก็บความสงสัยที่ก่อนหน้านี้เคลียร์ไปแล้ว แต่มาวันนี้เจ้าปมนั่นมันกลับขมวดแน่นขึ้น เหมือนไม่ได้คลายออกไปเลย
‘ฝน อีกไม่นานต้องส่งต้นฉบับแล้วนะ เธอเขียนถึงไหนแล้ว’
นั่นคือสิ่งที่พี่ปลาส่งข้อความมาหาเมื่อชั่วโมงก่อน
และผลที่ตามมาก็คือ ฉันปฏิเสธนัดทุกอย่างของอาหมวยรวมถึงการออกไปเจอน้องญาญ่าเพื่อปั่นงาน
“ปลายฝน~ ออกไปเที่ยวกันเถอะ! ไปกินขนมแล้วก็ไปห้องสมุดงดใช้เสียงที่เธอชอบไง~” แม่คุณเลยตามมากวนใจฉันถึงบ้านไม่หยุดจนวินาทีนี้
“ไม่ได้ย่ะ! ฉันต้องทำต้นฉบับให้เสร็จแล้วแก้ก่อน อีกไม่นานก็จะส่งต้นฉบับแล้วด้วย” ปฏิทินวงไว้บอกว่าเหลือเวลาอีกแค่สองสัปดาห์เท่านั้น ต้นฉบับที่ฉันตรวจทานรอบสุดท้ายจะต้องพร้อมส่ง แต่ยัยตัวป่วนนี่ก็เอาแต่ชวนเที่ยวอยู่ได้
“ก็เธอชอบทำงานกลางคืนไม่ใช่เหรอ กลางวันก็ไปเที่ยวกันเถอะ น้า~” สาเหตุก็เนื่องมาจากมีร้านขนมมาเปิดใหม่ใกล้กับมหาวิทยาลัยคิงก์ แถมมีขนมที่ใช้ส่วนผสมของสตอรว์เบอร์รี่เป็นหลักของโปรดของคุณเธอ
“ไม่!”
“ปลายฝนนนนน~”
ตือดือดึ้ง
ฉันถอนหายใจอย่างเสียไม่ได้ พับหน้าจอแล็ปท็อป แล้วเตรียมเก็บของ
“นั่นแกจะไปไหน”
“เซเว่น”
“ไหนบอกไม่ออกไง” ถ้าเป็นเรื่องของเด็กน้อยล่ะก็ช่วยไม่ได้... ฉันไม่ได้ออกไปเพราะยูไดไลน์มาหรอกนะ!
เราสองคนเดินมายังเซเว่นเจ้าประจำ ก็เจอผู้ชายหน้าหวานในชุดลำลองกับสาวน้อยโบว์กระต่ายในชุดวันพีชสีฟ้ายืนรออยู่ เด็กน้อยยิ้มกว้างแล้วตรงเข้ามาหาฉันทันที
ขอโทษที่ทำให้ลำบากนะ- ฉันส่งภาษามือให้เขา อีกฝ่ายโบกมือง่ายๆ เป็นเชิงว่าไม่เป็นไร
ปัญหาคือ...จะทำยังไงให้น้องสาวตัวน้อยคนนี้เข้าใจว่าฉันไม่ว่างเล่นกับเธอ
พี่สาวคะ- กลายเป็นญาญ่าที่ส่งภาษามือหาฉันก่อน ในระหว่างที่อาหมวยเดินไปคุยเรื่อยเปื่อยกับชายหนุ่ม
เรื่องนี้เป็นความลับกับพี่ชายนะคะ เดือนหน้าเป็นวันเกิดพี่ชายค่ะ-
จริงเหรอ! หนูจะทำอะไรให้พี่ชายเหรอ?-
ยังคิดไม่ออกเลยค่ะ เลยจะมาขอให้พี่สาวช่วย- ฉันนิ่งไปเล็กน้อย หรือว่าสาเหตุจริงที่เธอร้องไห้ ไม่ใช่เพราะฉันบอกว่าไม่ว่างเล่นด้วย
แต่เป็นเพราะต้องการออกมาคิดวางแผนเรื่องนี้กับฉัน...
ช่างเป็นเด็กที่น่ารักจริง ๆ
ขอโทษนะจ้ะ แต่ตอนนี้พี่สาวยังทำงานไม่เสร็จเลยน่ะ- ฉันจำเป็นต้องบอกน้อง เพราะงานของฉันก็รอไม่ได้แล้วเหมือนกัน เส้นตายมาก่อนวันเกิดพี่ชายหนูอีกลูก
ถ้างั้นพี่สาวสัญญานะ ว่าจะช่วยหนูถ้างานพี่เสร็จแล้ว-
สัญญาจ้ะ- ฉันตอบรับแล้วยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวกับมือน้อย ๆ ของเธอ
ถ้างั้นนะ หนูจะไปหาอะไรสวยๆ ไว้เยอะ ๆ รอพี่สาวนะคะ-
ได้เลยจ้า- เมื่อได้คำสัญญาที่ชัดเจน เด็กหญิงก็ดูจะอารมณ์ดีขึ้นมาก เธอกระโดดไปรอบ ๆ ตัวพี่ชาย ก่อนจะโดนอาหมวยรวบไปกอดด้วยความหมั่นเขี้ยว
ขอบใจนะ-
ไม่เป็นไร น้องแค่ต้องการคำมั่นอะไรนิดหน่อยค่ะ- ฉันยิ้มให้ เขาจึงยิ้มตอบ ช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันสองคนมีไม่มาก และส่วนใหญ่ฉันรู้จักเขาผ่านความเงียบ สายสัมพันธ์ของเราจึงแตกต่างจากคนทั่วไป
ช่วยรอ...ฉันหน่อยนะคะ- ไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันสื่อสารออกไปเช่นนั้น แต่คุณนักศึกษาป.โทก็ทำเพียงแค่ยิ้มกว้าง แล้วยื่นนิ้วก้อยมาเกี่ยวเข้ากับนิ้วก้อยของฉันแทนคำตอบ
ฉันยืนโบกมือส่งสาวน้อยโบว์กระต่ายที่ยอมกลับบ้านไปดี ๆ พร้อมพี่ชาย โดยมีแม่หญิงหมวยพยายามดึงเสื้อให้ฉันไปร้านขนมกับมันอยู่ข้างๆ ณ ช่วงเวลานั้นไม่มีใครคาดคิดเลยว่า
วันต่อมา...จะเกิดเรื่อง...
“ว่าไงนะคะ! ได้ค่ะ เดี๋ยวบอกให้ค่ะ...ไม่ได้อยู่ที่นี่ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ” วันนี้อาหมวยยังคงมาเที่ยวเล่นที่บ้านฉันเหมือนเดิม เพราะงานของเธอทำเป็นฤดูกาล เมื่อหมดช่วงเวลนั้นแล้วก็จะว่างยาวไปอีกราวสี่ถึงห้าเดือน
“ใครมีอะไรเหรอหมวย?” ระหว่างที่เธอรับโทรศัพท์ฉันเดินเลี่ยงเข้าไปอยู่ในครัว จึงได้ยินเพียงเสียงของเพื่อนตัวเองที่โต้ตอบกับปลายสายเท่านั้น
“น้องญาญ่าหายออกไปจากบ้าน!”
“ว่าไงนะ!!”
“คุณยูไดโทร.มาถามว่าน้องมาที่นี่รึเปล่า ฉันบอกไปแล้วว่าไม่ได้มา เขาก็เลยให้บอกแกว่าพยายามนึกให้หน่อยว่าน้องจะไปที่ไหนได้อีกบ้าง แล้วให้ติดต่อกลับไป...อ่าวเฮ้ย! ฝน นั่นแกจะไปไหน” ได้ฟังคำพูดของเพื่อนเพียงเท่านั้นใจฉันก็แทบจะบินออกจากบ้านไปแล้ว
น้องญาญ่าหาย! เรื่องเร่งด่วนระดับสิบ เวลานี้ให้ฉันนั่งทำงานต่อฉันก็ทำไม่ได้แน่ๆ
“จะไปลองดูที่สวนสาธารณะแถวบ้าน---“ พลันฉันก็นึกถึงสิ่งที่คุยกับน้องเมื่อวานขึ้นมาได้
‘พี่สาวสัญญานะ ว่าจะช่วยหนูถ้างานพี่เสร็จแล้ว-‘
‘สัญญาจ้ะ’
‘ถ้างั้นนะ หนูจะไปหาอะไรสวยๆ ไว้เยอะ ๆ รอพี่สาวนะคะ-‘
ไปหาอะไรสวยๆ!!!
“หมวย! ฉันรู้แล้วว่าน้องจะไปที่ไหน”
“หา”
ฉันให้อาหมวยขับรถพามาส่งที่สวนพฤกษาใหญ่ ใกล้มหาวิทยาคิงก์ จริง ๆ แล้วสวนนี่เป็นหนึ่งในพื้นที่ของมหาลัย แต่ถูกเปิดให้เป็นพื้นที่สาธารณะเมื่อปีก่อน ฉัน ยูได แล้วก็น้องญาญ่าเคยมาที่นี่ด้วยกันครั้งหนึ่ง
‘โอ้โห มีหินสวย ๆ เยอะเลยค่ะ-‘
‘เหมือนเพชรพลอยเลยเนอะ-‘
‘สวย สวยจังเลย-‘ เราเคยคุยกันแบบนั้น ตอนที่เห็นหินสังเคราะห์สะท้อนกับแสงแดดออกมาเป็นสีต่าง ๆ
“แกแน่ใจนะ ว่าน้องอยู่ที่นี่”
“ไม่รู้เดาเอา แกโทร.หายูไดแล้วรอเขาอยู่นี่นะ ฉันจะเข้าไปหาน้องก่อน”
“เดี๋ยวไอ้ฝน!!” เสียงเพื่อนไล่หลังมาแต่ฉันไม่มีเวลาสนใจ รีบใส่หูฟังประจำตัวแล้ววิ่งเข้าไปในสวนโดยอาศัยสายตาของตัวเองนำทาง
แกร๊ก-
‘เสียง’ ไม่พึงประสงค์ดังขึ้นราวกับเป็นลางร้าย ฉันชะงักเพียงนิดเดียวแต่ก็ออกวิ่งต่อ อะไรจะเกิดก็ต้องให้เกิดแล้ว เวลานี้ ที่ต้องหาให้เจอก่อนก็คือสาวน้อยโบว์กระต่ายเท่านั้น
อยู่ที่ไหน... เด็กน้อยชุดวันพีชคนนั้น
จนกระทั่งวิ่งหลุดออกมาอีกฟากของสวนแล้วนั่นแหละ ฉันถึงได้เห็นร่างเล็ก ๆ ของคนที่ตามหา ทว่าเมื่อกำลังจะหายใจอย่างโล่งอก หูก็พลันได้ยินเสียงกรีดร้องเล็ดลอดมาทั้ง ๆ ที่สวมหูฟังปฏิเสธการรับเสียง
กรี๊ดดดด
ไฟจราจรด้านบนได้เปลี่ยนเป็นสีแดง แต่สาวน้อยที่ฉันตามหากำลังจะเดินข้ามไป
ไม่นะ!
ณ วินาทีนั้น หัวสมองฉันคิดอะไรไม่ทันอีกต่อไปแล้ว ร่างกายที่ขยับไปโดยไม่ใช้ความคิดตรงเข้ารวบตัวญาญ่ากลับเข้ามาที่ฟุตบาทได้ทัน ก่อนรถที่จอดอยู่จะออกตัวเพียงเสี้ยววินาที
ตึง! โครม!
ฉันเอาตัวเองเป็นเบาะ น้องจึงกระแทกแรงกดลงมาอีกครั้งตามแรงโน้มถ่วง
“อึ่ก” เห็นการณ์ที่คุ้นเคยวิ่งผ่านความทรงจำ พี่ชายของเด็กหญิงในอ้อมแขน ก็เคยช่วยชีวิตฉันไว้ในลักษณะนี้เหมือนกันสินะ
“ฮึ่ก...แง...” สาวน้อยที่เพิ่งผ่านวินาทีเฉียดตายร้องไห้ลั่น ทำให้ฉันสามารถรู้ได้ทันทีว่า... หูฟังใช้การไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เนื่องจากเสียงของญาญ่าผ่านเข้าโสตประสาทมาเต็มๆ
“เฮ้อ...”
“คุณคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาววัยทำงานคนหนึ่งนั่งลงตรงหน้าเราพลางถามด้วยความเป็นห่วง ฉันยิ้มให้อย่างอ่อนแรงแล้วพยายามตอบกลับไป
“ยังไม่ทราบว่าบาดเจ็บตรงไหนค่ะ ตอนนี้ตัวดิฉันชา—“ ร่างกายชะงักค้าง เมื่อเสียงบางอย่างดังขึ้นในระยะประชิด
~♫♪♩~♫♪♩~
เสียงดนตรีแสดงสายเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของอีกฝ่าย เธอหยิบขึ้นมารับสายเหมือนธรรมดา ทว่าสำหรับฉัน...
มันคือสิ่งต้องห้ามที่สุด!
“อึ่ก...” ฉันยกมือขึ้นกุมคอเสื้อ ลมหายใจเริ่มถี่กระชั้น เด็กน้อยในอ้อมแขนเริ่มสัมผัสได้ว่าร่างกายที่โอบกอดเธอไว้เริ่มสั่น และกำลังจะย่ำแย่
ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ราวกับสวรรค์กลั่นแกล้ง เมื่อเสียงเรียกเข้าของไทยมุงที่หนาขึ้นในบริเวณนั้นจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ต่างก็ดังขึ้นพร้อม ๆ กัน
~♫♪♩~♫♪♩~
~กริ๊งๆ ~ กริ๊งๆ ~
~Cause the players gonna play play play play play~
รวมทั้งเสียงเพลงที่เปิดจากเครื่องมือสื่อสารอันจิ๋วนั่น...
ทำให้สติของฉันขาดสะบั้นลง
“ไม่!!!!!!!!!!!” สาวน้อยลงไปนั่งที่พื้น ทำหน้างง เสียงร้องไห้เงียบลงทันที เมื่อฉันร้องลั่นยกมือสองข้างขึ้นปิดหู
“ไม่เอาแล้ว! พอกันที! หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ หายไปซะ!!” ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทว่าอาการไม่ดีขึ้น
เวียนหัว ตาลาย...
ภาพเหตุการณ์บางอย่างก็ผุดขึ้นมาเป็นฉาก ๆ
‘เด็กนรก...ถ้าก่อนหน้านี้ฉันไม่เลี้ยงพวกแก จะมีวันได้ลอยหน้าลายตาแบบนี้หรอก!’
‘นังเด็กเนรคุณ บอกทนายไปเดี๋ยวนี้นะยะว่าให้พวกฉันเป็นผู้ปกครอง!!’
‘ปลายฝน ป้าหวังดีนะลูก มาอยู่กับป้าเถอะ...เอ๊ะ! นังเด็กนี่ พูดดีๆไม่ฟังรึ ทำไมไม่ตอบ!!’
“ไม่!!” แผลเป็นที่ไม่มีวันหาย ความลับที่ต้นหนาวไม่มีวันรู้ และจะไม่รู้ตลอดไป ถ้าฉันยังมีชีวิตอยู่
“ช่วย...ด้วย...” คำขอความช่วยเหลือที่ส่งไม่ถึงใครสักคน...ในช่วงเวลานั้น
“...ยูได” เสียงกรีดร้องสุดท้ายของฉันขาดหายไป พร้อมกับสติที่ดับสนิทเหมือนทีวีดึงปลั๊กออก
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
Ending Plaifon Part :
Subtitles :
ชายหนุ่มและหญิงสาวซึ่งถูกเพื่อนทิ้งไว้ที่หน้าสวนต่างวิ่งตามสัญญาณไอแพดที่เธอแอบเปิดของเพื่อนไว้ก่อนออกจากบ้าน เพราะคิดว่าต้องมีเหตุให้ได้ใช้แน่ๆ
“เราแยกกันหามั้ย อาหมวย”
“เอางั้นก็ได้ นายไปทางนั้นละกัน เจอแล้วโทรมานะ”
“ตกลง” แยกกันเพียงไม่นาน เหตุการณ์ตรงหน้าก็ทำให้เขาไม่รู้จะห่วงใครดี ระหว่างน้องสาวของตัวเอง ที่นั่งน้ำตานองหน้าเขย่าร่างไร้สติของใครอีกคน
“ปลายฝน!!”
Natsume กลับมาแล้วค่า~
บางคนอ่านพาร์ทนี้อาจจะตกใจ เอ๊ะ นิยายคนละเรื่องกันหรือเปล่า... เปล่าค่ะ เรื่องเดิม แต่ตอนนี้กำลังเข้าสู่ช่วง Dark side กันแล้ว T^T ขนาดคนแต่งยังปวดหัวขนาดหนัก...
ขอบคุณพี่ลูกชุบสำหรับคอมเมนท์เช่นเดิมค่ะ หนูจะพยายามต่อไปค่ะ
ขอบคุณกำลังใจจากทุกช่องทางด้วยนะคะ
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ


- อัดตัวละครลินซ์มาแต่จบฉากง่ายไปหน่อย
- พี่ยังอ่านแล้วปะติดปะต่อเรื่องเราไม่ได้เพราะบรรยายน้อยไป เวลาเปลี่ยนฉากต้องอ่านซ้ำๆ ว่าเปลี่ยนแล้วเหรอ
- ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก กว่าจะออกไปตามหาเด็กเจอน่าจะมีจังหวะย่อหน้าเล่าถึงกระบวนการณ์หน่อย นี่ตัดมาเจอเลย แล้วช่วงบรรยายนั้นก็งงมาก
- ตอนนางเอก mental breakdown พี่อ่านแล้วยังไม่อินตาม แต่เข้าใจนะ พี่ว่ามันขาดความ intense อ่ะ ต้องลองเพิ่มหน่อยถ้ามีฉากแบบนี้ในตอนต่อไป
สู้ๆ น้า