ญี่ปุ่นสอนทุกคนให้เป็นฮีโร่

ญี่ปุ่นสอนทุกคนให้เป็นฮีโร่

สวัสดีครับ หลังจากจัดงาน JAPAN FESTA ไปเมื่อวันที่ 2-3 กันยายน 2549 ที่ผ่านมา วันนี้ก็มีโอกาสได้มานั่งเขียนเรื่องราวดี ๆ แบ่งปันให้กับทุกคนต่อนะครับ ^_^ …

... ถึงแม้ตอนนี้ ในโลกของเราจะยังไม่มีมนุษย์ต่างดาวจากนอกโลกมารุกรานเหมือนอย่างในหนังฮีโร่ตามทีวีที่เรา ๆ ท่าน ๆ เคยดูในสมัยเด็ก แค่โลกเราเองก็ยังคงถูกรุกรานจากปัญหาสภาพแวดล้อม ภัยธรรมชาติต่างๆ และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ที่ยังคงเข้ามาสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเสมอมา

หนึ่งในประเทศที่หันมามองปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง ก็คือญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตหนังฮีโร่มาให้เราๆได้ดูกันนั่นแหละครับ เพราะประเทศญี่ปุ่นที่มีนั้นแผ่นดินไหว ซึนามิ ไต้ฝุ่น และวิวัตนาการทางเทคโนโลยีสูง ความเสี่ยงและอันตรายต่าง ๆ จึงเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ดังนั้นคำว่า “ (kikikanri)” จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา

(kikikanri)
เป็นความรู้แขนงหนึ่งซึ่งถ้าแปลตามตัวคันจิจะแปลว่า “การบริการจัดการทางความเสี่ยงและอันตราย” ในความเป็นจริงแล้วความเสี่ยงและอันตรายต่างๆ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้ โดยไม่มีใครรู้  (kikikanri) จึงเป็นการเรียนรู้การวางแผนรับมือสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ให้เกิดผลร้ายออกมาให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอันตรายจากภัยธรรมชาติ และจากฝีมือของมนุษย์ และวางแผนหาหนทางเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าครับ



เปรียบเทียบอย่างง่าย ๆ ว่า ถ้าสมมุติว่าโลกเรามีมนุษย์ต่างดาวมาบุกอย่างในหนังฮีโร่ ฮี่โร่จะเป็นผู้ต่อสู้กับสัตว์ประหลาดแต่ (kikikanri) จะเป็นคนกำกับเช่น ให้ต้อนสัตว์ประหลาดไปทางโน้นทางนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับเมือง ถึงแม้จะไม่ใช่ความรู้ที่จะทำให้เราเอาไปใช้สู้กับสัตว์ประหลาดโดยตรงได้ แต่ (kikikanri) จะเป็นความรู้ที่ช่วยปกป้องความปลอดภัยของผู้อื่นได้ครับ สำหรับผมแล้ว ผมเห็นภาพว่ามันเป็นความรู้ที่สอนให้คนเป็นเหมือนฮีโร่ ถึงแม้จะอยู่เพียงฉากหลังก็เถอะ

แม้แต่ในชีวิตประจำวัน (kikikanri) นั้นจะรวมถึงทั้งเรื่อง ความปลอดภัยทั่ว ๆ ไปด้วย เช่น การให้ประชาชนเรียนรู้วิธีการป้องกันการถูกลวนลาม การแก้ปัญหาแบ่งชนชั้น ให้ความรู้ถึงวิธีป้องกันไม่ให้ติดโรคต่างๆ ป้องกันการติดไวรัสและการรั่วไหลของข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ ป้องกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ฯลฯ



ปัจจุบันมีการจัด (kikikanri) ให้เป็นวิชาได้ศึกษาอย่างเป็นทางการในมหาวิทยาลัยแล้วครับ โดยมหาวิทยาลัยที่จัดตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกนั้นคือ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์จิบะ  ในเมืองโชวชิ เมืองท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นครับ จัดเป็นก้าวแรกที่ดีสำหรับอนาคตของญี่ปุ่น  ลองคิดดูกันเล่น ๆ ว่า ประเทศทั้งประเทศ ประชาชนส่วนมากเพียบพร้อมทั้งความรู้และความสามารถที่จะลุกขึ้นมาช่วยเหลือผู้อื่นในยามที่เป็นอันตราย มันจะเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหนครับ  ....

ไมนิจิ แมน



ขอขอบคุณบทความจาก Mainichi Academic Group และภาพประกอบสวยๆจาก
http://www.kedm.bosai.go.jp
http://www.city.kashiwara.osaka.jp/kikikanri/bousai.htm
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

17 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
tooka 14 ก.ย. 49 22:26 น. 8
นับถือการเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนที่จะพร้อมรับกับสภาวะเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา
0
กำลังโหลด
แวะมาดู 16 ก.ย. 49 22:39 น. 10
คห.6 จะแขวะพวกเดียวกันทำไม - -" ส่วน คห.อื่น ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจะบรรจุหลักสูตรนี้ลงหลักสูตรของโรงเรียนเอง แล้วอย่ามาโวยวายว่าจะซ้อมไปทำไม จะไปทำอะไรก็แล้วกัน
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Crazy Divine Member 19 ก.ย. 49 20:41 น. 12

ความคิดเห็นที่ 11

เมืองไทยน่าจะมีแบบนี้มั่งง่า


PS.  ทำไมคนเราถึงชอบตามหาความรัก..กันนักนะ ทั้งที่ความรักก้ออยู่กะเรามาตั้งแต่เกิด นั่นก้อคือความรักจากพ่อแม่ไง ( รึคัยเถียงว่าไม่จริงล่ะ )
Name : Lu$i@ < My.iD > [ IP : 203.113.51.164 ]
Email / Msn:
วันที่: 19 กันยายน 2549 / 17:52

นั่นสิ - -*

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด