ประสบการณ์เดจา วู !! (ตอนจบ)

มาแล้วจ้า ตอนจบของประสบการณ์เดจา วู มาแล้ว สำหรับน้องที่ยังไม่เคยอ่านตอนแรกสามารถอ่านได้ที่นี่ http://www.dek-d.com/content/view.php?id=10424

เอาล่ะ เมื่อวันพุธที่ผ่านมามีน้องๆ มาเล่าประสบการณ์เดจา วู มากมายเลย พี่ปาล์มก็เคยเป็นเหมือนกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นฝันต่อเนื่องติดต่อกัน 4 วัน หรือว่าฝันซ้ำๆ กัน อย่างน้อยปีละครั้ง (แต่ตอนนี้ไม่ฝันแล้ว สลบเหมือดลูกเดียว 555) อิอิ ก็คงคล้ายกับน้องๆ อีกหลายคนเลยนะ เพื่อไม่ให้เสียเวลา อีก 2 ทฤษฎีที่เหลือคืออะไร ไปติดตามกันเลยค่ะ

ทฤษฎีที่สาม จักรวาลคู่ขนาน

อธิบายเกี่ยวกับ โลกคู่ขนาน หรือ จักรวาลคู่ขนาน ก่อนหมายถึง จักรวาลที่ดำเนินไปพร้อมกับจักรวาลที่เราอยู่นี้ ทฤษฎีนี้นักฟิสิกส์ริเริ่มคิดขึ้นมา มีเหตุการณ์ที่เราลังเลอยู่ 2 ทาง แต่เราก็ตัดสินใจไปทางหนึ่ง แล้วคิดไหมว่า ถ้า ณ วันนั้นเราติดสินใจเป็นอย่างอื่น อะไรจะเกิดขึ้น

ในโลกนี้ที่เรามีตัวตนอยู่ในขณะนี้ ขณะเดียวกันก็มีเราอีกคนหนึ่งในอีกโลกหนึ่ง และมีโลกคู่ขนานมากมายนับไม่ถ้วน..

เช่น ขณะนี้เราได้ตัดสินใจบางสิ่ง ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จ ขณะที่อีกคนของเราได้ตัดสินใจไปอีกทางทำให้ชีวิตตนเอง และผู้อื่นเสียหาย ก็เป็นได้ อีกตัวอย่าง บางครั้งคุณอยากฆ่าตัวตายแต่คุณล้มเลิก บางทีคุณในโลกคู่ขนานอาจฆ่าตัวตายไปแล้วก็ได้อะไรประมาณนี้

ตัวอย่าง ปัญหาทางทฤษฎีมิติเวลา สมมติคุณเดินทางย้อนเวลาได้ เมื่อวานคุณเก็งหุ้นตัวหนึ่ง วันนี้หุ้นนั้นล้ม คุณล้มละลาย คุณเดินทางย้อนเวลาไปเตือนคุณในอดีตคุณในอดีตรู้คำเตือน และยกเลิกหุ้นตัวนั้น เมื่อวานคุณไม่ได้ถือหุ้นตัวนั้น ถ้าเช่นนั้น วันนี้คุณไม่ได้ล้มละลาย ในเมื่อคุณไม่ได้ล้มละลาย คุณก็ไม่ได้เดินทางย้อนเวลาไปบอกตัวเองในอดีต คุณในอดีตก็ไม่รู้ว่า หุ้นตัวนั้นจะล้ม และเก็งหุ้นตัวนั้นตกลงวันนี้คุณล้มละลายหรือเปล่า

ทฤษฎีเกี่ยวกับโลกคู่ขนาน จึงถูกคิดขึ้นเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ความผันผวนของมิติเวลาเหล่านี้ ทุกๆเหตุการณ์ที่เรามี 2 ตัวเลือก จะเกิดโลกคู่ขนาน 2 โลก และจาก 2 โลก ถ้าเราเจอเหตุการณ์อื่นที่ต้องตัดสินใจ 2 ทาง แต่ละโลก จะเกิดโลกคู่ขนานอีก 2 โลก โลกคู่ขนานจึงมีจำนวน นับไม่ถ้วน

จากตัวอย่างเรื่องหุ้น ทฤษฎีอธิบายว่า คุณไม่อาจเปลี่ยนอดีตของตัวได้ เมื่อคุณเดินทางไปบอกตัวเองให้เลิกหุ้นนั้น คุณในอดีต ที่ตัดสินใจไม่เอาหุ้นนั้น จะเกิดอนาคตที่วันนี้คุณไม่ล้มละลาย.. จริง แต่เป็น คนละอนาคต กับวันนี้ของคุณ ที่คุณล้มละลาย คือเกิดเป็น 2 โลก คุณกลับมาปัจจุบัน โลกวันนี้ คุณก็ยังล้มละลายอยู่ดี แต่โลกที่คุณย้อนไปบอก คุณอีกคนนั้นเขาไม่ล้มละลาย

(ถ้าใครเคยดูการ์ตูนดราก้อนบอลแซดคงเข้าใจมากขึ้น ทรังค์ย้อนเวลาจากโลกที่ถูกหมายเลข 17,18 ทำลาย มาในปัจจุบัน ในที่สุดโลกที่เขามา ไม่ถูกทำลาย แต่เขากลับไป โลกของเขาก็ยังเป็นโลกที่ถูกทำลายอยู่ดี ไม่เช่นนั้นเขาจะมาได้อย่างไร)


มีคนผูกทฤษฎีเดจา วู กับทฤษฎีจักรวาลคู่ขนาน กล่าวว่า การที่เรารู้สึกหรือเห็นภาพที่คล้ายว่าเคยทำมาก่อน นั่นแหละ คุณเคยทำจริง แต่เป็นคุณในอีกโลกหนึ่งต่างหากที่ได้ทำ คุณในทุก ๆ โลก ถูกผูกกันด้วยสายใยบางอย่าง อาจเป็นเพราะ สมองมีคลื่นตรงกัน ก็เป็นคุณคนเดียวกันนี่นา ในบางจังหวะที่เหมาะสม กระแสประสาทจูนกัน คุณก็ได้รับรู้ถึงกระแสความคิดจากคุณในอีกโลก

(พี่ปาล์มอ่านทฤษฎีนี้แล้วงงนิดหน่อย แต่พออ่านอีกรอบก็พอเข้าใจ คงคล้ายๆ กับละครหรือนวนิยายที่เกี่ยวกับการข้ามภพหลายๆ เรื่องล่ะนะ)

ทฤษฎีสุดท้าย คิดไปเอง

ตามแนวคิดของหลักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า เกิดจากสมองแปลข้อมูลผิดพลาด พูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่ได้เห็นมาแล้วหรอก แต่คิดไปว่าเห็นมาแล้ว

ทางการแพทย์เรียกว่า การไหลของคลื่นกระแสไฟฟ้าในสมองเกิดการผิดปกติ สมองคนเราก็เหมือนเครื่องจักรย่อมเกิดข้อผิดพลาดได้บ้าง ทำให้การกระทำที่กำลังทำอยู่ ณ ขณะนั้น คลับคล้ายว่าเคยเกิดมาก่อนหน้านี้มาแล้ว แต่ไม่สามารถจำเวลาได้ ได้มีทฤษฎีที่พยายามอธิบายหลายวิธี เช่น


1.
ทฤษฎีในศตวรรษที่ 20 ดั้งเดิมและยังมีคนส่วนใหญ่ เชื่อกันอยู่ เชื่อว่า เดจาวู เกิดจากเมื่อสมองรับภาพมาจากประสาทตา ก็นำมาแปลความหมาย สมองมี 2 ซีก ตามี 2 ข้าง ประสาทตาซ้ายเข้าสมองซีกขวา ประสาทตาขวาเข้าสมองซีกซ้ายฉะนั้นสมองทั้งสอง ต้องทำงานประสานกันและกันอย่างมาก เมื่อเกิดสมองข้างหนึ่ง เกิดส่งข้อมูลมาช้าไปเพียงนิดเดียว ทำให้สมองแปลความหมายของภาพนั้นว่า เป็นภาพจากความจำไม่ใช้ปัจจุบันทำให้รู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เจอนั้นเคยเห็นมันมาก่อน..

2. ทฤษฎีใหม่นั้น พบว่า เป็นความผิดปกติของสมองส่วนการเรียกความจำ และส่วนที่ทำหน้าทีเกี่ยวกับความคุ้นเคยผิดปกติ ซึ่งเมื่อมีสิ่งเร้าผ่านเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นภาพหรือเสียง มีการลัดวงจรทำให้สมองส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความคุ้นเคยทำงานมากผิดปกตินั่นเอง

มีหลักฐานว่า โดยส่วนมาก คนที่เป็นลมบ้าหมู หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็น จะมีโอกาสเกิดบ่อยกว่า และมีโอกาสเกิดบ่อยมากขึ้น ก่อนที่จะมีอาการชักกระตุก

จบแล้วค่ะ ทั้ง 4 ทฤษฎีของการเกิดเดจา วู แล้วน้องๆ เชื่อทฤษฎีไหนคะ? ส่วนตัวพี่ปาล์มเชื่อทฤษฎีจักรวาลคู่ขนานล่ะ อิอิ

พี่ปาล์มขอบคุณบทความจากวิกิพีเดียดอทคอม

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.spacetoday.org/

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

22 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
[[StaR On SanD]] Member 30 ส.ค. 51 22:15 น. 9
ไม่แน่ใจว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนเราหรือเปล่านะ
แต่ของเรายืนยันว่าภาพที่เคยเห็นมาก่อนเป็นเรื่องในความฝัน
คือเป็นหลายๆครั้งแล้วมีครั้งนึงที่ฝันเรื่องนั้นเสร็จก็ตื่นพอดี ก็เลยจำฝันได้
แล้ววันต่อมาก็เกิดขึ้นเลย
ไม่รู้ตรงกับทฤษฎีไหน น่าจะ1
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
KRY 31 ส.ค. 51 13:46 น. 11
ทฤษฏีโลกคู่ขนานมีจิงๆอ่ะหรอ??


เราในอีกโลกหนึ่ง!! ถ้างั้นจะมีตัวเราในอีกกี่โลกกันล่ะ
โว้ว ว ว ว น่าสนจัยแฮะ
0
กำลังโหลด
.... 31 ส.ค. 51 13:57 น. 12
เคยได้ยินมาว่า "สิ่งเราเห็นอาจเป็นสิ่งที่เราเคยทำมาตั่งแต่ในอดีต
หรือชาติที่แล้ว บางที่อาจเป็นเพราะเราเคยฝันเหนก้อได้"
0
กำลังโหลด
จิ๊ปปี้ซัง Member 31 ส.ค. 51 15:37 น. 13
คิดว่าน่าจะเป็นทฤษฎีที่ 2 น่ะคะ มันดูมีความเป็นไปได้และสมเหตุสมผลมากกว่านะคะ อันแรกมันจะดูซับซ้อนจนเกินไป มีเราหลายคนในหลายจักรวาลคู่ขนาน
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เขต 31 ส.ค. 51 17:48 น. 15
ไม่รู้ตรงกับอันไหนครับแต่เห็นบ่อยมากบางทีเห็นเหตุการณ์ข้ามปีก็มีครับผมเป็นทั้งเวลาหลับและเวลาตื่นเลยอ่ะครับ[คิดว่าหลับคงฝันเห็นแต่ตื่นนี่เป็นช่วงที่ผมจิตหลุดอ่ะครับ(ไม่รู้สึกตัวไปชั่ววูบเหอๆๆ)]
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
สนรีเ 31 ส.ค. 51 19:57 น. 18
เป็นตอนม.ต้นค่อนข้างบ่อยเลยค่ะ ตอนนี้อยู่ม.ปลายไม่ค่อยเป็นแล้ว เรามักจะฝันก่อนแล้วถึงเจอเหตุการณ์จริงๆ ไม่ก็เอะใจขึ้นมาเฉยๆว่าเหมือนเราเคยผ่านเหตุการณ์นี้มาแล้ว บางเหตุการณ์เรารู้ว่าจะเป็นไงต่อนะ แต่เรากลับเปลี่ยนเหตุการณ์นั้นเอง เช่น เรารู้ว่าเดี๋ยวเราจะต้องพูดอะไรกับแม่แต่เราก็เปลี่ยนคำพูดซะ เพราะเรารู้ว่าอนาคตจะต้องโดนแม่ด่ากลับ ก็มีประโยชน์ดีนะคะ 55555555+
0
กำลังโหลด
•๏water๏• Member 31 ส.ค. 51 21:29 น. 19
-*- รู้สึกจะเคยเจอบ่อย (คิดไปเองมั้ง)

ก็ยังเจออยู่ ณ ปัจจุบัน

แหม อยากไปบอกอีกคนในโลกคู่ขนานจัง

ก็ตอนนี้ตัวเองโง่ๆอยู่

อีกโลกมันคงฉลาด
0
กำลังโหลด
Bad Angle~ Member 31 ส.ค. 51 22:29 น. 20

เคยแบบ

ฝันเหนอ่ะ

ฝันเหนสถานที่

แล้วตัวเองก้ได้ไปที่ที่ฝันเหนจิงๆทั้งๆที่มันไม่ได้อยุ่ในไทย

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด