จาก ม.ปลาย สู่ มหา'ลัย...เรียนอย่างไรให้ได้ A

  ใกล้จะเข้าสู่ ช่วงโค้งสุดท้าย สำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ของน้องๆ ม.6 กันแล้ว วันนี้พี่ปอเลยมีบทความดีๆมาฝาก ชาว dek-d ทั้งหลาย ว่า การเรียนในมหาวิทยาลัยนั้น ต่างจากการเรียน ใน ระดับ ม.ปลาย ที่เรากำลังจะผ่านพ้น อย่างไร เพื่อ เราจะได้มีวิธีการเตรียมตัว ในการเรียน ระดับมหาวิทยาลัย ให้ GET A ทุกวิชาเลยไงคร๊าบ อิอิ งั้นก็อย่ารอช้ากันเลย เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกั่ว เอ้ย ดีกว่า

 .ปลาย vs มหาวิทยาลัย แตกต่างกันอย่างไร ?

ข้อแรกเลย การเรียนในมหาวิทยาลัยนั้น ส่วนใหญ่ในปีแรก เนื้อหาจะคล้ายๆกับ ม ปลาย

  

  พวกวิชา เคมี คณิตศาสตร์ ชีว ภาษาอังกฤษ อะไรทำนองนี้ จะเจอมากเลย สำหรับ น้องๆที่เรียนในคณะสายวิทย์ แต่ สำหรับคณะสายศิลป์ก็เจอบ้างนะ โดยเฉพาะ ภาษาอังกฤษ ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่ยากนะ เพราะเราเคยเรียนมาหมดแล้วใน ม ปลาย แต่มันยากตรงที่ เนื้อหาแต่ละเรื่องเรียนเร็วมากๆ เร็วกว่า ใน ม ปลาย ประมาณ 3-4 เท่าเลยล่ะ ลองคิดดูละกัน อย่าง ชีวะเนี่ย เราต้องเรียนเนื้อหาที่เราเคยเรียนตั้งแต่ ม .4- .6 ภายใน 1 เทอมอะ สุดๆไปเลย

  แนวทางการปรับตัว

  ตั้งใจเรียนให้มากขึ้น หมั่นทบทวนบทเรียนอยู่เสมอ ถ้าเป็นไปได้ไปเอา สมุดโน้ต หนังสือเรียนเก่าๆสมัย ม ปลาย มาทบทวนดู เพราะว่า เนื้อหาในมหาวิทยาลัยที่อาจารย์สอนนั้นมันจะรวบรัดมากๆ ไม่ละเอียดเท่าของ ม ปลาย ดังนั้นถ้าเราอ่านของ ม ปลาย จะทำให้เราเข้าใจมากขึ้นน๊า

ข้อแตกต่างต่อมา เป็นเรื่องของ ความอิสระ ที่เราจะได้รับอย่างมาก ในรั้วมหาวิทยาลัย

  ถ้าเราควบคุมตนเองไม่ได้ ความอิสระที่เราได้รับนั้น จะกลับกลายเป็นดาบ มาทำร้ายเราได้นะ

    แนวทางการปรับตัว

  เราต้องควบคุมตนเองให้อยู่นะ อย่าออกนอกลู่นอกทางล่ะ แล้วที่สำคัญต้องแบ่งเวลาให้เป็นด้วย ต้องรู้ว่าเวลาไหนควรเที่ยว เวลาไหนควรตั้งใจเรียน ไม่ใช่ว่า เก้าโมง คือเวลาเรียนแต่แอบโดดไปเที่ยวซะงั้น จริงอยู่ว่า ในมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่จะไม่มีการเช็คชื่อหรือเช็คเวลาเข้าเรียน แต่ถ้าเราทำบ่อยๆ เราจะเรียนไม่ทันเพื่อน รู้ไหมคร๊าบ อิอิ

    รู้หรือไม่ การเรียนในมหาวิทยาลัยนั้น ส่วนใหญ่ คะแนน ที่ได้ เกรดที่ออก ล้วนมาจากการสอบ ทั้งนั้น ไม่มี คะแนนพิศวาส หรือ คะแนนเก็บ คะแนนทำงานเหมือนใน ม ปลาย นะ ?

  อันนี้ คือเรื่องจริงเลยครับ วิชาส่วนใหญ่ในมหาวิทยาลัยนั้น คะแนนที่ได้ มาจากการสอบทั้งนั้น ไม่มีคะแนนช่วยหรือคะแนนเก็บเหมือนตอน ม ปลาย  อย่างวิชา แคลคูลัส ที่พี่ปอเคยเรียนตอนสมัยหนุ่มๆ ฮ่าๆ เก็บ คะแนนกลางภาคและปลายภาค อย่างละ 50% เลยนะ สุดๆไปเลยไหมล่ะ

  

  แนวทางการปรับตัว

  ดังนั้น วิธีการปรับตัวนั้น เราต้องตั้งใจเรียนและเอาใจใส่ต่อวิชานั้นๆอย่างมาก ที่สำคัญไม่ควรโดดเด็ดขาด เพราะแม้ว่าคะแนนช่วย คะแนนจากการเข้าห้องเรียน จะไม่สำคัญแล้ว แต่การที่เราโดดเรียน จะทำให้เราไม่เข้าใจเนื้อหาที่อาจารย์สอนนะ เดี๋ยวจะมาเหนื่อยช่วงใกล้สอบแล้วจะหาว่าพี่ปอไม่เตือน

  การช่วยเหลือตัวเอง คือเรื่องใหญ่มากในรั้วมหาวิทยาลัย

อ่านหัวข้อแล้วอย่าเพิ่งคิดไปไกลน๊า เรื่องช่วยเหลือตัวเองเนี่ย ฮ่าๆ การช่วยเหลือตัวเองในที่นี้ หมายถึง ถ้าเรามีปัญหาการเรียน หรือต้องการติดต่ออาจารย์นั้น เราต้องติดต่อเอง ไม่มีอาจารย์มาคอยจ้ำจี้จ้ำไชเราเหมือนตอน อยู่ ม ปลายแล้ว

  แนวทางการปรับตัว

ในรั้วมหา'ลัยนั้น เราจะมีอาจารย์ที่ปรึกษา คอยให้คำปรึกษาเรา เวลาเรามีปัญหาอะไร ก็ปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาของเราได้ และนอกจากนี้ วิชาที่เราเรียนบางวิชา ก็จะมีอาจารย์ที่ปรึกษาประจำวิชา และ ผู้ช่วยสอน คอยให้คำปรึกษาเราอยู่ด้วย

   "อย่าอายที่จะเข้าหาอาจารย์นะครับ เพราะถ้าเราไม่กล้าที่จะเข้าหาอาจารย์ จะทำให้เราเรียนอย่างลำบากมากๆ "

  เพื่อน คือ สิ่งสำคัญ ในรั้วมหา 'ลัย

 

  ใน ม ปลาย เราอาจยังไม่ค่อยเห็นความสำคัญของเพื่อนในด้านการเรียนมากนัก เพราะเรามักจะนึกถึงเพื่อนในเรื่องของความสนุกสนาน เฮฮากันเสียส่วนใหญ่ แต่ ในรั้วมหา'ลัย เพื่อนนี่แหล่ะ จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราเอาตัวรอดได้เลย ยกตัวอย่างนะ ถ้าเราไม่เข้าเรียน แล้วเรามีเพื่อน ที่ไว้ใจได้เรียนวิชาเดียวกับเรา เราก็ยังสามารถให้เพื่อนช่วยจด lecture หรือมาติวให้เราได้ จริงไหม ? เริ่มเห็นความสำคัญของเพื่อนหรือยัง

  แนวทางการปรับตัว

  ในมหาวิทยาลัยนั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องมีเพื่อนเป็นกลุ่มใหญ่ แค่มี สอง สาม คน แต่ไว้ใจได้ สามารถช่วยเหลือกันได้ ก็เพียงพอแล้ว น้องๆบางคนคงจะสงสัยว่า แล้วเพื่อน นั้น ในมหาลัย หายากไหม ไม่ยากครับ เพียงแค่ร่วมทำกิจกรรมบ่อยๆ เราก็จะได้เพื่อนเอง เชื่อพี่ปอสิ

  เอาล่ะ วันนี้พี่ปอก็ขอจบบทความ จาก ม ปลาย สู่ มหา’ลัย เรียนอย่างไรให้ได้ A แต่เพียงเท่านี้นะคร๊าบ แล้วโอกาสหน้าเจอกันใหม่ สุดท้ายนี้ขอกล่าวคำว่า โชค A ครับ ....

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

18 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
NuNail Member 8 ต.ค. 51 23:53 น. 9
55+

ถูกต้องเลย เรียนมหาลัยแล้วคะแนนที่ได้ส่วนใหญ่จะมาจากการสอบ

มีอยู่วิชาหนึ่่่่่่่ง กลางภาค35 เก็บในห้อง15 ปลายภาค50 แทบลมจับ

แต่ยังดีได้ A มา เพราะตั้งใจเรียนจ้า

น้องๆที่กำลังจะเรียนมหาลัยก็ตั้งใจๆหน่อยนะ เพราะมหาลัยเป็นอะไรที่อิสระมาก ถ้าเที่ยวบ่อยไม่ใช่แค่เรียนไม่ทัน อาจหมดสิทธิ์สอบ หรือติด F ด้วย
0
กำลังโหลด
Yunho_Xiah Member 9 ต.ค. 51 00:05 น. 10
จริงอย่างทีพี่ปอว่า

คะแนนแต่ละคะแนนที่ได้มา

มาจากการสอบทั้งนั้น

แล้วก็ไม่มีอาจารย์มาจ้ำจี้จ้ำไชเราเหมือนตอนมัธยมด้วย
0
กำลังโหลด
U ~= WiLL~=NEVER~=WalK=~AlonE Member 9 ต.ค. 51 01:01 น. 11
ไม่ทันแล้วค่าาา A คงหลุดลอยไปแล้วววว แต่ไงก็ขอบคุณมากๆๆๆนะค้า เทอมหน้าเอาใหม่ๆๆ
0
กำลังโหลด
||-HeDw!g & P!gw!Dgeon-|| Member 9 ต.ค. 51 09:11 น. 12
ม.ปลายยังได้แค่3.9 พอมหาลัยมันจะได้A เรอะ??
ก็เกรด4ยังไม่มีปัญญาจะได้

T^T


เอางี้..เข้ามหาลัยให้ได้ก่อนดีกว่า
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ลิลลี่ 9 ต.ค. 51 11:41 น. 15
อันนี้ก็ยืนยันว่า ต้องใส่ใจตัวเองจริงๆ
เพราะจะไม่มีใครบอกอะไร ไม่ตาม อยากเรียนก็เรียนไม่เรียนก็ไม่เป็นไร
แต่สอบให้ผ่านก็พอ
สอบ100 คะแนน ไม่มีคะแนนช่วยอะไรเลย
เป็นอย่างงี้ทุกตัว
ตอนใกล้สอบทีนี่แทบบ้า
อ่านก่อนสอบ1เดือนยังไม่รู้เลยว่าจะทันมั้ย
เรียนมหาลัย นี่ยากจริงๆนะ เหอๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ฟ่าง 12 ส.ค. 52 11:16 น. 19
เพิ่งจะมาอ่านเจอค่ะ - -'

จริงอ่านที่พี่ปอทุกประการเลย ชีวิตปีหนึ่ง

ทั้งเรียนทั้งกิจกรรม

อ่อ อยากฝากบอกน้องๆม.ปลายว่า ตั้งใจเรียนให้มากๆนะ

เพราะเนื้อหาที่เราเจอในมหาวิทยาลัย

ถึงแม้จะเป็นเนื้อหาของม.ปลาย แต่ก็จะเรียนลึกกว่าเดิม

ฉะนั้นพื้นฐานสำคัญมากๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด