|
พี่ลาเต้ : สูตรนี้น่าสนใจมากๆครับ..ต่อกันที่เรื่องแอดมิชชั่นกันบ้างครับ..อาจารย์คิดเห็นแบบไหนกับระบบนี้ครับ.. อ.ทรงชอบ : ตามความคิดส่วนตัวแล้ว..ชอบระบบเอนทรานซ์มากกว่าครับ..เพราะระบบเอนทรานซ์จะไม่ใช่ผลการเรียนรวม ซึ่งน้องๆที่อาจจะผิดพลาดไม่ใส่ใจเรียนตอน ม.4 หรือ ม.5 ก็จะกลับตัวได้เมื่อขึ้น ม.6 แต่หากเป็นระบบแอดมิชชั่นเขาใช้เกรดตั้งแต่ ม.4 - ม.6 เลย..ซึ่งน้องๆคนที่เคยพลาดในตอนต้นๆ โอกาสที่จะตีตื่นนั้นมีน้อยมากๆ..ซึ่งเด็กที่พลาดตอน ม.4 - ม.5 นั้นเยอะมากๆครับ..
พี่ลาเต้ : อยากให้อาจารย์บอกแนวข้อสอบ O-NET ให้น้องๆชาวเด็กดีดอทคอมหน่อยครับ.. อ.ทรงชอบ : ข้อสอบ O-NET แต่ละปีที่ผ่านมาจะออกเรื่องราก ,เลขยกกำลัง ,สมการเยอะมากๆครับ..แต่ภาพรวมแล้วถือว่าง่ายมากๆ สมมติมี 100 ข้อจะมีข้อที่ยากๆไม่เกิน 10 ข้อซึ่งหากใครทบทวนอย่างดีแม่นๆไม่สับสน รับรองทำได้แน่นอนครับ..
พี่ลาเต้ : จาก O-NET ก็ต่อที่แนวข้อสอบ A-NET กันเลยครับ.. อ.ทรงชอบ : ต้องบอกว่ายาก..เนื้อหาที่ควรเน้นๆไว้คือ สถิติ ,ความน่าจะเป็น ,พิชคณิต และแคนคูลัส โดยฟันธงได้เลยว่าเฉพาะสถิติ และแคนคูลัสก็ออกประมาณ 30 ข้อแล้ว..ส่วนวิธีแนวการถามจะไม่มีถามชั้นเดียวแน่นอน แต่ละข้อจะต้องคิดไม่ต่ำกว่า 2 ชั้นถึงจะตอบได้..

พี่ลาเต้ : โอ้โห..เจอข้อสอบแบบนี้ตายแน่ๆเลย..แล้วอย่างนี้น้องๆจะต้องเตรียมตัวยังไงบ้างครับเนี่ย.. อ.ทรงชอบ : ฝึกอ่านข้อสอบเก่าครับ..อย่าง O-NET นอกจากปีก่อนๆแล้วก็ไปหาข้อสอบเอนทรานซ์มาอ่านด้วยก็ได้ครับ วิชาคณิตศาสตร์โอเน็ต หากเป็นเอนทรานซ์ ก็จะเป็นวิชาคณิตศาสตร์ 2 ครับ..ส่วน A-NET ก็เหมือนกันครับ..ไปอ่านวิชาคณิตศาสตร์ 1 ของเอนทรานซ์ได้ครับ..
พี่ลาเต้ : มาต่อกันอีกระบบครับ GAT - PAT ครับ..แนวข้อสอบมันจะออกยังไงเหรอครับ.. อ.ทรงชอบ : ขอเริ่มที่ GAT ก่อนนะครับ..ข้อสอบวิชานี้มันจะเป็นความรู้ความเข้าใจจะประกอบไปด้วย 3 อย่างคือ ทักษะภาษาไทย ทักษะภาษาอังกฤษ และทักษะการคำนวณ ซึ่งอย่างคณิตศาสตร์มันก็จะไม่ได้ออกเป็นโจทย์คณิตศาสตร์ซะทีเดียว แต่มันจะเป็นโจทย์วิชาภาษาไทย แต่จะให้คิดและตอบเป็นคณิตศาสตร์ลักษณะนี้ครับ..หากเปรียบกับ O-NET แล้ว GAT ง่ายกว่าครับ ให้เด็ก ม.3 ไปทำก็ทำได้ครับ..อยู่ที่ความเข้าใจ
พี่ลาเต้ : ส่วน PAT หละครับ..คงยากน่าดูเลยใช่ไหมครับ.. อ.ทรงชอบ : ใช่ครับ..คณิตศาสตร์ก็จะเป็น PAT 1 ส่วนตัวอาจารย์เองก็ยอมรับว่ายากจริงๆครับ..ยากกว่า A-NET แน่นอน..เพราะข้อสอบมันจะวัดผลว่าเราจะเรียนคณะนี้ในมหาวิทยาลัยได้ไหม เนื้อหาที่ออกส่วนใหญ่เลยจะลึกเหมือนกับการเรียนระดับมหาวิทยาลัย ข้อสอบ PAT 1 จะต่างกับ A-NET ตรงเนื้อหาที่ออก เช่น A-NET จะออกทุกบทถั่วเฉลี่ยเท่าๆกัน แต่ PAT 1 จะถั่วเฉลี่ยทุกบทเหมือนกัน แต่ให้ความสำคัญแต่ละบทไม่เท่ากัน เช่น ให้ความสำคัญออกสถิติมากกว่าบทอื่นๆ แนวการถามก็จะให้คิดแล้วตอบแบบเป็นเหตุเป็นผล สิ่งที่ควรจะเน้นคือ สถิติ และอนุกรม หากอยากจะเตรียมตัวอาจารย์แนะให้เป็นอ่านข้อสอบระดับปริญญาโท เพราะแนวการถามจะเหมือนกันเลยครับ..
พี่ลาเต้ : รู้แนวข้อสอบแล้วเหนื่อยเลยครับ..อยากให้อาจารย์ให้กำลังใจน้องๆเด็กดีดอทคอมหน่อยครับ.. อ.ทรงชอบ : ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ..สิ่งที่อยากจะฝากคือ อยากให้เตรียมตัว เตรียมตั้งแต่วันนี้ สิ่งแรกเลยคือจัดตาราง จากนั้นก็ต้องทำตามตาราง และต้องอดทนทำให้ได้ด้วย..การลงทุนที่คุ้มค่าคือการอ่านหนังสือ เราอดทนแค่เพียงช่วงเวลานิดเดียวไม่กี่เดือน แต่มันคืออนาคตของเราครับ..อาจารย์ขอเป็นกำลังใจให้น้องๆทุกคนครับ.. |
5 ความคิดเห็น
ขนาดวีดีโอ ผมยังกลัวเรื่องผีของอาจารย์เลย
สุ ปิ ( อะไรเนี่ยแหละ บรึ๋ยย )
แค้นตรงหลอกจดที่ซุ้ดดดด
เราเคยเรียนที่พญาไทอะ
แล้วก้อต้องมาปิดกระทันหัน
ทรมานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ต้องมาตามเรียนชดเชยงะ
แล้วเราอยากจะบอกว่า...
อย่าเรียนรอบวิดีโอนะ...
!!!ย้ำ!!!เพราะเราโดนแบบว่า
เอาวิดีโอของ2ปีที่แล้วมาเปิดอะ
เฮ้อ...เซงสุดๆ
แล้วยิ่งต้องมาตามเรียนชดเชยนะ
อารมเสียสุดๆ....นัดให้มาเรียนแล้วก้อไม่มา...
สุ ปิ นา นัง...อิอิ