สวัสดีครับ..วันที่ 19 พศจิกายน 2551 นี้ก็ถือเป็นวันสุดท้ายของงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชครินทร์ ซึ่งก็เป็นวันเดียวกับมีการอัญเชิญ พระสรีรางคาร [เถ้ากระดูก] จากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม [วัดพระแก้ว] ไปยัง สุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ซึ่งวันนี้ พี่ลาเต้ จึงขอนำข้อมูล และประวัติของสุสานหลวงแห่งนี้มาให้น้องๆได้ทราบกันครับ..

        สำหรับความเป็นมาของสุสานหลวงแห่งนี้เริ่มมาจากในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างสุสานหลวงขึ้น 2 แห่ง แห่งแรกคือ สุสานหลวงวัดเทพศิรินทราวาส เพื่อใช้เป็นที่ปลงศพเจ้านายทุกชั้นบรรดาศักดิ์ กับอีกแห่งหนึ่งคือ สุสานหลวงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร

        สุสานที่วัดเทพศิรินทราวาสนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้สถาปนาขึ้นเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลแก่พระราชมารดา ส่วนสุสานที่วัดราชบพิธฯ ถือว่าเป็นพระอารามหลวงประจำรัชกาล

        การที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างสุสานหลวงเพื่อเป็นที่บรรจุพระอัฐิ [กระดูก] และพระสรีรางคาร [เถ้ากระดูก] ของของบรรดาเจ้านายขึ้นในวัดราชบพิธฯแห่งนี้ มีคำอธิบายไว้ว่า "สุสานหลวงวัดราชบพิธฯ เป็นสุสานที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ผู้ใหญ่เล่าว่าด้วยมีพระราชประสงค์จะให้ผู้ที่มีความรักใคร่ห่วงใยอย่างใกล้ชิด คือพระมเหสี เจ้าจอมมารดา และพระราชโอรส พระราชธิดา ได้อยู่รวมกันหลังจากที่ล่วงลับไปแล้ว"

        สภาพโดยทั่วไปในสุสานหลวง จะเป็นการสร้างอนุสาวรีย์ของพระมเหสีหรือเจ้าจอมมารดา เพื่อให้ลูกได้อยู่กับแม่หรืออย่างน้อยในบ้านของแม่ เว้นในกรณีที่พระราชโอรสหรือพระราชธิดาสิ้นพระชนม์ก่อน พระมารดาก็สร้างอนุสาวรีย์ของพระเจ้าลูกเธอพระองค์นั้นไปก่อน

        สุสานหลวงที่วัดราชบพิธฯ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ เป็นแม่กองก่อสร้างขึ้นในที่รอบๆ ชานกำแพงด้านทิศตะวันตกของวัด และเมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์สิ้นพระชนม์ในปี ..2440 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระองค์เจ้านิลวรรณ เป็นแม่กองจัดสร้างสืบต่อมา

        สำหรับอนุสาวรีย์ที่สำคัญภายในสุสานหลวงวัดราชบพิธฯ คือ เจดีย์สีทองสี่องค์ เรียงลำดับจากเหนือไปใต้ โดยองค์แรกพระราชทานแด่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระราชทานนามว่า "สุนันทานุสาวรีย์" องค์ถัดมาเป็นส่วนของสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี พระราชทานนามว่า "รังษีวัฒนา" ส่วนของสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ พระราชทานนามว่า "เสาวภาประดิษฐาน" และส่วนของพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี พระราชทานนามว่า "สุขุมาลนฤมิตร์"


        ปัจจุบันในสุสานหลวงมีจำนวนอนุสาวรีย์ 34 องค์ และมีการจัดตั้ง กองทุนสุสานหลวงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ขึ้นมาดูแลรักษาสุสานหลวงให้มีความงดงามเพื่อชนรุ่นหลังได้เข้าชมต่อไป สำหรับเจดีย์สีทององค์ที่มีพระนาม "รังษีวัฒนา" จะเป็นที่เก็บพระอัฐิของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้เข้าไปทำความสะอาด และทาสีใหม่ พร้อมทั้งจัดแต่งสวนบริเวณรอบๆ เจดีย์อย่างสวยงาม

         "
รังษีวัฒนา" เป็นอาคารจตุรมุข ยอดสถูป มีมุขกระสันเชื่อมระหว่างกัน ตรงกลางเป็นสถูปขนาดใหญ่บุโมเสคสีทอง ภายในอาคารนี้มีพระอัฐิและพระสรีรางคารพระราชโอรส พระราชธิดา ในรัชกาลที่ 5 กับสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี ได้แก่ สมเด็จพระบรมราชปิตุลาธิบดี เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสมมติวงษ์วโรทัย กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์, สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าหญิงวิจิตรจิรประภา, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าหญิงศิราภรณ์โสภณ, สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก [สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ ต้นสกุล มหิดล], สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรฯ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าหญิง [ยังไม่มีพระนาม] พระราชธิดาที่ 88 ในรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีพระชันษา 4 วัน

        ผู้ดูแลสุสานหลวงในปัจจุบัน เล่าว่าก่อนจะมีการนำพระอัฐิ หรือพระสรีรางคารมาเก็บไว้ในพระเจดีย์ จะต้องมีการบำเพ็ญพระราชกุศลในพระอุโบสถก่อน ซึ่งพระสรีรางคารสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อบำเพ็ญพระราชกุศลแล้ว จึงจะมีการนำไปบรรจุไว้ที่ใต้ที่บรรจุพระราชสรีรางคารของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า ซึ่งสุสานหลวงในส่วนของอาคารรังษีวัฒนานั้น ภายในจะแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งเก็บพระอัฐิ [กระดูก] ส่วนอีกฝั่งจะเก็บพระราชสรีรางคาร และพระสรีรางคาร [เถ้ากระดูก] ส่วนตรงกลางจะประดิษฐานพระพุทธรูปที่เป็นพระประจำพระชนมวารของแต่ละพระองค์

        มีข้อน่าสังเกตว่า "พระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล" นั้น ไม่ได้ประดิษฐานรวมอยู่ อาคารรังษีวัฒนาแห่งนี้ด้วย เนื่องจากตอนนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ไม่ได้ทรงประกอบการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณราชประเพณี เพิ่งจะมามีในตอนหลัง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการประกาศเฉลิมพระปรมาภิไธยสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลขึ้นเป็น "พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล อดุลยเดชวิมล รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร์ สยามินทราธิราช"

        ดังนั้น พระบรมอัฐิและพระราชสรีรางคารของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 8 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ได้อัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐาน พระวิมานชั้น 3 บนพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ส่วนพระราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินอัญเชิญพระอบ พระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลไปยังวัดสุทัศน์เทพวราราม และอัญเชิญบรรจุลงในหีบ พร้อมทั้งเคลื่อนหีบพระบรมราชสรีรางคารเข้าสู่พระพุทธบัลลังก์ พระศรีศากยมุนี พระประธานในพระวิหารหลวง วัดสุทัศน์ ซึ่งถือว่าเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8

        ส่วนหนึ่งอัญเชิญไปประดิษฐานที่เจดีย์ราชสกุลมหิดล วัดปทุมวนาราม ซึ่งที่เจดีย์แห่งนี้มีพระตัจจะพระนลาฏ [ผิวหนังหน้าผาก] รัชกาลที่ 8 พระทนต์ [ฟัน]สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระราชสรีรางคาร [เถ้ากระดูก]สมเด็จพระบรมราชชนก พระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมราชชนนีบางส่วน และพระทนต์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ฯ เจดีย์ราชสกุลมหิดล วัดปทุมวนาราม จึงมีครบทุกพระองค์ที่ล่วงลับ..

        ในโอกาสใกล้วันพระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชครินทร์ พี่ลาเต้ ก็ขอเชิญชวนน้องๆชาว Dek-D.Com ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมส่งเสด็จพระองค์ท่านสู่สวรรคาลัย ด้วยการใส่ชุดสีขาวดำตั้งแต่วันที่ 14 - 16 พฤศจิกายนนี้ เพื่อแสดงความอาลัยต่อพระองค์ท่านครับ..

 
 
พี่ลาเต้ ขอขอบคุณข้อมูลประกอบจาก หนังสือพิมพ์มติชนและวิกิพีเดีย ครับ
พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

9 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
คนไทยในต่างแดน 10 พ.ย. 51 22:24 น. 3
อ่านแล้วใจหาย....

ข้าพเจ้ารักเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์เลย

แต่ในเมื่อท่านยังมีจิตใจเป็นห่วงโลกมนุษย์อย่างพวกเรา สังขารจึงเป็นสิ่งไม่เที่ยง

สมเด็จพระเจ้าพี่นางฯ ข้าพเจ้าและคนไทย จะขอเทอดทูนท่านไว้ในใจปราบชั่วนิรันดร์

พะย่ะค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
bebe 18 พ.ย. 51 19:14 น. 5
ผมยังรู้สึกอาลัยอาวรอยู่จริงๆ เพราะครั้งนึงผมเคยได้เจอพระพี่นางฯ อย่างใกล้มากๆ
ตอนนี้ยังรู้สึกใจหายอยู่เลย
0
กำลังโหลด
~เจ้าหญิงหิมะ~ Member 18 พ.ย. 51 20:35 น. 6
ถึงพระพี่นางจะจากไปสวรรคาลัย แต่ยังสถิตในดวงหฤทัยของปวงชนชาวไทยตลอดไป...

ข้าพเจ้าก็คือปวงชนชาวไทยผู้หนึ่ง ขอให้พระพี่นางบรรทมให้สบายเถิด
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด