|
สวัสดีครับ.. เรื่องลี้ลับในสถาบันกลับมาสั่นประสาทน้องๆ อีกครั้งในวันศุกร์สุดสัปดาห์ก่อนวันเด็กแห่งชาติครับ.. ในครั้งนี้ พี่ลาเต้ ขออนุญาตยกให้เป็น เรื่องลี้ลับ[นอกสถาบัน]ตอนพิเศษ เพราะเรื่องที่จะนำมาเล่าในครั้งนี้ พี่ลาเต้ และ พี่มิ้งค์ สองคอลัมนิสต์แห่งเว็บไซต์เด็กดีดอทคอมได้ประสบพบเจอจนขนหัวลุกมาด้วยตัวเอง.. จนอดไม่ไหวที่จะต้องมาเล่าให้ฟังครับ.. เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา พี่ลาเต้ และ พี่มิ้งค์ ได้ไปทำหน้าที่คอลัมนิสต์ในงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ที่โรงภาพยนตร์ของห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมืองมหานคร.. งานในวันนั้นได้เสร็จสิ้นในเวลาประมาณห้าทุ่มกว่าๆ ซึ่งก็เป็นเวลาที่ห้างสรรพสินค้านั้นได้ปิดลงแล้ว.. พี่ลาเต้ และ พี่มิ้งค์ พร้อมเพื่อนๆ ผู้สื่อข่าวคนอื่นๆ จึงมุ่งหน้าไปที่ลิฟท์เพื่อเดินทางกลับ ซึ่งขณะนั้นเหลือลิฟท์ที่เปิดใช้เพียง 1 ตัวเท่านั้น.. ทันทีที่ลิฟท์ขึ้นมารับ พี่ลาเต้ และพี่ๆ คนอื่นๆ ก็รีบเดินเข้าไปหาที่ยืนในลิฟท์นั้นทันที ซึ่งจุได้เพียง 10 คนเท่านั้น.. และเมื่อคนเข้าไปครบแล้ว ประตูลิฟท์ก็ปิดทันที..
จุดหมายปลายทางของลิฟท์ตัวนี้ คือการพาทุกคนลงไปที่ชั้น 1 ซึ่งเป็นทางออกทางเดียวของห้างสรรพสินค้าในขณะนั้น.. แต่ในความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้นครับ เพราะลิฟท์ตัวดังกล่าวกลับเลื่อนขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง นั้นก็คือชั้น 6 ทันที่ที่ประตูลิฟท์ชั้น 6 เปิดออก ภาพที่ผู้โดยสารในลิฟท์ทั้ง 10 คนได้เห็นนั้นก็คือ.. ความมืด ความเงียบ ความวังเวง และความน่ากลัว ขณะนั้นไม่มีเสียงใดๆ ดังอยู่ภายนอกแม้แต่เสียงเดียว มีแต่แสงจากลิฟท์เท่านั้นที่ส่องออกไป.. คนที่อยู่บริเวณปุ่มควบคุมลิฟท์จึงรีบกดปิดประตูทันที เพื่อลงไปจากชั้นนี้ให้เร็วที่สุด.. แต่ระหว่างที่รอประตูลิฟท์ปิดนั้น.. ผู้โดยสารในลิฟท์ทั้ง 10 คนกลับต้องจิตใจแตกกระเจิงเมื่อลิฟท์ตัวที่โดยสารอยู่นี้ ขึ้นตัวอักษร และสัญญาณออกมาว่า "Overload" หรือ "น้ำหนักเกิน" เอาหละครับ.. ลิฟท์ลงต่อไปไม่ได้แล้ว.. และต้องมีคนที่สละสิทธิ์ออกจากลิฟท์ไปอยู่ด้านนอกซึ่งเป็นชั้น 6 ที่มืดมากๆ.. ในที่สุดผู้ชายคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าตรงประตูลิฟท์ จึงต้องเป็นผู้โชคดีตามตำแหน่งที่ยืนออกไปโดยอัตโนมัติ โดยเขาได้พูดขึ้นมาว่า "ผมออกไปได้ครับ..แต่ต้องขอเพื่อนออกมาด้วยหนึ่งคน" ซึ่งก็มีอีกหนึ่งคนเป็นผู้ชายที่ยืนข้างๆกัน ตัดสินใจออกไปอยู่เป็นเพื่อน.. จากนั้นสัญญาณ "Overload" ก็ดับไป แล้วลิฟท์ก็เลื่อนลงไปที่ชั้น 1 ซึ่งเป็นทางออกทันที.. วินาทีที่อยู่ในลิฟท์ตอนนั้น พี่ลาเต้ และ พี่มิ้งค์ สารภาพตามตรงว่าไม่ได้คิดอะไร.. นอกจากมองหน้ากันพร้อมแอบขำปนสงสารซะด้วยซ้ำว่า "พี่สองคนที่ต้องออกไปนั้นซวย และน่าสงสารจริงๆ" แต่น้องๆ รู้ไหมครับว่า.. พอออกมาจากลิฟท์ได้แล้ว.. พี่ลาเต้ และ พี่มิ้งค์ ถึงกับขนลุกซู่เมื่อได้มาทบทวนเรื่องราวใหม่ทั้งหมด.. ประเด็นแรก.. จะเป็นไปได้อย่างไรที่ลิฟท์ตัวนั้น ขึ้นไปที่ชั้น 6 เพราะชั้นนั้น ไม่มีคนอยู่ แล้วลิฟท์จะขึ้นไปรับใคร.. และที่สำคัญที่ชั้น 6 ไม่มีคนกดรอลิฟท์ลง.. ประเด็นสอง.. ทำไมพอขึ้นไปแล้ว ทันทีที่ประตูลิฟท์เปิด ถึงขึ้นว่า "Overload" หากน้ำหนักเกินทำไมไม่เตือนตั้งแต่อยู่ชั้น 5 ราวกับว่ามีใครบางคนในชั้น 6 เข้ามาเพิ่มน้ำหนัก.. จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ยังมีอีกหลายประเด็นมากๆ ที่ทำให้ พี่ลาเต้ และ พี่มิ้งค์ นอนไม่หลับไปหลายคืน.. จนทุกวันนี้ก็ยังสงสัยในบางสิ่ง รวมถึงสงสารพี่สองคนนั้นที่ต้องสละตัวเองออกไปที่ชั้น 6 โดยไม่รู้ว่าจะต้องรอ หรือเจอกับความมืดอีกนานเท่าไหร่กว่าลิฟท์ตัวนั้นจะขึ้นไปรับ.. |
|
ส่งเรื่องลี้ลับในสถาบันของคุณมาได้ที่ latae@dek-d.com ครับ |


137 ความคิดเห็น
น่ากลัวมากๆค่ะ พี่ลาเต้
อ่านเเล้วเสียวๆหลังยังไงไม่รุ้
TT _______ TT
แต่พอเห็นหน้าพี่ลาเต้แล้ว น่ากลัวกว่า ...
ที่ไหนนั่น = = ทำไมมันต้องเกี่ยวกับลิฟด้วย ยิ่งไม่กล้าขึ้นลิฟอยู่ T^T
แบบว่า สะเทือนในหัวใจ กริ๊ดดดดด
พี่สองคนนั่นนั่นไม่ต้องห่วงเค้าหรอก เพราะเค้าอยู่กันแค่2คน
แต่คนในลิฟนี่สิ มีใครมาเพิ่มอีกคนก็ไม่รู้ บรื๋อส์......
น่ากัวอ่ะ
น่าคิดเหมือนกัน
น่ากลัววว
น่าสงสัยจริงๆนั่นหละ
จะเป็นไปได้ยังไงที่สัญญาณนำหนักเตือนมันพึ่งขึ้น
อยู่ดีดีพอขึ้นไปชั้น 6 นน.เกินซะงั้น
แสดงว่ามีคนเพิ่มเข้ามาจริงๆด้วย
สงสารพี่ผู้ชาย 2 คนนั้นจริงๆเลย T.T
เพราะเคยไปเที่ยวจ.จ.มาเก็ตแล้วกลับมืดมากๆประมาณว่าจะปิดแล้วอะ
ที่นี้พอจะกลับไปที่รถเขาก็ปิดไฟตรงลิฟหมดเลยแบบว่าเห็นแต่สีแดงๆของไฟบอกชั้นอะ
หนูกับน้องกลัวมากๆเลยแต่ยังดีที่มีพ่อนำทางมะงันช็อกตาย
หนูรักพ่อจริงๆ