|
สัมภาษณ์ติวเตอร์ดัง : พี่อี้ ภาษาจีนฮั่นอี้
สวัสดีครับ.. ช่วงนี้กระแสภาษาจีนมาแรงมากๆ เลยนะครับ.. น้องๆ หลายคนเตรียมเล็งไว้เลยว่า ปิดเทอมซัมเมอร์นี้จะไปเรียนภาษาจีนให้ได้.. วันนี้ พี่ลาเต้ เลยมีสถาบันกวดวิชาภาษาจีนมาแนะนำครับ.. ซึ่งโรงเรียนนี้น่าเรียนกว่าใครๆ เพราะคนสอนเป็นถึงแฟนพันธุ์แท้ในเรื่องเกี่ยวกับประเทศจีนซะด้วย.. หากน้องๆ ได้เห็นหน้าจะต้องร้อง อ๋อ อ๋อ อ๋อ แน่นอน.. ว่าแล้วเราก็ไปร้อง อ๋อ กันเลยคร๊าบ..
โรงเรียนสอนภาษาจีนที่ พี่ลาเต้ กำลังพูดถึง.. นั้นก็คือ โรงเรียนสอนภาษาจีนฮั่นอี๋ ครับ.. โรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของโรงภาพยนตร์เมเจอร์ซินีเพล็กซ์ สาขาเอกมัย โดยทุกหลักสูตร ทุกคอร์ส และทุกชั่วโมงสอน ก็จะมีคุณครูคนเก่ง คนหล่อ และคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาในจอทีวีอย่าง พี่อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ เป็นผู้ดูแลครับ.. โดย พี่อี้ ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจในการเป็นครูภาษาจีนว่า..
"จุดเริ่มต้นในการเป็นครูสอนภาษาจีน เริ่มมาจากการคิดถึงคุณพ่อครับ.. คุณพ่อของพี่เป็นอาจารย์สอนภาษาจีนที่เก่งมากๆ ตอนพี่เด็กๆ ท่านจะชอบสอน และฝึกให้คัดภาษาจีนอยู่บ่อยๆ แต่ตอนนั้นพี่ก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะเรียน หรือสนใจอะไรมาก แต่พอวันหนึ่งท่านไม่อยู่แล้ว ก็เลยอยากทำอะไรซักอย่างที่ทำให้เราได้ใกล้ชิดท่าน และเพื่อเป็นการนึกถึงท่านตลอดเวลา"
"ตอนนั้นก็ตัดสินใจตั้งหน้า ตั้งตาเรียนภาษาจีนเลยครับ เพราะภาษาจีนเป็นสิ่งที่บอกความเป็นคุณพ่อได้ดีที่สุด.. ก็เรียนมาเรื่อยๆ มาจนกระทั่งหลงเสน่ห์ภาษาจีน และคิดว่าจะมีประโยชน์อย่างมาก หากความรู้ที่เรามีจะนำไปถ่ายทอดให้คนอื่นๆ ได้ใช้ด้วย.. จนในที่สุดก็เป็นที่มาของการเปิดโรงเรียนแห่งนี้ครับ.."

พี่อี้ ได้เล่าให้ พี่ลาเต้ ฟังอีกว่า.. การเริ่มต้นเรียนภาษาจีนของเขานั้น เริ่มต้นจากหลักศูนย์ คือไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับภาษาจีนในหัวสมองเลย.. แต่การเรียนในครั้งนี้ ก็ได้ส่งให้เขาประสบความสำเร็จได้อย่างงดงามซึ่ง พี่อี้ แอบบอกมาว่าเพราะสองสิ่งหลักๆ คือ ความตั้งใจ และความสุข..
"เรียนมาได้ประมาณ 1 ปีครับ.. ถึงจะรู้ว่าตัวเองพอจะไปได้ และแม่นกับภาษาจีนนี้.. โดยช่วงที่เรียนใหม่ๆ อาจารย์ที่สอนพูดออกมาแต่ละคำ แต่ละประโยค พี่จะแปลไม่ออก และไม่รู้ความหมายเลย.. แต่ก็ใช้วิธีการจดแบบคาราโอเกะ คือจดทับศัพท์ที่อาจารย์พูดออกมาเลย แล้วมาฝึกอ่าน ฝึกพูดคนเดียว อีกสิ่งหนึ่งที่ทำเป็นประจำนั้นก็คือ จะฝึกคัดภาษาจีน คัดทุกวัน คัดทุกคืน และคัดจนกว่าจะจำได้.."

ด้วยความที่ต้องทำงานในวงการบันเทิงไปด้วย เรียนควบคู่ที่คณะมนุษยศาสตร์ วิชาเอกจิตวิทยา ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ไปด้วย และยังต้องแบ่งเวลามาเรียน และฝึกคอร์สภาษาจีนอีกด้วย.. จึงทำให้ พี่อี้ ต้องนำทั้ง 3 อย่างมาประยุกต์รวมกันเพื่อให้ได้ประโยชน์ด้านภาษาจีนให้มากที่สุด..
"ช่วงที่พี่ฝึกเรียนภาษาจีนอยู่นั้น ก็เรียนปี 4 ที่ มศว ไปด้วย.. ก็เลยได้ใช้ประโยชน์เหล่านี้ในห้องเรียนที่มหาวิทยาลัย.. เช่น ฝึกจดเลคเชอร์เป็นภาษาจีน ซึ่งใช้สูตรการจดที่เรียกว่า "สูตรตัวใครตัวมัน" คือเป็นสูตรการจดเลคเชอร์ที่คำไหนเรารู้ภาษาจีนก็จดเป็นภาษาจีน คำไหนไม่รู้ก็จะจดเป็นภาษาไทย ซึ่งเวลาเราเอามาอ่านก็จะถือเป็นการทบทวนทั้งการบ้าน และภาษาจีนได้ดีทีเดียวครับ.. อีกอย่างหนึ่งเวลาเรียนภาษาจีนในแต่ละคอร์ส พี่ก็จะเอาแต่ละครั้งมาบูรณาการเข้าด้วยกัน.. เช่นสัปดาห์ก่อนเรียนเรื่องประเทศ สัปดาห์นี้เรียนเรื่องกล้วย วันนี้เราก็จะพูดเรื่องกล้วยที่ประเทศต่างๆ ซึ่งมันเป็นการทวนศัพท์ได้ดีทีเดียวครับ.."

นอกจากการออกตัวฝึกฝน และเอาจริงด้านภาษาจีนอย่างสุดตัวแล้ว.. พี่อี้ ยังบอกมาอีกว่าวีรกรรมความซน และความสนใจตอนวัยเด็ก ยังเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้เขาฝึกภาษาจีนได้แม่นยำอีกด้วยครับ..
"ตอนเด็กๆ พี่จะเป็นคนที่ชอบดูหนังจีนมากๆ พวกต่อสู้ กำลังภายในจะชอบเป็นพิเศษ ซึ่งแต่ละตัว แต่ละกระบวนท่ามันก็จะมีชื่อเป็นภาษาจีนทั้งนั้น พี่ก็เอาชื่อเหล่านั้นแหละมาฝึก มาหาความหมาย บางครั้งก็ตั้งชื่อตัวละครเอง ตั้งชื่อกระบวนท่า ตั้งชื่อกระบี่ของเราเอง บางคำที่เคยใช้ไปมันก็จะทำให้เราจำได้ และรู้ความหมายเลยครับ ถึงแม้จะเป็นศัพท์ยากๆ ก็ตามครับ.."
 |
จากความมุ่งมั่นที่ตั้งใจเรียนภาษาจีน บวกกับแรงบันดาลใจที่มีอยู่ในตัวมาโดยตลอด ทำให้ พี่อี้ ประสบความสำเร็จทางด้านภาษาจีนหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น ผู้ชนะเลิศรางวัลสุดยอดแฟนพันธุ์แท้เกี่ยวกับประเทศจีน หรือวิทยากรในโครงการต่างๆ แต่สิ่งที่ดูเหมือน พี่อี้ จะภาคภูมิใจไม่น้อยไปกว่ากันเลยคือ การทำหน้าที่อาจารย์สอนภาษาจีนคนแรกของโรงเรียนที่เคยเป็นศิษย์เก่าอย่าง โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย ซึ่ง พี่อี้ ก็ได้ถ่ายทอดเรื่องราวความภาคภูมิใจในครั้งนี้ว่า..
"หลังจากที่เรียนรู้เกี่ยวกับภาษาจีนได้ในระดับหนึ่ง ทางโรงเรียนที่พี่เป็นศิษย์เก่าก็มาชักชวนให้เข้าไปสอน ตอนนั้นที่เข้าไปก็เป็นอาจารย์ด้านภาษาจีนคนแรกของโรงเรียนเลย.. และก็เป็นคนที่วางหลักสูตรเองทั้งหมด ตอนนั้นไปสอนน้องๆ ในแผนการเรียนศิลป์ - จีน ซึ่งเปิดเป็นปีแรกเหมือนกัน.. จำได้ว่าน้องๆ ที่เรียนรุ่นนั้นมีประมาณ 40 คน ก็ทั้งสอน ทั้งเป็นที่ปรึกษา ทั้งเป็นเพื่อนจนกระทั่งพวกเขาเรียนจบหลักสูตร ม.6 ซึ่งสิ่งที่ภูมิใจก็คือได้ทำหน้าที่ครู และช่วยสอนในสิ่งที่พวกเขาอยากเรียนนั้นก็คือ ภาษาจีน ครับ" |
จากความภาคภูมิใจที่ในอดีตที่ พี่อี้ เคยที่ทำหน้าที่อาจารย์สอนภาษาจีนให้กับน้องๆ ปัจจุบันได้แปรเปลี่ยนมาเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญในการก่อตั้ง โรงเรียนสอนภาษาจีนฮั่นอี๋ ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนภาษาจีนที่ พี่อี้ แนะนำมาว่าที่นี่เรียนในแนวคิด โปรโมชั่นตามใจ
"เรียนภาษาจีนที่นี่ พี่จะมีโปรโมชั่นตามใจครับ เพราะพี่จะเน้นว่า หากอยากเรียนต้องได้เรียน เพราะตามปกติแล้วน้องๆ ที่มาเรียนที่นี่ อันดับแรกเลยก็จะต้องสอบวัดระดับพื้นฐานก่อน.. บางคนสอบได้สูง แต่อยากกลับไปเรียนในระดับพื้นฐานเลยก็ใช้โปรโมชั่นตามใจได้เลยครับ.."
"การเรียนที่นี่ พี่จะแบ่งแนวการสอนออกเป็น 3 ระดับครับ ระดับต้นก็จะเน้นเรื่องการฟัง การพูด มีบทบามสมมติ และให้แลกเปลี่ยนเรื่องภาษากัน ส่วนระดับกลางก็จะมุ่งเน้นไปที่ความถูกต้องของการใช้ภาษาจีน เช่นการออกเสียง การเขียน ขณะที่ระดับสูง ก็จะเน้นว่าสามารถเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยเน้นเรื่องการสื่อสารในโอกาสต่างๆ ครับ.."
|
นอกจากความรู้ด้านภาษาจีนที่ พี่อี้ อยากจะถ่ายทอดให้กับน้องๆ ที่สนใจได้เรียนกันแล้ว พี่อี้ ยังอยากจะเพิ่มเติมด้านประสบการณ์การเป็นพิธีกร และผู้ประกาศ ที่ได้ไปสัมผัสมาเข้าไปเป็นหลักสูตรในโรงเรียนแห่งนี้อีกด้วย..
"หลักสูตรผู้ประกาศ และพิธีกร ก็เป็นคอร์สสั้นๆ ประมาณ 30 ชั่วโมงครับ.. ก็จะสอน และเน้นเกี่ยวกับการสื่อสารให้เป็น คิดให้เร็ว พูดให้ช้า อีกทั้งก็จะนำประสบการณ์ต่างๆ ในเวทีพิธีกร และผู้ประกาศข่าวที่เคยไปสัมผัสมา บอกเล่าเป็นเทคนิคต่างๆ ครับ.. รวมถึงสอนการพัฒนาบุคลิกภาพให้เหมาะสมกับวิชาชีพนี้ด้วยครับ.."
สุดท้ายนี้ พี่อี้ ยังได้เล่าเรื่องราวความประทับใจที่ผ่านมาระหว่าง พี่อี้ และ ลูกศิษย์ ให้ พี่ลาเต้ ฟังอีกด้วยครับ.. เท่าที่ได้ฟังเรื่องนี้มาน่ารัก และน่าประทับใจจริงๆ ครับ.. ว่าแล้วเราก็ไปอ่านกันเลยดีกว่าครับ..
"วันนั้นเป็นวันเกิดของพี่ครับ.. น้องๆ ที่เป็นลูกศิษย์เขาก็รวมเงินกันไปซื้อเสื้อตัวหนึ่งให้พี่ ซึ่งมันบังเอิญมากๆ ที่ตัวที่ซื้อมา มันไปเหมือนกับเสื้อตัวหนึ่งของพี่ที่รักมากๆ แต่ได้บริจาคไปนานแล้ว.. ที่ผ่านมาก็คิดถึงเสื้อตัวนั้นตลอดเลย แต่ก็ไม่คิดว่าวันหนึ่งน้องๆ จะมาให้เป็นของขวัญวันเกิด ซึ่งบังเอิญมากๆ เพราะน้องเขาก็ไม่รู้ว่ากำลังคิดถึงเสื้อตัวนี้อยู่.. ก็เป็นความประทับใจที่มีต่อลูกศิษย์ที่จำได้แม่นเลยครับ.." |


|
เอาหละครับ.. ที่ผ่านมาเราเคยได้เห็น พี่อี้ ในบทบาทนักแสดง และพิธีกรตามช่องทีวีต่างๆ นะครับ.. แต่น้อยคนนักที่จะเห็น พี่อี้ ในบทบาทของ "ครู" งั้นปิดเทอมนี้หากน้องๆ คนไหนที่อยากเรียนภาษาจีน หรือหลักสูตรพิธีกร ก็ไปพบอีกบทบาทหนึ่งของ พี่อี้ ได้ที่โรงเรียนสอนภาษาจีนฮั่นอี้ หรือทาง www.hanyischool.com ได้ครับ.. ส่วนวันนี้ พี่ลาเต้ ไปก่อน สวัสดีคร๊าบ.. |
36 ความคิดเห็น
ขอให้ประสพความสำเร็จกับ hanyis school ครับ
สุดยอดจริงๆ
สนุกดี เข้าใจด้วย
สู้ๆนะค่ะ
เดี๋ยวว่างๆจะเข้าไป
^^
(เอ้ยย คุกมั้ยเนี่ยยย)
ว้าววววว น่าสน
ปกติเรียนอยู่ที่ FLS อ่า
^___^
อยากเรียนภาษาจีนอ่ะ
แต่กลัวพูดไม่ได้
ขอบคุณพี่อี้สำหรับหนังสือดีๆที่ออกมาคะ
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เรียนกับพี่อี้
แต่หนังสือของพี่ก็ทำให้เข้าใจหลักไวยกร มากขึ้นคะ และก็พอทำข้อสอบเอเน็ทได้บ้าง
จากปกติที่ดีแต่พูดๆมั่วๆเอาแต่คราวนี้เราก็พูดมั่วอย่างมีหลักการขึ้นมาบ้าง 555+
มีเวลาจังเนอะ
ดีแล้วละ
มาเปิดที่เรียนแบบนี้
ให้นักเรียนมีความรู้
ดีกว่าเปิดผับเปิดบาร์
:DD
แล้วก็เรียนที่ O.C.A
....
แล้วตอนนี้อยากได้เพื่อนที่เป็นคนจีนอ่ะ
อยากฝึกภาษาจีนมากๆเลย
ใครพอจะรู้บ้างมั้ยคะ ว่าจะหาเพื่อนคุยคนจีนได้ยังไง
(แต่เป็นเพื่อนคนไทยก็ได้นะ แต่ต้องคุยเป็นภาษาจีนอ่ะ)
เรียนภาษาต้องเอามาใช้บ่อยๆอ่ะ
ปล.แต่เราก็ยังไม่ค่อยเก่งนะ
แบบมันเหมือนเราจะพลังอยุ่ตลอดเวลา พอนึกถึงเค้าอ่ะ
陈嘉桦,你知道吗?我很爱你!!!