|
สวัสดีครับ.. ทุกวันนี้พอน้องๆ จบ ม.3 แล้วจะขึ้น ม.4 หลายๆ โรงเรียนก็จะมีกฏบังคับมาว่าจะต้องสอบแข่งขันกันใหม่ทุกคน โดยไม่มีการเลื่อนขึ้นโดยอัตโนมัติ.. ซึ่งล่าสุดมีหลายคนไม่เห็นด้วยกับกฏระเบียบแบบนี้ จึงรวมพลกันมายื่นหนังสือร้องเรียนครับ.. รายละเอียดเป็นยังไงไปอ่านกันเลยครับ.. องค์การสมาร์ทชายด์ และผู้ประสานงานเครือข่ายการศึกษาเพื่อเด็ก ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ [ศธ.] เรียกร้องให้คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน [กพฐ.] ทบทวนคำสั่งกรณีไม่เลื่อนชั้นจาก ม.3 ขึ้นไป ม.4 อัตโนมัติ..
ทั้งนี้ นพ.พงษ์ศักดิ์ แกนนำที่ยื่นหนังสือ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน [สพฐ.] มีนโยบายไม่ให้นักเรียน ม.3 เลื่อนขึ้น ม.4 อัตโนมัติ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้นักเรียนกระตือรือร้นในการเรียน พร้อมอ้างว่าเด็กที่จบแล้ว อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เพราะเลื่อนชั้นอัตโนมัติโดยที่ผ่านมาเครือข่ายการศึกษาเพื่อเด็กกว่า 32 องค์กรทั่วประเทศ ได้รับร้องเรียนจำนวนมากเพื่อขอให้ สพฐ.ทบทวน และพิจารณาปัญหาความเดือดร้อนของเด็ก และผู้ปกครอง เนื่องจากระบบการแข่งขันแบบแพ้คัดออก ไม่สามารถแก้ปัญหาของเด็กได้ แม้โรงเรียนจะอ้างเหตุผลเพื่อกระตุ้นให้ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาดีขึ้นก็ตาม แต่จะผลักดันให้เด็กต้องออกจากโรงเรียนเดิม และต้องไปเรียนสายวิชาชีพ ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะเรียนเพื่อประกอบอาชีพ..เท่าที่ พี่ลาเต้ ได้คุยกับน้องๆ ม .3 ที่จะขึ้น ม.4 ปีนี้หลายๆ คนก็ไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องนี้นะครับ.. ส่วนใหญ่จะเครียดตรงที่ไม่ได้เรียนในแผนการเรียนที่หวังไว้มากว่า ซึ่งคาดว่าปัญหาจากข่าวนี้น่าจะเกิดในโรงเรียนชื่อดังที่มีคนมาสมัครมากๆ เอาเป็นว่าน้องๆ คิดเห็นอย่างไรก็มาพูดคุยกันได้ นะครับ.. |
พี่ลาเต้ ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ครับ

94 ความคิดเห็น
ไม่เห็นด้วย
สอบเข้าดีแล้วค่ะ
จริงๆ ควรจะสอบตั้งแต่ขึ้น ม.1 เลยด้วยซ้ำ
ยื่นหนังสือเรื่องที่มันไม่สมควร
สอบก็ดีอยู่แล้ว ไม่งั้นเด็กมันจะมีประสิทธิภาพได้ไงครับ
ผู้ใหญ่ไม่ใช้หัวคิด
แต่ดูจากความประพฤติของ ม.3 ทั้งปี
แต่แอบโหดงะ เด็ก 600 กว่าคน เอาออกเกือบ 200
ทุกเดือนก็ต้องระวังเรื่องผม ยิ่งอาทิตสุดท้ายอาจารย์และคนจะได้ใบ
ให้เขียนรายชื่อ นร. ไม่พึงประสงค์ ถ้าคนนึงโดนเกิน 3 อาจารย์
ก็บ๊ายบาย 555555 5. แต่เราคิดว่าจะย้ายแล้วแหละ
ม.4 ชายเกรียนอีก 1 ปี ญ. ติ่งอีก 1 เดือน
พอ ๆ 55555 5.
สมมตินะ ในโรงเรียนที่เด็กเก่ามันเรียนดี แล้วบางทีตอนสอบอีกทีมันมีส่วนที่อ่านไม่ทันก็ซวยเหมือนกัน ทำให้คะแนนตอนสอบเข้าน้อยกว่าตอนเรียนทำเกรดอีก มันก็เป็นข้อเสียที่บางคนอาจพลาด
ข้อดีก็คือ
เด็กมันค่อนข้างมีประสิทธิภาพและจะได้รู้สมรรถภาพตนเอง อย่างตอนสอบเข้าม.ปลาย แต่ว่าไม่อยากให้แบ่งว่าเด็กวิทย์จะเก่งที่สุด เด็กศิลป์จะเป็นพวกเรียนอ่อน (เราสังเกตุว่าบางคนก็มีแนวคิดแบบนี้ เยอะมากๆ) เราคิดว่าอยากให้สอบไปเลยแล้วดูคะแนนแต่ละรายวิชาว่ามันเข้ากับสายไหน เพราะไม่งั้นคนก็หาว่าเด็กศิลป์เป็นพวกเรียนห่วยน่ะสิ ในเมื่อมันเก่งคนละแบบกับเด็กวิทย์ แต่ว่าใช่ว่าเราจะให้รับหมดทุกคนนะ ก็ต้องดูที่คะแนนรวมด้วยอ่ะ
เรารู้สึกว่าแนวคิดมันแปลกนะ เราไม่ชอบมากๆที่คำว่าเด็กวิทย์เรียนเก่งเด็กศิลป์เรียนอ่อน (เด็กโรงเรียนเราอย่างห้องเรามันชอบคิดแบบนี้ ซึ่งเพื่อนเราที่เป็นเด็กวิทย์ เก่งวิทย์ ฟิสิก เคมี ชีวะ แต่มันห่วยภาษาและวาดรูป ส่วนเด็กศิลป์ไม่เก่งฟิสิก เคมี ชีวะ แต่เก่งภาษาและวาดรูป มันดีแล้วหรอที่จะแบ่งแบบนี้น่ะ) อยากให้ผู้ใหญ่หัดคิดถึงจิตวิทยามากกว่านะ
ถ้าไม่เคยสอบเลยก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าความรู้ขอตัวเองอยู่ระดับไหน
ก็เหมือนกับกบในกะลา จะไปสู้อะไรกับคนอื่นได้ คนอื่นอาจจะรู้อะไรที่เราไม่รู้ก็ได้
เด๋วเด็กมานก้อโง่กานทั้งประเทศกานพอดี
แต่ไม่เห็นด้วยสำหรับเด็กสายวิทย์ ผมคิดว่าเด็กสายวิทย์ควรต้องสอบอย่างแรง
ถ้าจะขึ้นม.4 ไม่ต้องสอบ แต่ขึ้ม.4แล้ว เลือกได้ตามสบาย ยกเว้นใครจะเข้าสายวิทย์ ต้องสอบคับ
ผมคิดว่า วิธีนี้ จะช่วยให้ได้เด็กนักรเยีนสายวิทย์ ที่มีคุณภาพมากขึ้นคับ
ไม่เคยเห็นนักเรียนเข้าไปสูบบุหรี่ ตั้งก๊งเหล้าในร้านคอมกลางวันแสกๆเลยหรอ
หนูว่าพวกนี้แหละ ที่เรียนต่อไม่ไหวจนต้องไปเรียนวิชาชีพหรอหรอก
ตัดโอกาสการศึกษาตรงไหน
บ้าบอ
ก็รู้ๆอยู่ว่าทำไม ยังบวก ลบ คูณ หารเลขไม่เป็น ขนาดโตจะเป็นควาย
จะช่วยเลื่อนชั้นไปทำไม
สนับสนุนช้ำชั้นขั้นเข้มงวดพร้อมเรียนเสริมอย่างแรง
ึคิดจะทำให้วุฒิม.ปลาย ปริญญาตรีกลายเป็นกระดาษเปล่าหรือไง พวกคุณ
อยากให้ใช้ระบบเดิม
คือการสอบเข้า
เพราะเราถือว่าเปงการที่ผู้เรียนต้องพัฒนาด้วยเอง
เพราะถือเปงการเริ่มต้นสู่รั้วมหาวิทยาลัย
ได้โควต้าอ่าค่ะ ม.4 ก้อเยยไม่ต้องสอบ ^^
สอบอะ ดีที่สุดแล้ว นักเรียนที่สอบได้ จะได้มีคุณภาพ