|
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน วันนี้พี่แนนมีเรื่องดีๆ มาบอกให้ทราบกันค่ะ โดยเฉพาะน้องๆ สายวิทย์ฯ (ขอเสียงเด็กวิทย์ฯหน่อย....) เพราะผู้ใหญ่เค้าให้ความสำคัญกันมากทีเดียวค่ะกับการเรียนวิทยาศาสตร์ของน้องๆ โดยเฉพาะระดับมัธยมเลยมีโครงการที่จะพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ไปดูกันค่ะ ซึ่งเรื่องนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวในการเปิดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ประจำปี 2552 หัวข้อ ชุมชนวิทยาศาสตร์ ตลาดนัดวิชา พัฒนาสังคมปี 2 ณ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ว่า กระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์มากเพราะเป็น 1 ใน 5 วิชาหลักที่ต้องพัฒนาเป็นพิเศษ โดยจะเพิ่มการเรียนการสอนด้านนี้มากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากที่ สสวท.ดำเนินการอยู่แล้ว เช่น ให้โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์เป็นแม่ข่ายด้านการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ และโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เป็นศูนย์ภูมิภาคให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ ในการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ด้วย รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีการจัดทำโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ฯ ในโรงเรียนสังกัดสพฐ.ทั่วประเทศแล้วจำนวน 96 ห้องเรียน แต่ยังไม่เพียงพอ จึงได้มอบนโยบายให้ขยายเพิ่มห้องเรียนวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศในรูปแบบของ ห้องเรียนวิทยาศาสตร์อัจฉริยะทวิภาคี อีกอย่างน้อย 100 ห้องเรียนภายในปีการศึกษาหน้า ซึ่งเป็นความร่วมมือ ระหว่างสพฐ. กับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) โดยให้อาจารย์ในระดับมหาวิทยาลัย เข้าไปสอนวิทยาศาสตร์ในระดับมัธยมศึกษาให้แก่โรงเรียน สำหรับโรงเรียนอาชีวศึกษาจะส่งเสริมให้จัดการเรียนการสอนในรูปแบบ วิทยาลัยอาชีวฐานวิทยาศาสตร์ ขยายไปทั่วประเทศ มุ่งกระจายผู้เรียนและเด็กที่เก่งวิทยาศาสตร์ให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมวิทยาศาสตร์ และใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพัฒนาทักษะ ประสบการณ์ จินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ของเด็กไทยในอนาคต เป็นอย่างไรกันบ้างคะน้องๆกับข่าวนี้ พี่แนนคิดว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อกาารพัฒนาวิทยาศาสตร์ของไทยมากทีเดียวค่ะ ทีนี้เราก็สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร แล้วชาวเด็กดีคิดว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆมากน้อยแค่ไหนคะ หรือโรงเรียนใครมีการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจอย่างไร มาเล่าให้พี่แนนกับเพื่อนๆชาวเด็กดีฟังกันบ้างนะคะ ^^
พี่แนนขอขอบคุณข้อมูลจาก www.dailynews.co.th
|
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?

12 ความคิดเห็น
ก็คิดว่าดีกว่าโรงเรียนที่อาจารย์ปกติสอนนิดหน่อย
เพราะจะได้ความรู้มากกว่า(เนื้อหาลึกกว่า)
แต่การเอาอาจารย์มหาวิทยาลัยมาสอนเด็กมัธยมไม่ใช่การพัฒนาการศึกษาวิทยาศาสตร์ที่ยั่งยืน
อาจารย์มหาวิทยาลัยโดยเฉพาะอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ ต่างก็มีงานวิจัยและงานสอนกันวุ่นวายแต่ละวัน
แล้วกระทรวงจะเปิดห้องเรียนวิทย์อีกเป็นร้อย เอาอาจารย์มหาวิทยาลัยไปสอน
แบบนี้อาจารย์ที่ไหนจะไปรับไหว
ถ้าจะพัฒนาอย่างนี้ ต้องพัฒนา"ครูวิทยาศาสตร์" ที่ดี
การเรียนการสอน เนื้อหา อยู่ในการกำกับของมหาวิทยาลัย
แบบนี้น่าจะดีกว่า
อีกอย่างคือ สร้างเด็กไทยให้เรียนวิทย์กันเก่งๆ แต่สร้างกระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์บ้างไหม
หรือดีแต่กวดวิชา ท่องตำรา จำสูตร
แล้วลงทุนมากมายให้เด็กเรียนวิทย์ในมัธยม แล้วประเทศชาติได้อะไรจากเด็กพวกนี้บ้าง
กระทั่งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ที่เป็นโรงเรียนเตรียมวิทยาศาสตร์
ก็ยังไม่หลุดพ้นค่านิยมของพวกหมอ วิศวะ อยู่ดี
บางคนไปเรียนสายศิลป์เลยก็มี
มีสักกี่คนที่เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ เรียนวิทยาศาสตร์ เป็นนักวิทยาศาสตร์
อยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่คิดดูอีกครั้ง ว่าทำไปมันคุ้มกับที่ลงทุนไม๊
ถ้าจะพัฒนา ก็ควรจะหาตลาดแรงงานรองรับให้กับเด็กสาขานี้ด้วยครับ
พอต่อมหาลัยก็ไม่เห็นมีเรียนคณะวิทย์เลย
ไปเรียนหมอ วิศวะ กันหมด
แต่วันนี้สมองผมสู้ใครไม่ค่อยได้เลย
ไม่ค่อยให้ความสำคัญ กับนักวิทยาศาสตร์
ทำให้นักเรียนในสายวิทย์ ไปสนใจสาขาอาชีพอื่นที่ได้เงินเยอะกว่า
และครูก็เป็นอีก 1 อาชีพที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเด็กนะ
แต่รัฐบาลไม่เคยใส่ใจ
การเอาอาจารย์มหาวิทยาลัยมาสอนเด็กมัธยมจึงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะ ธรรมชาติของการเรียนต่างกัน ถ้าจะให้ดีจริง ควรเริ่มพัฒนาตั้งแต่เด็กๆ ไม่ใช่คิดจะมาอัดเอาตอนไม้เกือบแข็งแล้ว ไม่ค่อยมีประโยชน์ นักเรียนจะเป็นได้แค่นักท่องจำ ไม่ใช่นักคิด
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ จะทำอย่างไร ให้ครู เป็นที่ปรึกษาและผู้ชี้แนะการเรียน ไม่ใช่ผู้บรรยาย
การจะดัดไม้ ต้องดัดตั้งแต่ยั้งอ่อนๆ ฝึกคิดตั้งแต่เด็กๆ โตขึ้นมาเด็กก็จะค่อยๆซึมซับวิธีคิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน การให้ความสำคัญกับการศึกษาทุกระดับคือสิ่งที่จำเป็นที่สุด ถึงแม้ว่าจะเร่ด่วนไม่ได้ แต่ต้องทำตั้งแต่วันนี้
ม่ายงั้น ก็จะมีแต่นกแก้ว นกขุนทอง ท่องกันให้แซ่ด แล้วก็มาบ่นว่า เด็กไม่รู้จักคิด แล้วที่เด็กไม่รู้จักคิดนั่นน่ะ มาจากใคร ถ้าไม่ใช่มาจากผู้ใหญ่ที่ไม่สอนวิธีคิดให้เด็ก หรือว่า ผู้ใหญ่เอง ก็คิดไม่เป็น (ฮา..)
......จะพัฒนาเด็กวิทย์เป็นนักวิทยาศาตร์.....ต้องเตรียมตลาดแรงงานอันนี้ใช่เลย
การปลูกฝังให้รักวิทยาศาสตร์ตั้งแต่เด็กก็เปป็นทุนเดิมของการตั้งใจจะศึกษาแล้วแต่ถ้าต้องให้เลือกกับปัจจัยในการดำรงชีวิตในปัจจุบันก็ต้องขอเอาตัวเองให้รอดจากเศษรฐกิจแบบนี้ *-*
ที่สุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยนะครับๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ตอนนี้กำลังเรียนไม่รู้เรื่องแล้วๆๆๆๆๆ
กิจกรรมเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
รีบส่งมาด่วนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ