|
น้องๆ ชาว Dek-D.com คนไหนเป็น "เด็กดื้อ" บ้างคะ ^^ วันนี้พี่จูนมีเว็บไซต์ดีๆ ของเด็กๆ อย่างเรามาแนะนำกัน โดยเว็บไซต์นี้ สสส จัดทำขึ้นภายใต้โครงการ เปิดพื้นที่หัวใจวัยโจ๋ เพื่อให้เว็บไซต์เด็กดื้อ www.dekdue.com เป็นพื้นที่ให้เด็กๆ ได้ถ่ายทอดความรู้สึก เรื่องจริงใกล้ตัว เรื่องที่อยากบอก ยามสุข หรือทุกข์ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน ความรัก ความเข้าใจกับพ่อแม่ ครู เพื่อน คนรอบข้าง ฯลฯ เว็บไซต์เด็กดื้อมีสโลแกนน่ารักๆ ว่า เด็กดื้อไม่มี มีแต่ผู้ใหญ่ดื้อ ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นจุดเด่นในการเสวนา เข้าถึง เข้าใจ... หัวใจเด็กดื้อยุค 3G ที่จัดขึ้นเพื่อเปิดตัวโครงการ เปิดพื้นที่หัวใจวัยโจ๋ ของแผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิต สสส. ที่ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยการเสวนาวิทยากรแต่ละท่านได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความดื้อในวัยและการแปลความดื้อในตัวเป็นพลังสร้างสรรค์... เราลองมาฟังความเห็นแต่ละท่านกันดีกว่าค่ะ นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมสุขภาพจิต และผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิต สสส. เปิดเผยผลสำรวจสุขภาพจิตของคนไทยปี 2552 ว่า "เยาวชนไทยที่อายุระหว่าง 15 24 ปี มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตมากที่สุด เมื่อเทียบกับวัยอื่นๆ และ หนึ่งในสามของเยาวชนไม่มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมอารมณ์ได้ เมื่อมีเหตุการณ์คับขันหรือร้ายแรงเกิดขึ้น นอกจากนี้ เยาวชนยังเป็นกลุ่มอายุที่มีความสุขในการช่วยเหลือผู้อื่นน้อยที่สุด" ขณะที่ ดร.จรวยพร ธรณินทร์ อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้พูดถึงปัจจัย 4 อย่างที่วัยรุ่นจะประสบความสำเร็จได้ ประกอบด้วย "การอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่ การศึกษา พันธุกรรม หมายถึงสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ และสิ่งแวดล้อม เช่น อินเทอร์เน็ต สื่อต่างๆ และแถมท้ายด้วยว่าตัวของวัยรุ่นเอง ก็ต้องสร้างกำลังใจให้กับตัวเอง ค้นหาตัวเองด้วยวิธีที่ถูกต้อง" ด้าน ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทยว่า "เกิดจากผู้ใหญ่และเด็กเรียนรู้จากผู้ใหญ่ที่แวดล้อมซึ่งมีทั้งดีและไม่ดี และอธิบายเพิ่มเติมว่าเรื่องนี้มี 2 มิติ 1) ผู้ใหญ่ที่ห้ามเด็ก เพราะไม่ถูกใจ ผลที่ตามมาในกลุ่มนี้คือเด็กจะแอบทำ และกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่รับผิดชอบสังคม 2) ผู้ใหญ่ที่ตามใจเด็ก เพราะถูกใจ ผลที่ตามมาคือเด็กโตขึ้นจะเป็นคนตามใจตัวเอง หากเด็กอยากดื้อก็ให้ดื้ออยู่ในกติกา เด็กทุกคนเป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง เด็กต้องมีเสรีภาพควบคู่กับความรับผิดชอบทั้งต่อตัวเอง ต่อผู้อื่น และต่อสังคม ไม่เช่นนั้นสังคมไทยก็จะมีแต่ผู้ใหญ่มีเสรีภาพแต่ไม่มีความรับผิดชอบ เด็กที่ถูกห้ามตลอดเวลาโตขึ้นอาจกลายเป็นเสียตัว เสียคน เสียชีวิต ดังนั้นพ่อแม่ควรสอนให้เด็กมีเสรีบนความรับผิดชอบ และสังคมที่แย่ทุกวันนี้เพราะทุกคนโทษแต่คนอื่น ไม่ได้คิดแก้ปัญหาที่ตัวเอง" นอกจากนี้ ยังมีสองวัยรุ่นมาแรง คือ โทนี่ รากแก่น และเต๊ะ ศตวรรษ มาร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกด้วย ซึ่ง เต๊ะ ศตวรรษ เล่าว่า "ที่มายืนอยู่ในจุดนี้ได้เพราะความมีอิสระทางความคิดในครอบครัวที่ให้มาพร้อมกับการช่วยประคองจากพ่อแม่ เพราะในช่วยรอยต่อที่เขาต้องไปทำงานที่ประเทศไต้หวันด้วยวัยเพียง 17 ปี ทำให้เกิดความกังวล ลังเลมากมาย มีทั้งเสียงคัดค้าน เสียงสนับสนุน ทำให้สับสนวุ่นวายในชีวิต ซึ่งขณะนั้นตัวเองก็เริ่มมั่นใจที่จะก้าวไปตามฝันของตัวเองไปทำงานที่ประเทศไต้หวันแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ให้การสนับสนุนเต็มที่และพร้อมก้าวไปพร้อมกับเขา" โดยเต๊ะยังให้ข้อคิดว่า "หากอยากอิสระ อยากดื้อ ก็ขอให้มีพ่อแม่คอยประคองอยู่ห่างๆ เมื่อนั้นเราก็จะประสบความสำเร็จ" ด้าน โทนี่ รากแก่น เล่าว่า "ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ประเทศออสเตรเลียกับพี่สาว เพิ่งกลับมาเมืองไทยได้ปีกว่า ตอนอยู่ต่างประเทศลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง เงินที่คุณแม่ส่งมาก็นำไปลงทะเบียนเรียนเฉพาะวิชาที่ชอบคือศิลปะ ส่วนเงินที่เหลือเอาไปทำอย่างอื่นหมด จนได้พี่สาวคอยตักเตือนและคิดได้ว่าต้องทำงานเพื่อหาเงินมาเรียนให้ได้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการไปทำงาน part time ทำให้เป็นคนมีความรับผิดชอบมากขึ้น ได้ประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น" ซึ่งโทนี่ยอมรับว่าตัวเองค่อนข้างเกเร แต่เกเรแบบขี้เกียจเรียนหนังสือชอบแต่ศิลปะ ค้นพบว่าตัวเองชอบแต่ศิลปะ ทำให้ชอบหาความรู้เกี่ยวกับศิลปะ เกิดความรู้เกี่ยวกับศิลปะ และไม่รู้สึกเหนื่อยเลย เมื่ออยู่กับศิลปะ กลับได้รับแต่ความสุข พร้อมให้ข้อคิดถึงวัยรุ่นไทยว่า วัยรุ่นต้องเริ่มค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบ มองเข้าไปที่ตัวเอง ค้นหาสิ่งที่ตัวเองถนัด เพราะหากถนัดแล้วเราก็จะมีแรงที่จะเรียนรู้ได้เองโดยอัตโนมัติ เกิดความสุขที่จะทำ ผู้ใหญ่ส่วนมากจะตัดสินความถูกผิด และไม่ยอมเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของเด็ก ส่งผลให้เด็กขาดพื้นที่ในการค้นหาตัวเอง และขาดโอกาสในการได้ทำสิ่งดีๆ ที่ตนเองจะรู้สึกภาคภูมิใจ โครงการ เปิดพื้นที่หัวใจวัยโจ๋ เป็นการเปิดพื้นที่ในการแสดงออกให้กับเยาวชน และเพิ่มช่องทางการสื่อสารระหว่างเยาวชนและผู้ใหญ่ในสังคมให้มากยิ่งขึ้น นอกจากเสวนา และเปิดตัวเว็บไซต์แล้ว โครงการ เปิดพื้นที่หัวใจวัยโจ๋ ยังได้คัดเลือกพื้นที่ 20 จังหวัดจากทั่วประเทศ จัดอบรมเยาวชนจำนวนรวม 1,200 คน ในเทคนิคผลิตวิดีโอคลิปเพื่อสะท้อนภาพชีวิตและมุมมองของเยาวชน พร้อม "เปิดรับผลงานวิดีโอคลิปความยาว 1-3 นาที" จากผู้มีอายุระหว่าง 13-17 ปี หรือกำลังศึกษาระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษาหรือเทียบเท่า จากทั่วประเทศ เพื่อเข้าร่วมประกวดแข่งขัน ชิงเงินรางวัลรวม 1 แสนบาท น้องๆ ชาว Dek-D.com คนไหนสนใจร่วมกิจกรรม ก็ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.dekdue.com ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 ม.ค. 2553 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 08-9115-1866, 08-6085-6433 นะคะ ^^
|



43 ความคิดเห็น
"สังคมที่แย่ทุกวันนี้เพราะทุกคนโทษแต่คนอื่น ไม่ได้คิดแก้ปัญหาที่ตัวเอง" และ
"หากอยากอิสระ อยากดื้อ ก็ขอให้มีพ่อแม่คอยประคองอยู่ห่างๆ เมื่อนั้นเราก็จะประสบความสำเร็จ"
ว๊าวว ~
น่าสนๆ
ตามไปดู...
พยายามตั้งให้คล้องจองกับเด็กดีหรือเปล่าเนี่ย ?? ?
55+ น่าสนดีนะคะเว็บนี้
ชอบจุดยืนของเว็บเด็กดื้อจัง :')
ค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบ มองเข้าไปที่ตัวเอง ค้นหาสิ่งที่ตัวเองถนัดเพราะหากถนัดแล้วเราก็จะมีแรงเรียนรู้
ได้เองโดยอัตโนมัติเกิดความสุขที่จะทำ
ซึ่งมันจริงที่สุดเรย
ใช่เลยครับ
วัยรุ่นต้องเริ่มค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบ มองเข้าไปที่ตัวเอง ค้นหาสิ่งที่ตัวเองถนัด เพราะหากถนัดแล้วเราก็จะมีแรงที่จะเรียนรู้ได้เองโดยอัตโนมัติ เกิดความสุขที่จะทำ
โดนใจมากมายอะ
เด็กดื้อคืเด็กฉลาด บางครั้งเราก็ต้องหลุดออกจากกรอบบ้าง
และได้เห็นมุมมองต่างๆเยอะขึ้น
ผู้ใหญ่บางคนดื้อกว่าเด็กอีก
แถมบางคนหนักกว่า...ประเภทยอมรับความจริงไม่ได้
พูดความจริงแล้วอารมณ์ขึ้นทันที
"อย่ามาเถียง!!" ...เป็นงั้นไป = ="
ผู้ใหญ่ถูกเสมอสินะ!
"แม่จ๋าพี่แกล้งหนูค่า"
" โอ๋ ๆ พี่มานี่สิ !!"
" ทำไมต้องแกล้งน้อง"
" ไม่ได้แกล้ง แค่ห้ามน้อง ไม่ไห้กินถั่ว (ยังไม่แกะเปลือก) "
"ไม่ต้องมาเถียง เป้นเด็กเป็นเล็กหัดเถียงผู้ไหญ่"
เป็นงั้นไปได้
เพราะอาบน้ำร้อนมาก่อน
แล้วทำไมถึงไม่เข้าใจเด็กอย่างเรามั่งล่ะ
น่าสนใจดีอ่ะ
ทีนี้จะได้เข้าใจเด็กบ้าง
นี้เป็นคำที่พอเด็กฟังแล้วจะรู้สึกว่ามันลำเอียงชัดๆ
บางทีแค่จะอธิบายให้เข้าใจ
แต่พอไม่เข้าหูหน่อยก็บอกว่าอย่าเถียง
เฮ้อ เซ็ง