|
สวัสดีครับ.. เรื่องลี้ลับในสถาบัน และ หมอผีลาเต้ มาแล้วครับ เราเจอกันทุกวันศุกร์สุดสัปดาห์นะครับ สำหรับศุกร์นี้ ยังขนหัวลุกเหมือนเดิม แต่ขอให้น้องๆ ไปหยิบหมอนมารอนอนอ่านได้เลย เพราะเป็นเรื่องลี้ลับในสถาบันที่ยาว และน่ากลัวมากๆ เป็นยังไงไปอ่านจาก น้องชิว แฟนคลับคอลัมน์เรื่องลี้ลับในสถาบันที่ส่งเรื่องมาเลยครับ
โรงเรียนของเราตั้งขึ้นมานานแล้วค่ะ ปีนี่เป็นปีที่ 53 แล้ว และเป็น รร.คริสต์ เลยไม่มีศาลพระภูมิเจ้าที่ แต่ก็มีไม้กางเขนแทน ก่อนหน้านี้โรงเรียนของเราเคยเปิดสอนถึง ม.6 มีนักเรียนนอนประจำที่โรงเรียนด้วย แต่ปัจจุบันนี้โรงเรียนของเราเปิดถึงแค่ ม.3 เท่านั้น และไม่มีนักเรียนประจำ ซึ่งหอพักของนักเรียนประจำในหลาย 10 ปีก่อน ก็ได้กลายมาเป็นห้องเรียนศิลปะในปัจจุบัน
ซึ่งห้องศิลปะนี่แหละ เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องลี้ลับที่เรากำลังจะเล่าให้เพื่อนๆ ฟังในวันนี้ !!
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาโรงเรียนของเราจะมีงานวิชาการของโรงเรียน ซึ่งเพื่อนของเราก็ต้องทำงานกันจนถึงเย็น เพื่อนทั้งสองคนเล่าว่าพวกเขาได้นั่งทำงานอยู่กับคุณครูในห้องศิลปะ แต่แล้วเพื่อนสองคนก็ได้ยินเสียงคนพูดขึ้นพร้อมกัน ซึ่งคนหนึ่งได้ยินเป็นเสียงผู้หญิง ส่วนอีกคนเป็นเสียงผู้ชาย !!
ขณะที่คุณครูกลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ระหว่างที่เพื่อนทั้งสองคนกำลังเถียงกันอยู่ถึงเสียงที่ได้ยินนั้น ก็มีเพื่อนอีกคนวิ่งขึ้นมาตามกลับบ้าน เพื่อนของเราทั้ง 3 คนก็เลยช่วยครูปิดหน้าต่าง แต่ก็พบว่าหน้าต่างบางบานกลับปิดเองแบบน่าสงสัย วินาทีนั้นทั้งครู และเพื่อนเราพยายามไม่คิดมาก รีบลงจากตึกทันที !!
หลายเดือนถัดมาในช่วงเวลากลางวันเป็นชั่วโมงเรียนของน้อง ม.2 ที่ห้องศิลปะ ในระหว่างที่รอครูเข้าสอนอยู่นั้น น้อง ม.2 เกือบทั้งห้องก็ได้ยินเสียงเตือนขึ้นมาว่า นักเรียนเงียบๆ ซึ่งในขณะนั้นคุณครูที่นั่งทำงานอยู่ด้านหลังก็ไม่ได้พูดอะไร เสียงที่ได้ยินเป็นเสียงที่แปลก และไม่คุ้นหูนักเรียน ซึ่งอยู่ดีๆ คุณครูก็รีบพานักเรียนย้ายไปเรียนที่ใต้ถุนอาคารทันที โดยไม่บอกสาเหตุให้นักเรียนทราบ !!
เหตุการณ์ในห้องศิลปะ ยังเกิดขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเกิดขึ้นกับเด็ก ม.3 ระหว่างที่กำลังเรียนวิชาศิลปะในห้องนั้น นักเรียนส่วนใหญ่ก็ได้ยินเสียงเด็กหัวเราะอย่างสนุกสนานดังขึ้นมาจากตรงชานพักของบันไดระหว่างชั้น ซึ่งตรงกับประตูที่เปิดกว้างของห้องศิลปะพอดี เสียงค่อนข้างดัง เหมือนมีเด็กหลายคนกำลังเล่นกันอยู่
ในขณะนั้นเอง มีนักเรียนคนหนึ่งหันไปมองที่บันได ก็พบเห็นนักเรียนชายสองคนในสภาพหน้าเต็มไปด้วยเลือด !!! กำลังกระโดดขึ้นบันไดตรงมาที่ห้องศิลปะ นักเรียนคนนั้นร้องกรี๊ด แล้วรีบวิ่งหนีหลบไปอยู่ที่มุมห้องศิลปะ วินาทีนั้นคุณครูที่สอนอยู่ รีบสั่งให้ปิดประตูทันที สร้างความงุนงง และตกใจให้กับนักเรียนคนอื่นๆ
ระหว่างที่ห้องถูกปิด อาจารย์สั่งให้นักเรียน ม.3 ห้องนั้นเงียบเสียงทุกคน แต่เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นมาจากบันไดก็ดังขึ้นมาเรื่อยๆ จนนักเรียนบางคนเริ่มหวาดกลัว พร้อมสงสัยในพฤติกรรมของคุณครูว่า มันเกิดอะไรขึ้น เหมือนคุณครูกำลังรู้อะไรบางอย่าง แต่ไม่บอก !!
จนกระทั่งสักพักเสียงหัวเราะก็เงียบไป คุณครูเริ่มปล่อยนักเรียนออกจากห้อง แต่ได้กำชับว่าห้ามใช้ห้องน้ำ และบันไดฝั่งห้องศิลปะเด็ดขาด !!
เรื่องราวในห้องศิลปะ เริ่มถูกพูดถึงในกลุ่มนักเรียนอย่างหนาหู โดยเฉพาะนักเรียน ม.ต้น ที่จะต้องเข้าไปใช้เรียน 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งมักจะเจอเรื่องแปลกๆ กันทุกห้อง บางคนถึงขั้นสงสัยจนแอบไปสืบประวัติของห้องศิลปะนั้นมา ซึ่งก็ได้รู้ว่าในสมัยก่อนห้องศิลปะแห่งนี้เคยใช้เป็นที่พักของนักรียนประจำ และได้เปลี่ยนมาเป็นห้องสอนพิมพ์ดีด ก่อนจะมาเป็นห้องสอนศิลปะจนถึงทุกวันนี้
เพื่อนๆ เชื่อไหมคะว่า ทุกวันนี้ยังไม่มีนักเรียนคนไหนล่วงรู้เลยว่า มีอะไรในห้องศิลปะนั้น ทางคุณครูก็เหมือนจะมีความลับอะไรบางอย่างที่ไม่อยากให้นักเรียนรู้ แต่สิ่งที่ยืนยันว่าห้องศิลปะนี้ ไม่ธรรมดาแน่นอน นั้นก็คือ เสียงปริศนา ที่ทั้งนักเรียน ภารโรง มักจะได้ยินอยู่บ่อยๆ ทั้งตอนกลางวัน และยามค่ำคืน !!!!!!
ลาเต้ลิขิต : ส่งเรื่องลี้ลับในสถาบันของน้องๆ มาทางอีเมลได้ที่ latae@dek-d.com ครับ พี่ลาเต้ ขอขอบคุณรูปภาพประกอบจาก ภาพยนตร์ผวา |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?


121 ความคิดเห็น
หรือจะมีใครแอบพลัก ??
เราอยู่โรงเรียนคริสต์ตังเพราะเราก็ศาสนาคริสต์อยู่แล้วอ่ะค่ะ
ตกใจเลยรู้ใหม
พี่ลาเต้ ทำไมต้องเอาภาพนั้นด้วยละเนี่ย
อยากรู้เหมือนกันเลย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับ รร.นี้กันแน่
ไม่แน่ที่พวกเขามาปรากฎตัว หรือสร้างสถานการณ์ต่างๆ
อาจจะอยากบอกเรื่องราวให้นักเรียนรุ่นหลังได้รู้ก็ได้นะ
แล้วดูเหมือนจะไม่ใช่แค่คนเดียว หรือ สองคนด้วยสิ
น่าสนใจมากๆ
ช่วยสืบต่อให้หน่อยนะคะ อยากรู้ๆ
อ่านเรื่องนี้แล้วอยากรู้ต่ออ่ะ
ส่วนใหญ่จะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆนะ เพราะฉะนั้นพวกวงโยฯ ของโรงเรียนเราก็เคยเจอบ่อย
ตอนนั้นเห็นเพื่อนเล่าให้ฟังว่า วงโยฯต้องค้างที่โรงเรียน
แล้วก็เจอเงาดำๆอยู่ที่ชั้นเจ็ด พวกวงโยฯเลยหนีลงมาที่ชั้น3 ก็ยังตามลงมาอีก!!!
ขนลุกสุดๆ เพราะงี้เวลาเลือกชมรม เลยไม่เข้าวงโยฯ หรืออะไรที่เกี่ยวกับห้องดนตรี = =
อย่าว่าแต่วงโยฯ ห้องยูโดของโรงเรียนเรายังมีเรื่องแบบนี้เลย
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 มิถุนายน 2553 / 19:19
อยากรู้เหมือนกัน
อยากรู้จังว่าเรื่องนี้ประวัติเป็นมายังไงค่ะ
ถ้าคุณผู้เล่า จะเอาข้อมูลได้ได้เพิ่ทเติม มาลงต่อก็ดีนะคะ
น่าสนใจดีเรื่องนี้ > <