สวัสดีเดือนตุลาจ้า น้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน
และเดือนนี้ พี่ตินก็มีนักเขียนมือดีมาแนะนำให้น้องๆ รู้จักอีกตามเคย
กับคอลัมน์ Writer of the Month ของเรา
ครั้งนี้ นักเขียนของเราคือ รตกร เจ้าของผลงานคุณภาพแนวสืบสวนสอบสวน
ซึ่งจัดว่าเป็นหนังสือเล่มใหม่เอี่ยมล่าสุดของเขา ในชื่อว่า
the Alternate พลิกปมแค้น สลับแผนฆาตกรรมเห็นไหมล่ะว่าแค่ฟังชื่อก็น่าตื่นเต้นแล้ว
ฟังแปลก เท่ เก๋ ไม่เหมือนใครเลยในตลาด...
เพราะฉะนั้น เราตามไปพูดคุยกับรตกร ถึงหนังสือเล่มนี้ของเขากันดีกว่า...
พี่ติน: แนะนำตัวเองให้น้องๆ เพื่อนๆ รู้จักกันก่อนเลย
รตกร: สวัสดีครับ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน
ผมชื่อกร นะครับ ชื่อจริงตามบัตรประชาชนก็ กรกฎ ติโลกวิชัย
เป็นเจ้าของนามปากการตกร ครับ เคยมีผลงานมาก่อนหน้านี้แล้ว 1 เรื่อง
คือ เซน วีรบุรุษสุดขอบฟ้า (แนวแฟนตาซี)พี่ติน: อยากรู้ว่าตอนนี้น้องกรทำอะไรอยู่จ๊ะ
รตกร: เรียนจบมา 2 ปีแล้วครับ จบจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาไทย เคยทำงานมาแล้วหลายงาน ทั้งทำโมเดลลิ่ง
เป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง แต่สุดท้ายรู้สึกอยากเขียนนิยายมากกว่า
เลยลาออกมาเขียนนิยายอย่างเดียว โดยศึกษาศาสตร์การเขียนเพิ่มเติมตามคอร์สต่างๆ ครับ
เช่น คอร์สเขียนนิยายและเขียนบทละคร รวมทั้งอ่านหนังสือแนวจิตวิทยาพัฒนาตนเอง
เพื่อนำมาปรับใช้กับงานเขียนด้วยครับพี่ติน: อยากให้เล่าเรื่องตัวเองให้คนอ่านฟังกันหน่อย
รตกร: เป็นคนติ๊ส อารมณ์ศิลปินสูงมากครับ ถ้าชอบอะไร อยากทำอะไร
ก็จะทุ่มไปทางนั้นสุดๆ เลย สิ่งที่มีเหมือนคนอื่นก็คือ มีความฝันที่อยากให้เป็นจริงเหมือนกัน
แต่สิ่งที่ไม่เหมือนคนอื่น คือ ความฝันของเราต้องแตกต่างจากคนอื่น ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม
ผมจะต้องนำจุดเด่นซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองให้ปรากฏออกมา นิยายของผมทุกเรื่อง
ใครอ่านแล้วก็จะรู้ว่า เนี่ยแหละ งานเขียนของ รตกร สิ่งที่บอกความเป็น รตกร ที่สุด
คือ ความคาดไม่ถึงและการสรุปสิ่งที่เกิดขึ้นให้เป็นแนวคิดและมุมมองใหม่ๆ ที่สวยงาม
ไม่ว่าจะแต่งนิยายแนวไหน ทั้งแฟนตาซี สืบสวน หรือ รักโรแมนติก
ผมมักจะวางเรื่องให้ขมวดปมและเฉลยปมที่ต่างจากงานของคนอื่น
และเป็นเหมือนลายเซ็นของตัวเองพี่ติน: ที่มาที่ไปของหนังสือเล่มนี้ the Alternate พลิกปมแค้น สลับแผนฆาตกรรม
ได้แรงบันดาลใจมาจากที่ใด
รตกร: ที่มาเกิดจากตอนเด็กๆ เลยครับ ประมาณ ป.6 ช่วงนั้น การ์ตูนยอดนักสืบจิ๋วโคนัน บูมมาก
พอดูแล้วอึ้งเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เจอกับเรื่องราวแนวสืบสวน ช่วงนั้นเลยไปหานิยายแนวนี้มาอ่าน
ทั้งชุดเชอร์ล็อก โฮล์มส์ งานของอกาธา คริสตี้ แล้วรู้สึกว่า นี่แหละ...เราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้
ตอน ม.3 จึงเริ่มเขียนนิยายเรื่อง เทพพิทักษ์ ยอดนักสืบ
ตอน ฆาตกรรมกลางรีสอร์ท ให้เพื่อนๆ อ่าน
ปรากฏว่าเพื่อนๆ ชอบกันมากเลย พอเรียน ม.4 จึงเริ่มเขียนอย่างจริงจัง
ชื่อว่า พอล ยอดนักสืบ ตอนนั้นเป็นเหมือนรวมคดีสั้นๆ หลายๆ คดี
ต่อมาทำคดีสั้นๆ เหล่านั้น มาพัฒนาเป็นเรื่อง
สืบ ... แสบ แบบมัธยมปลาย ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น
The Alternate พลิกปมแค้น สลับแผนฆาตกรรม นี่แหละครับพี่ติน: นามปากกาคือ... รตกร...?
รตกร: ผมชื่อเล่นชื่อ กร ตอนที่นิยายเรื่องแรก คือ เซน วีรบุรุษสุดขอบฟ้า จะออก
มีคนบอกให้ใช้ชื่อจริง คือ กรกฎ แต่เรารู้สึกว่า คนชื่อ กรกฎ มีเยอะมากกก...
ก็เลยอยากคิดนามปากกาขึ้นมาใหม่เท่ๆ สักชื่อ อย่าง อาจารย์ ยังมีอักษรย่อว่า อ. นำหน้าชื่อ
ด็อกเตอร์ ก็มี ดร. เราเลยคิดว่า ถ้านักเขียน จะย่อว่า นข. ก็ตลกอยู่
เลยไปนึกถึงภาษาอังกฤษที่ออกเสียงว่า ไรเตอร์ เลยมาย่อเป็น รต. กร
พอมานั่งดู ถ้าเอาจุดออก มันได้คำว่า รตกร พอดีเลยนี่หว่า ก็เลยโป๊ะเช้ะ!
ได้นามปากกาว่า รตกร เลยพี่ติน: พูดถึง สนพ. บ้าง เล่าหน่อยทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ ความประทับใจต่อสำนักพิมพ์นี้คือ...
รตกร: ตอนที่ผมเขียน The Alternate พลิกปมแค้น สลับแผนฆาตกรรมใจเราหวังว่า
จะเป็นนิยายสืบสวนที่แหวกแนวจากนิยายเรื่องอื่นๆ และเป็นผลงานของนักเขียนไทย
แต่ปรากฏว่า พอไปส่งสำนักพิมพ์ไหน ส่วนใหญ่ก็บอกว่า เราไม่พิมพ์แนวนี้ เพราะมันขายยาก
ถ้าเป็นแนวนี้คนจะไปอ่านของฝรั่งกันหมด เพราะไม่เชื่อฝีมือคนไทย ผมเลยคอตกเลย
ส่งไปส่งมา ตั้ง 5 6 ที่ ส่งอยู่ปีกว่า สุดท้าย นู๋ผักบุ้ง ซึ่งเป็นนักเขียนที่รู้จักกัน
ก็แนะนำให้มาส่งที่พงศ์ภรณ์บุ๊คส์ ตอนแรกก็กล้าๆ กลัวๆ เพราะเห็นว่าเป็นสำนักพิมพ์ใหม่
แต่พอได้คุยกับ บ.ก. อย่างพี่ไหม และเจ้าของสำนักพิมพ์อย่างพี่หนุ่ย ทั้งสองคนอัธยาศัยดีมาก
เป็นคนที่มีความคิดแตกต่างและคิดนอกกรอบ ได้รู้จักเพียงไม่นานก็รู้สึกคลิกเลย
คนแบบนี้แหละที่เราอยากร่วมงานด้วย จึงส่งงานเรื่องนี้ให้อ่าน
พี่เขาชอบแล้วก็ผ่านเลย เลยได้มาออกงานกับที่นี่ครับ
พี่ติน: The Alternate แปลว่าไรง่ะ - - นึกคำคำนี้ออกได้อย่างไรเอ่ย
รตกร: มันเป็นนิมิตลอยมาเองครับ (ล้อเล่น) ตอนที่ผมเขียนเรื่องนี้ในชื่อ
สืบ ... แสบ แบบมัธยมปลาย เพราะตั้งใจให้ สืบ ... แสบ แบบมัธยมปลาย เป็นชื่อชุด
แล้วตามด้วยชื่อตอน เช่น File 01 โรงเรียนมฤตยู อะไรแบบนี้
แต่ต่อมามีนโยบายส่วนตัวว่า จะเขียนงานทุกเรื่องออกมาแค่ภาคเดียว
ถ้ากระแสตอบรับดีค่อยเขียนภาคต่อ เรื่องนี้จึงต้องเปลี่ยนชื่อใหม่ให้เหมาะกับการเป็นนิยายเล่มเดียวจบ
ซึ่งคีย์เวิร์ดของนิยายเรื่องนี้คือคำว่าสลับจึงนึกถึงศัพท์ภาษาอังกฤษที่แปลว่าสลับ
นั่นก็คือคำว่าThe Alternate ที่นอกจากจะแปลว่า สลับ แล้ว ยังแปลเป็นความหมายอื่น
ซึ่งเป็นความหมายที่ซ่อนอยู่ในเรื่องได้ลงตัวพอดี เพราะเมื่อเริ่มอ่าน จะสงสัยว่า สลับ
ในชื่อเรื่องหมายถึงอะไร พอเริ่มอ่านไป จะได้พบว่า สลับ หมายถึงอย่างนี้นี่เอง
แต่พออ่านจนจบ จะรู้ว่าแท้จริง สลับ หมายความว่าอย่างไรพี่ติน: เรื่องที่น้องกรเขียน อยากเรียกว่าเป็นแนวไหน...? ทำไม ยังไง
รตกร: เป็นแนวสืบสวนสอบสวน (Mystery) เลยครับ ผมตั้งใจเขียนให้เป็นแนวนี้เลย
เป็นแนวที่แต่งยาก เขียนยาก หาที่พิมพ์ยาก แต่ผมว่าถ้าทำมันได้สำเร็จ
มันจะเป็นผลงานที่มีคุณค่ามากๆ เลย ส่วนการดำเนินเรื่อง
ผมใช้ลักษณะการเขียนแบบคอมดี้ (Comedy) เข้ามาใส่ ให้คนอ่านรู้สึกผ่อนคลาย
รู้สึกว่า เหล่าตัวละครแม้จะมีความฉลาดในด้านการไขคดี
แต่ก็มีความกวน แสบ ฮา ในด้านการใช้ชีวิตที่ดูมีชั้นเชิงพี่ติน: อ่านจากชื่อเรื่อง คาดหวังให้คนอ่านรับรู้ว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร...?
แนวฆาตกรรม (นั่นคือสิ่งที่พี่ตินคิดแว่บแรกนะ)
รตกร: ใช่...ก็มันเป็นแนวฆาตกรรมนี่นา (หัวเราะ) แต่สิ่งที่ผมอยากให้คนอ่านรับรู้คือ
อยากให้เกิดความสงสัยว่าThe Alternate แปลว่าอะไร จะหมายความว่ายังไงในเรื่องนี้
ปมแค้นที่ว่าหมายถึงอะไร และคำว่า สลับ แผนฆาตกรรม คือการสลับยังไง
ผมไม่ได้อยากให้คนอ่านดูวิธีการฆาตกรรมนะ เพราะผมจะไม่เน้นฉากฆ่าที่สยดสยอง
อ่านแล้วไม่อ้วก ไม่หลอน ผมจะเขียนให้เป็นศิลปะแบบแค่ให้รู้ว่าโดนฆ่าตาย
แต่ผมอยากให้คนอ่านดูวิธีการวางแผนของคนร้าย และวิธีการไขคดีและซ้อนแผนของพวกพระเอก
ซึ่งแผนคดีในนิยายเรื่องนี้ บอกได้เลยว่า ซับซ้อนไปมาสุดๆ เลย
(แต่อ่านง่าย ไม่งงไม่ปวดหัวแน่นอน)พี่ติน: ความรู้สึกที่ได้รับเลือกเป็น Book of the Month จากทีมงานเด็กดี
รตกร: เซอร์ไพรส์มากครับ คือ รางวัลนี้เป็นรางวัลในฝันของผมอย่างมาก
ตั้งแต่มีรางวัลนี้ขึ้นมาเมื่อ 3 ปีก่อน ผมเห็นแล้วแบบบอกกับตัวเองในใจ
สักวันรางวัลนี้จะต้องเป็นของเรา (เดือนนี้ที่ได้ก็ครบ 3 ปีพอดีเลย เพราะจำได้ว่า
เรื่องแรกที่ได้คือ เดือนตุลาคม ปี 2007) แล้วทีมงานสำนักพิมพ์พงศ์ภรณ์ก็เซอร์ไพรส์มาก
รู้กันหมดแล้ว ตั้งแต่ เจ้าของ บก. รวมทั้งนักเขียนร่วมสำนักพิมพ์ มีผมไม่รู้อยู่คนเดียว
พอพี่อตินมาทักใน Facebook ว่า เดือนตุลาเจอกัน ผมก็เริ่มเอะใจ ว่า ต้องมีอะไรแน่ๆ
สุดท้ายก็มี 1 ในผู้กุมความลับเนี่ยแหละ หลุดพูดออกมา ความเลยแตก (ฮาแตกด้วย)
แต่ก็ถือว่าเซอร์ไพรส์มากๆ เลยครับ
พี่ติน: แล้วคิดยังไงกับเว็บเด็กดีดอทคอม
รตกร: รักมาก อยากแต่งงานด้วยจริงๆ ผมเล่นเว็บนี้มาตั้งแต่ ม.ต้น เคยส่งงานเรื่องนี้
พอล ยอดนักสืบ มาให้พี่โน้ต ตั้งแต่สมัยยังเป็นระบบอัพมือ (ที่ต้องส่งงานเข้า E-Mail พี่โน้ต
แล้วพี่โน้ตจะทยอยมาลงให้) แต่ตอนนั้นพี่โน้ตบอกว่า กำลังจะทำระบบอัพได้ด้วยตัวเอง
ให้เขียนเก็บไว้ก่อน พอระบบเริ่มเปิดใช้ ผมก็นำนิยายไปลงเป็นคนแรกๆ เลย
(เรื่อง พอล ยอดนักสืบ มี ID เรื่องเป็นเลข 37 อ่ะครับ
ในขณะที่ตอนนี้เรื่องใหม่ๆ ID เป็นหลักแสนแล้ว
ปัจจุบันผมยังเก็บ พอล ยอดนักสืบ ฉบับแรกสุดไว้ใน My.iD อันเก่าเลย ลบไม่ลงจริงๆ)
รู้สึกผูกพัน เหมือนคบกันมาเกือบสิบปีแล้ว ถ้าเป็นคนคงให้แม่ไปสู่ขอแล้วพี่ติน: คิดว่าสิ่งที่ยากของการเขียนหนังสือฆาตกรรมคืออะไร...?
รตกร: ก็ยากขนาดที่ว่าตอนเขียนจบ ภูมิใจมาก แต่ก็คิดว่า ถ้าเรื่องนี้ไม่บูม
คงไม่คิดจะลองของแบบนี้อีกแล้ว เพราะมันยากมากกกกกกกกก ... แต่งจนสิวขึ้น
(ตอนแก้ต้นฉบับก็สิวขึ้น) คือ ในเรื่อง นักสืบมีหน้าที่สืบคดี คนร้ายมีหน้าที่วางแผนฆาตกรรม
แต่คนเขียนนี่ ต้องเป็นทั้งคนร้ายและนักสืบในเวลาเดียวกันเลย คือ วางแผนฆาตกรรมออกมา
แล้วก็หาวิธีสืบสวนไขคดีที่ตัวเองว่ามาให้ได้ เหมือนผูกปมเชือกอย่างพิสดารแล้วหาวิธีแก้ปมด้วยตัวเอง ...
คิดในใจอยู่บ่อยครั้งว่าหาเรื่องจริงๆ รตกร แต่ในอีกใจหนึ่งก็คิดว่า
ไหนๆ ก็อยากเขียนแนวนี้ให้สำเร็จแล้ว ก็ต้องทำให้ได้
ยากแค่ไหนก็ต้องทำให้ได้ มันเป็นสิ่งท้าทายที่ไม่ได้เขียนสบายเหมือนแนวอื่นๆ
แต่เชื่อว่าถ้าทำมันออกมาได้ดี มันจะเป็นอะไรที่ทรงคุณค่าและสวยงาม
(แต่ตอนนี้ก็เริ่มอยากพักไปลองเขียนแนวอื่นๆ บ้างแล้วล่ะ ฮ่าๆ แต่ถ้าเขียนแนวรัก
ก็ยังคงเป็นรักที่ผสมความเป็นสืบสวนอยู่ แต่คงไม่หนักเท่าเรื่องนี้
ถ้าใครเคยอ่าน เซน วีรบุรุษสุดขอบฟ้า ก็จะรู้ว่ามันเป็นแนวแฟนตาซีที่มีสืบสวนปนอยู่นิดๆ เช่นกัน)พี่ติน: คิดว่าตัวเองเขียนหนังสือเป็นอย่างไรบ้าง ดีไหม ยังไง ไหนวิจารณ์ตัวเองซิ
รตกร: ฮ่าๆ คำถามนี้จี๊ดมาก อยากบอกว่า ผมภูมิใจกับทุกงานที่เขียนมาครับ
บางทีหยิบงานเก่าๆ ตัวเองมาอ่านแล้วนอนกอดอย่างมีความสุข
มันรู้สึกตื่นตันที่เราสามารถทำสิ่งที่ฝันให้เป็นจริงได้ แต่มันก็มีบางอารมณ์
ที่หยิบเอางานเก่าๆ ของตัวเองมาดูแล้วตลก อย่างเรื่อง เซน วีรบุรุษสุดขอบฟ้า
พล็อตหลักๆ เด็กมาก หนามาก เขียนไปได้ จะเกิดความรู้สึกขำคล้ายๆ พวกนักร้อง
ที่พอไปฟังเพลงเก่าๆ ของตัวเองแล้วแทบปิดหูล่ะมั้ง แต่ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีนะ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย
ที่เราจะมองว่า งานเก่าๆ ที่ผ่านมาของตนสู้งานที่เขียนในปัจจุบันไม่ได้
เพราะมันคงจะแย่กว่านะ ถ้ามีคนบอกว่า งานเขียนเล่มใหม่ของผม สู้งานเขียนเล่มที่แล้วไม่ได้
(แบบนั้นค่อยน่าคิดหนักหน่อย) ส่วนในเรื่อง The Alternate ซึ่งเป็นแนวสืบสวน
ผมคิดว่ามันเป็นงานชิ้นโบว์แดงของผมเลย เรื่องนี้คิดพล็อตซับซ้อน คิดวิธีการคลายปม
หาข้อมูลสนับสนุนหนักมาก ผมตั้งใจและทุ่มเทกับเรื่องนี้อย่างเต็มที่
ใช้เวลาเขียนมา 6 ปี รีไรท์มา 6 รอบ แก้แล้วแก้อีก ส่งไปให้สำนักพิมพ์ 6 ที่กว่าจะผ่าน
เขียนยาก หาที่พิมพ์ยากกว่าเซนหลายเท่าสุดๆ แต่พอเห็นปก
พอได้อ่านต้นฉบับสุดท้ายก่อนพิมพ์ พอได้เห็นภาพว่ามันกำลังจะออกเป็นรูปเล่ม
และวางบนแผงหนังสือให้ผู้อ่านทั่วประเทศได้รับรู้เรื่องราวที่ผมทุ่มเทสร้างมันขึ้นมา
แค่คิดภาพนั้นน้ำตาก็จะไหลแล้วครับพี่ติน: คิดว่าหนังสือเล่มนี้จะขายได้กี่เล่มอะ อิอิ
รตกร: 3 ล้าน ฮ่าๆ ไม่รู้สิ ระยะหลังผมปลูกฝังตัวเองกับการอ่านหนังสือจิตวิทยา
ประเภทเดอะ ซีเคร็ต (ซึ่งอ่านเยอะมาก) รวมทั้งได้พูดคุยกับคนที่สนใจเรื่องพลังแห่งความเชื่อเช่นเดียวกัน
ผมจึงรู้สึกว่า การที่เราจะประสบความสำเร็จ เราต้องคิดเห็นภาพตัวเราประสบความสำเร็จก่อน
การที่เราจะเขียนหนังสือสักเรื่องให้ขายดี เราต้องเชื่อว่ามันจะขายดีก่อน
เพราะตามกฎแห่งแรงดึงดูด เมื่อเราเห็นภาพความสำเร็จชัดเจนเท่าไหร่
มันจะดึงดูดให้เป็นจริงขึ้นมากเท่านั้น การที่เราคิดภาพเหล่านั้นชัดเจน
มันจะทำให้เราทำทุกอย่างเพื่อให้ภาพนั้นเป็นจริงอย่างแน่วแน่
เหมือนถ้าเราจะยิงธนูให้ถึงดวงจันทร์ ถ้าเรายิงไม่ถึงดวงจันทร์
อย่างน้อยมันก็อาจจะโดนนกอินทรี แต่ถ้าเราเล็งเป้าหมายไว้ที่นกอินทรี
ถ้ายิงไม่ถูกมันก็จะโดนแค่ก้อนหินพี่ติน: ความแตกต่างของ the Alternate พลิกปมแค้น สลับแผนฆาตกรรม
กับหนังสือเล่มอื่นๆ ในตลาดคือ
รตกร: ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณสำหรับคำถาม เพราะเชื่อว่าพี่อตินคงต้องเห็นอะไรบางอย่างในนิยาย
เรื่องนี้ถึงได้ตั้งคำถามนี้ขึ้นมา เป็นเรื่องที่ทะเลาะอยู่ในใจผมมานานว่า
การเขียนนิยายแนวสาระที่ขายยาก กับ เขียนนิยายแนวตลาดที่ขายง่าย
อย่างไหนคือสิ่งที่เราควรทำ จนผมได้คำตอบจากพี่สาวคนหนึ่ง (อยากรู้ว่าเป็นใครไปอ่านในเล่มเอง)
เขาแนะนำให้ผมใช้หลักพาณิชย์ศิลป์ในการทำงาน ในเมื่ออุดมการณ์ไม่ใช่สิ่งที่ตลาดต้องการ
เราก็เขียนงานที่อิงไปทางอุดมการณ์ครึ่งหนึ่ง อิงความต้องการของตลาดครึ่งหนึ่ง
The Alternate จึงออกมาในรูปแบบสืบสวนหนักๆ ที่หาได้ขายในตลาดนิยายที่เขียนโดยนักเขียนไทย
แต่ก็มีกลิ่นอายของความแสบ กวน ป่วน ฮาของเหล่าตัวละคร ซึ่งเชื่อว่า ผู้อ่านจะเข้าถึงได้ไม่ยากพี่ติน: จุดเด่นของเรื่องคืออะไร
รตกร: คนส่วนใหญ่ที่เคยอ่านนิยายแนวนี้ มักจะเห็นพล็อตแบบ มีตัวละครโผล่มากลุ่มหนึ่ง
เกิดคดีขึ้น นักสืบสืบคดีแล้วบอกว่า คุณนั่นแหละคือคนร้าย
ซึ่งก็เป็นหนึ่งในกลุ่มตัวละครที่โผล่มาตอนแรก แต่ผมอยากให้แตกต่างออกไป
ให้เหมือนกับในชีวิตจริงของคนเราThe Alternate จะเป็นเรื่องสืบสวนที่เริ่มจากคดีเล็กๆ
อย่างลอบทำร้ายคนในห้องน้ำ ซึ่งดูเหมือนไม่สลักสำคัญอะไร
แต่พออ่านไปอ่านมา คดีเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีคนตาย
เริ่มโยงไปถึงเหตุรถระเบิดตกสะพานเมื่อครึ่งปีก่อน
เริ่มเชื่อมไปถึงความแค้น และการเอาคืนอย่างสาสม
พี่ติน: คาดหวังอะไรกับหนังสือเรื่องนี้ไหม
รตกร: เริ่มแรกสุดรู้สึกดีใจมากที่สำนักพิมพ์พงศ์ภรณ์ให้โอกาสเราทำหนังสือในเกือบทุกส่วนของเล่ม
ตั้งแต่คิดไอเดียปกเอง คิดคอนเซปเล่มเอง แก้ไขงานเอง จนปก เนื้อเรื่องและส่วนอื่นๆ ในเล่ม
ออกมาตรงกับของเรา แถมได้รางวัล Book of the Month จาก Dek-D.Com อีก
ทำให้รู้สึกว่า ทุกฝ่ายให้การสนับสนุนนิยายเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ปกสวย เนื้อเรื่องแปลกใหม่
ได้รางวัลการันตี และเริ่มมีกระแสตอบรับที่ดีออกมาตั้งแต่ยังไม่วางแผง
เราก็เลยคาดหวังหวังอยู่เหมือนกัน แอบลุ้นกับกระแสตอบรับพอสมควรเหมือนกันว่า
แนวสืบสวนของนักเขียนไทยอย่างเรื่องนี้จะบูมมั้ย จะมีคนชมแค่ไหน จะโดนสับแหลกมั้ย
จะทำให้คนไทยหันมาอ่านแนวนี้ มาสนับสนุนงานเขียนสืบสวนของคนไทย
และอยากหันมาเขียนนิยายแนวสืบสวนสอบสวนกันบ้างรึเปล่า
ผมอยากพิสูจน์ให้เห็นว่า มีเยาวชนไทยอีกคนหนึ่งตรงนี้ที่สามารถเขียนเรื่องแนวนี้ออกมาได้เช่นกันพี่ติน: ถ้าจู่ๆ มีคนมาบอกว่า นิยายของรตกรไม่สนุกเลย ห่วยมาก จะบอกว่า...? ***
รตกร: ก่อนอื่นเราต้องแยกให้ออกก่อน คนที่ว่าเราจะมีหลายกลุ่ม
จะมีที่ว่าเพราะอ่านเรื่องนี้จบแล้วอย่างละเอียด ว่าเพราะอ่านผ่านๆ ว่าเพราะอ่านแล้วแต่ยังไม่จบ
ว่าเพราะอ่านแค่เรื่องย่อในเน็ตกับคำโปรยท้ายเล่ม ว่าเพราะเห็นปก ว่าเพราะเห็นชื่อเรื่อง
ว่าเพราะเห็นว่าเป็นคนไทยแต่ง ว่าเพราะเห็นว่าคนแต่ง คือ รตกร
เราต้องตั้งสติว่าผู้ที่ชมเหล่านั้น เป็นนักอ่านกลุ่มไหน ถ้าเป็นคนอ่านที่อ่านจริงๆ แล้วว่าเพื่อก่อ
ก็ยินดีรับฟังเหตุผลเพื่อที่จะนำมาปรับปรุงงานเขียนของเราให้ดีขึ้น
เพราะผู้อ่านก็เหมือนกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนให้เราเห็นข้อดีข้อเสียในตัวเอง
แต่ถ้าการว่านั้นเกิดจากการด่วนสรุป ผมว่าผมไปเลือกฟังคำต่อว่าของคนที่มีเหตุผลดีกว่า
ผมมองว่าการเขียนนิยายสักเรื่องเหมือนการทำอาหารสักจาน บางคนบอกว่าไม่อร่อย
แต่บางคนก็อาจจะบอกว่าอร่อยมากก็ได้ โดยส่วนตัวถ้าผมไม่ชอบนิยายเรื่องไหน
ผมจะไม่สรุปว่ามันเป็นงานที่ไม่ดี เพราะมันอาจเป็นงานที่คนอื่นชอบ
เขียนมาเพื่อให้คนกลุ่มนั้นอ่าน ไม่ได้เขียนมาเพื่อเราพี่ติน: ขอมายไอดี แล้วก็ขอลิงค์นิยายด้วยจ้า
รตกร: My.iD http://my.dek-d.com/rtkorn
Link นิยาย http://writer.dek-d.com/rtkorn/writer/view.php?id=503063
แถมให้ เว็บไซต์ส่วนตัว http://www.rt-korn.com/ ครับพี่ติน: ก่อนจากกันไป ช่วยฝากถึงน้องๆ นักเขียนที่กำลังตามหาฝันเหมือนน้องกรหน่อย
รตกร: ถนนสายอักษรเส้นนี้ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เผลอๆ โรยด้วยหนามกุหลาบด้วยซ้ำ
ระหว่างที่เรากำลังเดินอยู่บนถนนสายนี้ มีทั้งคนปาไข่ใส่ มีทั้งคนเอาหอกดาบปักใส่หลังมากมาย
หลายคนทนไม่ได้ ต้องถอนตัวออกจากถนนสายนี้ไป แต่ผมอยากให้รู้ว่า
มันไม่ใช่แค่ถนนสายนี้หรอกครับที่มีเรื่องราวแบบนี้
ถนนทุกสายที่มุ่งไปสู่ความฝันและความสำเร็จ
มีอุปสรรคเหล่านี้หมด หากเราต้องเผชิญกับมัน จงตั้งสติว่า มันเป็นเรื่องธรรมดา
เหมือนความทุกข์ตอนที่เรารู้สึกร้อนในหน้าร้อน รู้สึกเฉอะแฉะในหน้าฝน
รู้สึกปวดร้าวเข้ากระดูกในหน้าหนาว แต่เราก็หนีมันไม่ได้
สิ่งที่เราทำได้คือ การเลือกมองมันในแง่มุมอื่นที่ดีๆ อย่างเข้าใจและสวยงาม
คนที่ไม่เหนื่อย ไม่ท้อ ไม่ผิดหวังอะไรเลย คือ คนที่ชีวิตนี้ไม่คิดจะทำอะไร
ถ้าเราคิดจะทำอะไร เราก็ต้องเจอครับ หนีไปไม่พ้นหรอกผมขอหยิบยกข้อความจาก จากใจนักเขียน ที่อยู่ในเล่มมาให้ทุกคนที่กำลังตามหาฝันนะครับ
... ผมอยากจะเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่มีความฝันและกำลังลงมือทำให้สำเร็จ
ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนหรืองานใดๆ ก็ตาม อย่าท้อครับ ถ้าสิ่งที่เราเป็นในทุกวันนี้
ทำให้เราไปได้แค่นี้ก็จงปรับเปลี่ยนบางอย่างในตัวเองเพื่อให้เราไปได้ไกลกว่าเดิม
เอาชนะตัวเองให้ได้ เพื่อให้พร้อมที่จะออกไปเอาชนะทุกขวากหนาม
จากปัจจัยแวดล้อมอันท้าทาย แปดปีที่แล้วผมไม่รู้ว่า
นิยายที่เขียนลงอินเตอร์เน็ตไว้จะได้พิมพ์ในอีกแปดปีต่อมา
แต่ในวันนี้ผมได้รู้ว่า นิยายผมได้ตีพิมพ์ เพราะผมเริ่มคิดและเริ่มเขียนมันเมื่อแปดปีที่แล้ว และสุดท้ายนี้ ผมอยากจะฝากว่า ไม่ใช่ทุกความพยายามที่จะประสบความสำเร็จ
แต่ไม่มีความสำเร็จใดที่ไม่ใช่ความพยายาม ครับ ขอให้โชคดีบนถนนสายอักษรสายนี้นะครับ
อ่านบทสัมภาษณ์จบ พี่ตินเชื่อว่าคงมีน้องๆ หลายคนได้อะไรหลายอย่างจากคำพูดของน้องกร...
พี่ตินเองก็จำวันแรก (และวันเดียว ฮ่าๆๆ) ที่ได้เจอกับน้องกรได้เช่นกัน...
สิ่งหนึ่งที่จำได้แม่นยำเกี่ยวกับน้องก็คือ แววนักสู้ในดวงตา
และสิ่งนั้นเองทำให้พี่ตินรู้ว่า สักวันน้องคนนี้จะเป็นนักเขียนคุณภาพคนหนึ่ง
และวันนี้ คำพูดของน้องก็พิสูจน์ตัวเองแล้ว... ใช่ไหมจ๊ะทุกๆ คน
อตินเอง
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?



28 ความคิดเห็น
ขายดิบขายดีนะคะ
น่าอ่าน มากกกก ขายดี ขายดี
บทสัมภาษณ์เขียนได้ดีจังเลยค่ะ
อ่านแล้วประทับใจ รู้สึกมีกำลังใจในการเขียนเพิ่มขึ้นเยอะ
^______^
น่าอ่านมากเลยครับ ^^
ชอบในการฝ่าฝันอุปสรรคของพี่กร (เพราะเรารู้ เราเห็นตลอด)
และนี่สมเป็นกับผลงานที่ผ่านการหมักอยู่ในถังไม้โอ๊คมาเนิ่นนานอย่างแท้จริง
ตอบบทสัมภาษณ์ดีมากเลย กร >,<
ตามหาฝันมาด้วยกัน ฝันเป็นจริง
ขอให้ขายดิบ ขายดี นะคะ
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 ตุลาคม 2553 / 11:24
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 3 ตุลาคม 2553 / 11:26
สู้ๆ ต่อไป คนเกิดสิ้นเดือนกรกฏา มีสายเลือดศิลปินอันยิ่งใหญ่ไหลเวียนอยู่ในตัว (วันเกิดใกล้กันจนจำได้ 555 พยายามจะเข้าข้างตัวเองด้วย)
ลงรอยตามกันมาเลย เราก็ลาออกจากงานพยายามจะมาเขียนอย่างเดียวแล้ว ตอนนี้ก็เขียนอยู่
สู้กันไปต่อไป แล้วจะอุดหนุนแน่นอนจ้า ^^
ป.ล. เลข content ด้านบนสวยมาก 22222 เป็นลางดีๆ
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 ตุลาคม 2553 / 14:43
ป่านอยากทำได้แบบพี่มั่งอะ
สอนหน่อย
ฮ่าๆ