ถ้าคุณกำลังมองหาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อคงความหนุ่มสาวและเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง งานวิจัยชิ้นใหม่แนะนำให้คุณควรเลือกซื้อส้มสักกิโลแทนที่จะเป็นวิตามินซีสักกระปุก
เป็นที่ทราบกันดีว่าวิตามินซีถึงประโยชน์ของมันในการป้องโรคลักปิดลักเปิด และแน่นอนว่าอาจช่วยป้องกันโรคหวัดด้วยเช่นกัน ผลไม้หลายชนิดที่อุดมไปด้วยวิตามินซีนั้นเปรียบได้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังเช่นกัน ซึ่งจะช่วยป้องกันการทำลายดีเอ็นเอจากการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นภายในเซลล์ร่างกาย เมื่อเราห่างเหินการรับประทานผลไม้เหล่านี้จะนำไปสู่การทำลายดีเอ็นเอก่อนอาการเลือดออกตามไรฟันในโรคลักปิดลักเปิดจะปรากฏให้เห็นเสียอีก
แล้ววิตามินซีเม็ดจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันเทียบเท่ากันกับผลไม้หรือไม่? Serena Guarnieri และทีมงานวิจัย แห่งหน่วยวิจัยโภชนาการในมนุษย์ มหาวิทยาลัยแห่งมิลาน ประเทศอิตาลี จึงได้ออกแบบการทดลองแบบง่ายๆ เพื่อค้นหาคำตอบให้กับคำถามนี้
ทีมงานได้ทำการทดลองโดยแบ่งผู้ร่วมทดสอบออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกจะได้รับส้มแดงคั้น (blood-orange juice) กลุ่มที่ 2 จะได้รับน้ำวิตามินซี และกลุ่มสุดท้ายได้รับน้ำหวาน น้ำส้มแดงและน้ำวิตามินซีมีปริมาณวิตามินซีพอๆกันคือ 150 มิลลิกรัม ส่วนน้ำหวานนั้นไม่มีวิตามินซีเลย หลังจากผู้ร่วมทดสอบได้ดื่มน้ำที่ได้รับไป จะทำการวัดปริมาณวิตามินซีในตัวอย่างเลือดที่นำมาจากผู้ร่วมทดสอบทุกกลุ่ม การเจาะเลือดทำหลังจากที่ผู้ร่วมทดสอบดื่มไปแล้ว 3 ชั่วโมง และนำตัวอย่างเลือดอีกครั้งเมื่อผ่านไป 24 ชั่วโมง ไม่น่าแปลกใจที่วิตามินซีในเลือดจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดหลังจากที่ดื่มในกลุ่มที่ดื่มน้ำส้มแดงและน้ำวิตามินซี
หลังจากนั้นได้นำตัวอย่างเลือดไปทดสอบกับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ซึ่งเป็นสารที่ทราบกันว่าสามารถทำลายดีเอ็นเอด้วยปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ) ในตัวอย่างเลือดที่ได้จากกลุ่มที่ดื่มน้ำส้มแดงเกิดความเสียหายจากอนุมูลอิสระน้อยมาก ทั้งในตัวอย่างที่เก็บเมื่อเวลา 3 ชั่วโมง และ 24 ชั่วโมง สำหรับกลุ่มที่ดื่มน้ำหวานก็ไม่น่าแปลกใจที่ตัวอย่างเลือดจะไม่สามารถปกป้องความเสียหายได้ แต่เป็นที่น่าประหลาดใจว่ากลุ่มที่ดื่มน้ำวิตามินซีกลับไม่มีการป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้น
การศึกษาอื่นส่วนใหญ่มักมุ่งทดสอบคุณสมบัติของวิตามินซีเพียงตัวเดียวในขนาดสูงซึ่งมักให้ผลในการป้องการเกิดออกซิเดชั่น แต่มันกลับไม่ได้เกิดขึ้นจริงในการทดสอบนี้ นั่นอาจบ่งชี้ว่ามีบางสิ่งที่ซับซ้อนกำลังดำเนินการต่อต้านอนุมูลอิสระ Guarnieri กล่าว พบว่าไม่ได้มีแค่วิตามินซีเพียงตัวเดียวที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ แต่มีบางอย่างทำงานปกป้องเซลล์ไปด้วย ผลการศึกษานี้เผยแพร่ในวารสาร British Journal of Nutrition
มันเป็นการสังเกตที่น่าสนใจและมีความสำคัญยิ่ง David Heber ศูนย์โภชนาการในมนุษย์ แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส (UCLA) แนะนำให้ผู้ที่กำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผลของวิตามิน มีความเอาใจใส่ที่จะสังเกตแหล่งที่มาของมัน นอกจากจะได้วิตามินซีจากผลไม้ก็จะได้ประโยชน์จากสารอื่นในผลไม้ด้วย สารทั้งหมดในผลไม้อาจมีปฏิกิริยาซึ่งกันและกัน
ผู้วิจัยด้านโภชนาการรายอื่นได้ให้ข้อคิดเห็นว่าน้ำตาลในน้ำผลไม้อาจทำปฏิกิริยากับวิตามินซีเพื่อให้เกิดผลต้านอนุมูลอิสระ แต่ Guarnieri กลับสงสัยพฤกษเคมีที่พบในส้มมากกว่า (cyanidin-3-glucoside(ไซยานิดีน-3-กลูโคไซด์), flavanones (ฟลาโวโนน) และ carotenoids(แคโรทีนอยด์)) ซึ่งจำเป็นต้องศึกษากันต่อไป มันทำปฏิกิริยาต่อกันกันอย่างไร ยังคงเป็นเรื่องที่ใครหลายคนคาดเดากันอยู่ Guarnieri กล่าวเพิ่มเติม
:: ( S O U R C E ) :: ( วิชาการ ดอท คอม )* ::
6 ความคิดเห็น
จากที่เราไปอ่านหนังสือเรื่อง วิตามิน อ่ะนะ เขาบอกว่า ถ้าจะกินส้มไปกินมะนาวดีกว่า เพระมะนาวมีวิตามินซีมากกว่า ส้ม 3 เท่าเลยทีเดียว ถ้าอยากได้วิตามินเต็มที่ก็ กินมะขามป้อม(ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุด) หรือรองลงมา ก็กินฝรั่งก็ได้ ร่างกายเราต้องการวิตามินซี เพียง 100 มิลลิกรัม แต่ถ้าได้รับมากกว่านั้นก็ไม่มีผลอะไรมากนัก เพราะจะถูกขับออกในรูปของน้ำปัสสาวะ แต่ที่บอกว่าไม่ควรกินยาวิตามินซีเสริมเป็นเพราะ ร่างกายเราอาจจะสังเคราะห์ไม่หมดหรือมีวิตามินซีในปริมาณมากเกินไป หากเราหยุดใช้ยานั้นแล้วก็จะเกิดโรคขาดวิตามินซีได้(โรคเลือดออกตามรอยฟันหรือลักปิดลักเปิด) และบางทีเราอาจจะโดนยาหลอกซึ่งไม่ใช่วิตามินซีที่แท้จริง สรุปง่ายๆคือ กินผักและผลไม้ให้มากๆก็พอ แต่จะให้ดีกินฝรั่งที่มีขายตามท้องตลาดก็ดี เพราะมีวิตามินซีสูงเป็นอันดับ 2 ในบรรดาผลไม้เลยนะ