สวัสดีจ้าชาว Dek-D.com น้องๆเคยใช้ดินสอกันไหมคะ ร้อยทั้งร้อยพี่แนนว่าน้องๆ หลายคนต้องเคยกันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะช่วงอนุบาล ประถม ที่โรงเรียนส่วนใหญ่ก็ยังให้น้องๆ ได้ฝึกการเขียนโดยใช้ดินสออยู่ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นปากกา แต่จนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังชอบใช้กันอยู่นะคะ

     อย่างตอนที่เรายังเล็ก เพิ่งจะหัดอ่านเขียน อุปกรณ์การเรียนที่ใช้ก็มีไม่มาก แค่ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด การใช้ดินสอพี่แนนว่า เหมาะนะคะ เพราะถ้าเขียนผิด ก็แค่ใช้ยางลบมาลบให้สะอาด แล้วก็เขียนใหม่ เพื่อฝึกให้เขียนให้ถูกต้องและสวยงาม อ่านง่าย พี่แนนว่าดินสอยังมีราคาถูกด้วย อย่างดินสอไม้นี่แหละค่ะ คลาสสิคสุดๆ

     แต่น้องๆ ก็คงเคยรู้สึกอยากสะดวกใช่ไหมคะ ประมาณว่า ไม่อยากหิ้วทั้งดินสอ หรือยางลบไปด้วย เกิดยางลบหาย ไม่ได้เอามา เพื่อนไม่ให้ยืม จะทำยังไง ก็เลยหาซื้อดินสอที่มียางลบอยู่ด้วย อย่างดินสอไม้ส่วนใหญ่ ก็จะเห็นว่ามียางลบอยู่ด้านบนด้วย แต่น้องๆรู้ไหมคะว่า ดินสอที่มียางลบติดอยู่ในแท่งด้วยอย่างนี้ มีที่มากว่าร้อยปีแล้วค่ะ!!!

 
 

     เรื่องก็เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของ ไฮเมน ลิปแมน (Hymen Lipman) ชาวเมืองฟิลาเดเฟีย ประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะ ไฮเมนเป็นคนฐานะยากจน เลี้ยงชีพด้วยการวาดภาพเหมือนคน แล้วก็ชอบทำยางลบหายบ่อยๆ ทำให้เสียเวลาต้องมานั่งหา หรือไปซื้อมาใหม่ วันหนึ่งไฮเมนก็นั่งเอาดินสอมาจิ้มยางลบฉับพลันเห็นภาพยางลบที่ติดอยู่กับปลายดินสอก็ปิ๊งไอเดีย เอายางลบมาพันติดกับปลายด้านหนึ่งของดินสอ กลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเมื่อปี ค.ศ.1867

     แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายค่ะว่า สิทธิบัตรดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไปโดยศาลฎีกาสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ.1875 เพราะถือว่า ดินสอกับยางลบ ก็ยังเป็นดินสอกับยางลบ ไม่ได้ถือเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ทำหน้าที่ใหม่ต่างจากเดิม

      ถึงจะโดนยกเลิกไป แต่ไฮเมนก็กลายเป็นเศรษฐีอยู่เหมือนกันนะคะตอนคิดได้ ถึงแม้จะมาโดนยกเลิกสิทธิบัตรในหลายปีต่อมา แต่พี่แนนว่า นั่นก็เป็นความสร้างสรรค์อย่างหนึ่ง จากสิ่งที่เราไม่ได้คิดถึง หรือสิ่งใกล้ตัว เพราะไฮเมนแค่ใช้ดินสอจิ้มยางลบ ก็คิดได้แล้วว่า มันน่าจะอยู่ติดกันซะเลย จะได้สะดวก ไม่ต้องกลัวหายอีก เรื่องปิ๊งแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะคะ

     น้องๆชาว Dek-D.com หล่ะค่ะ ลองคิดกันเล่นๆบ้างก็ได้นะคะว่า ถ้าเป็นน้องๆ อยากจะลองคิดอะไรใหม่ๆบ้างไหม ไม่ต้องเอาเรื่องยากๆ เริ่มจากเรื่องใกล้ตัวก่อนเลย ลองมาใช้ความคิดสร้างสรรค์กันดูนะคะ หรือใครเคยคิดอะไรเล่นๆ เป็นไอเดียเก๋ๆล้าง ลองมาบอกกันบ้างนะคะ

 
 


 
ข้อมูลอ้างอิง : หนังสือนักวิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ เรื่อง นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะ,
www.pencils.com/hymen-lipman-pencil-patent
ภาพประกอบ : www.fanpop.com,www.wecovet.com


 


พี่แนน
พี่แนน - Columnist พี่ใหญ่ฝ่ายกิจกรรมด้านการศึกษา และฝ่ายดูแลสุขภาพจิตของน้องๆ ในทีมให้เป็นปกติ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

40 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Ferenxia 9 ต.ค. 53 23:50 น. 6
แล้วทำไมกันหนอ ยางลบที่ติดมากับดินสอ ถึงได้สั้นนัก

ใช้ดินสอเขียนยังไม่ทันถึงครึ่งแท่ง ยางลบที่ติดอยู่หัวดินสอก็หมดไปซะละ ^_^
0
กำลังโหลด
★Empty space. Member 10 ต.ค. 53 07:20 น. 7
งืมๆ ต้องขอบคุนไฮเมนนะเนี่ย ทำให้คนรุ่นหลังสะดวกขึ้นเยอะ

แต่ผมไม่ค่อยใช้ยางลบที่อยู่ติดกับติดสออ่ะ กลัวดินสอไปสวย เอิ้กๆ

ที่สำคัญมันลบไม่ค่อยจุใจเท่าไหร่ แหะๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Kamecat Member 10 ต.ค. 53 11:20 น. 10

ทำไมไม่เห็นมันเป็นการคิดสร้างสรรค์หล่ะค่ะท่านศาล
แล้วเป็นไงสุดท้ายตอนน้ แทบจะปิดสถาบันที่รับจดลิขสิทธ์ต่างๆไป เพราะว่าคนอเมกาแทบไม่ได้คิดสิ่งประดิษฐ์อะไรใหม่ๆเลยยยย
สมน้ำหน้า

0
กำลังโหลด
SHiniGamI_SoUL Member 10 ต.ค. 53 11:32 น. 11
ผมมีเรื่องเกี่ยวกับดินสอกับยางลบมาให้อ่านเช่นกันครับ คงไม่ว่านะครับ จขกท. มีข้อคิดให้คิดตามด้วย

        
           ถ้ามีดินสอที่เขียนอย่างไรก็ไม่มีวันหมดอยู่แท่งหนึ่ง   มียางลบที่ลบอย่างไรก็ไม่มีวันหมดอยู่ก้อนหนึ่ง  เพื่อนๆคิดว่า จะเลือกอะไรครับ

ดินสอแท่งนี้  เป็นเพื่อนกับยางลบก้อนนั้น  ทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกัน  ทำอะไรด้วยกัน  หน้าที่ของดินสอคือเขียน  หน้าที่ของยางลบ ก็คือลบ

มันจึงลบทุกอย่างที่ดินสอเขียนทุกที่ ทุกเวลา

          เวลาผ่านไปนานหลายสิบปี  ทุกอย่างก็ยังดำเนินเหมือนเดิมเรื่อยมา  จนกระทั่งดินสอเอ่ยกับยางลบว่า " เรากับนายคงอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว"

ยามลบจึงถามว่า " ทำไมล่ะ"   ดินสอจึงตอบกลับไปว่า  " ก็เราเขียน  นายลบ  แล้วมันก็ไม่เหลืออะไรเลย "  ยางลบจึงเถียงว่า

" เราทำตามหน้าที่ของเรา  เราไม่ผิด "   ทั้งคู่จึงแยกทางกัน  พอดินสอแยกทางกับยางลบ  มันก็ดีใจที่สามารถ  เขียนอะไรก็ได้ตามใจมัน

แต่พอเวลาผ่านไป  มันเริ่มเขียนผิด  ข้อความสวยๆที่มันเคยเขียน ก็สกปรก  มีแต่รอยขีดทิ้งเต็มไปหมด  มันคิดถึงยางลบมาก  ฝ่ายยางลบ

เมื่อแยกทาง  มันก็ดีใจเช่นเดียวกับดินสอ  ที่ไม่ต้องเปื้อน หรือ สกปรก พอเวลาผ่านไป  มันกลับใช้ชีวิตอย่างไร้ค่า  เพราะไม่มีอะไรไห้มันลบ

ทั้งคู่ต่างคิดถึงกันและกัน  จึงกลับมาอยู่ด้วยกันใหม่  คราวนี้  ดินสอกลับเขียนแต่สิ่งที่ดีๆ  ส่วนยางลบก็ลบเฉพาะสิ่งที่ดินสอเขียนผิดเท่านั้น


         ถ้าเปรียบการเขียนเป็นการจำ  ดินสอในตอนแรกก็จำทั้งเรื่องดี และ ไม่ดี  แต่พอเปลี่ยนไป  มันก็หัดจำแต่สิ่งที่ดีๆเท่านั้น

ส่วนยางลบ  ถ้าเปรียบการลบ เป็นการลืม  ยางลบในตอนแรก ก็ลืมทุกอย่าง ทั้งเรื่องดี และ ไม่ดี  แต่ทุกครั้งที่ลืมเรื่องดี  ตัวมันก็จะสกปรก

แต่ตอนหลัง  มันเลือลืมแต่เรื่องที่ไม่ดี  หรือ  การให้อภัยนั่นเอง


           ฉะนั้นหากเปรียบการเดินทางของทั้งคู่ดุจมิตรภาพ  คือ  การจำแต่สิ่งที่ดีๆ และ ลืมในสิ่งที่อาจผิดพลาดไปบ้าง  ขอให้ทุกคนเป็นอย่าง

ดินสอกับอย่างลบในตอนหลังนะครับ


    ผมก็ฝากข้อคิดด้วยนะครับ        
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด