|
สวัสดีค่า^^ กลับมาพบกับ พี่มิ้นท์ อีกครั้งกับเคล็ดลับที่จะทำให้น้องๆ เรียนเก่งขึ้น(รึเปล่า ฮ่าๆ) แป๊บๆ นี่ก็จะหมดเดือนเมษายนแล้ว อีกไม่นานน้องๆ ก็จะกลับสู่โลกแห่งความจริง ไปตั้งหน้าตั้งตาเรียนเหมือนเคย แล้วก็จะเป็นช่วงที่ถูกกดดันจากพ่อแม่อีกครั้งว่าปีนี้เกรดจะต้องดี (กว่าลูกคนข้างบ้าน) ต้องหมั่นอ่านหนังสือ(วันละ 5 นาที) บลาบลาบลา
เด็กเก่ง เป็นคำที่ไม่ว่าพ่อแม่คนไหนก็อยากให้ลูกตัวเองเป็นทั้งนั้น (แต่แม่พี่มิ้นท์ไม่เป็นนะ ฮ่าๆ) โดนเข้าไปแบบนี้พี่มิ้นท์เลยมีคำแนะนำดีๆ ให้น้องๆ ได้เก่งทุกวิชา เอาให้แม่อึ้ง! ไปเลยล่ะ ซึ่งเคล็ดลับที่จะบอกน้องๆ ในวันนี้เรียกได้ว่าเบสิคสุดๆ แต่สามารถทำให้น้องๆ เป็นเด็กเทพ! ขึ้นมาได้ นั่นก็คือ เราจะต้องรู้วิธีเรียนในแต่ละวิชา นั่นเองค่ะ ไปดูกันดีกว่า ว่าเราจะเรียนแต่ละวิชายังไงดี
1.คณิตศาสตร์ ว่ากันว่าวิชานี้เป็นวิชาที่บั่นทอนจิตใจมากที่สุด แต่ก่อนอื่นเราก็ต้องรู้ก่อนว่าจุดมุ่งหมายของวิชานี้คืออะไร ก็คือ การแก้ปัญหา การแก้โจทย์ วันๆ ก็เจอแต่โจทย์แล้วก็แก้ๆ มันเข้าไป ดังนั้นวิธีเรียนวิชานี้น้องๆ ต้องเน้นเรียนให้เกิดความเข้าใจซะก่อน ว่าผลของแต่ละบรรทัดมาได้ยังไง ใช้สูตรอะไร อย่างไร (แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเรียน - -!!) แล้วก็ฝึกทำแบบฝึกหัดเยอะๆ ยิ่งเยอะยิ่งดีกับตัวเอง เพราะนั่นจะเป็นตัวทดสอบความเข้าใจของน้องๆ ได้ดีที่สุด 2.วิทยาศาสตร์ วิชาในหมวดนี้แบ่งย่อยอีกหลายอย่าง ทั้งเคมี ฟิสิกส์ ชีวะ จุดร่วมของวิธีเรียนในวิชานี้ก็จะคล้ายๆ กัน คือ ต้องหมั่นท่องจำ อย่างเคมีก็ต้องท่องจำตารางธาตุ แม้สุดท้ายจะท่องได้เฉพาะหน้าห้องสอบยังไงก็ต้องท่อง(หนีไม่พ้นจริงๆ) หรือฟิสิกส์ ต้องท่องจำสูตรโหดๆ ประยุกต์ใช้ คำนวณให้เป็น ส่วนชีวะก็มาเป็นประโยค เป็นย่อหน้าให้ท่องจำกัน แต่ว่าสิ่งที่สำคัญนอกเหนือจากการท่องจำแล้วก็คือ ต้องเข้าใจ มันอยู่ดี >< เพราะฉะนั้นพี่มิ้นท์สรุปง่ายๆ เลยว่าเคล็ดลับของวิชานี้ คือ การท่องจำและทำความเข้าใจ ซึ่งต้องทำควบคู่กันไป
3. ภาษาไทย ดูเป็นวิชาที่ไม่มีอะไรมาก แต่กลับเป็นวิชาที่ฆ่าคนมานักต่อนัก เพราะเข้าใจว่าเป็นวิชาที่ง่าย อ่านเองก็ได้ แต่ความจริงแล้ววิชานี้มีรายละเอียดเยอะ ทั้งหลักภาษา วรรณคดี วรรณกรรม ไวยากรณ์ ฯลฯ บางคนยังไม่รู้เลยว่า อักษรสูง กลาง ต่ำ มันคืออะไร วิธีเรียนในวิชานี้ ก่อนอื่นน้องๆ ต้องเลิกดูถูกว่าเป็นภาษาของตัวเองแล้วมันจะง่าย จากนั้นก็ค่อยๆ ใส่ใจ ต้องทำความเข้าใจและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันให้ถูกต้อง สะกดคำให้ถูก ใช้คำให้ถูกความหมาย เพราะวิชาภาษาต้องรู้จักนำมาประยุกต์ใช้จริง สำหรับในการเรียนวรรณคดีก็ต้องสนุกไปกับเรื่องที่อ่าน สร้างจินตนาการของตัวเอง และมองให้เห็นความเป็นเหตุเป็นผลของเนื้อหา พี่มิ้นท์ว่าวรรณคดีไทยไม่เคยตกยุค แถมบางเรื่องยังสนุกกว่าละครหลังข่าวซะอีกนะ
4. ภาษาอังกฤษ สำหรับคนที่เคยไปเมืองนอกอาจจะมองว่าวิชานี้ง่ายมั่กมากก! แต่สำหรับคนส่วนใหญ่เป็นวิชาอันตรายอีกวิชานึง เวลาเรียนกับอาจารย์ฝรั่งเหมือนตกนรกทั้งเป็น! เพราะภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศอื่นๆ ไม่ใช่ภาษาของเรา ดังนั้นจะเก่งวิชานี้ได้น้องๆ ก็ต้องมีทักษะ และการฝึกทักษะก็คือวิธีเรียนที่ได้ผลที่สุดสำหรับวิชานี้ ฝึกพูด ฝึกอ่าน ฝึกเขียน ยิ่งสมัยนี้มีสื่อตั้งหลายอย่าง ยิ่งเป็นประโยชน์สำหรับน้องๆ เลย เช่น ฝึกทักษะการฟังจากเพลงสากล ดูหนัง ฯลฯ ฝึกอ่านข่าวต่างประเทศจากเว็บไซต์ก็ได้ ส่วนการพูด การเขียน น้องๆ ก็อาจจะพูดกับเพื่อนๆ ในบางโอกาสก็ได้หรือพยายามคิดให้เป็นภาษาอังกฤษตลอดเวลา เอาให้ง่ายที่สุดแชทใน msn หรือ BB แทนที่จะใช้ภาษาคาราโอเกะ ก็ใช้ภาษาอังกฤษจริงๆ ซะเลยสิ จะได้ชินๆ ถ้าทำได้จริงน้องๆ จะรู้ตัวเองเลยว่าภาษาอังกฤษของตัวเองดีขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เก่งไวยากรณ์ แต่เชื่อมั้ยว่าน้องๆ จะใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่าคนที่แม่นไวยากรณ์เป๊ะซะอีก เพราะเราเรียนรู้ภาษาที่ใช้จริงๆ ในเมืองของเค้านั่นเอง
5.สังคมศึกษา เป็นวิชาที่เนื้อหาเยอะจริงๆ และก็กว้างมาก จริงๆ แล้วน้องหลายคนเลือกที่จะท่องจำวิชานี้ ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะก็มีหลายส่วนที่ต้องท่องจำ แต่พี่มิ้นท์ว่าเอาวิธีท่องจำไปใช้ในการสอบแล้วกัน แต่วิธีในการเรียนวิชานี้ พี่มิ้นท์แนะนำให้น้องๆ สนุกไปกับมัน ฟังคุณครูสอนก็อย่าให้พลาดเลยทีเดียวเชียว เพราะวิชาสังคมเป็นเรื่องสนุก ส่วนใหญ่เป็นเรื่องใกล้ตัว ทั้งสังคมปัจจุบันและประวัติศาสตร์ ฟังและมองให้เป็นเรื่องราวที่ประติดประต่อกัน ยิ่งจินตนาการว่าเราอยู่ในเหตุการณ์ได้ด้วยยิ่งดี จะเป็นฮิตเล่อร์ หรือเหมาเจ๋อตุง ก็ว่ากันไป ความสนุกจะทำให้เราสนใจ แล้วก็ต้องติดตามข่าวตามทีวีบ้าง (รู้นะว่ามัวแต่ดูละครหลังข่าว><) จะได้ทันข่าว แค่นี้ก็เทพสังคมได้ง่ายๆ แล้ว
เห็นมั้ยว่าแต่ละวิชามีเนื้อหาที่แตกต่างกัน วิธีเรียนก็เลยแตกต่างกันไปด้วย น้องๆ ก็ต้องปรับตัวแล้วก็ประยุกต์ใช้เทคนิคต่างๆ ให้เหมาะสม เช่น เรียนภาษาอังกฤษก็ฝึกทักษะจากของจริงดีกว่ามัวแต่นั่งท่องไวยากรณ์ เพราะนอกจากจะทำให้เราเก่งภาษาอังกฤษเหมือนเจ้าของภาษาแล้วยังทำให้เรานำไปใช้ได้จริงๆ ด้วย แต่เหนือสิ่งอื่นใด น้องๆ ต้องมีความตั้งใจและขยันด้วยล่ะ ความสำเร็จอยู่ที่ตัวเองทั้งนั้น รู้เคล็ดลับง่ายๆ แบบนี้แล้ว ปลายเทอมเตรียมกางกระดาษอวดแม่ได้เล้ยยย ปล. น้องๆ คนไหนมีเคล็ดลับอะไรดีๆ มาแชร์ให้เพื่อนๆ รู้บ้างนะคะ^^ ภาพประกอบ http://pirun.kps.ku.ac.th/ |


85 ความคิดเห็น
^
เห็นด้วย...
อังกฤษเลย ยากมากวิชานี้ ทำไงก็ไม่เข้าใจซะที เกรดนี่มาจากงานล้วน ๆ ถ้าสอบนี่ตกกับคาบเส้นตลอด
Engไม่เท่าไหร่แต่คณิตน่ตัวดีเลย555
วิชาอื่นพอไปได้ ภาษาไทยคาบเส้นตลอด เฮ้ออออ
"ต้องเลิกดูถูกว่าเป็นภาษาของตัวเองแล้วมันจะง่าย " เพราะว่าเราเคยยยได้ยินคนพูดดูถุกพูดมากกกจนคนที่ไม่ค่อยยชอบภาษาไทยยยฟังแล้ววขึ้นนเลยยย
เครียดทุกอัน T^T
นุ้วอ่อนคณิต,ได้อ่านคำแนะนำ จะทำตามอย่างเคร่งครัดค้ะ
กระทู้ ดี ๆ ที่น่ากด LiKE .
ฟังเพลง เล่นเกม พูดกับฝรั่งบ่อย = w =
นอกนั้นเครียดหมดทุกวิชาค่ะ 555+
55+
-ฟิสิกส์ไ ม่ใช่วิชาท่องจำสูตร พวกบ้าท่องสูตรทั้งหลายมักโดนโจทย์ประยุกต์หลอกเอา
สูตรหลักๆของฟิสิกส์มีอยู่แค่ไม่กี่สูตร แค่เข้าใจหลักการของมันก็ทำโจทย์ได้ทุกแบบแล้ว(ฟิสิกส์แค่ทำโจทย์บ่อยๆหน่อย[การบ้าน!! อย่าเอาแต่ลอก] สูตรมันก็ขึ้นใจเองละถึงช่วงแรกๆจะต้องเปิดสูตรอยู่ก็เถอะ)
-เคมี ทั้งท่องทั้งเข้าใจ เป็นวิชาลูกครึ่งที่มีฟิสิกส์ปนบ้าง ชีวะปนบ้าง
-ภาษาไทย . . .ไม่รู้สิ ไม่เคยแลอะ 555
-สังคม ท่องจ่ะ
-เลข การบ้านมีก็ทำไปดิ ทำการบ้านครบแล้ว ทำยังสอบไม่ได้ก็ไปเอาขาจุ่มโคลนรอนกมาเกาะในทุ่งนาได้เลย~*