|
สวัสดีค่าน้องๆ^^ ณ วินาทีนี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก พลังงานนิวเคลียร์ อีกต่อไปแล้ว เพราะช่วงที่ผ่านมามีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ แต่ในมุมมองของคนหลายๆ คนพลังงานนิวเคลียร์ก็เปรียบเสมือนพลังงานทำลายที่สุดแสนจะมหาโหด นึกถึงภาพระเบิดลูกใหญ่ในสงครามโลกหรือ ภาพของประเทศญี่ปุ่นกับเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดหลายแห่ง สร้างความเสียหายซะเกินเยียวยา เรียกว่าเป็นฝันร้ายของชาวญี่ปุ่นไปอีกนาน
ทั้งหมดคือภาพตัวแทนของพลังงานนิวเคลียร์ที่คนส่วนใหญ่นึกถึง ดูๆ แล้วก็จะมีแต่มุมร้ายๆ ให้จดจำ แล้วน้อง ๆ เคยสงสัยมั้ยว่าถ้ามันเลวร้ายขนาดนี้ทำไมถึงยังนำมาใช้อยู่อีก ซึ่งถ้าหากเราลองศึกษาดูจริงๆ ก็จะพบว่าพลังงานนิวเคลียร์ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวเลย แต่กลับเป็นพลังงานที่อยู่ในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน น้ำที่เราดื่มก็เป็นนิวเคลียร์มีรังสี ห้องที่เราอยู่ก็มีรังสีเช่นกัน และที่สำคัญพลังงานนิวเคลียร์มันไม่ได้มีแต่โทษหรอกค่ะ ประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ยังมีอีกมาก หลายๆ ประเทศจึงสนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์ให้เป็นแผนนโยบายพลังงานแห่งชาติ ดังนั้นวันนี้พี่มิ้นท์เลยนำเรื่องราวเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์มาให้น้องๆ ได้รู้จักในมุมอื่นๆ ที่อาจไม่เคยรู้กันค่ะ
พลังงานนิวเคลียร์ เป็นพลังงานรูปแบบหนึ่งที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ โดยจะถูกปล่อยออกมาในลักษณะของพลังงานจลน์ของอนุภาคต่างๆ เช่น อนุภาคอัลฟา อนุภาคเบตา นิวตรอน รังสีแกมม่า หรือรังสีเอ็กซ์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังให้ผลตามมาเป็นพลังงานรูปแบบอื่นอีกด้วย เช่น พลังงานแสง พลังงานความร้อน พลังงานของคลื่นแม่เหล็กและไฟฟ้า เป็นต้น รูปแบบของพลังงานนิวเคลยร์สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้ค่ะ
1.พลังงานนิวเคลียร์ที่ปลดปล่อยออกมาในลักษณะเฉียบพลัน เป็นปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่ควบคุมไม่ได้ พลังงานของปฏิกิริยาจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเป็นเหตุให้ระเบิด สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้หลักการนี้ ได้แก่ ระเบิดปรมาณูหรือระเบิดไฮโดรเจนและหัวรบนิวเคลียร์ 2.พลังงานจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ซึ่งควบคุมได้ สิ่งประดิษฐ์ที่ทำงานโดยหลักการของปฏิกิริยาฟิชชั่นห่วงโซ่ของเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และน้องๆ ก็อาจจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ก็คือ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์หรือเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู แต่บางคนอาจจะเรียกว่า เตาปฏิกรณ์ นั่นเอง 3.พลังงานนิวเคลียร์จากสารกัมมันตรังสี คือ สารที่มีองค์ประกอบส่วนหนึ่งมีลักษณะเป็นไอโซโทปที่มีโครงสร้างปรมาณูไม่คงตัว และจะสลายโดยการปล่อยพลังงานส่วนเกินออกมาในรูปของรังสีอัลฟา รังสีเบตา รังสีแกมมาหรือรังสีเอ็กซ์รูปใดรูปหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งรูปพร้อมๆ กัน เมื่อรู้จักแล้วว่าพลังงานนิวเคลียร์คืออะไร ทีนี้เราลองมามองพลังงานนิวเคลียร์ในอีกด้านนึง คือ พูดถึงประโยชน์ของมันบ้างดีกว่า เพราะจริงๆ แล้วพลังงานนิวเคลียร์นำมาใช้ในทางสันติได้ตั้งมากมาย เรียกได้ว่าสามารถสร้างประโยชน์ได้สุดๆ เลยล่ะ
1.กิจการอุตสาหกรรม มีการใช้ เทคนิคเชิงนิวเคลียร์ อย่างแพร่หลาย เช่น - ควบคุมการไหลผ่านของส่วนผสมในการผลิตปูนซีเมนต์ - ควบคุมขบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์เครื่องแก้วให้มีความหนาสม่ำเสมอ - ใช้รังสีแกมมาเพื่อฆ่าเชื้อในเครื่องมือเวชภัณฑ์ เช่น กระบวนการฉีดยาสายน้ำเกลือ ถุงเลือด ถุงมือ
2.ด้านการแพทย์และอนามัย เวชศาสตร์นิวเคลียร์ คือ การนำเอาสารรังสีหรือรังสีมาใช้ในการตรวจ การรักษา ซึ่งตัวอย่างการใช้สารรังสีหรือรังสีด้านการแพทย์ เช่น - การรักษาโรคมะเร็งด้วย โคบอลต์ - 60 - แทลเลียม-201 ตรวจสภาพหัวใจเมื่อทำงานเต็มที่ ตรวจสภาพการไหลของโลหิตเลี้ยงหัวใจและตรวจสภาพกล้ามเนื้อในหัวใจ - การรักษามะเร็งและเนื้องอกในส่วนลึกของร่างกายด้วยรังสีนิวตรอน
3.ด้านการเกษตร ชีววิทยาและอาหาร - ใช้เทคนิคนิวเคลียร์วิเคราะห์ดิน เพื่อการจำแนกพื้นที่ปลูกให้ทราบว่า พื้นที่ที่ศึกษาเหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืชชนิดใด ควรเพิ่มปุ๋ยชนิดใดลงไป - การถนอมเนื้อสัตว์ พืชผักและผลไม้ โดยการฉายรังสีเพื่อเก็บไว้ได้นานยิ่งขึ้น เป็นประโยชน์ในการขนส่งทางไกลและการเก็บอาหารไว้บริโภคนอกฤดูกาล - การเอาพลังงานปรมาณูมาใช้ฉายพันธุ์พืชเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม
4.ด้านสิ่งแวดล้อม พลังงานนิวเคลียร์มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม 2 ด้าน คือ ด้านการรักษาและการพัฒนา เช่น - ใช้รังสีแกมมาฆ่าเชื้อโรคในน้ำทิ้งจากชุมชนและจากโรงพยาบาลเพื่อป้องกันโรคระบาด - ใช้รังสีอิเล็กตรอนกำจัดก๊าซอันตรายจากปล่องควันโรงงานอุตสาหกรรมและการเผาถ่านหิน - การวัดปริมาณรังสีในสิ่งแวดล้อม เช่น ที่อยู่อาศัยและสถานที่ทำงาน
5.ด้านการศึกษาและวิจัย การศึกษาวิจัยทั้งขั้นมูลฐานและขั้นประยุกต์เกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์และการให้ประโยชน์ เช่น - วิศวกรรมนิวเคลียร์เกี่ยวกับการสร้างเครื่องฯ เดินเครื่องฯ และบำรุงรักษาระบบของเครื่องฯ - ผลของรังสีที่มีต่อเซลล์สิ่งมีชีวิต จากที่ยกตัวอย่างไป เป็นเพียงเศษเสี้ยวของประโยชน์จากพลังงานนิวเคลียร์ เห็นมั้ยว่าจริงๆ แล้วพลังงานนิวเคลียร์ก็นับเป็นเทคโนโลยีทางพลังงานที่จะเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมและพัฒนาประเทศได้ โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรม การแพทย์ ทั้งทางตรงและทางอ้อม
สำหรับพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศไทย ก็มีหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรงก็คือ สำนักงานพลังปรมาณูเพื่อสันติ (พปส.)ซึ่งก่อตั้งเมื่อ 25 เม.ย. 2504 และในปี 2505 นักวิทยาศาสตร์ไทยก็ประสบความสำเร็จในการเดินเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู หรือ เตาปฏิกรณ์ปรมาณู เครื่องแรกของไทย ซึ่งตั้งอยู่ภายในอาคารปฏิกรณ์ปรมาณู สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ
ถ้าหากน้องๆ ได้ติดตามข่าวสารบ้าง ก็จะเห็นว่าประเทศไทยได้มีการพูดถึงพลังงานนิวเคลียร์เกี่ยวกับการก่อตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์อยู่บ่อยๆ แต่ส่วนมากก็จะมาในลักษณะเป็นข่าวต่อต้านซะมากกว่า ซึ่งน้องๆ รู้มั้ยว่าโครงการนี้ เป็นโครงการที่ได้วางแผนและทำการศึกษามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 ซึ่งถ้านับจากปัจจุบันก็ผ่านมากว่า 40 ปีแล้ว แต่เพราะความไม่รู้และความไม่เข้าใจของชาวบ้าน โครงการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคีลยร์นี้จึงยังไม่มีทีท่าว่าจะได้เริ่มสร้างซักที แต่อย่างว่าล่ะค่ะ ความไม่รู้ ย่อมเป็นสาเหตุของการต่อต้านนั่นเอง
ที่พี่มิ้นท์เล่ามาทั้งหมดนี้ ก็ไม่ขอฟันธงหรอกค่ะ ว่าแท้จริงแล้วพลังงานนิวเคลียร์เป็นพระเอกหรือตัวร้ายกันแน่ เพราะทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ อยู่ที่ว่าเราจะเลือกนำมาใช้ด้านไหนมาใช้เท่านั้นเอง หากนำมาใช้ในทางที่ถูกที่ควรและใช้ในทางสันติวิธี ประโยชน์ก็มีมหาศาลเรียกได้ว่ามีคุณอนันต์เลยค่ะ แต่ถ้าใช้เพื่อการทำลาย ก็แน่นอนว่าพลังในการทำลายล้างก็ทำให้ทุกอย่างย่อยยับได้ภายในพริบตา!! อ่านมาจนถึงตอนนี้แล้ว น้องๆ มีความคิดเห็นเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ยังไงบ้าง??
ข้อมูล สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ภาพประกอบ http://pr.thailand14.com www.suphattraland.com www.thaiembbeij.org www.thairath.co.th
|
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?






33 ความคิดเห็น
**ไม่ให้สร้างในจังหวัดตัวเอง**
น่าจะมีการรณรงค์ให้ความรู้กันมากกว่านี้เนอะ น่าจะจำกัดสิทธิคนประท้วงเนอะ ว่าต้องเป็นผู้ไม่ใช้ไฟฟ้าหรือปั่นไฟเอง
มีทั้งประโยชน์และโทษ
มันต้องมีสักที่หนึ่งในประเทศแหละ
อย่าเลยดีกว่าค่ะ เพราะที่ไทยยังไม่มีคนมีความรู้ความสามารถพอที่จะคุมอะไรเเบบนี้ได้