วัสดีค่ะน้องๆ^^ ยุคสมัยนี้เทคโนโลยีก้าวล้ำนำโลดมากๆ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ จะให้อันเท่าบ้าน หนักเท่าสาก ก็คงไม่มีให้เห็นแล้ว ก็ต้องยอมรับนะคะว่าสมัยนี้อะไรๆ ก็ต้องการความบันเทิง ความสะดวกสบายไว้ก่อน ทำให้โทรศัพท์มือถือพัฒนาไปเร็วมากๆ มีการออกแบบเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นทั้งเล่นเกม เล่นอินเตอร์เน็ต ดังนั้นจะเห็นได้ว่าตอนนี้โทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ ก็เปลี่ยนรูปแบบจากปุ่มให้จิ้มๆ เป็นทัชสกรีน แค่แตะ ก็ลื่นปื้ดๆ หรือพวกเทคโนโลยีอื่นๆ ก็เริ่มหันมาใช้ทัชสกรีนกันเยอะเลย 

 

         ทัชสกรีนที่เพิ่งเห็นว่ามาบูมตอนนี้ จริงๆ แล้วมีมาตั้งนานแล้วค่ะ แต่ในสมัยก่อนอาจจะไม่ค่อยฮิต เพราะทั้งแพง ทั้งใช้ยาก แต่พอมีค่ายปูทางให้เทคโนโลยีนี้เข้าสู่ตลาด ค่ายอื่นก็เลยแห่ตามกันมาอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน ว่าแต่ น้องๆ รู้มั้ยว่าเจ้าทัชสกรีนนี่มันทำงานยังไง

         หน้าจอทัชสกรีนของมือถือ แบ่งออกเป็น 2 แบบค่ะ คือ แบบหน้าจอนิ่ม หรือที่เรียกว่า Resistive และแบบหน้าจอแข็ง หรือ Capacitive ทั้งสองแบบนี้มีวิธีการทำงานที่แตกต่างกัน ไปดูกันเลย

          หน้าจอแบบนิ่ม (Resistive) เป็นหน้าจอที่เราจะใช้อะไรจิ้มก็ได้ เพราะมีความแม่นยำในการสัมผัสสูง ก่อนจะไปดูวิธีการทำงาน ต้องบอกถึงส่วนประกอบกันนิดนึง โดยเจ้าตัวนี้ จะประกอบไปด้วย เลเยอร์ด้านบนที่มีความยืดหยุ่น และเลเยอร์ด้านล่างที่จะอยู่บนพื้นแข็งคั่น โดยมีเม็ดฉนวนคั่นระหว่างสองเลเยอร์นี้อยู่เพื่อไม่ให้มันสัมผัสกันนั่นเอง ทีนี้เมื่อเราจิ้มมันลงไป ก็จะทำให้เลเยอร์ด้านบนนั้นอ่อนตัวลงไปสัมผัสกับอันล่าง ทำให้วงจรทั้ง 2 อันต่อถึงกัน วงจรควบคุมก็จะคำนวณค่ากระแสไฟฟ้า ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งที่สัมผัส

 

          ส่วนหน้าจอแบบแข็ง (Capacitive) เป็นหน้าจอที่ใช้เฉพาะนิ้วจิ้มได้อย่างเดียว จะใช้เล็บหรือปากกาจิ้มเหมือนอย่างหน้าจอแบบนิ่มไม่ได้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสมาร์ทโฟนค่ะ สำหรับโครงสร้างหน้าจอทัชสกรีนตัวนี้ ประกอบด้วยแผ่นแก้วเคลือบผิวด้วยออกไซด์ของโลหะแบบโปร่งแสง เพราะฉะนั้นน้องๆ ก็จะรู้สึกได้เลยว่ามันแข็งและมีความทนทานมากทีเดียว เวลาใช้งานก็จะมีการป้อนแรงดันไฟฟ้าที่มุมทั้งสี่ของทัชสกรีน เพื่อสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้มีความเข้มสม่ำเสมอทั่วทั้งแผ่น เมื่อมีการสัมผัสที่หน้าจอ ก็จะเกิดการดึงกระแสจากมุมทั้งสี่ จากนั้นแผงวงจรควบคุมก็จะคำนวณตำแหน่งที่สัมผัสได้ค่ะ

 

          จากการทำงานทั้งสองแบบที่บอกไป เป็นการทัชสกรีนโดยจิ้มแค่จุดๆ เดียว ซึ่งจะแสดงผลการทำงานเพียงแค่อย่างเดียว หรือใช้เลื่อนขึ้นลง แต่พอดีว่าความไฮเทคมันไม่ได้อยู่แค่ทัชสกรีนธรรมดาแล้ว พี่มิ้นท์ เชื่อว่ามือถือน้องๆ หลายคนสามารถใช้นิ้วสองนิ้ว หรือมากกว่านั้นบังคับหน้าจอ เพื่อซูมเข้า/ ซูมออก หรือใช้บังคับเกม แบบนี้เค้าเรียกกันเก๋ๆ ว่า มัลติทัช ซึ่งเป็นเทคโนโลยีภาคต่อของทัชสกรีนนั่นเอง

          ด้วยความทันสมัยของมัน ก็เลยส่งผลให้มือถือที่ใช้ระบบทัชสกรีนมีราคาสูง(แต่อาจจะไม่เท่าเมื่อก่อน) แถมราคาในการซ่อมแซมก็แพงอีกแน่ะ  ที่สำคัญควรรู้เอาไว้เลยว่า หน้าจอแบบนี้นั้นกลัวความร้อน กลัวความชื้น รวมทั้งการกระทบกระแทกแรงๆ เพราะฉะนั้นเวลาจะใช้ทีนึงก็ต้องระวังกันสุดชีวิต

          ความไฮเทคมันมีทั้งคุณและโทษ มันอาจจะทำให้เรารู้สึกสนุก เหมาะกับไลฟ์สไตล์เรามากขึ้น แต่ในวัยเรียนอย่างน้องๆ ก็อย่าไปหมกมุ่นกับมันมาก เล่นแต่พอดี ใช้เท่าที่จำเป็นดีกว่าค่ะ บางทีแค่เครื่องเล็กๆ ก็ทำให้น้องๆ เสียการเรียนได้เหมือนกันนะ ที่สำคัญเทคโนโลยีมันพัฒนาให้มีรูปแบบหรือฟังก์ชั่นใหม่เรื่อยๆ อีกหน่อยก็คงจะมีอะไรที่พิศดารมากกว่านี้ ถ้าน้องๆ หมกมุ่นมากเกินไป จะเปลืองเงินพ่อแม่โดยใช่เหตุ มีแบบไหนก็ใช้แบบนั้น ไม่ต้องไปแคร์สังคมหรือตามกระแสมากหรอกค่ะ เชื่อพี่มิ้นท์สิ^^

           ปล. เล่นมือถือให้น้อยลง แล้วคุยกับคนรอบข้างให้มากขึ้น ชีวิตน่าจะแฮปปี้มากกว่านะคะ

ขอขอบคุณเนื้อหาและรูปภาพจาก

http://www.iphone4guild.com/

http://www.thaihealth.or.th/ 

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

17 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
[takob] Member 10 มิ.ย. 54 14:03 น. 4
ใช้มาตั้งนาน ไม่เคยจะรู้
เคยอ่านเจอแต่ "หน้าจอ resistive หน้าจอ capasitive" ในพวกรีวิวโทรศัพท์ แต่ก็ไม่สนใจ -"-
เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ ^^

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Silent Life Member 10 มิ.ย. 54 17:01 น. 6
 จอResistive ใช้ในมือถือทัชรุ่นเก่าๆรุ่นปี2008ลงมา เป็นจอชนิดนั้หมด เช่น ปาล์ม โซนี่PXXXทั้งหลาย โอทู ดูพอด(ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นHTC) ซัมซุงออมเนี่ย โนเกียหลายรุ่น
และมือถือรุ่นราคาถูก อย่างซัมซุงแชมป์ โนเกีย5233 สังเกตง่ายๆ พวกนี้จะแถมปากกามาให้ และหน้าจอจะนิ่มๆ(แต่บางรุ่นก็แข็ง เช่นออมเนี่ย2)

จอชนิดนี้เวลาใช้ต้องไว้เล็บ(หรือไม่ไว้ก็ได้แล้วแต่)

ส่วนจอCapasitive จะใช้ในไอโฟน(เจ้าแรกเลยถ้าจำไม่ผิด) ซัมซุงทัชทั้งหลายตั่งแต่ปี2009ขึ้นมา(ยกเว้นออมเนี่ย1-2 กับแชมป์) ส่วนโนเกียส่วนใหญ่ยังเป็นResistive

จอชนิดนี้เวลาใช้ต้องตัดเล็บ(ครูฝ่ายปกครองชอบ หุหุ) แล้วเวลาทัชห้ามใช้เล็บจิก ต้องใช้นิ้วเลื่อน

ส่วนตัวในการใช้งานผมชอบResistive(มันนิ่มดี เวลาพิมพ์ไม่เมื่อยมือ555)แล้วใช้อะไรเฉาะ เอ๊ย จิ้มได้ แต่เรื่องความทนทานชอบCapasitive
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
แก้มใส้,,,ใส^^ Member 10 มิ.ย. 54 20:48 น. 9
ความคิดเห็นที่ 8
อาจจะจริงน่ะค่ะที่เสียการเรียน
แต่เราก่รู้ว่าคุณบอกอย่างงี้ใจจริงก่อยากได้อยากมีของดีๆ สวยๆ มาใช่เหมือนกันแหละ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
wiro-mai 17 มิ.ย. 54 16:56 น. 16
เราใช้แบบมัลติทัช......แต่ ใช้รับสายกับส่งข้อความธรรมดา

ปล.แม่ถามว่าแล้วจะซื้อมาทำไม ทำไมไม่ใช้3310
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
PA' Pat Member 17 มิ.ย. 54 21:32 น. 18
พ่อใช่ทัชสกรีนหยิบมาเล่นนึกสงสัยอยู่เหมือกัน-.,-
เป็นแบบนี้นี่เอง>[]<
ขอบคุณสำหรับความรู้ฮะ X]
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด