|
จินตนาการช่วยเก่งขั้นเทพ!!
น้องๆ เชื่อหรือไม่ว่า...เราสามารถฝึกฝนสิ่งต่างๆ ได้ด้วยจินตนาการ และยังทำให้สมองได้เกิดการเรียนรู้ใหม่ๆ ด้วย ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ แค่เราสร้างภาพในจินตนาการ เราก็สามารถฝึกฝนตนเองได้หรือเนี่ย???
การทำงานและทักษะด้านต่างๆ ทั้งการเรียน กีฬา การขับรถ การพูดสุนทรพจน์เก่ง การเต้น ฯลฯ ทุกอย่าง เราเชื่อว่า หากจะให้ทำในสิ่งนั้นๆ ได้ดี ต้องมาจากการฝึกฝนลงมือทำจริง ซึ่งก็เป็นข้อเท็จจริงที่ใครๆ เถียงไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าอยากเล่นฟุตบอลเก่ง ก็ต้องเล่นบ่อยๆ สิ แต่สิ่งที่เกียรตินำมาบอกเล่าในวันนี้ มัน...ไม่น่าเชื่อเลย เพราะการฝึกในจินตนาการ ก็ได้ผลเท่าๆ กับการลงมือทำจริงเลยล่ะ
ซึ่งจริงๆ แล้ว ในชีวิตคนเรามักจะมีสิ่งที่ควรทำได้ดี แต่บางทีก็ไม่มีโอกาสฝึกทำจริงเหมือนกัน เช่น การโต้วาที (ก็จะมีใครมาตั้งโต๊ะหาฝ่ายค้าน ฝ่ายเสนอมาโต้กันได้ทุกครั้ง กว่าจะได้แข่งขันโต้วาทีจริงๆ ใช่ไหมล่ะ?)
ในต่างประเทศมีผู้หญิงคนหนึ่งต้องไปทำงานต่างแดน ซึ่งต้องขับรถเลนซ้าย ในเมื่อบ้านเมืองของเธอขับเลนขวา เธอก็ไม่รู้จะไปฝึกขับรถเลนซ้ายที่ไหน เธอเลยจำลองภาพในหัวว่ากำลังขับรถเลนซ้ายอยู่ในบ้านของเธอนั่นเอง เธอฝึกขับจินตนาการแบบนี้ทุกวัน จนเมื่อเธอไปขับรถจริงๆ ที่ต่างแดนก็พบว่า เธอขับรถต่างเลนได้อย่างไม่ติดขัดเลยล่ะ โอ้ จินตนาการของเธอเยี่ยมจริงๆ
เจ้าวิธีใช้จินตนาการ ที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "การฝึกฝนโดยใช้จินตภาพ"นี้ ได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีที่ดีในการฝึกฝนความคิดสร้างสรรค์ในเรื่องต่างๆ และการฝึกฝนเรื่องบางเรื่องที่ไม่สามารถลงมือปฏิบัติจริงได้ทุกครั้ง และยังได้รับการพิสูจน์มาแล้วจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว โดยแบ่งนักศึกษาออกเป็น 2 กลุ่ม ให้นักศึกษาฝึกโยนลูกบาสเกตบอลลงห่วง กลุ่มแรกฝึกโดยโยนลูกบาสจริงทุกวัน และอีกกลุ่มฝึกโยนแต่ในสมองเท่านั้น ผลออกมาว่ากลุ่มแรกทำได้ดีขึ้น 24% และกลุ่มที่ฝึกแต่ในสมองทำได้ดีขึ้น 23%เกือบเท่ากับการฝึกจริงๆ เลยนะเนี่ย
นอกจากนี้ยังมีการวิจัยกับนักกีฬาแบดมินตันด้วย นักแบดมินตันฝีมือระดับชาติคนหนึ่ง กล่าวว่า "การฝึกโดยจินตภาพช่วยให้คาดการเหตุการณ์ต่างๆ ก่อนเกิดจริงได้ และยังช่วยให้มั่นใจขึ้นอีกด้วย" ดังนั้น เราจะเห็นว่าเจ้าจินตนาการนี้มันเจ๋งจริงๆ
ที่นี้ ถ้าเราลองวิธีการฝึกด้วยจินตภาพนี้ มาใช้กับการฝึกโต้วาที ฝึกคนเดียวได้ ไม่ต้องหาที่ทาง หาเพื่อนมาเสนอหรือค้านเลยก็ได้ แค่เราต้องลองทำ หรือที่เราเรียกกันว่า จำลองสถานการณ์ ไงค่ะ แต่เป็นการจำลองสถานการณ์ในสมองของเราเอง !!!
ตามปกติแล้ว การเตรียมโต้วาที เราก็ต้องเตรียมประเด็นที่จะพูดกับอีกฝ่าย และเตรียมเรื่องโต้ตอบกลับ แล้วเราก็ยังไม่มีทางรู้ว่าอีกฝ่ายจะโต้อะไรมา แล้วเราจะตอก เอ้ย โต้กลับอย่างไร ดังนั้นในการซ้อมนี้ เราต้องจำลองสถานการณ์ขึ้นมาในหัวของเราเลยว่า
| ...เพื่อนอีกฝ่ายจะพูดอะไรโต้มาได้บ้าง อีกฝ่ายจะทำหน้าอย่างไร มีอุปกรณ์เสริมอะไรหรือเปล่า คิดเอาไว้ได้ตามใจเราเลยว่าเราจะโต้ตอบประเด็นนั้นๆอย่างไร แล้วก็ยังสามารถจำลองไปถึงว่าเราจะไปโต้วาทีที่ไหน ห้องประชุมโรงเรียน มีโต๊ะกี่ตัว มีผู้ชมหรือไม่ ผู้ชมจะชอบประเด็นของเราหรือไม่... เรียกว่า ยิ่งคิดจินตนาการภาพการโต้วาทีได้มากขนาดไหน ก็เหมือนช่วยเราให้รับมือกับสถานการณ์จริงได้มากเท่านั้น |
พี่เกียรติแนะนำให้ฝึกด้วยจินตภาพนี้กันตอนว่างจากการเรียน การทำการบ้าน การทำงานบ้าน และกิจอื่นๆ แล้วนะคะ เดี๋ยวใครเขานึกว่าเรานั่งฝันกลางวัน ฮา และอย่ามัวไปคิดฟุ้งกันตอนเรียนล่ะ เดี๋ยวจะเรียนไม่รู้เรื่องเชียว อิอิ
วิธีการนี้ดีต่อการพัฒนาของสมองของเราด้วยนะคะ ทำให้สมองได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากขึ้น สร้างใยประสาทใหม่ในเซลล์สมองของเรา และก็ทำให้เราคิดอะไรได้ฉับไวมากยิ่งขึ้นด้วย แม้จะไม่ได้ทำจริง แต่การคิดจินตนาการที่สมจริงก็ทำให้สมองเรียนรู้ได้เช่นกันค่ะ เยี่ยมเลยเนอะ
ถ้าน้องๆ เตรียมการจะทำอะไร ไม่รู้จะฝึกแบบไหน ลองจินตนาการ ฝึกคิดด้วยจินตภาพกันเถอะ!!!
ป.ล. ในกรณีอย่างโต้วาที ฝึกพูด ฝึกขับรถ ก็ใช้การฝึกด้วยจินตภาพได้ดีมากนะ แต่กรณีกีฬาเราฝึกได้ส่วนหนึ่งในเรื่องเทคนิคการพลิกแพลงเกม แต่ถ้าจะฝึกให้ร่างกายแข็งแรง วิ่งเร็วอะไรแบบนี้ไปด้วย นี่ใช้จินตนาการไม่ใช่นะ ด้านร่างกายก็ต้องใช้การออกกำลังกายนะ อิ อิ ส่วนเรื่องเรียน แค่จินตนาการก็ไม่ช่วยนะ แต่เราคิดและเชื่อว่าตัวเองเรียนเก่งได้ และต้องขยันด้วยล่ะ!
แหล่งอ้างอิง:
ทวี ลักษมีวัฒนา,แปล. คิดแบบgenius.กรุงเทพฯ : เอ็กซเปอร์เน็ท, 2550
http://oifbadminton-sporttisaitti-com-bin.directo.fi/@Bin/7d22b33cb5e09cf293c32662a0cde990/1308813586/application/pdf/152472/
humanistic%20assignment%20v-final%20.pdf
|
25 ความคิดเห็น
ผมว่าผมก็จินตนาการเก่งนะฮ่าๆ
แต่เรื่องจริงไม่เก่งอ่ะ
555+ ไม่เชื่อหรอก
ชอบมากๆ เลย
ชีวิตนี้คิดอะไรไม่เป็นเลย เก่งแต่ลอกเลียนแบบคนอื่นอย่างเดียว เฮ้อออ
อัลเบริ์ต ไอสไตน์
บางทีมันก็หยุดไม่ได้ เหมือนจะหลุดออกจากโลกความเป็นจริง ฮ่าๆๆ
อย่างนี้เขาเรียกว่า บ้า หรือเปล่า?--' เอิ๊ก
เหมือนเคยอ่านเค้าก็บอกให้จินตนาการเหมือนกัน
ลองจินตนาการเรื่อยๆ จะได้ดี