|

สวัสดีค่ะน้องๆ พี่มิ้นท์ ไม่แน่ใจว่าโรงเรียนสมัยนี้เค้ามีวิธีการสอบกันยังไง มีข้อสอบอัตนัยอยู่บ้างรึเปล่า แต่สำหรับ พี่มิ้นท์ จำได้ว่ามีข้อสอบอัตนัยด้วย และมีเพื่อนได้คะแนนพุ่งอยู่คนเดียว ก็นึกว่าเขียนเยอะ เขียนดี แต่ไม่ใช่ค่ะ คุณครูบอกว่าเค้าตอบแตกต่าง ทั้งห้องตอบใช่ แต่เค้าเลือกตอบว่าไม่ใช่ และให้เหตุผลประกอบ แบบนี้ก็โดนใจคุณครูไปเต็มๆ แถมเพื่อนๆ ในห้องก็โดนเหมือนกัน หมายถึง โดนกดคะแนนไปเต็มๆ อะค่ะ ><!!
นึกถึงเหตุการณ์นี้ขึ้นมา ก็ลองกลับมาคิดว่าเราจะเริ่มคิดต่างได้บ้างมั้ย การคิดต่าง ทำให้มุมมองในเรื่องต่างๆ ของเราแตกต่างจากคนอื่น(อย่าให้ถึงขั้นเพี้ยนนะ ฮ่าๆ) ไม่เชื่อน้องๆ ลองเปิดดูทีวีสิ มีโฆษณาเจ๋งๆ หลายตัวที่ดูแล้วต้องร้องอื้อหือ เช่น โฆษณาของ สสส. ที่เปลี่ยนค่านิยมในเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากที่นิยมให้เหล้ากันในงานมงคลต่างๆ กลายเป็น "ให้เหล้าเท่ากับแช่ง" แหม..ผู้ใหญ่ที่กินเหล้าคงต้องสะดุ้งไปตามๆ กัน นี่แหละค่ะการคิดต่างที่สร้างสรรค์สุดๆ และประโยชน์ของการคิดต่างของโฆษณานี้ก็ทำให้หลายหน่วยงานหันมาสนใจโทษของการกินเหล้ามากขึ้น ทั้งที่แต่ก่อนไม่ค่อยจะให้ความสำคัญกันซักเท่าไหร่

โฆษณาของ สสส. ในแนวคิด ให้เหล้าเท่ากับแช่ง
หรืออีกตัวอย่างนึง ถ้ามีคนมาถามว่า มีเงินอยู่ 20 บาท จ่ายค่ารถไป 12 บาท จะได้เงินทอนเท่าไหร่ น้องๆ คิดว่าเท่าไหร่คะ ฮั่นแน่ะ! เชื่อว่าหลายคนคงตอบ 8 บาทจริงมั้ย แต่พี่มิ้นท์ขอตอบว่าได้เงินทอนคืน 3 บาท หรืออาจจะไม่ได้เงินทอนก็ได้ ลองคิดให้ต่างดู แล้วน้องๆ จะพบคำตอบว่าเพราะอะไร (พี่มิ้นท์จะเฉลยเหตุผลท้ายบทความนะ ลองคิดเล่นๆ ไปก่อน)
ถ้าเอามาใช้ในชีวิตประจำวันยิ่งสนุก มีวันนึง พี่มิ้นท์ ไปร้านกาแฟ เห็นมีเมนูมอคค่าคาราเมลด้วย อยากกินมากๆ แต่ติดตรงที่ว่า พี่มิ้นท์ ไม่กินกาแฟนี่สิ ก็เลยคิดเมนูสุ่มๆ บอกพนักงานไปว่า เอานมสดคาราเมลค่ะ พนักงานคนนั้นทำหน้างงแป๊บนึง ประมาณว่าร้านช้านไม่มี! แต่สุดท้ายก็ได้กิน ฮ่าๆ เป็นอีกเรื่องที่กำลังจะทำให้น้องๆ เห็นว่าอะไรที่ไม่มีคนพูดถึง ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มี ลองคิดต่างออกมา มันอาจจะเป็นเรื่องสร้างสรรค์ก็ได้นะ (อันนี้ลองเอาไปประยุกต์เวลาสั่งอาหารก็ได้ แต่อย่าสั่งแปลกมาก ไม่ใช่กินไม่ได้ แต่จะโดนตะหลิวแม่ค้าเอาน่ะสิ)
นอกเรื่องไปเยอะ วกกลับมาลองคิดต่างในการเรียนดูบ้าง อาจสร้างจุดเด่นให้กับน้องๆ ได้นะ จะกลายเป็นคนฉลาดในสายตาเพื่อนๆ ไปในทันที จริงอยู่ที่การศึกษาไทยมีแบบเรียน มีกรอบให้คิด แต่มันจะทำให้เราไม่พัฒนานั่นเอง คิดเยอะๆ ใช้สมองเยอะๆ เราจะกลายเป็นคนเก่งที่มองรอบด้านมากขึ้น คำถามของคุณครูส่วนใหญ่จะมีสองประเภท แบบที่ถามเนื้อหาตรงๆ แบบนี้ไม่ต้องไปคิดต่างนะคะ เดี๋ยวคะแนนจะต่างจากเพื่อนมาก 555 ส่วนอีกแบบนึง คือ ข้อสอบที่ให้น้องๆ แสดงความคิดเห็น จะมีคำคีย์เวิร์ดชัดเจน เช่น
"นักเรียนคิดว่า"
"ถ้า....นักเรียนจะทำอย่างไร"
หรือ มักจะลงท้ายด้วย "เห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร"
เราสามารถแสดงความคิดได้เต็มที่ บางคนกลัวคุณครูไม่ชอบ เลยเลือกตอบเห็นด้วยไปซะหมด เป็นค่านิยมที่ผิดมากๆ เราอาจจะไม่เห็นด้วยก็ได้ แต่ให้เหตุผลที่ชัดเจนหน่อยนะ นี่แหละวิธีที่จะทำให้เด็กไทยกล้าคิด และคิดเป็น
ฝึกวันละนิด หัดคิดวันละหน่อย มองในมุมที่คนอื่นไม่เห็น ถ้าน้องๆ เริ่มคิดต่าง (แบบสร้างสรรค์) ได้ การทำข้อสอบ แบบอัตนัย หรือเรียนจบออกมาใช้ชีวิตในสังคมแบบปัจจุบันก็จะกลายเป็นเรื่องสบายของเราไปเลย

ปล.ที่ติดค้างกันไว้ กับเฉลยที่ว่า ทำไมถึงตอบ 3 บาท หรือไม่ต้องทอนก็ได้ เราสามารถคิดต่างได้ว่า เงินยี่สิบบาทที่เรามี ไม่ใช่แบงค์ 20 ก็ได้ เราอาจจะให้ไป 15 บาท ก็เลยได้เงินทอน 3 บาท หรือ ให้พอดี 12 บาทก็เลยไม่ต้องทอนนั่นเอง เห็นมั้ยว่าคำถามนึง มีตั้งหลายคำตอบและมีเหตุผลมารองรับเสมอ อยู่ที่เราเลือกมองมุมที่จะเหมือนคนอื่น หรือต่างจากคนอื่น แค่นั้นเอง ...ว่าแต่ว่า ตอบถูกกันมั้ยอะ อิอิ

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบ
http://www.veengle.com/
|
49 ความคิดเห็น
ตัวอย่างเช่น มองแบบย้อนศร
เช่นตัวเราเป็นประชาชนคนหนึ่ง เวลาคิดว่าจะทำยังไงให้อยู่รอดในเศรษฐกิจตกต่ำ
คำที่ออกมาคือ "รัดเข็มขัด" นั่นคือการประหยัดเงินไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยนั่นเอง
ทว่าหากเป็นรัฐบาลมองกลับมายังประชาชน การที่คิดว่าจะทำยังไงในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำจะแตกต่างออกไป
คือแทนที่จะให้ประชาชนเก็บตังค์ไว้กับตัว ก็จะให้เอาเงินออกมาใช้ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนขึ้น
ตัวอย่างเช่นการลดภาษีเงินฝาก (ให้ถอนออกมาลงทุน) ลดภาษีเงินกู้ (ให้กู้ออกมาลงทุน) เป็นต้น
ซึ่งการคิดแบบนี้เขาเรียกว่า "การมองขึ้นบน" กับ "การมองลงล่าง" บางทีอยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันจะทำให้เราคิดแตกต่างกัน
เช่นถ้าเป็นหัวหน้าหรือผู้บริหาร เรามักจะ"มองลงล่าง"เสมอ แต่ถ้าเป็นลูกน้องหรือลูกจ้างเราจะ "มองขึ้นบน" แทน
ดังนั้นก็ขอให้ตระหนักใจตรงนี้ แล้วลองมองแบบย้อนศรดูบ้าง
หรือไม่ก็อีกแนวคือ การมองต่างมุม
ตัวอย่างเช่นเราถูกโจรทำร้าย เราก็จะมองด้วยมุมมองของตนเอง ว่าทำไมโจรใจร้ายมาทำร้ายเรา หรือทำไมไม่มีใครมาช่วย
หากเปลี่ยนมุมมองมามองในมุมโจรก็จะกลายมาเป็น เขาเคยถูกพ่อแม่รังแกในวัยเด็กมาก่อนเลยเป็นปมด้อยต้องแสดงออกด้วยการทำร้ายผู้อื่น
หรือถ้าเปลี่ยนมุมมองเป็นคนกลางก็อาจจะมองได้ว่า ก็เพราะเราไปอยู่ในที่เปลี่ยนโจรเลยเลือกทำร้ายร่างกายเรา
ซึ่งการมองต่างมุมแบบนี้จะทำให้เราเห็นมุมมองที่หลากหลายมากขึ้น
และสิ่งที่เรียกว่า "ศาลเตี้ย" ที่ลงโทษคนจนเกินกว่าเหตุมันก็จะไม่มี เพราะเราเข้าใจจิตใจของผู้ก่อเหตุด้วยนั่นเอง
และถ้าให้ดีควรจะมองด้วยมุมมองของทุกคนเราจึงจะได้คำตอบที่ดีที่สุด
อย่างไรก็ตาม มุมมองของเรายังมีกรอบความคิดอยู่ที่เรียกว่ามโนคติและอคติ
เช่นมโนคติเชื่อว่าสิ่งนั้นต้องเป็นไปในแนวนี้ ที่เราคิดว่านิยายรักหวานแหววต้องมีฉาก NC มีอิโมติค่อน มีภาษาวิบัติ นับได้ว่าเป็นมโนคติที่ผิด
หรืออคติก็ได้แก่การตัดสินไปก่อนว่าสิ่งนั้นต้องเป็นแบบนั้นเท่านั้น เช่น นายกไม่ดี นายขดีแต่ปาก
ทำให้เวลาเขาทำอะไรเราจะตีความไปในทางร้ายก่อนทันที โดยไม่มองเขาในแง่ดีเลยแม้แต่น้อย
อยู่ในกรอบอย่างเดียวไม่ว่านะ จะอยู่ก็อยู่ของตัวเองไป อย่ามาลุกล้ำคนอื่น ทำมาเป็นมองด้วยสายตา แล้วก็กระแนะกระแหนอย่างงู้นอย่างงี้ หาว่าแปลกประหลาด น่ารำคาญที่สุดเลย
เรามีเพื่อนอยู่คนนึง เป็นอย่างงี้แหละ
มีอยู่ครั้งนึงเดินไปซื้อเครปด้วยกัน แล้วเห็นเพื่อนอีกคนสั่งหน้าโอรีโอ้กับแยม (ถามหน่อยเหอะว่าแปลกตรงไหน) มันมานินทากับเราว่า กินอะไรแปลกๆ แล้วก็ทำหน้าแบบว่ารังเกียจๆอ่ะ
แล้วคือ มันเป็นอย่างงี้บ่อยอ่ะ จนชินแล้ว เห็นอะไรนิดๆหน่อยๆก็หาว่าแปลกไปทั่ว
แบบว่างง อะไรของมันว้า มันจะหัวคิดแคบไปไหน
โรงเรียนสอบข้อเขียนเยอะค่ะ

วิชาที่รู้สึกว่าออกข้อเขียนดีกว่าเยอะคือ กฎหมายค่ะ*-*
นอกนั้นข้อเขียนจะเป็นพวก ฟิสิกส์ เคมี คณิต พวกนี้เป็นข้อเขียน
คห.5 ใช่คอนเม้น 1 ป่าวคะ ก็ยังอยู่ครบนะ ยาวด้วย อิอิ

ชอบ คห.4 กินโอรีโอ้กับแยม วันหลังต้องลองบ้างซะแล้ว
อย่างที่เขาว่ากันล่ะนะ เด็กไทยถูกสอนให้คิดตามแบบที่ครูสอน แต่ไม่ได้ถูกสอนให้คิดในแบบของเขาเอง
ข้อสอบรร.หนูเขียนล้วนค่ะ ตอนนี้รู้สึกชอบข้อสอบเขียนมากกกกก เพราะมีโอกาสได้คะแนนสูงกว่าเยอะ 55555 (คือพอข้อสอบช้อยส์ปุ๊บจะหน้าซีด เพราะหลอกแล้วหลอกอีก วกแล้ววกอีก ความรู้มีไม่ถึงขั้นก็...ผิด OTL)
เรายอมรับว่าเราเป็นคนแปลก บางทีความคิดก็แผลงๆ แล้วก็ไม่ชอบอะไรที่เหมือนคนอื่นเยอะๆด้วย =v=; (คือไม่ได้อยากเป็นหนึ่งเดียวนะ แต่ไม่ชอบของโหล 555)
จริงๆก็น่า"แปลก"อยู่เหมือนกัน ทั้งๆที่อยู่ในโรงเรียนที่ส่งเสริมพัฒนาให้นักเรียนมีไอเดียใหม่ๆ แต่นร.ในโรงเรียนก็ชอบมองว่าคนนู้นคนนี้แปลก อย่างนู้นอย่างนี้ บลาๆ ทั้งๆที่เอาเข้าจริงก็แปลกทั้งโรงเรียนแหละว้า 5555
มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย ทำให้เราไม่กล้าแสดงความคิดเห็นของเราไป ทำไมคุณครูชอบคิดว่า
พวกเขาถูกเสมอหล่ะ อะไรที่ตรงข้ามคือผิดหมด มันไม่ใช่ซะหน่อย
ตอนเด็ก จำได้ว่าเรียนวิชาคณิต เราคิดวิธีทำไม่เหมือนครู ครูก็ว่าเราใหญ่เลย แบบทำไมไม่ทำตามเขา ทั้งๆที่มันทำได้ตั้งหลายวิธีน่ะ แล้วเราก็ได้คำตอบเท่ากับครูเป๊ะ เฮ้อ!
ก่อนหน้านี้ระบบมันมีปัญหาน่ะท่าน มันเลยไม่แสดง
คนแบบนี้เจอบ่อยมาก
การที่เราคิดต่างเนี้ย เราไม่ได้ไปก้าวก่ายสิทธ์เค้าเลย แต่เค้ามาก้าวก่ายเรา ด้วยเหตุผลและควมคิดที่แคบๆ
ตอบได้คำเดียวว่า ต้องทน
พูดถึงของกิน เครื่องก๋วยเตี๋ยวใส่น้ำยาขนมจีนกับขนมจีนใส่คั่วกลิ้ง อร่อยมากจริงๆ *O*~~
แต่บางทีเมื่อเราคิดต่างก็จะชอบมีเพื่อนโผล่หน้ามาถามว่า "แกบ้าไปแล้วหรือ?" หรือไม่ก็ "ทำไมไม่ทำตามคนอื่น อยากจะเด่นหรือไง"
เจ้าเพื่อนหัวแคบบบ!!! คิดนอกกรอบไม่เป็นยังจะมาถ่วงคนอื่นอีก ชิ!!!