|
ใครไปมาแล้วบ้าง ยกมือขึ้น! ถ้าใครส่ายหน้าไม่เคยไป ขอบอกว่าเชยสุดๆ เพราะนี่คืองานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2554 (National Science and Technology Fair 2011) สุดยอดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ น้องคนไหนที่เคยไปเห็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่ต่างประเทศ แล้วตื่นตาตื่นใจ รับรองว่างานนี้ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันเลย พูดแค่นี้คงนึกไม่ออก งั้นตามมาเลย พี่มิ้นท์เอาภาพบรรยากาศในงานมาฝากเพียบ!
งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี และในปี 2554 นี้ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-21 ส.ค.ที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ภายใต้แนวความคิด จุดประกายความคิด พัฒนา ชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ โดยมี ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนยีเป็นประธานเปิดงาน
ทำไมงานมหกรรมนี้ต้องจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม? คำตอบไม่ใช่เพราะดูดาวดูฤกษ์ที่ไหนหรอกค่ะ ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล ได้อธิบายไขความกระจ่างว่า วันที่ 18 ส.ค.ของทุกปีเป็น วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (จำไว้ไปตอบข้อสอบนะ) แล้วทำไมต้องวันที่ 18 ล่ะ? เรื่องนี้ต้องย้อนหลังไปถึงวันที่ 18 ส.ค.2411 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวงที่ทรงคำนวณพยากรณ์ไว้ล่วงหน้าถึง 2 ปี โดยจะเห็นหมดดวงที่หว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในครานั้นทรงมีพระประสงค์ให้สร้างค่ายหลวงและพลับพลาที่ประทับ โดยมีคณะนักดาราศาสตร์จากประเทศฝรั่งเศส และเซอร์แฮรี ออด เจ้าเมืองสิงคโปร์เดินทางมาเข้าเฝ้าฯ และร่วมสังเกตการณ์ผลการคำนวณของพระองค์แม่นยำมาก ขนาดเซอร์แฮรี ออด ยังบันทึกเหตุการณ์ไว้ว่า "พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระสำราญมาก เพราะการคำนวณเวลาสุริยุปราคาของพระองค์ ได้พิสูจน์แล้วว่าถูกถ้วนที่สุด ถูกถ้วนยิ่งกว่าที่ชาวยุโรปได้คำนวณไว้"
นี่คือที่มาของวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ อันเป็นไฮไลท์ของงานเลยทีเดียว เมื่อเราเดินเข้าไป สิ่งแรกที่พลาดไม่ได้คือ นิทรรศการเทิดพระเกียรติ (Royal Pavillion) ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเสนอวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย และเพื่อเทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระบิดาแห่งเทคโนโลยีไทยและพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย โดยเสนอเรื่องราวทั้งหมดผ่านภาพวาดฝาผนังมีชีวิต! (Giant Animation Wall) ครั้งแรกของประเทศไทยด้วย! โอ้! ทั้งหมดนี้พี่มิ้นท์เอาภาพมาฝากกันแน่นอน

ในวันที่ 9 ส.ค. 54 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน โดยมี ดร. วีระชัย วีระเมธีกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เฝ้าฯ รับเสด็จฯ ท่ามกลางความปลื้มปิติของคณะผู้จัดงานและพสกนิกรที่รอเฝ้าชมพระบารมี นอกจากนี้ยังมีคนดังมาร่วมงานมากมาย สวยๆ หล่อๆ เต็มไปหมด...

นี่เลย...หนุ่มอ๋อม อรรคพันธ์ นะมาตร์, เก้า จิรายุ ละอองมณี และ ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ เค้าก็มากันด้วย

จุดที่น่าตื่นตาตื่นใจในงานมีมากมายเลย แบ่งเป็นโซนต่างๆ เกี่ยวข้องกับเรื่องสำคัญของโลกและสภาวะแวดล้อม เล่าอีกสามวันก็ไม่หมด ดังนั้นขอเจาะที่ไฮไลท์ของงานแล้วกันนะ ไปเริ่มที่... จุดสำคัญจุดแรก นิทรรศการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก ซึ่งจะเห็นภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่เด่นมาแต่ไกล ภายในมีไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ ภาพยนตร์ 4 มิติ เกี่ยวกับปรากฏการณ์โลกร้อน ที่นอกจากจะต้องใส่แว่นสามมิติดูแล้ว ยังจะได้สัมผัสแรงสั่นสะเทือน ทั้งกลิ่น ทั้งเสียง แบบลืมไม่ลง!

 พี่อ๋อมพาชมข้างในเลยค่ะ!...รู้ไหมแบบนี้เรียกว่าอะไร...หล่อละลาย (..น้ำแข็ง ฮ่าๆๆ ค้นพบสาเหตุที่แท้จริงของโลกร้อนแล้ว!!!)
 ญาญ่ากับหมีขาว ได้ยินแว่วๆ ว่าหนุ่มๆ แถวนี้อยากเป็นหมีขึ้นมาทันที!

จุดต่อไปที่พลาดไม่ได้ก็คือ นิทรรศการมหัศจรรย์เคมี พบตารางธาตุมหัศจรรย์ที่ไม่ได้ยากอย่างที่คิด พบการทดลองเคมีสนุกๆ และยังมีกิจกรรมบนเวทีด้วย ที่น่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ ยังมีที่ นิทรรศการบริหารจัดการขยะ ซึ่งได้นำเอาขยะเหลือใช้มาสร้างเป็นหุ่นพี่ไดโนตัวโตๆ เพื่อให้เห็นมูลค่าของขยะที่เราไม่เคยคิด

ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีกับ นิทรรศการโลกดิจิตอล ได้ลองผ่ากบบน IPad ลองใช้ระบบสื่อสารแบบใหม่ๆ เช่น Facetime และเล่นเกมสนุกๆ ที่จับความเคลื่อนไหวของผู้เล่น ไปปรากฏบนจอภาพเลย ไม่ต้องมีเครื่องบังคับแล้ว!
ไปต่อกันที่ นิทรรศการป่าไม้ ที่นำเสนอเรื่องราวของป่าประเภทต่างๆ ฟังเรื่องเล่ากลางป่าจากคุณลุงต้นไม้ เก๋มากๆ
นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการหลักอื่นๆ อีก เช่น นิทรรศการน้ำ ซึ่งมีไฮไลท์อยู่ที่ม่านน้ำขนาดใหญ่ไว้ฉายภาพต่างๆ บอกเล่าเรื่องราวของน้ำ นิทรรศการนวัตกรรมเพื่อผู้สูงอายุและผู้พิการ มีจุดน่าสนใจอยู่ที่หุ่นยนตร์ฟีโบ้ที่จะคอยช่วยเหลือผู้พิการและผู้สูงอายุ และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ภายในบ้านที่คอยอำนวยความสะดวกให้ และยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่สนุกไม่แพ้นิทรรศการหลักสำหรับเยาวชน ได้แก่ ห้องทดลองปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ที่สีสันน่าเข้าไปเล่นสุดๆ ลานประกวดแข่งขันผลงานเด็กไทย ขุดหาซากฟอสซิลไดโนเสาร์ และยังมีการโชว์ผลงานน่าสนใจจากประเทศอื่นๆ อีกด้วย





เป็นยังไงบ้างกับบรรยากาศที่พี่มิ้นท์นำมาให้ดูกัน ขอกระซิบเน้นๆ ว่างานนี้เข้าฟรี! ใครพลาดไป น่าเสียดายมากๆ ต้องรอปีหน้าซะแล้ว T^T

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบบางส่วนจาก
http://www.manager.co.th/ |
19 ความคิดเห็น
อยากไป ...
แต่คงไม่มีโอกาส
T__________T
แต่ไม่ได้เข้าไปดูที่มันมีกิจกรรมอ่ะ
คิวยาวมาก
ต้องรอปีหน้าเเล้วค่ะ