Up & Down แบบเบาๆ ก็เพิ่มพลังสมองได้



  
       พี่เกียรติว่าน่าจะมีชาว Dek-D.com หลายๆ คน ที่คิดว่าการที่เราจะพัฒนาสมองนั้น ต้องทำกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องใช้หัวมากๆ ต้องคิดมากๆ ต้องเล่นเกมแก้ไขปริศนา ไขปัญหาต่างๆ  ต้องคิดเลข หรืออ่านหนังสือมากๆ ถึงจะพัฒนาสมองของเราให้ฉับไว และฉลาดเฉลียวมากขึ้นได้ แต่จริงๆ แล้ว สมองก็ต้องการการออกกำลังด้านร่างกายเหมือนกัน ไม่ใช้แต่ออกกำลังทางความคิดเท่านั้น! ดังนั้น การออกกำลังกายก็พัฒนาสมองได้เหมือนกันนะเออ เข้าตำรา ร่างกายดี สมองดีด้วย นั่นแหละจ้า


     เริ่มต้นกันที่การออกกำลังกายอย่างง่ายๆ นั่นคือ "การเดิน" เพียงแค่การเดินก็ช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ออกซิเจน และกลูโคสจะไปกระตุ้นให้สมองกระฉับกระเฉง ตื่นตัว การเดินไม่ต้องใช้แรงใช้กำลังมาก ดังนั้น จึงไม่ต้องใช้ออกซิเจนและกลูโคสไปทดแทนส่วนกำลังที่เสียไปจากกล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ ดังนั้น ออกซิเจนจึงไหลเวียนขึ้นไปกระตุ้นการทำงานของสมองได้มาก จึงไม่แปลกใจที่ว่า การเดินเล่นยามเช้า หรือการลุกขึ้นมาเดินยามเครียดจะช่วยให้ สมองโล่ง และคิดอะไรได้มากขึ้น ดังนั้น ถ้าเครียดอยู่กับการอ่านหนังสือมากๆ หรือหัวหมุนอยู่กับการบ้าน ก็ลุกของมาเคลื่อนไหวร่างกายสักหน่อย ก็จะทำให้สมองปลอดโปร่งขึ้นนะ นอกจากนี้ จากงานวิจัยของต่างประเทศ ยังบอกว่า การเดินเพียง 20 นาทีต่อวัน ลดความเสี่ยงเส้นเลือดที่ไหลไปเลี้ยงสมองอุดตันได้ถึง 57 เปอร์เซ็นต์


 
  
      พี่เกียรติของเสนอ วิธีการง่ายๆ ที่จะกระตุ้นให้สมองให้ตื่นยามเพิ่งตื่นนอนใหม่ ช่วยลดอาการงัวเงียมึนซึมได้ ให้ลอง "ขยับนิ้วเท้า" ก่อนลุกออกจากเตียง ลองกระดกนิ้วเท้าขึ้นลง ขยับซ้าย ขยับขวา ให้รู้สึกกล้ามเนื้อนิ้วเท้ายืดออกสักพัก จะช่วยกระตุ้นเส้นประสาทในสมอง และอวัยวะภายในต่างๆ ได้เร็วขึ้น เพราะ เท้าของเราเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ประกอบกันอย่างน่าพิศวง เท้าที่ยาวไม่กี่นิ้วของเราสามารถรับน้ำหนักเราได้ทั้งตัว มีกล้ามเนื้อถึง 56 ชิ้น นับเป็น 1 ใน 4 ของกล้ามเนื้อในร่างกายของเราทั้งหมดทีเดียว ซึ่งระบบการทำงานของเส้นประสาททั้งในสมองและร่างกายของเราก็เชื่อมกับส่วนเท้าทั้งสิ้น


         "การวิ่ง" ช่วยพัฒนาการทำงานของเซลล์สมอง จากการศึกษาของ  โดยสถาบัน The Salk ได้ทำการทดลองโดยสังเกตจากหนู เขาศึกษาจากหนูที่เคยวิ่งๆ เมื่อมานั่งเฉยๆ พบว่าเซลล์สมองที่เพิ่งเกิดใหม่จะค่อยๆ ตายลง และมีความสัมพันธ์กับโรคความจำเสื่อมโดยตรง ซึ่งการทดลองก็พบว่า การวิ่งมีผลต่อส่วนฮิปโปแคมปัสในสมองเรา ซึ่งสมองส่วนนี้เชื่อมโยงกับการเรียนรู้และความจำ จากผลจากการศึกษานี้ เชื่อได้ว่า การวิ่งนำมาซึ่งการเพิ่มจำนวน และช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ประสาทในสมองของมนุษย์ได้


  
        "การออกกำลังกาย"
 ช่วยลดภาวะความซึมเศร้า และช่วยเพิ่มความสามารถในการคิดให้กับกลุ่มวัยกลางคนและผู้สูงอายุได้ ที่การวิจัยนี้ มีการระบุกลุ่มอายุมาด้วย เพราะทำการศึกษาผู้ป่วยสูงอายุในสถานพยาบาล โดยทีมวิจัยของ Duke University Medical Center ค่ะ ซึ่งเขาแบ่งกลุ่มผู้ป่วยเป็นสามกลุ่มทดลอง ได้แก่ กลุ่มออกกำลังกาย กลุ่มทำสมาธิ และกลุ่มที่ทำทั้งสองอย่างผสมกัน กลุ่มออกกำลังกายจะใช้เวลา 30 นาทีในการขี่จักรยาน เดินเล่น หรือวิ่งจ๊อกกิ่งสามครั้งต่อสัปดาห์ ผลการวิจัยก็ออกมาจากการเปรียบเทียบทางสถิติพบว่า การออกกำลังกายก็ลดภาวะซึมเศร้าได้ผลเช่นเดียวกับการทำสมาธิ 

     ซึ่งพี่เกียรติเชื่อว่า แม้ผลจะไม่วิจัยไม่ได้ระบุถึงคนทุกวัย แต่เชื่อได้ว่า ผลของการออกกำลังกายเหล่านี้ก็มีผลต่อสมองของวัยเอ๊าะๆ อย่างเราเหมือนกันแน่นอน! 
ซึ่งนักจิตวิทยา ชื่อ  James Blumenthal ได้ชี้ให้เราเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายว่ามีผลต่อการทำงานของสมองว่า "เราทุกคนรู้ว่า โดยทั่วไปแล้วการออกกำลังกายทำให้หัวใจสูบฉีบเลือดดี ซึ่งก็ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนแก๊สดีในร่ายกาย และลำเลียงแก๊ซออกซิเจนมาหล่อเลี้ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกาย เพราะในทางกลับกัน หากไม่มีการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองที่ดี สมองก็จะมีปัญหาการทำงานคิดอะไรไม่ออก เซลล์สมองเสื่อมได้ง่ายๆ นั่นเอง"


      วิธีออกกำลังกายที่กล่าวมาข้างต้น เป็นวิธีที่ง่ายๆ ทำได้ในชีวิตประจำวัน ไม่จำเป็นต้องหาอุปกรณ์หรือต้องเป็นนักกีฬาเท่านั้น ใครขึ้นลิฟต์ก็เปลี่ยนไปใช่บันได ใครนั่งรถประจำทางสองป้ายก็เปลี่ยนไปเดิน ใครชอบขับรถชมวิวก็ใช้จักรยาน วิธีออกกำลังกายแบบเบาๆ แบบนี้แหละที่ช่วยให้อายุยืนยาว แถมสมองก็ดี ไม่เป็นความจำเสื่อม ไม่เชื่อก็ถามอากง อาม่า คุณตา คุณยาย ที่รำไทเก็ก เดินออกกำลังในสวนสาธารณะใกล้บ้านน้องๆ ได้จ้า อิ อิ

        ดังที่กล่าวไปข้างต้นนี่แหละจ้า จึงพอสรุปได้ว่า อย่างมัวแต่พัฒนาสมองด้วยวิธีการคิดเท่านั้น อย่าลืมพัฒนาร่างกายไปพร้อมๆ กันด้วย  


ร่างกายดี สมองดี แถมสุขภาพใจก็ดีไปด้วย เจ๋งไปเลยเนอะ



แหล่งข้อมูล, ภาพประกอบ:
http://www.fi.edu/learn/brain/exercise.html
flickr.com

พี่เกียรติ
พี่เกียรติ - Community Master ถนัดแฝงตัวตามกระทู้เด็กดี มีความสนใจเป็นล้านเรื่องขึ้นอยู่กับดราม่าขณะนั้น

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

20 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
xiu-jing Member 11 ต.ค. 54 19:46 น. 7
เมื่อก่อนไม่ชอบออกกำลังกายค่ะ เพราะว่าขี้เกียจ
ทำให้เป็นโรคซึมเศร้า มีปัญหาด้านความสำพันกับเพื่อน
และสุขภาพค่อนข้างอ่อนแอ

ส่วนตอนนี้ ออกไปวิ่งวันละสองรอบ รอบละ 400km
ดีขึ้นเยอะค่ะ
เห็นถึงควาทสำคัญของการออกกำลังกายเลย
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
milkkisZa Member 12 ต.ค. 54 23:57 น. 11
จากนี้จะเริ่มแล้วค่ะ ไม่ว่าด้วยเหตุใด เพราะปกติขีเกียจออกกำลังกายมากๆๆ ฮ่าๆๆๆ
ขอบคุณค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
MaMinGz' Member 16 ต.ค. 54 20:16 น. 14
วิ่งประมาณสัปดาห์ละ 60 นาที ออกกำลังโดยการซิทอัพกับยกดัมเบล 
แล้วก็ฝึกวิดพื้นวันละนิดละหน่อย ทำให้นอนหลับสบายทุกวัน 55 :)
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด