|
เรื่องลี้ลับสัปดาห์นี้ การันตีด้วยรางวัล "น่ากลัวกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว"
สวัสดีครับ เรื่องลี้ลับในสถาบันสัปดาห์นี้ พี่ลาเต้ ขอเตือนให้น้องๆ รีบไปหาพระมาห้อยคอก่อนอ่านแบบด่วนๆ เพราะอาจทำให้หลายคนนั่งช็อคไม่กล้าลุกไปไหนก็เป็นได้ โดยเป็นเรื่อง ผู้ติดตาม จากน้องพระจันทร์เสี้ยว การรันตีเป็นเรื่องผี 1 ใน 6 เรื่องที่ชนะเลิศการประกวดกิจกรรม ฮาโลวีนปีนี้ชวนเด็กดีมาเล่าเรื่องผีกัน ไม่ให้เสียเวลา ไปหลอนพร้อมกันเลยครับ
สวัสดีค่ะ เหตุการณ์ที่จะเล่านี้เกิดขึ้นจริงกับนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยย่านชานเมืองแห่งหนึ่งซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อเนื่องจากเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเกินไป จนกว่าจะเปิดเผยชื่อได้ เพราะเกี่ยวกับเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ และความเชื่อของมหาวิทยาลัย
เรื่องมันได้เริ่มขึ้นเมื่อวันหนึ่ง มีกลุ่มนักศึกษาชายคนหนึ่งอยากจะลองดีเล่นผีถ้วยแก้วกันตอนกลางคืน จึงจัดการเขียนตารางด้วยกระดาษแข็ง พร้อมกับถ้วยแก้วที่หาได้จากห้องกิจกรรมใกล้เคียง ก่อนมาทำการเรียกผีให้เข้ามาอยู่ในถ้วยแก้ว ซึ่งขณะนั้นมีคนเล่นอยู่ทั้หมด 4 คน
การเล่นในครั้งนี้ ได้จัดการตามพิธีที่เคยเห็นในรายการผีทางทีวี และปรากฏว่าถ้วยก็เลื่อนไปอย่างไม่น่าเชื่อ วนอยู่ในกระดาษแผ่นนั้น จนทุกคนถามเป็นเสียงเดียวกันว่า แกเลื่อนหรือเปล่า แต่ทุกคนกลับเงียบ และพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เปล่า...
ความตื่นเต้นน่าสะพรึงกลัวได้เริ่มขึ้น เมื่อมีคนถามว่า คุณเป็นใคร เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง แก้วก็เลื่อนไปครอบที่ตัวอักษร ญ แสดงว่าผีเป็นผู้หญิง แต่ยังไม่ทันที่จะได้ถามคำถามต่อไป ถ้วยแก้วดันกลับวนไปวนมาไม่มีหยุด แล้วค่อยวนเลื่อนตัวช้าลงไปตามอักษรอย่างช้าๆ ประกอบคำได้เป็นคำว่า ต...า...
ยังไม่ทันที่ตัวอักษรตัวสุดท้ายจะสิ้นสุด ถ้วยแก้วก็ไหลไปที่ทางออกอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยด้วยความตื่นเต้น แต่ทั้ง 4 คนที่เล่นก็โล่งอกนะ ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่ทุกคนก็ยังคิดเรื่องนี้ไม่ตกอยู่ดีว่าผู้หญิงที่อยู่ในถ้วยแก้วนั้นเป็นใคร และทำไมผีผู้หญิงในถ้วยแก้วนั้นถึงออกไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากเล่นผีถ้วยแก้วเสร็จ ก็ได้เวลาที่ทุกคนจะไปรับประทานอาหารมื้อค่ำที่ทำอยู่เป็นประจำแล้ว โดยทุกคนตกลงที่จะไปทานข้าวต้มโต้รุ่งหน้ามหาวิทยาลัยกัน โดยแต่ละคนจัดแจงเก็บตาราง และล้างถ้วยแก้วใบนั้น รวมถึงคว่ำไว้เพื่อทำให้มันแห้งที่ระเบียงหลังห้องพักของตนเอง
หลังจากนั้นไม่นานทุกคนก็เดินมาตามฟุตบาทเพื่อลัดเลาะสู่หน้ามหาวิทยาลัย แต่เมื่อใกล้จะถึงหน้ามหาวิทยาลัยทุกคนต้องผ่านศาลเจ้าที่ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยทุกคนก่อน ทุกคนจึงหยุดไหว้สักพักแล้วค่อยทำการเดินต่อไปยังหน้ามหาวิทยาลัยต่อไปเรื่องเพื่อไปสู่เป้าหมายในการรับประทานข้าวต้มโต้รุ่งหน้ามหาวิทยาลัยต่อไป
วันรุ่งขึ้นในคาบเรียน เพื่อนทั้ง 4 คนมาถึงในคาบเรียนก่อนที่อาจารย์จะสอน แล้วเจอเพื่อนที่อยู่กลุ่มเดียวกันอีก 1 คน รวมเป็น 5 คน แต่เพื่อนกลับมีสีหน้าท่าทางที่แปลกออกไปกับเพื่อนร่วมกลุ่มของเขา และถามเพื่อนร่วมกลุ่มอีก 4 คนว่า เมื่อคืนแกปล่อยผู้หญิงให้เป็นแบบนั้นได้ไงวะ
เพื่อนทุกคนต่างสงสัยสิ่งที่เพื่อนถาม และถามกลับออกไปว่า ผู้หญิงคนไหน อะไรของนาย เพื่อนอีกคนบอกว่า เมื่อคืนไงที่มีผู้หญิงผมยาวเดินตามหลังกลุ่มแกมาด้วย เดินหลังค่อมๆ เดินทุยๆ ก้มหน้ามากับพวกนาย แฟนหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ คือมีผู้ชายแก่ๆ มาไล่ตีผู้หญิงคนนั้นให้ออกไปจากกลุ่มของแก แล้วผู้หญิงคนนั้นก็เดินหายไป
ทุกคนต่างสงสัยกับสิ่งที่เพื่อนเล่าออกมา แล้วถามกลับไปว่าเห็นได้ไง เพื่อนก็ตอบกลับมาว่า ก็เรานั่งแท็กซี่กลับมาจากข้างนอก รถก็สวนกับพวกนาย แล้วก็เห็นพวกนายกับผู้หญิงกำลังเดินไปหน้ามหาวิทยาลัยพอดี หรือว่าพวกนายไม่รู้จักเธอ?
ทุกคนมึนงงกับสิ่งที่เพื่อนเล่าเป็นอย่างมาก เพื่อนทุกคนต่างทบทวนเหตุการณ์ และปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างเป็นลำดับ จนเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งเหมือนจะนึกเหตุการณ์ และปะติดปะต่อเรื่องราวได้สำเร็จเป็นคนแรก และโพล่งคำพูดออกมาว่า หรือว่าจะเป็น.... ทุกคนดูเหมือนรู้เรื่องทุกอย่างกระจ่างแจ้งโดยทันใด เหมือนไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน จากหน้าสดใสรับอรุณกลับกลายเป็นทั้ง 4 คนนั้นหน้าสีเผือกนั่งตัวไม่ติดตลอดทั้งคาบเรียน
พอเรียนเสร็จนักศึกษากลุ่มนั้นทั้ง 4 คนได้กลับไปไหว้ศาลเจ้าที่ของมหาวิทยาลัย โดยมีเพื่อนอีกคนที่ทักเรื่องผู้หญิงได้ตามไปด้วย พอถึงศาลเพื่อคนที่ทักเรื่องผู้หญิงยืนนิ่งไม่พูดไม่จา แถมชี้ไปที่รูปปั้นภายในศาลให้เพื่อนอีก 4 คนได้เห็นแล้วบอกว่า นี่ไง หน้าผู้ชายแก่ๆ คนนั้นที่เราเห็นมาไล่ผู้หญิงที่เดินมากับพวกนายเมื่อคืน
ทุกคนยืนทึ่ง หันหน้ามองตากัน ต่างไม่พูดถึงเหตุการณ์นั้น และเงียบเป็นเสียเดียวกัน จนกระทั่งนำเรื่องทั้งหมดนี้ไปเล่าให้อาจารย์ที่เก่าแก่ได้ฟัง ซึ่งก็ได้คำตอบแบบน่าขนลุกมาว่า ผู้ชายแก่ๆ ที่มาไล่ผู้หญิงผมยาวออกจากกลุ่มเรานั้น คงเป็นเจ้าที่ที่มาช่วยดูแลความปลอดภัยของนักศึกษามหาวิทยาลัยเรา ขณะที่ผู้หญิงผมยาวน่าจะเป็นวิญญาณเร่ร่อนที่ตามมาจากผีถ้วยแก้วนั้นเอง!!
สัปดาห์หน้า 26 พ.ย.54 รอพบกับ เรื่องผีเจ้าของรางวัล ขนหัวลุกฉุดไม่อยู่
ได้แก่ เรื่องท่อนขาปริศนา จาก น้องชนกนันท์ อุดมการยิ่งยศ เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นที่หอในของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ กับตำนานเรื่องเล่าปากต่อปาก จากรุ่นพี่ถึงรุ่นน้อง ที่เกี่ยวกับขาปริศนาที่นั่งแกว่งขาไปมาทั้งที่หอเป็นชั้นบนสุด !! พี่ลาเต้ ขอขอบคุณรูปภาพจาก GTH |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
โอ้ววว ท่านเจ้าที่สุดยอด
ถ้าท่านเจ้าที่ไม่ออกมาไล่ยัยผีผู้หญิงตนนั้น ป่านนี้ก็ไม่รู้ว่า หนุ่มน้อยสี่คนนั่นจะเป็นยังไงบ้าง
-----
พูดถึง "ผีถ้วยแก้ว" แล้ว นึกถึงเรื่องที่น้าเคยเล่าให้ฟังเหมือนกันนะ
น้าเล่าว่า สมัยเด็ก ๆ รวมกลุ่มกับเพื่อนเล่นผีถ้วยแก้วที่ใต้ต้นมะขามเทศหน้าบ้าน ซึ่งเป็นทางสามแพร่ง
แล้วเวลาที่เล่นนั่นน่ะ ก็โพล้เพล้เต็มที และก็ก่อนเวลาพระขึ้นสวดศพไม่นาน
พอเชิญผีเข้าถ้วยแล้วอะไรแล้ว ก็ถามชื่อ แก้วก็วิ่งไปที่ อ และไม้เอก แล้วก็วิ่งวนไปวนมาเหมือนกำลังหาอะไรสักอย่าง
แล้วน้าอีกคน ที่เด็กกว่าและเป็นน้องสาวของน้าที่กำลังเล่นอยู่ แต่ไม่ร่วมเล่นด้วย แค่นั่งดูเฉย ๆ
ก็ร้องถามพี่สาวที่กำลังเล่นอยู่ว่า "เจ้ ๆ เจ้ลืมเขียน สระอำ หรือเปล่าน่ะ"
น้าคนที่กำลังเล่นอยู่และเพื่อนก็ร้องออกมาพร้อมกันว่า "เออว่ะ ลืมจริง ๆ ด้วย" แล้วก็หยิบปากกามาเขียนเติมลงไป
พอเขียนเสร็จแล้ว ถ้วยก็วิ่งไปที่ สระอำ ทันที เท่านั้นแหละ วงแตกทันทีเลย
แต่ก็ยังมีสติ ไม่ชักมือออกจากแก้ว แล้วก็จัดการเชิญผืออกจากแก้วให้เรียบร้อย จากนั้นก็บ้านใครบ้านมัน วิ่งหนีกันอุตลุด
ก็นะ จะไม่ให้วงแตกได้ยังไง ก็ในเมื่อผีที่มาเข้าแก้วน่ะ คือผียายอ่ำ และศพแกก็ยังตั้งสวดอยู่วัดอยู่เลย
เหอ ๆ ๆ ๆ
ตอนที่น้าเล่าให้ฟัง ก็ปิดท้ายแบบติดตลกว่า มิน่าล่ะ ถึงได้รีบร้อนจะออกจากแก้วนัก ที่แท้ก็จะไปฟังพระสวดนี่เอง
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?



81 ความคิดเห็น
คนแรกครับผม!
"เหตุการณ์ที่จะเล่านี้เกิดขึ้นจริงกับนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยย่านชานเมืองแห่งหนึ่งซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อเนื่องจากเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเกินไป"
คุณน้องพระจันทร์เสี้ยวเขียนได้ดีครับในบทความตรงนี้......
เรื่องนี้ค่อนข้างจะขนลุกเอามากอยู่เหมือนกันครับ....
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 18 พฤศจิกายน 2554 / 04:34
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 18 พฤศจิกายน 2554 / 04:33
เพื่อนที่เห็นนี้ถ้าจะมีเซนส์ แต่เขาไม่กลัวเลยเรอะ เป็นเราวิ่งป่าราบไปล่ะ = =
โอ๊ย!!!!ขนลุกก บรู๊วววววว!! :
เราอ่านตอนกลางวันยังขนลุกเลย >_<
น่ากลัวอ่ะ
น่ากลัวกว่าเรื่องที่อ่านอี๊กกกกก
จะไม่เล่นผีถ้วยแก้วแล้ว TT0TT
โอ้ววว ท่านเจ้าที่สุดยอด
ถ้าท่านเจ้าที่ไม่ออกมาไล่ยัยผีผู้หญิงตนนั้น ป่านนี้ก็ไม่รู้ว่า หนุ่มน้อยสี่คนนั่นจะเป็นยังไงบ้าง
-----
พูดถึง "ผีถ้วยแก้ว" แล้ว นึกถึงเรื่องที่น้าเคยเล่าให้ฟังเหมือนกันนะ
น้าเล่าว่า สมัยเด็ก ๆ รวมกลุ่มกับเพื่อนเล่นผีถ้วยแก้วที่ใต้ต้นมะขามเทศหน้าบ้าน ซึ่งเป็นทางสามแพร่ง
แล้วเวลาที่เล่นนั่นน่ะ ก็โพล้เพล้เต็มที และก็ก่อนเวลาพระขึ้นสวดศพไม่นาน
พอเชิญผีเข้าถ้วยแล้วอะไรแล้ว ก็ถามชื่อ แก้วก็วิ่งไปที่ อ และไม้เอก แล้วก็วิ่งวนไปวนมาเหมือนกำลังหาอะไรสักอย่าง
แล้วน้าอีกคน ที่เด็กกว่าและเป็นน้องสาวของน้าที่กำลังเล่นอยู่ แต่ไม่ร่วมเล่นด้วย แค่นั่งดูเฉย ๆ
ก็ร้องถามพี่สาวที่กำลังเล่นอยู่ว่า "เจ้ ๆ เจ้ลืมเขียน สระอำ หรือเปล่าน่ะ"
น้าคนที่กำลังเล่นอยู่และเพื่อนก็ร้องออกมาพร้อมกันว่า "เออว่ะ ลืมจริง ๆ ด้วย" แล้วก็หยิบปากกามาเขียนเติมลงไป
พอเขียนเสร็จแล้ว ถ้วยก็วิ่งไปที่ สระอำ ทันที เท่านั้นแหละ วงแตกทันทีเลย
แต่ก็ยังมีสติ ไม่ชักมือออกจากแก้ว แล้วก็จัดการเชิญผืออกจากแก้วให้เรียบร้อย จากนั้นก็บ้านใครบ้านมัน วิ่งหนีกันอุตลุด
ก็นะ จะไม่ให้วงแตกได้ยังไง ก็ในเมื่อผีที่มาเข้าแก้วน่ะ คือผียายอ่ำ และศพแกก็ยังตั้งสวดอยู่วัดอยู่เลย
เหอ ๆ ๆ ๆ
ตอนที่น้าเล่าให้ฟัง ก็ปิดท้ายแบบติดตลกว่า มิน่าล่ะ ถึงได้รีบร้อนจะออกจากแก้วนัก ที่แท้ก็จะไปฟังพระสวดนี่เอง