มื่อตอนพี่มิ้นท์ยังเรียนอยู่ประถม(โอ้ยย นานมาก) สโลแกน "น้ำประปาดื่มได้" ก็เริ่มผุด และก็ยิงยาวมาจนถึงทุกวันนี้ แต่เชื่อว่าหลายคนไม่ว่าจะเด็ก หรือผู้ใหญ่ก็คงมีความรู้สึกเดียวกันว่า ถ้าเลือกได้ก็ไม่กิน ยอมเสียตังค์ไปซื้อดีกว่า ด้วยหลายเหตุผลว่าไม่กล้ากินเพราะมีคลอรีน หรืออาจจะกลัวไม่สะอาด 
               

            ถ้าย้อนไปช่วงน้ำท่วม ที่น้ำเปล่าขาดตลาด จนไม่รู้จะไปเอาน้ำที่ไหนมากินแล้ว หลายฝ่ายก็ออกมาหาวิธีแก้ไข ทำให้เราได้ยินกับประโยคที่ว่า "น้ำประปาดื่มได้" อีกครั้ง แต่สภาพน้ำประปาในกรุงเทพตอนนั้น ทั้งมีสี มีกลิ่น เรียกได้ว่าทำคนใช้จิตตกไปเลยก็มี แค่จะอาบน้ำแปรงฟันก็รู้สึกไม่กล้าใช้แล้ว จะกินลงได้ยังไง แต่เค้าก็ยังยืนยันมาอยู่ดีว่า น้ำที่ผลิตออกมา ได้มาตรฐานองค์การอนามัยโลกเหมือนเดิม (ปัจจุบันสภาพน้ำประปากลับมาเป็นปกติแล้ว) แต่เชื่อว่าหลายคนก็ยังมีคำถามค้างคาใจมานาน ว่าจริงๆ แล้วน้ำประปาที่เค้าว่ามันดื่มได้เนี่ย ดื่มได้จริงมั้ย สะอาดและปลอดภัยจริงๆ รึป่าว
           ถ้าสงสัยกันขนาดนี้ลองไปดูขั้นตอนการผลิตน้ำประปากันเลยดีกว่า

  


               น้ำประปาที่ผลิตจากการประปานครหลวงมีหลายขั้นตอน จนทำให้น้ำที่ออกมาได้มาตรฐานน้ำดื่มขององค์การอนามัยโลก ขั้นตอนที่ว่านั้น เริ่มตั้งแต่
               1.การสูบน้ำดิบจากแหล่งน้ำธรรมชาติ น้ำดิบที่ว่าไม่ใช่ว่าจะไปเอาน้ำเน่าจากคลองที่ไหนมาก็ได้นะ เพราะแหล่งน้ำดิบที่ว่าจะมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือแหล่งน้ำที่จัดหาไว้ และจะควบคุมคุณภาพน้ำดิบอยู่เสมอ
                2.ขั้นตอนปรับปรุงคุณภาพน้ำดิบ เป็นขั้นตอนการตกตะกอน กำจัดพวกจุลินทรีย์และสิ่งปนเปื้อนออกไป ด้วยการใส่สารส้มและปูนขาว ขั้นตอนนี้จะทำให้ตะกอนเล็กๆ ไม่สามารถเนียนไปกับน้ำได้ น้ำด้านบนจึงเป็นน้ำที่ใสสะอาด ซึ่งสารส้มและปูนขาวยังช่วยปรับค่าความเป็นกรด-ด่างของน้ำดิบได้อีกด้วย
               3.กรองอีกครั้ง เอาสิ่งปนเปื้อนที่เล็กมากๆๆๆๆ ออกอีกครั้ง ด้วยทรายกรอง และกรวดกรอง ที่นี้ก็จะได้น้ำที่ใสสะอาดจริงๆ แล้ว 
               4.ฆ่าเชื้อโรคด้วยการใส่คลอรีน ซึ่งจะใส่ในปริมาณที่พอเหมาะ ยืนยันมาแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายด้วย หลังจากนั้นก็จะมีการควบคุมคุณภาพน้ำประปาอีกครั้งก่อนแจกจ่ายมาให้พวกเราใช้ ดังนั้นจึงรับรองได้ว่าสะอาด ปลอดภัยแน่ๆ
            
               สรุปแล้วในทุกๆ ขั้นตอนผู้ผลิตใส่ใจในเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยมากทีเดียว คอยตรวจสอบทั้งสารเคมี คลอรีน หรือพวกเชื้อโรคที่อาจจะมาเจือปนอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว หุหุ

     
 
               อย่างประเทศสิงคโปร์เป็นอีกประเทศที่น้ำเปล่าแพงมาก ดังนั้นเค้าก็กินน้ำประปากัน ประหยัดค่าใช้จ่าย ส่วนคนไทยไม่ค่อยกล้ากินน้ำประปา ปัญหาหลักอย่างนึงคือ น้ำไม่แพง หาซื้อง่าย เลยไม่ลำบากอะไร อีกอย่างนึง คือ กลัวคลอรีน เพราะไม่รู้ว่าจะอันตรายแค่ไหน
              แม้คลอรีนจะเป็นสารที่มีกลิ่นแรงจนน่ากลัว แต่ในกระบวนการผลิตน้ำประปา คลอรีนเป็นสารฆ่าเชื้อที่นิยมใช้ทั่วโลก เพราะฆ่าเชื้อโรคได้ดี ที่สำคัญการผลิตน้ำประปาจะใช้คลอรีนในปริมาณที่น้อยมาก (อย่าไปนึกคลอรีนในสระว่ายน้ำ) ดังนั้นจึงไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์ค่ะ

               แต่ถ้าใครกลัวเรื่องกลิ่นแรงๆ ก็แก้ไขได้ง่ายสุด แค่เอาไปต้มให้เดือด หรือใช้เครื่องกรองก็ได้ แต่ถ้าใครยังคิดว่ายังยุ่งยากอยู่ ก็เปิดออกจากก๊อกแล้วตั้งทิ้งไว้ 15 นาที แค่นี้กลิ่นคลอรีนก็หายไปแล้ว สามารถดื่มได้เหมือนน้ำเปล่าปกติเลยค่ะ เริ่ดมาก


               เห็นขั้นตอนการผลิตน้ำประปาขนาดนี้แล้ว พี่มิ้นท์เชื่อแล้วล่ะค่ะว่า "น้ำประปาดื่มได้" จริงๆ เดี๋ยวไปบอกแม่ให้รองน้ำมากินมั่ง จะได้ประหยัดตังค์ที่บ้าน ฮ่าๆ
 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : การประปาส่วนภูมิภาค

ภาพประกอบจาก

การประปานครหลวง, http://www.lux.co.th/ 

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Decaffeine Member 7 ธ.ค. 54 07:44 น. 1
น้ำอ่ะ ตอนออกจากเครื่องกรองก็สะอาดอยู่หรอก
แต่พอมันไหลมาตามท่อ(ซึ่ง คงไม่มีใครถอดท่อล้างบ่อยๆ)

คิดแล้วมัน... = ="

คหสต
0
กำลังโหลด

58 ความคิดเห็น

Decaffeine Member 7 ธ.ค. 54 07:44 น. 1
น้ำอ่ะ ตอนออกจากเครื่องกรองก็สะอาดอยู่หรอก
แต่พอมันไหลมาตามท่อ(ซึ่ง คงไม่มีใครถอดท่อล้างบ่อยๆ)

คิดแล้วมัน... = ="

คหสต
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ซ่อนนาม Member 7 ธ.ค. 54 16:37 น. 7
ต่างชาติที่เจริญแล้ว เขาดื่มน้ำประปากันเป็นเรื่องปรกติจริง
ถ้าไปยุโรป เราว่าแทบทุกประเทศเลยที่ดื่มน้ำประปากันแทนการซื้อน้ำดื่ม

แต่ของไทยเชื่อได้แค่ไหน ?

ความจริงน้ำประปาที่โรงงานมันไม่เป็นปัญหาหรอก
แต่ใครจะรับประกันได้ว่าท่อที่ส่งมันจะไม่มีปัญหา ?
เวลาขับรถไป เจอบ่อย ๆ นะ เวลาที่ท่อประปาแตกขึ้นมาจนน้ำนองถนนน่ะ
ยังไม่รวมถึงช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา มันถึงเพิ่งจะทำให้การประปารู้ว่าท่อของเขตไหนรั่ว
เพราะมีเศษดินเศษทรายหลุดเข้ามาในท่อประปาตามบ้านเรือนด้วย

แล้วแบบนี้จะรับประกันได้อย่างไรว่า น้ำประปาดื่มแล้วปลอดภัยจริง ?
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
MarcusKung Member 7 ธ.ค. 54 19:53 น. 9
ผมคิดว่า กทม ตอนนี้ คงไม่ใช้แหล่งน้ำธรรมชาติจากน้ำบาดาลแล้วละ เพราะ ถ้าขืนใช้อีกนี่ มีหวังถนนนี่ได้ยุบไปถึงเปลือกโลกแน่ แล้วนอกจากนี้นะ ระบบท่อน้ำของประเทศไทย ที่ผมเคยไปบังเอิญไปเจอในเว็บนี่ ท่อน้ำเสีย กะท่อน้ำปะปาที่ใช้กินมันสวนกันเลยนะ ไม่รุ้มันแก้ยัง ถ้ามันรั่วขึ้นมานี่ น่ากลัวๆ สรุปไม่กล้ากินอะ 

ปล ถ้าสะอาดจริง ทำไมตอนน้ำท่วมกลิ่นคลอรีนมันหึ่งเลยฟะ = =
0
กำลังโหลด
cakepunyaporn Member 7 ธ.ค. 54 21:12 น. 10

 น้ำประปาที่สิงคโปร์ก็รสชาติคล้ายๆกันนะ

แต่เรากล้าดื่มเพราะเป็นของสิงคโปร์อ่า หิหิ

ตอนน้ำท่วมเราก็ดื่มน้ำประปาแต่เอาใบเตยมาต้มลงไปด้วย หอมๆดีนะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ซ่อนนาม Member 7 ธ.ค. 54 23:54 น. 13
เอ้า... ไม่ได้ติดตามข่าวน้ำท่วมกันหรือไง ?

คลองประปาไง น้ำประปาในกรุงเทพมาจากคลองประปา
ส่วนที่ช่วงน้ำท่วมแล้วคลอรีนหึ่งก็เพราะมีมือดีไปรื้อคันกั้นน้ำที่คลองประปาจนน้ำปนเปื้อน
จึงต้องใส่คลอรีนเพิ่ม ไม่งั้นจะได้น้ำที่ไม่สะอาดเท่าที่ควร

แล้วไม่ต้องกลัวเรื่องศพคน ช่องที่รั่วมันไม่ใหญ่พอให้ศพคนเข้าไปอยู่ได้หรอก
แต่ แทงค์เก็บน้ำบนตึก... มีมาแล้วฆาตกรรมแล้วเอาศพไปซ่อน ใช้น้ำศพกันทั้งตึก
อ่างเก็บน้ำที่จะทำน้ำดิบ... มีมาแล้วศพลอยไปติดที่โรงงาน ใช้น้ำศพกันทั้งอำเภอ
(เคยมีข่าวแบบนี้ออกมาจริง ๆ นะ ไม่ใช่แค่ข่าวลือ)
0
กำลังโหลด
Princess of night Member 8 ธ.ค. 54 00:14 น. 14
กล้าสิ เปิดมาผ่านเครื่องกรองเรียบร้อย
แต่!! เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมา น้ำประปาเหลืองมาก ขุ่นมาก ผ่านเครื่องกรงแล้วยังเหลือนิดๆเลย
หนูรู้ว่าน้ำท่วม ก็นั้นแหละ เลยไม่กล้ากินอะ

ปล.ตอนนี้ใสแล้ว ก็กินเหมือนเดิม
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด