|
สวัสดีคร้าบบ เคยได้ยินคนเขาพูดกันไหมว่า "หากเรียนเก่งก็ต้องไปต่อแพทย์" "หากเรียนอ่อนต้องไปเรียนครู" หรือ "หากอยากเรียนสบายก็ไปเรียนนิเทศ" ประโยคนี้มันเป็นความจริงเปล่าเนี่ย ?? โดยเฉพาะประเด็นหลังที่ว่า "หากอยากเรียนสบายก็ไปเรียนนิเทศ" ถามหน่อยว่า มีใครในโลกนี้ไม่อยากเรียนสบายบ้าง... (คงไม่มีใช่ไหม ?) ว่าแต่จริงเท็จประการใด พี่ลาเต้ ชักอยากรู้ซะแล้ว งั้นต้องไปฟังจากคนที่เรียนนิเทศฯ ว่ามันสบายจริงหรือ ????
ประเด็นนี้ นักศึกษารุ่นพี่ๆ คิดยังไง ? พี่ฟาง วริศรา ใจปัน นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ไม่จริงเลยค่ะ คณะนิเทศศาสตร์การบ้านนั้นเยอะมากกก และแต่ละวิชาส่วนใหญ่ก็เป็นงานปฏิบัติที่ต้องออกภาคสนามล้วนๆ เช่น รายงานข่าวภาคสนาม ฝึกทำข่าวในเหตุการณ์จริง ดังนั้น การบ้านก็จะไม่สามารถนั่งอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วทำกันได้ อีกทั้งส่วนใหญ่เป็นงานกลุ่ม ถ้าไม่ผ่านก็ซ่อมใหม่ยกกลุ่มเลย หากใครจะบอกว่านิเทศฯ เรียนสบายนั้น ให้เปลี่ยนเป็นเรียนหนักแต่สนุกน่าจะใช่กว่าค่ะ
ฟังความเห็นจากรุ่นพี่ที่เรียนนิเทศฯ กันไปแล้ว พี่ลาเต้ ก็มีข้อมูลมาเสริมทัพ อิอิ เป็นรายชื่อวิชาเด็ดๆ ของคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ลองไปดูซิว่าแต่ละวิชาเขาเรียนสบายกันจริงหรือ ??
วิชาที่ 1 เทคนิคการนำเสนองานโฆษณา เขาว่ากันว่าเป็นวิชามหาโหดของเอกโฆษณาปี 3 แว่วมาว่าใครได้ A ถือเป็นสุดยอดมนุษย์ เพราะรายวิชานี้อาจารย์จะสั่งงานตั้งแต่คาบแรกเลย โดยให้สินค้าโนเนมมา 1 ชิ้น จากนั้นก็ให้นักศึกษาทุกคน ในคลาสจับกลุ่มกันทำโฆษณาของสินค้าโนเนมตัวนี้ให้ดึงดูดมากที่สุด โดยต้องอยู่ในข้องจำกัดทั้งเวลา ราคาที่กำหนด แอบรู้มาว่าวิชานี้หากใครไม่ผ่าน ก็ไม่จบนะเนี่ย
วิชาที่ 2 ผู้ประกาศและพิธีกรในการดำเนินรายการ คนที่เรียนวิชานี้ทุกคนต้องได้มาลองเป็นพิธีกร และผู้ประกาศข่าวทั้งในสตูดิโอ และภาคสนาม แต่กว่าจะได้ลองในสตูดิโอจริงๆ นั้นก็ต้องทำเทป ลองแล้ว ลองอีก หากไม่ผ่านก็จะไม่มีสิทธิ์สอบ ไม่ใช่แค่ฝึกการใช้ ร ล ว ให้ชัดเจน แต่วิชาหน้าตาทรงผมก็ต้องเป๊ะ เป๊ะ งานนี้ก็เพื่อฝึกเป็นผู้ประกาศ และพิธีกรในอนาคตนั้นเอง
วิชาที่ 3 การสื่อสารการตลาดเชิงบูรณาการ ว้าววว แค่ฟังชื่อก็น่ากลัวซะแล้วสำหรับวิชานี้ เป็นวิชาเอกของสาขาสื่อสารการตลาดที่จะได้เรียนในปี 4 เทอม 1 ก่อนจะออกฝึกงาน เขาว่ากันว่าวิชานี้การบ้านเยอะมากกกกกกกกกกกกก และมีทั้งงานเดี่ยว และงานกลุ่ม โดยยกตัวอย่างการบ้านงานเดี่ยว ก็คือให้ทำสปอตรายการวิทยุความยาว 1 นาที แต่ต้องครอบคลุมทั้งการโฆษณา และ CSR (แว้กกใครจะทำได้ล่ะเนี่ย)
วิชาที่ 4 การรายงานข่าวขั้นสูง วิชานี้แค่มีคำว่า "ชั้นสูง" ก็พอจะรู้แล้วว่าต้องไม่ธรรมดาๆ แน่ นักศึกษาที่เรียนวิชานี้ทุกคนจะต้องออกทำไปข่าวในสนามจริง เช่น ข่าวอาชญากรรม ก็ไปตามกับปอเต็กตึ๊ง ข่าวการเมือง ก็ต้องไปลุยที่ทำเนียบ พอทำข่าวเสร็จก็ต้องกลับมาเขียน + จัดหน้า + ตัดต่อ โอ้ววว ยิ่งช่วงไหนมีข่าวเยอะๆ นักศึกษาที่เรียนวิชานี้ แทบจะไม่ได้กลับบ้านกลับช่องเลยก็มี นี่ยังไม่รวมงานที่ทำมา ว่าจะผ่าน หรือไม่ผ่าน หรือเปล่านะ โอ้ววว
โอ้ววว อ่านบทสัมภาษณ์แล้ว บอกได้ 3 คำว่า "งาน - เยอะ - มากกกกกกก" คณะนิเทศศาสตร์การบ้านเยอะจริงๆ เป็นงานกลุ่ม และงานปฏิบัติส่วนใหญ่ด้วย ใครว่าเรียนสบายการบ้านน้อย พี่ลาเต้ ให้โอกาสคิดใหม่อีกทีนะครับ แต่เอ๊ะ! หรือว่ามีนิเทศฯ ม.ไหน เรียนสบายๆ การบ้านน้อย มาแชร์กันหน่อยซิ
ลองมาเดากัน ว่าคณะนิเทศศาสตร์ ระหว่าง นศ.ชายกับ นศ.หญิง ใครจะการบ้านเยอะกว่ากัน ?
|
25 ความคิดเห็น
ถ้าคิดจะเรียนหรือสนใจ
มันขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวและมุมมองของแต่ละคน
อย่างที่บ้านพี่ พี่ก็ประสบปัญหานี้ ที่บ้านและญาติๆมีแต่คนเรียนทางด้านวิชาการ แพทย์ วิศวะ บัญชี
แต่พี่เลือกเรียน ศิลปกรรมฯ สาขาการแสดง
เค้าก็จะบอกประมาณว่า ทำไมไม่เลือกเรียนคณะอื่น สาขาอื่น เรียนด้านนี้มีประโยชน์อะไร จบมาทำอะไรได้ สาขาเต้นกินรำกินแบบนี้ (คือได้ทุนฯ แล้วที่บ้านอยากให้เรียน บัญชี นิติฯ บริหาร)
แต่พี่ก็บอกไปเลยว่า พี่ไม่ได้มาทางด้านนี้ ถ้าให้พี่เลือกด้านนี้พี่ก็คงหลุดทุนและโดน tire ออกตั้งแต่ปีแรก
ของพวกนี้มันอยู่ที่มุมมอง ความคิดของแต่ละคน
ถ้าจะบอกว่า เรียนนิเทศน์ ศิลปกรรม ง่าย พวก แพทย์ พยาบาล บัญชียากกว่าเยอะ
มันยาก ง่าย กันคนละแบบ พวกศิลปกรรม นิเทศน์จะเน้นภาคปฎิบัติ และการประยุกต์ใช้ ส่วนแพทย์ พยาบาลจะเน้นทฤษฎี :)
สู้ ๆ >'< เย่ !