|
สวัสดีค่ะน้องๆ ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา พี่น้อง 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน อาจจะเล่นสงกรานต์ไม่สนุกเท่าภาคอื่นๆ เพราะช่วงก่อนสงกรานต์มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงถึง 8.9 ริกเตอร์ ที่เกาะสุมาตรา ซึ่งลึกลงไปในทะเล ประมาณ 10 กิโลเมตร

จากเหตุการณ์นี้ส่งผลกับประเทศไทยทันที โดยสัญญาณแจ้งเตือนภัยสึนามิของไทยดังขึ้น จนชาวบ้านหนีตายขึ้นที่สูงกันโกลาหล กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยสึนามิปี 2547 ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะไม่เกิดเหตุร้ายแรงอะไร แต่ช่วงหลังสงกรานต์ก็เกิดแผ่นดินไหวที่ภูเก็ตตามมาติดๆ กันหลายครั้ง ชวนให้ขวัญผวากันต่อเนื่อง
น้องๆ เคยสงสัยมั้ยคะ ว่าทำไมแผ่นดินไหวบางที่ก็ได้รับความเสียหายแค่บ้านเรือนถล่ม แต่บางที่ถึงพ่วงภัยพิบัติที่ชื่อว่าสึนามิ เข้ามาด้วย ปัจจัยมีเพียงแค่อยู่ริมทะเลรึเปล่า วันนี้พี่มิ้นท์มีคำอธิบายค่ะว่าจริงๆ แล้วเมื่อเกิดแผ่นดินไหว จะต้องมีสึนามิตามมาทุกครั้งจริงมั้ย

"สึนามิ" เป็นชื่อคลื่นชนิดหนึ่ง บางครั้งก็เรียกกันว่าคลื่นยักษ์ เพราะแตกต่างจากคลื่นธรรมดามาก ทั้งในเรื่องของปริมาตรน้ำและพลังการทำลายล้าง ซึ่งตัวคลื่นนั้นสามารถเดินทางได้ไกล สามารถเข้าโจมตีชายฝั่งได้ไกลหลายพันกิโลเมตร โดยไม่สูญเสียพลังงาน ดังนั้นตามที่เราได้เคยดูข่าวว่าชายฝั่งทีเกิดสึนามินั้นเสียหายไปหลายอำเภอ หรือกินพื้นที่เกือบจังหวัดเลยก็มี รวมถึงทิศทางและความแรงของสึนามิ ไม่ได้มีเพียงแค่จุดที่เกิดเหตุเท่านั้น แต่ยังส่งไปบริเวณชายฝั่งในหลายๆ ทวีปที่ใกล้เคียงด้วย และที่เสียหายหนักจนเป็นที่ฝังใจ ก็คงหนีไม่พ้น สึนามิ ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือน มี.ค.54 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งความไกลของระยะทางนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่ามีผืนแผ่นดินกั้นขวางอยู่ในทะเล หรือตามทางที่คลื่นได้เคลื่อนที่่ไปด้วยหรือไม่
จริงๆ แล้วคลื่นสึนามิ เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น เกิดจากกระแสลม แผ่นดินถล่ม หรืออาจจะเกิดจากภูเขาไฟระเบิดก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะเกิดจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก จนทำให้เกิดแผ่นดินไหว และมีแรงสั่นไหวตั้งแต่ 8.0 ริกเตอร์ขึ้นไป โดยจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวจะอยู่ที่ใต้มหาสมุทร หรือบริเวณใกล้ชายฝั่ง

ซึ่งแผ่นดินไหวที่ทำให้เกิดสึนามิ จะเป็นในลักษณะที่แผ่นเปลือกโลกชนกัน หรือ เรียกว่าแผ่นดินไหวแบบยกตัว โดยแผ่นเปลือกโลกหนึ่งมุดเข้าไปใต้แผ่นเปลือกโลกอีกแผ่นหนึ่ง ซึ่งไม่ว่าจะแผ่นไหนมุดก็ตาม ก็จะไปทำให้น้ำเคลื่อนที่ไปยังจุดที่มีการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก โดยเป็นในแนวตั้งตามแนวการมุดของแผ่นเปลือกโลก เพื่อเป็นการรักษาสมดุลของผืนน้ำ(ดูตามรูปด้านล่าง) เมื่อน้ำทะเลจำนวนมากไปรวมตัวกันก็จะสร้างคลื่นขนาดใหญ่พลังมหาศาล หลังจากนั้นก็จะไหลย้อนกลับไปที่บริเวณชายฝั่งด้วยแรงส่งที่มากกว่าคลืนปกติ ซึ่งการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกครั้งนึงก็จะกินบริเวณกว้าง ดังนั้นลองคิดดูว่า ถ้ามวลน้ำขนาดยักษ์โจมตีเข้าฝั่งพร้อมๆ กันทุกทิศทาง ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนชายฝั่งจะเป็นยังไง

แต่อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ ถึงแม้ว่าสึนามิจะเป็นผลพวงจากการเกิดแผ่นดินใต้ท้องมหาสมุทร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกๆ ครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว จะต้องมีสึนามิตามมา บางทีแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกในรูปแบบอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีสถิติด้วยว่าจากแผ่นดินไหวที่ผ่านมา 15,000 ครั้ง มีสึนามิเกิดขึ้นเพียง 124 ครั้ง ซึ่งคิดเป็นประมาณ 0.83% เท่านั้น อย่างไรก็ตามถึงจะมีโอกาสเกิดไม่บ่อย แต่อานุภาพการทำลายล้างก็เข้าขั้นวิกฤติจริงๆ ดังนั้นหากมีสัญญาณเตือนภัยสึนามิดังขึ้นมา หรือสังเกตเห็นความผิดปกติของทะเล ที่ระดับน้ำทะเลลดต่ำลงแบบไม่คุ้นหูคุ้นตา ก็ควรอพยพออกจากที่นั้นโดยด่วนและเคารพข้อปฏิบัติของศูนย์เตือนภัยด้วยนะคะ เพื่อความปลอดภัย ภัยพิบัติแบบนี้ เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่เราก็เลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทได้ ที่สำคัญในฐานะที่พวกเราเป็นมนุษย์ที่อาศัยอยู่บนพื้นโลก ก็ควรช่วยกันดูแลโลกใบนี้ให้งดงามต่อไปนะคะ เริ่มต้นวันนี้ก็ยังไม่สาย บางทีอาจจะหยุดยั้งความร้ายแรงของภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ และที่สำคัญที่สุดพี่ๆ ทีมงาน Dek-D.com ขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องและเพื่อนๆ ที่อยู่ใน 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามันค่ะ

อ้างอิงข้อมูลและรูปภาพประกอบจาก
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เล่มที่ 30 http://www.wdc.rmutt.ac.th/, http://www.rspg.org/, http://www.navy.mi.th/ http://th.wikipedia.org/, www.dailymail.co.uk/news http://allamazingfacts.com/Tsunami |
19 ความคิดเห็น
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 เมษายน 2555 / 19:42
แต่แผ่นดินไหววิธีหลบต้องลงข้างล่าง เลยหลบไม่ทันกัน
=w=
ToT น่ากลัว--
น่าสนใจมากค่ะ
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 พฤษภาคม 2555 / 08:55
เศร้ามาก ทุกคนโกลาหลหนีตายกันหมด
มีเด็กคนนึง อยู่กลางทะเล ได้แต่มองสึนามิ แล้วก็โดนซัดไปเต็มๆ :(
ยิ่งดูยิ่งเศร้า
แต่ก็นะ ผ่านไป 8 ปีแล้ ทุกอย่างดีขึ้นแล้ว
คนไทยทุกคนสู้ๆละกัน :)