มีภาพหลายภาพที่เราแบ่งปันกันผ่านสังคมออนไลน์เกี่ยวกับคำแปลกๆ ที่พี่เกียรติคิดว่าน้องๆ ชาว Dek-D น่าจะพอเคยเห็นหรือเคยแชร์กันมาบ้างแล้วล่ะ พี่เกียรติเห็นว่าเกี่ยวกับสมองเราเนี่ยแหละ เลยไปหาข้อมูลมาว่าเกี่ยวของกับหลักการของสมองเราได้ทางไหนบ้าง เจอข้อหนี่งค่ะเกี่ยวกับการจำเป็นภาพ...จำภาพของคำค่ะ
น้องๆ ชาว Dek-D อาจเคยได้ยินได้อ่านว่าคนที่เรียนภาษาจีน ญี่ปุน ต้องจำตัวขีดเยอะๆ เป็นเรื่องราว เพราะเขาว่าคำภาษาจีนเหล่านี้พัฒนาเลียนแบบมาจากภาพในธรรมชาติรอบตัวคน ดังนั้นคนเรียนอักษรจีนเหล่านี้เลยต้องจำภาพตัวอักษรมากมาย แถมการจำเป็นภาพของเรานี้ ทำให้เราอ่านหนังสือได้เร็วด้วยนะ! เพียงแต่เราส่วนใหญ่ไม่ได้จำคำเป็นภาพจริงๆ ตามความหมายคำ (อักษรไทยไม่ได้พัฒนามาจากภาพในธรรมชาตินี่) แต่เราจำลักษณะคำที่เราเห็นค่ะ
งงไหมเอ่ย ไม่ใช่แบบที่เราเห็นคำว่า "บ้าน" แล้วเราจะเห็นภาพเป็นบ้านหลังโตๆ หลังหนึ่งในสมองหรอกนะคะ แต่เป็นแบบที่เราเห็นคำว่า บ้าน ก็รับรู้ทันทีว่านี่คือคำว่า บ้าน อ่านว่าบ้าน และเข้าใจความหมายทันทีตามบริบทของเรื่องนั้นๆ ไม่ได้มัวสะกดทีละตัวว่า บอ อา นอ บาน ไม้โท บ้าน เพราะเราจำ "บ้าน" ได้อยู่แล้วไงคะ
เช่นเดียวกัน ถ้าเราเจอคำยากๆ เราก็จะสะดุดกับการอ่าน เช่น ชื่อตัวละครยากๆ จากหนังสือแปลอย่าง อวี้เชี่ย หู้เสวียน อวี้เหวิ่่น เราก็จะมามัวสะกดคำก่อน แต่ถึงแม้เราจะเจอชื่อเฉพาะดูยากๆ แต่ถ้าเราคุ้นเคย หรือเข้าใจความหมายอยู่แล้วอย่างพวกตัวย่อศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ เราก็จะอ่านได้เร็วกว่าค่ะ และในบ้างครั้งเราก็จำภาพของคำมากกว่าจะสะดุดตาที่สีสันด้วยซ้ำค่ะ
| แดง ดำ น้ำเงิน เขียว กรมท่า ฟ้าคราม |
น้องๆ จะสามารถอ่านหนังสือได้เร็วขึ้น ถ้าเรารู้จักคำศัพท์ต่างๆ บางคนสามารถอ่านเรื่องราวในหนังสือได้เข้าใจอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่ได้อ่านอย่างทุกอักษร แค่ไล่สายตาผ่านๆ เท่านั้น ทั้งนี้เพราะหลายๆ คนช่ำชองการอ่านแบบจับภาพของคำหรือประโยคเข้าสู่ความทรงจำได้อย่างรวดเร็วค่ะ
| คุณอ่านฝั่งไหนได้เร็วกว่ากัน |
| เปาบุ้นจิน ตือโป๊ยก่าย |
โป้วอั้งเสาะ อึ้งเอี๊ยะซือ |
และแม้ว่าศัพท์เหล่านั้น จะตีลังกา กลับด้าน จะวางตัวอักษรสลับที่กัน มีตัวอักษรสัญลักษณ์อื่นมาแทนที่บ้าง แต่หากเป็นคำหรือประโยคที่เราเคยรู้จัก หรือคุ้นเคยเราก็ยังอ่านรู้เรื่องค่ะ
คำว่า หมาวิทยาลัย ในภาพนี้ ตั้งใจพิมพ์ผิด โดยไม่มีเจตนาในทางลบใดๆ
เพื่อเป็นตัวอย่างแสดงให้เห็นว่า แม้ว่าตัวอักษรสลับที่ แต่เราก็ยังเข้าใจความหมายได้เท่านั้นค่ะ
นี่คือความหัศจรรย์ของสมองข้อหนึ่ง ที่ทำให้เราจำภาพ จำคำศัพท์ และการเรียงประโยคไว้ได้ค่ะ ลักษณะของสมองแบบนี้ถูกนำมาเป็นประโยคในเทคนิคการเร็วโดยการให้รู้จักสแกนประโยคในแนวดิ่ง รวมทั้งการสอนภาษาแก่บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ทางสติปัญญา โดยการให้จำเป็นคำหรือประโยคต่างๆ โดยไม่ต้องให้สะกดไปตามหลักไวยกรณ์ ทั้งนี้เพื่อความไม่สับสน หรือจะได้สอนเฉพาะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตค่ะ ซึ่งจริงๆ ก็ยังมีหลักการทางสมองอีกหลายข้อที่เกี่ยวข้อง
หากไม่เชื่อก็มาลองพิสูจน์ไปพร้อมกันค่ะ พี่เกียรติว่านี่ก็เป็นอีกตัวอย่างของการจำภาพคำค่ะ นี่คืออีกข้อมูลที่แพร่หลายในอินเทอร์เน็ต จนมีคนกังขาว่าจริงหรือไม่ และได้ทำการพิสูจน์ในหลายๆ ภาษา แต่พี่ไม่เห็นไม่เห็นใครทำภาษาไทยนะ ลองดูไปพร้อมกันตอนนี้แล้วกันค่ะ
แหล่งข้อมูล:
http://www.mrc-cbu.cam.ac.uk/people/matt.davis/Cmabrigde/
|
129 ความคิดเห็น
เข้าใจหมดทุกคำเลยคะ
เพียงแต่ เป็นการทำตัวอย่างให้เห็นว่า ถึงเราจะเห็นคำผิด ตัวอักษรผิดตำแหน่ง แต่ก็ยังเข้าใจคำนั้นได้ถูกต้องจ้า (แต่ถ้าในความเป็นจริง คงต้องดูเนื้อเรื่องของเรื่องนั้นๆ ประกอบด้วยนะ ว่าเรื่องเกี่ยวกับอะไร บางทีคำว่า หมาวิทยาลัย อาจจะถูกก็ได้ ถ้าพูดถึงสุนัขที่ถูกเลี้ยงในมหาวิทยาลัย >.<)
จริงไหมเอ่ย??
เข้าใจแจ่มแจ้ง
"ศบายฎีไหม วัณณี้ฝณฏกแฏ่เฌ้า"
แบบนี้ก็ฝึกสมองดี ว่าแต่ว่าจะโดนข้อหาทำภาษาวิบัติมั้ยเนี่ย ไปและ ฟิ้วววว...
เจ๋งอ่ะ ทำได้ไงไม่รู้ แต่ว่าบางคำก็ยังอ่านได้ไม่ค่อยได้เท่าไหร่ค่ะ อิอิ