| สวัสดีค่าชาวเด็กแอดฯ 56 (ปี 56 คือ ปีที่เราเข้าสู่มหาลัยค่ะ) หลังจากเริ่มเปิดเทอมเข้าสู่ ม.6 จริงจัง น้องๆ หลายคนเริ่มรู้ตัวเองแล้วว่าชีวิตเด็กแอดฯ กำลังเริ่มต้น ณ บัดนี้ ทั้งเรื่องสอบตรง รวมไปถึงการสอบ GAT PAT ที่เห็นเค้าลางเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว น้องๆ ที่ได้เห็นตารางแล้ว ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "มันมาแล้วววว" มันมาแล้วจริงๆ ค่ะ พี่มิ้นท์ขอสรุปคร่าวๆ ว่า สอบ GAT PAT ในปีนี้ เริ่มสมัครสอบได้วันที่ 2 - 30 ก.ค. และจะไปสอบจริงกันวันที่ 6 - 9 ต.ค. ถ้านับจากวันนี้ก็ถือว่ายังมีเวลาเตรียมตัวอีกหลายเดือน แต่ขอเตือนว่าเวลามันผ่านไปไวม๊ากกก!! เอาล่ะค่ะ วันนี้พี่มิ้นท์เลยสรุปเรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับ GAT PAT มาไว้ที่นี่ เพราะเชื่อว่าน่าจะยังมีบางส่วนที่ยังไม่รู้ว่า GAT PAT คืออะไร และจำเป็นสำหรับแอดมิชชั่นแค่ไหน ไปอ่านกันเลยจ้า 1) หน้าที่ของ GAT PAT GAT คือ การวัดความถนัดทั่วไป แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ พาร์ทภาษาไทย หรือที่เรียกว่าพาร์ทเชื่อมโยง จะวัดเรื่องความสามารในการอ่านและวิเคราะห์ อีกพาร์ทนึงเป็นภาษาอังกฤษ ก็วัดความสามารถทางภาษาอังกฤษค่ะ รวมกันสองพาร์ทนี้ 300 คะแนน PAT คือ วิชาสอบวัดความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ แบ่งออกเป็นหลายวิชา วัดศักยภาพตามกลุ่มวิชาชีพ คือ PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ PAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู PAT 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์ PAT 7 ความถนัดทางภาษาต่างประเทศ ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายภาษา ได้แก่ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน ภาษาอาหรับ และภาษาบาลี สำหรับประโยชน์ของ GAT PAT ถ้าน้องๆ คนไหนติดตามข่าวสารมาตลอดก็จะรู้ว่ามันเป็นคะแนนสำคัญมากทีเดียวเลยล่ะ เพราะใช้ทั้งในระบบรับตรงและระบบแอดมิชชั่นกลาง ซึ่งในแอดมิชชั่นกลางนั้น GAT PAT รวมกันจะเป็นสัดส่วนถึง 50% เรียกว่าถ้าไม่มีคะแนนนี้ก็ไม่ได้แอดมิชชั่น อีก 50% ที่เหลือก็เป็นสัดส่วนรวมกันของเกรด(GPAX) และคะแนน O-NET และที่เกริ่นไปว่ารับตรงก็ใช้นั้น บางแห่งแทบจะใช้เป็นเกณฑ์สำคัญเลยทีเดียว เช่น รับตรงปกติ จุฬาฯ, รับตรง มธ.บางคณะ, รับตรงแม่ฟ้าหลวง เป็นต้น และรับตรงรอบแรกส่วนใหญ่ก็จะใช้ GAT PAT รอบแรกเท่านั้น เพราะรับตรงโครงการนั้นๆ จะเสร็จสิ้นก่อนจะสอบ GAT PAT รอบมีนาคม จึงใช้ได้แค่รอบเดียว ดังนั้น เตือนน้องๆ ม.6 รุ่นนี้ ถ้าถึงเวลาสมัครสอบแล้ว ก็อย่าลืมสมัครด้วยนะคะ จะได้ไม่เสียสิทธิ์รับตรง(ในบางคณะ) 2) คณะไหนใช้อะไรบ้าง เกริ่นไปตอนต้นเยอะเลยว่า GAT PAT สำคัญมากๆ ในระบบแอดมิชชั่นกลาง ดังนั้นน้องๆ ก็สงสัยกันว่าแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าคณะไหนใช้อะไรบ้าง พี่มิ้นท์สรุปตามกลุ่มวิชาคร่าวๆ ให้เตรียมตัวกัน ดังนี้ PAT 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ กลุ่มคณะที่ใช้ เช่น กลุ่มคณะวิทยาศาสตร์กายภาพ กลุ่มเกษตร-วนศาสตร์ กลุ่มบริหาร-บัญชี เศรษฐศาสตร์ กลุ่มมนุษยฯ-อักษรฯ-สังคมศาสตร์ (ยื่นคะแนนรูปแบบที่1) PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ กลุ่มคณะที่ใช้ เช่น กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ กลุ่มวิทยาศาสตร์กายภาพ คณะวิศวกรรมศาสตร์ PAT 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ มีคณะเดียวที่ใช้ คือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ PAT 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีคณะเดียวที่ใช้ คือ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู มีคณะเดียวที่ใช้ คือ คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ PAT 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์ มีคณะเดียวที่ใช้ คือ คณะศิลปกรรมศาสตร์ PAT 7 ความถนัดทางภาษาต่างประเทศ กลุ่มคณะที่ใช้ เช่น กลุ่มการโรงแรมและท่องเที่ยว(ยื่นคะแนนรูปแบบที่2) กลุ่มมนุษยฯ-อักษรฯ-สังคมศาสตร์(ยื่นคะแนนพื้นฐานศิลป์ รูปแบบ2) 3) ใครสอบได้บ้าง สำหรับการสอบ GAT PAT ค่อนข้างจะอิสระพอสมควร เพราะทุกคนมีสิทธิในการสอบหมด ทั้ง ม.6 เด็กซิ่ว และน้องๆ สายอาชีพ และจะสมัครกี่ครั้งก็ได้(แต่ปีนึงมีแค่ 2 ครั้ง) เพราะการสมัครสอบสามารถดำเนินการสมัครได้ด้วยตนเอง ดังนั้นอยู่ที่ความรับผิดชอบของตัวเอง หากสมัครไม่ทัน ผลเสียก็ตกอยู่ที่ตัวเองค่ะ อายุของคะแนนสอบ GAT PAT อยู่ได้ 2 ปี นั่นหมายความว่า หาก ม.6 ปีนี้ อยากซิ่วในปีหน้า คะแนนของปีนี้ก็ยังใช้ได้ ดังนั้นในความหมายเดียวกัน ถ้ารุ่นพี่แอด55 จะซิ่วในปีนี้ ก็สามารถใช้คะแนนปีที่แล้วได้ด้วย โดยในการสมัครแอดมิชชั่นกลางจะมีระบุไว้ว่าใช้รอบใดได้บ้าง แต่ในรับตรงบางคณะ จะกำหนดไว้ว่าใช้คะแนนรอบไหนได้บ้าง เพราะฉะนั้น ทุกอย่างคือรายละเอียดล้วนๆ ต้องดูให้ถี่ถ้วนเองจ้า 4) วิธีเตรียมตัวสอบ gat/pat สำหรับการเตรียมตัวสอบ GAT PAT พี่มิ้นท์จะขอข้ามเรื่องการกวดวิชาไปนะคะ เพราะเรื่องกวดวิชาขึ้นอยู่กับดุลพินิจในเรื่องความจำเป็นและความหนาของกระเป๋าสตางค์น้องๆ >< แต่จะพูดถึงการเตรียมตัวด้วยตนเอง พี่มิ้นท์มีเคล็ดลับง่ายๆ แต่จะยากตรงที่ต้องใช้ลูกขยันของเราล้วนๆ ค่ะ 1) เริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้ ว่าเราจะสอบวิชาอะไรบ้าง และวางแผนการอ่านหนังสือของเรา เช่น จะอ่าน GAT ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และอ่าน PAT วันที่เหลือ เป็นต้น 2) เข้าใจข้อสอบก่อนว่า ข้อสอบ GAT PAT จะมีระดับความยากกว่า O-NET เพราะอาจารย์ระดับมหาวิทยาลัยเป็นผู้ออกข้อสอบ เพราะฉะนั้น จะอ่านหนังสือแต่ละทีต้องตั้งใจและมีสมาธิมากๆ รวมถึงหาขอบเขตเนื้อหาของข้อสอบมาดู และไปตามหาหนังสือที่มีรายละเอียดเรื่องนั้นๆ มาอ่าน ซึ่งน้องๆ อาจจะต้องหาความรู้เพิ่มเติมจากหนังสือที่ใช้เรียน เพื่อให้ได้ข้อมูลกว้างขึ้นนะ 3) ดาวน์โหลดข้อสอบเก่าๆ มาลองทำ การอ่านเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยอะไรจริงๆ ค่ะ เราต้องลงมือทำข้อสอบด้วย เพื่อให้คุ้นกับแนวข้อสอบ ยิ่งทำเยอะ ยิ่งได้เปรียบ 4) ทุกครั้งที่ทำข้อสอบจับเวลาด้วย เอาให้ใกล้เคียงกับเวลาในการสอบจริงมากที่สุด หากเลยเวลาไม่เป็นไร ค่อยๆ ปรับตัว ขออย่าเดียว อย่าหยุดทำ 5) ตามข่าวว่ามีที่ไหนให้ติวฟรีบ้าง ซึ่งในแต่ละปีมีหน่วยงานหลายหน่วยงานจัดติวฟรี และส่วนใหญ่จะรับจำนวนจำกัด อยากได้ของฟรีต้องรีบค่ะ แต่ก็อย่าสักแต่ว่าจะไปฟรีนะคะ ถ้าคิดจะไปก็ควรตั้งใจเรียนให้มากที่สุด เพราะเชื่อว่าในการจัดติวแบบนี้เราจะได้เทคนิคดีๆ มาเยอะมาก ส่วนเอกสารหรือหนังสือที่ได้มา มีเวลาว่างก็ขอให้อ่าน อย่าดองนะคะ เดี๋ยวปลวกขึ้น!! 5) ข้อสอบเก่าๆ ช่วยได้ล้าน % น้องๆ ในช่วงหลังๆ มานี้ อาจพบความลำบากนิดนึง ตรงที่ตามหาข้อสอบและเฉลยย้อนหลังช่วงการสอบสองสามปีนี้ไม่ได้ เพราะทาง สทศ.งดเผยแพร่ในเว็บไซต์ เนื่องจากต้องจัดทำคลัง ข้อสอบ ทำให้น้องๆ ได้แต่ทำข้อสอบเก่าๆ ของปี 52 53 แต่ถ้าใครยังไม่เคยเห็นโฉมหน้าข้อสอบ พี่มิ้นท์จะพาน้องๆ ไปโหลดค่ะ ไปที่หน้า สทศ. www.niets.or.th และกดดาวน์โหลดข้อสอบด้านขวา แต่ในเว็บของ สทศ. มีแต่ข้อสอบ ไม่มีเฉลย ถ้าน้องๆ คนไหนอยากได้เฉลยข้อสอบเก่าๆ ตั้งแต่ปี53 ไปที่หน้าแอดมิชชั่น คลิกที่นี่ ไปเลื่อนลงไปหาข้อความตามรูปค่า ในนี้จะเป็นที่รวมตัวพี่ๆ ที่เคยไปสอบมาแล้ว ช่วยกันจำข้อสอบออกมาและมาแชร์คำตอบกัน เอาไว้ดูเป็นแนวทางได้ ซึ่งจะไม่ใช่เฉลยตัวเต็มนะคะ เพราะทาง สทศ.ไม่เผยแพร่ค่ะ สู้ๆ แจ้งน้องๆ ที่สมัครรับข่าวแอดฯผ่าน SMS ในเดือน มิ.ย. รอพบ SMS เด็ดๆ ดังนี้
ข่าวดี !! น้องที่ใช้เครือข่าย truemove H ก็สมัคร Dek-D'S SMS ได้แล้วจ้า |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?





47 ความคิดเห็น
#ขำๆ
(ได้ข่าวว่าพื้นฐานเธอโหลยโท่ยมาก
55+ สทศ. โดนมาเยอะเจ็บมาเยอะ
โดยเฉพาะเจ๊บีม ใส่เเหลก

โอ๊ยยยยยยยยยย ปวดหัวมาก ยังไงก็ต้องสู้!!
คิดเหมือนเราเลยอ่ะ สับสนๆๆๆ TT
**********************************************************************
http://www.upload-thai.com/download.php?id=277c350bb1caad5fe68d8018c09c92e4
บทที่-1-ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ.ppt
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ