วัสดีค่าน้องๆ... หัวเรื่องวันนี้พี่มิ้นท์บังเอิญไปเจอน้องๆ ตั้งกระทู้ในบอร์ด Dek-D เห็นแล้วสะดุดตา + สะดุดใจมากๆ เพราะปัญหานี้ถ้าใครไม่เจอกับตัวคงไม่รู้ว่ามันหนักหนาแค่ไหน ซึ่งจะไปบ่นกับใครก็ไม่ได้ เพราะ "ใคร" ที่ว่าก็คือ คนที่ไม่ช่วยงานเรานั่นเอง เรียกว่าเป็นปัญหาระดับชาติ เจอกันตั้งแต่ประถมยันมหาลัย


ปัญหานี้ เด็กไทยเจอบ่อย แค่เสิร์ชหาก็เด้งขึ้นมาให้แล้ว T^T

             แล้วถ้าเจอแบบนี้บ่อยๆ เข้า จะมีวิธีรับมือแบบไหน ที่ทำให้การทำงานกลุ่มราบรื่น แล้วไม่มีปัญหาขุ่นข้องหมองใจกับเพื่อนด้วย พี่มิ้นท์มีคำแนะนำดีๆ มาฝากค่ะ

 1) ลองทบทวนตัวเอง
          น้องๆ อย่าเพิ่งคิดว่า เราทำงานคนเดียวแล้วเรายังต้องทบทวนตัวเองอีกหรอ?? การทบทวนตัวเองของพี่มิ้นท์ ไม่ใช่พิจารณาว่าตัวเองผิดหรือไม่ดี แต่อยากให้ลองมองย้อนกลับไปว่าเราได้ไปทำอะไรไม่ดีไว้กับเพื่อน จนเพื่อนไม่อยากให้ความร่วมมือหรือเปล่า เช่น

             - เคยต่อว่าเพื่อนที่เพื่อนทำงานไม่ดี หรือดูถูกเพื่อนว่าเพื่อนคงทำงานนี้ไม่ได้หรอก
             - เพื่อนทำงานไม่ดีแล้วเอาไปนินทาลับหลัง
             - ไม่เคยแบ่งงานให้เพื่อน

           นอกจากนี้การที่เพื่อนไม่ช่วย อาจเกิดจากความไม่รู้ ว่าหน้าที่ของเค้าต้องทำอะไรบ้าง เพราะเราไม่เคยอธิบายงานหรือให้เค้าช่วยอะไรเลย นัยหนึ่งเพื่อนอาจจะไม่กล้าถาม เพราะกลัวทำได้ไม่ดี และจะเป็นตัวถ่วงของกลุ่ม ที่สำคัญคือ เค้าอาจจะมั่นใจว่าเราทำงานเก่งกว่า ดีกว่า ทำคนเดียวอาจจะสบายใจกว่าก็ได้
           ดังนั้นเราลองหาจุดอ่อนของตัวเอง และลองเปลี่ยนวิธีในการคุยงานกับเพื่อน แต่ถ้าหากว่าเราดีอยู่แล้ว แต่เพื่อนเราต่างหากที่ไม่ยอมช่วยจริงๆ ก็ค่อยหาวิธีต่อไป



 2) แบ่งงานให้ทำอย่างครบวงจร
             เมื่อได้รับงานมอบหมายจากคุณครูมาแล้ว ลองหาเวลาหลังเลิกเรียนในวันนั้นๆ นั่งคุยงานกัน สิ่งที่น้องๆ ต้องเตรียมเวลาจะคุยเรื่องงานกลุ่ม ก็คือ กระดาษ ปากกา ไว้สำหรับจดหน้าที่ของแต่ละคน และที่สำคัญที่สุด คือ "คน" ต้องมาให้ครบ เพราะถ้าเราไม่จริงจิง ก็ไม่มีเพื่อนอยู่รอคุยหลังเลิกเรียนค่ะ โดยให้เหตุผลว่ารีบกลับบ้าน มีอะไรบอกเราพรุ่งนี้แล้วกัน แล้วพอวันรุ่งขึ้นก็ลืม ซึ่งนั่นอาจจะกลายมาเป็นข้ออ้างว่าไม่รู้เรื่องในภายหลังได้ ดังนั้นนัดเพื่อนให้ได้ จะอ้อนวอนร้องขอ ยังไงก็ได้ แต่ต้องให้เพื่อนอยู่พร้อมกันทุกคน
             สำหรับการแบ่งงาน ก็อย่าว่าสักแต่ว่าแบ่ง แต่เราต้องดูความเหมาะสมและความถนัดของเพื่อนๆ เราด้วย เพราะแต่ละคนมีความสามารถไม่เท่ากัน เช่น จะให้คนถนัดวาดรูปไปนั่งหาข้อมูล หรือให้คนบ้านไม่มีคอมพิวเตอร์ไปนั่งพิมพ์รายงานแบบนี้ก็ไม่ถูก ลองดูนิสัย การทำงานและความคล่องตัวในการทำงานของเค้าก่อนจะแบ่งงาน หากเพื่อนคนไหนที่ถนัดงานครีเอท ก็อาจจะให้เค้าดูแลเรื่องการออกแบบ ทำพาวเวอร์พ้อย ทำบอร์ด ฯลฯ ใครที่มีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตพร้อม อาจจะให้ช่วยหาข้อมูล คนเรียนเก่งหน่อยก็อาจจะวางแผน และคนรอบคอบก็ให้ช่วยดูความเรียบร้อย เป็นต้น การวางคนให้เหมาะสมกับงาน จะทำให้งานราบรื่น และมีความสุขกับงานที่ได้รับมอบหมาย ตรงกับคำที่ว่า put the right man in the right job ค่ะ

              หลังจากแบ่งงาน สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ หัวหน้ากลุ่ม ต้องอธิบายขอบเขตงานให้ชัดเจน เพื่อเป็นแนวทาง และกำหนดวันเสร็จ หากกลัวเพื่อนเบี้ยวงานก็กำหนดบทลงโทษไว้ แต่ไม่รุนแรงมาก แค่ปรับเงินวันละ 100 บาท ฮ่าๆๆ (แล้วหนูจะกินอะไร??)



 3) ผลัดกันเป็นหัวหน้ากลุ่ม
              พี่มิ้นท์ว่าวิธีนี้เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีมากๆ ค่ะ แต่อยู่ที่ว่าเพื่อนในกลุ่มจะให้ความร่วมมือแค่ไหน การผลัดกันเป็นหัวหน้ากลุ่ม จะทำให้ทุกคนรู้ว่า หน้าที่ของหัวหน้า หนักและเหนื่อยแค่ไหน และคนแบบไหนที่เราไม่อยากทำงานด้วย เพราะฉะนั้นผลที่ออกมา คือ เค้าก็จะหลีกเลี่ยงพฤติกรรมแบบนั้น นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกการแบ่งงาน ความรับผิดชอบ และการบริหารจัดการอีกด้วย ทำให้ไม่มีการเหลื่อมล้ำ ไม่ต้องโยนไปโยนมาว่าใครฉลาด เรียกว่าสร้างความเสมอภาคให้กับทุกฝ่าย
              ซึ่งในเรื่องนี้พี่มิ้นท์คิดว่าไม่ต้องซีเรียสนะคะ การเป็นหัวหน้ากลุ่ม ไม่ได้โหดร้ายเหมือนไปสนามรบ และถึงเวลาจริงๆ ก็ต้องช่วยกันทำงานอยู่ดี เหตุผลสำคัญของวิธีนี้ ก็แค่ให้รู้จักความรับผิดชอบ นึกถึงใจเขาใจเรามากขึ้นเท่านั้นเองค่ะ

             แต่ถ้าหากหาข้อสรุปกันไม่ได้ว่างานไหนใครจะเป็นหัวหน้า พี่มิ้นท์ของเสนอว่าทำสลากขึ้นมาแล้วจับเสี่ยงดวงกันไปเลย!!

 4) รับฟังความคิดเห็นของเพื่อน
             ก็ต้องยอมรับว่างานหนึ่งงาน จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ หากไม่เถียงกันจนไฟแลบ ก็จะเงียบเป็นเป่าสากและมีคนเสนอแค่คนเดียว ดังนั้นไม่ว่าจะรูปแบบออกมาเป็นยังไง ความคิดเห็นของคนที่เก่งที่สุดมักจะเป็นแนวทางในการทำงานนั้น
            ในแง่นี้ก็เป็นเรื่องจริงเรื่องนึงที่คนธรรมดาเค้ามักจะน้อยใจว่า ความคิดของเค้าไม่เคยสำคัญ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาทำงานแค่คนเดียว พี่มิ้นท์เสนอว่า ให้เราพูดคุยกันให้มากขึ้น ยิ่งเดี๋ยวนี้มีสื่อออนไลน์มากมาย ติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายมาก หากมีปัญหาก็ควรคุยกันทันที พร้อมทั้งทุกคนในกลุ่มต้องเปิดใจยอมรับความคิดเห็นของเพื่อน พี่มิ้นท์จะลองยกตัวเอย่างนะ





    

             จากสองสถานการณ์นี้ น้องๆ จะเห็นจุดแตกต่างของบทสนทนาระหว่างเพื่อนสาวแกงค์ผีว่า ในสถานการณ์ที่ 2 จะมีการลงท้ายด้วยคำถาม ถามหาเหตุผล และความคิดเห็นก่อนหาข้อสรุป แต่แบบแรก ต่างคนต่างมีอคติ กลัวลำบาก กลัวเหนื่อย โดยไม่ฟังความคิดเห็นว่าคนอื่นมีเหตุผลอะไร สุดท้ายพอไม่เข้าใจกัน ก็พาลไม่อยากทำงานด้วยกัน งานก็จะเละนะคะ

             แต่ถ้าทำทุกวิถีทางแล้ว เพื่อนก็ยังยึดจุดยืนของตัวเองว่าจะไม่ช่วย ลองปรึกษากับคุณครูในวิชานั้นๆ ดู ย้ำว่าให้ปรึกษา ไม่ใช่ฟ้องนะคะ เพราะถ้าเราไปฟ้องจะยิ่งทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ และทำงานลำบากขึ้นอีก แต่ทางที่ดี ก่อนถึงมือคุณครู ลองเปิดอกคุยกับเพื่อน แอบดราม่าร้องไห้ใส่ว่า "เราเหนื่อยนะ ช่วยทำงานกลุ่มหน่อยสิ" ไป 1 ที เพื่อนๆ อาจจะเริ่มรู้สึกตัวก็ได้ค่ะ แต่ก็ควรพูดด้วยความประนีประนอมที่สุดนะคะ

             สำหรับน้องๆ ที่รู้ตัวว่าไม่เคยช่วย พี่มิ้นท์เชื่อว่าไม่มีใครที่เจตนาไม่ดี คิดจะไม่ช่วยจริงๆ หรอกค่ะ เพียงแค่อาจจะมีเหตุผลอยู่ในใจ หรือทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะเข้าไปถามยังไงดี เอาเป็นว่าลองเพิ่มความกล้าซักนิด แค่ถามออกไปว่ามีอะไรให้ช่วยมั้ย แค่นี้ก็ได้ใจเพื่อนแล้วค่ะ สู้ๆ นะ เด็กไทยต้องสามัคคีกันนะ :)




             เป็นยังไงบ้างคะ หวังว่าเคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยให้น้องๆ ทำงานกลุ่มกับเพื่อนๆ ได้ง่ายขึ้น ขึ้นชื่อว่า "งานกลุ่ม" มันก็ต้องเป็นงานที่ทำเป็นกลุ่มถึงจะสำเร็จ อย่าแก้ปัญหาด้วยการทำคนเดียวนะ เพราะถ้ามีครั้งที่หนึ่ง มันก็จะมีครั้งต่อๆ ไป...จนตลอดชีวิต ส่วนเพื่อนก็สบาย โดยที่ไม่รับรู้ความเหน็ดเหนื่อยของเราเลย

            เป็นกำลังใจให้น้องๆ ที่ยังทำงานกลุ่มคนเดียว ให้ไม่ต้องทำงานคนเดียวอีกต่อไป^^

เด็กดีดอทคอม ::

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Vagabond Member 5 มิ.ย. 55 18:43 น. 8
 เราจะบอกว่าในกลุ่มน่ะ พอมีใครได้เป็นหัวหน้าแล้ว เขาก็จะกลายเป็นผู้นำไปแทบจะตลอด ไม่ใช่ว่าเขาอยากหรอกนะ แต่สถานการณ์มันจะเป็นไปเอง (ส่วนใหญ๋เพราะไม่ค่อยมีใครทำตัวเป็นผู้นำ แบบว่าไม่อยากคิดหนักหรือมีภาระน่ะ)
ที่สำคัญนะ เพื่อนในกลุ่มนั่นแหละที่ต้องมาคอยถามว่า มีอะไรให้เราช่วยมั้ย เราช่วยทำอันนี้ได้นะ อันนี้ให้เราช่วยนะ ไม่ใช่รอให้หัวหน้ามามอบหมายงานให้อย่างเดียว เพราะคำถามพวกนี้มันแสดงถึงอัธยาสัยและน้ำใจ

ปล. ที่เขียนนี่เราหวังดีนะ จากประสบการณ์จริง ปกติแล้วเราเป็นผู้ตาม แต่เคยเป็นหัวหน้ากลุ่มบางครั้ง เลยเข้าใจความรู้สึกของคนที่จำต้องเป็นผู้นำ และเข้าใจความรู้สึกของผู้ตามด้วย
0
กำลังโหลด
เมย์ 24 ธ.ค. 58 21:28 น. 72
เสียใจเบื่องานกลุ่มมาก รังเกียจเลยก็ว่าได้ เบื่อพวกหน้าด้าน ทำพูดดีบอกว่าจะทำแล้วก็ไม่ช่วยทำ หน้าด้านที่สุด คิดแล้วโมโห เบื่ออาจารย์ทำไมชอบสั่งงานกลุ่ม โกรธ เซ็งมากพูดเลย อยากทำงานคนเดียวมากกว่า เซ็งกับพวกหน้าด้านบางคน
0
กำลังโหลด
Design ❤ Member 5 มิ.ย. 55 17:46 น. 3
เทอมที่แล้วต้องทำวิจัยในมหาลัย
เคยแบ่งงานให้เพื่อนคนนึง เห็นเขาเข้าหาอาจารย์ง่ายเลยให้รับผิดชอบเรื่องเอาแบบสอบถามไปให้อาจารย์ตรวจก่อนเอาไปวิจัย
ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ เราถาม เขาก็อ้างโน่นนี่นั่น ถามแทบทุกวัน
จนผ่านไปอีกหนึ่งอาทิตย์ วันนั้นเป็นงานเดินวิ่งของมหาลัย
สาขาเรารับผิดชอบเรื่องการลงทะเบียน ต้องตื่นแต่ตีสามครึ่งไปมหาลัยกัน
แล้วคือไม่มีใครได้นอนสักคน บางคนกินเหล้าเมาด้วย
แล้วเพื่อนคนนั้นก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เมา ปรากฎว่าตอนทำงาน
เราต้องช่วยเพื่อนทำงานจนเสร็จทั้งที่เราปวดท้องแทบตาย
แต่เพื่อนคนนั้นแอบหนีไปนอนเพราะว่าเมา
พองานเสร็จต่างคนต่างกลับไปนอน เราก็บอกคนนั้นว่าวันนี้สายๆ อย่าลืมเอาไปให้อาจารย์ตรวจล่ะ
เดี๋ยวจะทำแจกแบบสอบถามไม่ทัน ต้องเอามาเขียนรายงานอีก (เราเขียนคนเดียว)
พอตอนเย็นเราโทรไปถาม กลับถูกคนนั้นพูดใส่ว่า
"ไม่รู้หรอไงว่าเหนื่อย รอไปก่อนได้ป่ะ"
เราแบบน้ำตาไหลเลยอ่ะ วันนั้นเราปวดท้องมาก ไม่ได้นอนทั้งคืน นั่งรถกลับจากมหาลัยอีกเป็นชั่วโมง
ได้นอนช้ากว่าคนนั้นด้วยซ้ำเพราะคนนั้นอยู่หอที่มหาลัย
แล้วเจอพูดแบบนี้ใส่ คือ เราไม่เหนื่อยเลยสินะ!
0
กำลังโหลด
ดาชตะ Member 5 มิ.ย. 55 18:15 น. 6
ตอนเราอยู่ประถม คือตอนนั้นเราเป็นคนที่ไม่ค่อยยอมคนไง ศัตรูเลยเยอะ แล้วทีนี้เราได้อยู่กลุ่มเดียวกับเพื่อนที่เป็นศัตรูกับเรา เค้าไม่สนใจเราเลย เราก็คิดในใจว่า กุไม่ง้อก็ได้เว้ย เดี๋ยวมันก็เอางานมาให้เราทำเอง ปรากฏว่าเค้าไม่สนใจเราจริงๆ เราไม่มีหน้าที่ทำเลย พองานเริ่มเดิน เค้ากับเพื่อนก็ว่าเราว่าทำไมไม่ช่วย เราก็บอกว่าแล้วให้เราทำไรล่ะ เพื่อนก็บอกว่าแล้วทำไมไม่ช่วย คือเรากะเพื่อนเราเถียงกันประโยคเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาอ่า ตอนหลังเพื่อนเราชี้หน้าสั่งให้เราทำงานที่ครูเพิ่งบอกว่ายังไม่ต้องทำ เราก็บอกเพื่อนว่าครูบอกว่ายังไม่ต้องทำนี่ เพื่อนก็บอกว่าใกล้กำหนดส่งแล้ว ทำเลย แล้วก็เถียงกันอีก ตอนหลังครูก็มาย้ำอีกครั้งว่ายังไม่ต้องทำ เพื่อนเลยให้เราทำหน้าที่ร่วมกับเพื่อนอีกคน พอเสร็จงานแล้วเพื่อนก็ว่าเราไม่ช่วยอีก คือตอนหลังเราก็ช่วยอ่านะ ตอนนี้เราอยู่มัธยม เราคิดว่ามันเป็นเรื่องตลกและไร้สาระมากๆเลย เราคิดว่าเราน่าจะรวบรวมความกล้าไปขอว่าเราควรช่วยอะไรบ้าง ไม่ใช่รอเพื่อนมาให้งานอย่างเดียว ส่วนเพื่อนเราก็ไม่มีความสนใจเพื่อนในกลุ่มอย่างเท่ากันเลย สรุปคือผิดทั้งเราและเขา
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด

79 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
Design ❤ Member 5 มิ.ย. 55 17:46 น. 3
เทอมที่แล้วต้องทำวิจัยในมหาลัย
เคยแบ่งงานให้เพื่อนคนนึง เห็นเขาเข้าหาอาจารย์ง่ายเลยให้รับผิดชอบเรื่องเอาแบบสอบถามไปให้อาจารย์ตรวจก่อนเอาไปวิจัย
ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ เราถาม เขาก็อ้างโน่นนี่นั่น ถามแทบทุกวัน
จนผ่านไปอีกหนึ่งอาทิตย์ วันนั้นเป็นงานเดินวิ่งของมหาลัย
สาขาเรารับผิดชอบเรื่องการลงทะเบียน ต้องตื่นแต่ตีสามครึ่งไปมหาลัยกัน
แล้วคือไม่มีใครได้นอนสักคน บางคนกินเหล้าเมาด้วย
แล้วเพื่อนคนนั้นก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เมา ปรากฎว่าตอนทำงาน
เราต้องช่วยเพื่อนทำงานจนเสร็จทั้งที่เราปวดท้องแทบตาย
แต่เพื่อนคนนั้นแอบหนีไปนอนเพราะว่าเมา
พองานเสร็จต่างคนต่างกลับไปนอน เราก็บอกคนนั้นว่าวันนี้สายๆ อย่าลืมเอาไปให้อาจารย์ตรวจล่ะ
เดี๋ยวจะทำแจกแบบสอบถามไม่ทัน ต้องเอามาเขียนรายงานอีก (เราเขียนคนเดียว)
พอตอนเย็นเราโทรไปถาม กลับถูกคนนั้นพูดใส่ว่า
"ไม่รู้หรอไงว่าเหนื่อย รอไปก่อนได้ป่ะ"
เราแบบน้ำตาไหลเลยอ่ะ วันนั้นเราปวดท้องมาก ไม่ได้นอนทั้งคืน นั่งรถกลับจากมหาลัยอีกเป็นชั่วโมง
ได้นอนช้ากว่าคนนั้นด้วยซ้ำเพราะคนนั้นอยู่หอที่มหาลัย
แล้วเจอพูดแบบนี้ใส่ คือ เราไม่เหนื่อยเลยสินะ!
0
กำลังโหลด
thunchanok Member 5 มิ.ย. 55 17:49 น. 4
เป็นปัญหาระดับชาติจริงๆ แต่หนูใช้วิธีไม่ทำตัดชื่อออก ส่วนไม่จ่ายตังค์ก็มุกเดิมตัดชื่อออก
0
กำลังโหลด
*AprIL* Member 5 มิ.ย. 55 18:13 น. 5
งานกลุ่มนี่เซ็งค่ะ ทำแต่ละที ให้ความร่วมมือกันม๊ากกกแต่ละคน-..- เรารับงานส่วนใหญ่เองตัดรำคาญ(ถ้าโปรเจ็คไม่ใหญ่มากนะ)
0
กำลังโหลด
ดาชตะ Member 5 มิ.ย. 55 18:15 น. 6
ตอนเราอยู่ประถม คือตอนนั้นเราเป็นคนที่ไม่ค่อยยอมคนไง ศัตรูเลยเยอะ แล้วทีนี้เราได้อยู่กลุ่มเดียวกับเพื่อนที่เป็นศัตรูกับเรา เค้าไม่สนใจเราเลย เราก็คิดในใจว่า กุไม่ง้อก็ได้เว้ย เดี๋ยวมันก็เอางานมาให้เราทำเอง ปรากฏว่าเค้าไม่สนใจเราจริงๆ เราไม่มีหน้าที่ทำเลย พองานเริ่มเดิน เค้ากับเพื่อนก็ว่าเราว่าทำไมไม่ช่วย เราก็บอกว่าแล้วให้เราทำไรล่ะ เพื่อนก็บอกว่าแล้วทำไมไม่ช่วย คือเรากะเพื่อนเราเถียงกันประโยคเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาอ่า ตอนหลังเพื่อนเราชี้หน้าสั่งให้เราทำงานที่ครูเพิ่งบอกว่ายังไม่ต้องทำ เราก็บอกเพื่อนว่าครูบอกว่ายังไม่ต้องทำนี่ เพื่อนก็บอกว่าใกล้กำหนดส่งแล้ว ทำเลย แล้วก็เถียงกันอีก ตอนหลังครูก็มาย้ำอีกครั้งว่ายังไม่ต้องทำ เพื่อนเลยให้เราทำหน้าที่ร่วมกับเพื่อนอีกคน พอเสร็จงานแล้วเพื่อนก็ว่าเราไม่ช่วยอีก คือตอนหลังเราก็ช่วยอ่านะ ตอนนี้เราอยู่มัธยม เราคิดว่ามันเป็นเรื่องตลกและไร้สาระมากๆเลย เราคิดว่าเราน่าจะรวบรวมความกล้าไปขอว่าเราควรช่วยอะไรบ้าง ไม่ใช่รอเพื่อนมาให้งานอย่างเดียว ส่วนเพื่อนเราก็ไม่มีความสนใจเพื่อนในกลุ่มอย่างเท่ากันเลย สรุปคือผิดทั้งเราและเขา
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Vagabond Member 5 มิ.ย. 55 18:43 น. 8
 เราจะบอกว่าในกลุ่มน่ะ พอมีใครได้เป็นหัวหน้าแล้ว เขาก็จะกลายเป็นผู้นำไปแทบจะตลอด ไม่ใช่ว่าเขาอยากหรอกนะ แต่สถานการณ์มันจะเป็นไปเอง (ส่วนใหญ๋เพราะไม่ค่อยมีใครทำตัวเป็นผู้นำ แบบว่าไม่อยากคิดหนักหรือมีภาระน่ะ)
ที่สำคัญนะ เพื่อนในกลุ่มนั่นแหละที่ต้องมาคอยถามว่า มีอะไรให้เราช่วยมั้ย เราช่วยทำอันนี้ได้นะ อันนี้ให้เราช่วยนะ ไม่ใช่รอให้หัวหน้ามามอบหมายงานให้อย่างเดียว เพราะคำถามพวกนี้มันแสดงถึงอัธยาสัยและน้ำใจ

ปล. ที่เขียนนี่เราหวังดีนะ จากประสบการณ์จริง ปกติแล้วเราเป็นผู้ตาม แต่เคยเป็นหัวหน้ากลุ่มบางครั้ง เลยเข้าใจความรู้สึกของคนที่จำต้องเป็นผู้นำ และเข้าใจความรู้สึกของผู้ตามด้วย
0
กำลังโหลด
123 5 มิ.ย. 55 18:49 น. 9
ถ้าได้ทำงานกับเพื่อนที่สนิท ปัญหาจะน้อยมากๆ
หรือ อาจเสียเพื่อนก็ได้ รู้กันไปเลยหละว่า ใครเป็นยังไง
โดยส่วนตัวเราว่าเราโชคดีนะ เราได้เพื่อนดีไม่ว่างานจะหนักแค่ไหน
เราก็จัดการ กันได้ดีตลอด อาจมีความเห็นไม่ตรง แต่เรา ห้าสิบห้าสิบ
เราเป็นคนไม่ชอบทำงานตามกรอบที่ อ.ให้มา
แต่เพื่อนเราบางคนคือไม่กล้า ต้องทำตามกรอบที่ อ.ให้
เราก็ 50/50 คะ เวลางานผิดงานแก้ไม่ว่าจะเป็นความคิดใครที่ทำให้งานผิด
เราถือว่าเป็นความผิดของกลุ่มคะไม่เคยโทษกัน
เวลาทำงานก็หยอกล้อกันสนุกสนานไม่เหมือนทำงานเลยคะ
งานก็ออกมาได้ดีมาก
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
plam2210 Member 5 มิ.ย. 55 21:02 น. 16
ปัญหาคือ แบ่งงานไปเเล้วเพื่อนไมาทำ อ้างว่างานอื่นเยอะให้เราทำเยอะทำไม?
แต่สิ่งที่ผมให้มันทำคือ หารูป คนอื่นเขียนบ้าง หาข้อมูลบ้าง ทำงานหนักกว่ามันบ้าง 
ปัญหาของผม ลำบากมาก
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
` 눈 :)) Member 5 มิ.ย. 55 21:36 น. 18
เห็นด้วยกับ คห. 8 แรงๆ เลยค่ะ

เราก็เป็นคนหนึ่งที่สถานการณ์มันพาไป ทำให้เสมือนกับว่าตัวเองเป็นหัวหน้า แต่ด้วยความที่การแบ่งงานบางทีมันก็ลำบากไปบ้าง เราเลยรับงานมาทำ แล้วเอางานนั้นมาแจกจ่ายเืพื่อนๆ พร้อมพูดให้ฟัง

ข้อดีของการทำงานเองก็ดีนะคะ เราได้รับความรู้ที่เหมือนกับศึกษาด้วยตัวเองเลย 
แต่ยังไงก็ต้องแบ่งปันเล่าบอกงานเพื่อนก็ดีนะ เขาจะได้มีความรู้สึกที่ว่าเขาให้ความร่วมมือแล้ว ไม่ได้เห็นแก่ตัวหรือเกี่ยงงาน

0
กำลังโหลด
pataran Member 5 มิ.ย. 55 21:47 น. 19
เบื่อการเป็นหัวหน้าแล้ว งานอะไรมาก็เราตลอด เราถามความเห็นก็ไม่พูดกัน แล้วพอเราสั่งงาน ก็ไม่พอใจ ตอนบอกให้เปลี่ยนก็ไม่เปลี่ยน พอสั่งงานก็ไม่ทำ อาจารย์คุมก็มาสนใจ นอกชั่วโมงก็ปล่อย ฉันอยู่กลุ่มนี้ แกทำ ฉันก็ได้คะแนน แล้วเวลาเราทำไม่ทันก็มาบ่นทำไมแกไม่ทำ เราบอกว่าแล้วทำไมไม่ช่วยกัน เค้าก็บอกงานเราเยอะ เฮ้ย!!!อะไรว่ะ เรียนด้วยกัน งานเท่ากัน แล้วทำไมต้องมาผลักงาน บางครั้งเราโมโหมากตะโกนออไปเลยว่า "ถ้ามาเรียนแล้วไม่ทำงาน ไม่เตรียมงาน ลาออกไปอยู่บ้านไป๊" โดนมาตั้งแต่ ประถม นี่ม.ปลายแล้ว พวกนั้นๆทั้งหลายยังไม่หมดจากวงโคจรเราซักที เราอยากอิสระทำไมไม่ทำกันเองบ้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง (บางครั้งงานเดี่ยวยังมาฝากทำ พอเลิกๆๆ ทำกันเองบ้างเถอะ บางคนไม่มีคอมทำไมมันยังทำได้?? ม.ปลาย คิดไม่เป็นกันเลยรึไง??อายม.ต้นมันเถอะ )
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด