|
สวัสดีค่ะน้องๆ... เทอมแรกของปีการศึกษาใหม่ ก็เจออะไรใหม่ๆ เยอะ รวมถึง "คุณครู" ด้วย ทั้งครูประจำชั้นคนใหม่ หรือครูประจำวิชาต่างๆ ซึ่งก็จะเป็นคนใหม่เกือบทั้งหมด เพราะในระดับมัธยม คุณครูแบ่งหน้าที่กันค่อนข้างชัดเจนว่าสอนนักเรียนชั้นไหน ดังนั้นขึ้นปีการศึกษาใหม่ก็แทบจะเปลี่ยนคุณครูยกแผงกันเลยทีเดียว หากใครมีรุ่นพี่ที่สนิทกัน ปิดเทอมที่ผ่านมาก็คงได้ถามไถ่ไต่สวนรุ่นพี่มาแล้วบ้างว่า วิชานี้ใครสอน อาจารย์เป็นยังไง การบ้านเยอะมั้ย เรียกว่าสืบเอาความลับทุกอย่างจากพี่ แล้วมาเตรียมตัวรับมือแต่ละวิชา แต่ถ้าคิดจะเตรียมตัวจริงๆ มีวิธีที่ง่ายกว่านั้น แค่น้องๆ ทำตาม 6 วิธีเรียนที่พี่มิ้นท์จะบอกต่อไปนี้ รับรองว่าไม่ว่าจะเป็นอาจารย์คนไหนก็ประทับใจ >> คุณครูถาม อย่าปล่อยให้เงียบเป็นป่าช้า รีบตอบทันที ห้องเรียนที่ถูกสุขลักษณะต้องไม่เงียบเหมือนป่าช้า แต่ก็ไม่ใช่เจื้อยแจ้วเพราะเสียงคุย ควรเป็นเสียงแห่งบรรยากาศการเรียนการสอน คุณครูสอน นักเรียนตอบ มีการสื่อสารระหว่างกัน แค่ลองคิดดูว่าเราชวนเพื่อนคุย แล้วเพื่อนไม่คุยด้วย เราจะรู้สึกแย่ หน้าแตกขนาดไหน หากเป็นครูก็เช่นเดียวกัน ถ้านักเรียนเงียบเป็นเป่าสาก ถามไรก็ไม่ตอบ ชวนคุยก็ไม่คุย อาจจะรู้สึกแย่กว่าเป็นล้านเท่า ถ้าไม่อยากให้อาจารย์ต้องถามเก้อ ต้องมีใครซักคนเป็นอาสาสมัครตอบคำถามคุณครูและหน้าที่นั้นลองหันมาเป็นเราดูซักครั้ง รับรองอาจารย์ปลื้ม และอีกข้อที่สำคัญ คือ ถ้าคุณครูเปิดโอกาสให้ถาม ก็ควรคว้าโอกาสถามในสิ่งที่เราอยากรู้ เพื่อแสดงว่าเราสนใจสิ่งที่ท่านสอนจริงๆ >> ไม่ขี้เม้าท์ น้ำท่วมทุ่ง รู้ทั้งรู้ว่าคุณครูคนนึงต้องสอนหลายวิชาและหลายห้อง แล้วถ้าน้องๆ แข่งกันส่งเสียงคุย ครูก็จะต้องตะเบ็งเสียงมากขึ้นและเหนื่อยมากขึ้น จึงไม่แปลกใจเลยที่คุณครูส่วนใหญ่จะตำหนิเด็กช่างเม้าท์ในห้องเรียน อย่างน้อยก็ปรามๆ ให้หยุดคุย แต่ถ้าหนักหน่อยก็ให้ยืน หรือออกไปจากห้อง ซึ่งนอกจากจะทำให้ครูเหนื่อย เพื่อนเรียนไม่รู้เรื่องแล้ว คุณครูอาจจะไปหักคะแนนพฤติกรรมของเราได้ภายหลังนะ >> สนิทแต่พอดี อย่าลามปาม เพราะสังคมไทยเป็นสังคมที่มีระดับชั้นอาวุโส ดังนั้นต่อให้คุณครูเป็นกันเองแค่ไหน แต่กลับมาเจอลูกศิษย์ตีเสมอ ก็คงไม่มีคุณครูคนไหนปลื้มแน่นอน บางทีกลับทำให้ท่านมองเราเป็นเด็ก ไร้มารยาทด้วยนะ ดังนั้นการที่คุณครูเป็นกันเองกับเรา ก็ให้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่ท่านเอ็นดูเรา แต่เราก็อย่าเหลิงไปแซวหรือพูดเล่นจนเกินพอดี ความน่ารักของเราจะตกลงฮวบๆ แน่นอน >> สบตาคุณครูเป็นระยะๆ หนึ่งในหลักของการสื่อสารที่ได้ผล ก็คือ การที่ผู้พูด พูดแล้วมีคนฟัง สิ่งนึงที่พิสูจน์ได้ว่ามีคนฟังเราอยู่ คือ สายตาของผู้ฟังนั่นเอง ดังนั้น ถ้าในขณะเรียน น้องๆ ใช้สายตามองไปที่อาจารย์ ตั้งใจ ก็เป็นสิ่งที่ชี้ให้คุณครูเห็นว่า เราตั้งใจเรียนอยู่นะ และจะให้ดียิ่งขึ้น หากมีการพยักหน้าเออออตามไปด้วย ซึ่งมันต่างกันลิบลับกับการที่คุณครูสอนอยู่ แล้วทุกคนมุดหน้ามุดตา ไม่มีใครสบตาคุณครู ท่านอาจจะเสียกำลังใจได้ ดังนั้นจงเป็นผู้กล้าเชิดหน้าขึ้นมา ส่งสายตาปิ๊งๆ ให้คุณครูเลยจ้า >> ถูกระเบียบ ถูกใจ กฎระเบียบนั้นมีอยู่ทุกที่ แม้กระทั่งในห้องเรียน ซึ่งกฎหลักๆ ที่นักเรียนควรจะยึดถือและปฎิบัติเวลาอยู่ในห้องเรียน คือ ไม่คุย ไม่เล่น ไม่ส่งเสียงดัง ไม่กินขนม ไม่หลับ ไม่ออกจากห้องเรียน โดยไม่ขออนุญาต ไม่ใส่รองเท้าเข้าห้องเรียน แต่งกายถูกระเบียบ ฯลฯ เคยสังเกตมั้ยว่าเด็กที่คุณครูมักจะเอ็นดู ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่เรียบร้อย น่ารัก ไม่ผิดระเบียบ ตรงกันข้าม น้องๆ ที่ดื้อ โดดเรียน แต่งกายไม่เรียบร้อย จะถูกคุณครูว่าอยู่เป็นประจำ ดังนั้นลองอยู่ในกฎระเบียบดูซักวันจะรู้ว่าการอยู่ในระเบียบ ไม่ใช่เรื่องยากเลย >> ช่วยเหลือได้เท่าที่จำเป็น ข้อนี้ทดสอบความมีน้ำใจค่ะ เราควรแสดงน้ำใจออกมาก่อนที่จะมีคนมาถามว่า "น้ำใจน่ะมีมั้ย" แต่ที่พี่มิ้นท์บอกว่าช่วยเท่าที่จำเป็นก็เพราะว่า หากเราเสนอตัวตลอดเวลา คนอื่นก็จะมองไม่ดีอีก ดังนั้น ปล่อยให้เป็นเรื่องของจังหวะและโอกาสที่จะมาให้เราทำความดีดีกว่า เช่น คุณครูถือของมาเยอะก็ช่วยถือกลับห้องพักครู หรือ ช่วยลบกระดาน หรือ หยิบของให้เล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่ต้องถึงกับขนาดต้องไปปัดเก้าอี้ก่อนคุณครูนั่ง หรืออาสาช่วยตรวจการบ้าน เป็นต้น ซึ่งน้ำใจตรงนี้จะช่วยเพิ่มคะแนนความน่ารักให้น้องๆ ได้อีกสามเท่าเลยจ้า อย่างที่ได้พูดไปแล้วว่าสังคมไทยให้ความสำคัญกับเรื่องมารยาทและความอาวุโส จึงทำให้วัฒนธรรมเราต่างจากวัฒนธรรมของตะวันตก คนไทยจึงดูเป็นคนนอบน้อมถ่อมตน (ไม่ใช่การประจบประแจงนะคะ^^) ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของไทยเลยล่ะ และถ้าหากเด็กไทยรุ่นใหม่ปฏิบัติตนตามนี้ได้ พี่มิ้นท์ก็มั่นใจล้านเปอร์เซ็นเลยว่า ไม่ใช่ครูหรอกค่ะ แต่เป็นผู้ใหญ่ทุกคน ก็ต้องรักและเอ็นดูน้องๆ อย่างแน่นอน และในเดือนนี้ก็มีวันสำคัญ นั่นก็คือ วันไหว้ครูอยู่ด้วย จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่แค่วันนี้เท่านั้น แต่น้องๆ ก็ควรแสดงออกถึงความกตัญญูกับคุณครูผู้มีพระคุณด้วยนะคะ ความกตัญญูนอกจากจะเป็นเครื่องหมายของคนดีแล้ว ยังเป็นกุศลที่ส่งเสริมให้น้องๆ ประสบความสำเร็จในชีวิตอีกด้วยค่า^^ |
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
เฮอะๆ ห้องเราเงียบจริงแหละโดนครูด่าเกือบทุกวัน=_="
กำลังโหลด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?

30 ความคิดเห็น
โดนครูเรียกว่าฟองน้ำ(ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ ให้ตอบก็เงียบ ให้อ่านตามก็เงียบ โดนด่าก็ไม่รู้สึก555)
พอผลสอบออกครูทึ่งประมาณว่า "ฟองน้ำห้องสองนี้เก่งเหมือนกันเนอะ"
ก็เงียบแทนคำขอบคุณคำชมจากครู 55
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 มิถุนายน 2555 / 20:16
และขี้เม้าท์ตลอด
ข้อที่ 3 ไม่มีเลย
ไม่ค่อยจะสบตาครูเลย (กลัวครูถือค้อนประจำกายที่ไม่ได้ถือที่มือ)
ถูกระเบียบประจำ (โรงเรียนเราเป็นกาแฟ....เข้ม)
ช่วยครูเหรอ ช่วยได้ ช่วยประจำ 5555555
ขี้เม้าท์ ตักเตือน
สนิท แต่พอดี ไม่สนิท ไม่เป็นไร
สบตาครู ครูเรียกตอบ
ถูกระเบียบ โอ้ 0 ผิด โอ้ -1
ช่วยเหลือ ปิดไฟ ปิดพัด ปิดแอร์ ยกเก้าอี้ โต๊ะ หนังสือ สมุด ใบเช็คชื่อ รวบรวมงาน สมุด หนังสือ ส่ง โอ้...........................0 ไม่ทำไรเลย โอ้.................0
(0 = ไม่มีอะไรเกิดขึ้น)
เวลาเรียนกับอาจารย์ประจำชั้น จะ เงียบหมด เพราะโดนด่าทุกวันเลย
เวลาเรียนกับอาจารย์สอนบัญชี จะ คุยดังมาก เพราะอาจารย์ชอบชวนคุย ชอบเมาท์ อาจารย์จะเรียกถามเฉพาะคนกวนตืน การบ้านไม่เส็ด
เวลาเรียนกับอาจารย์สอนอังกิด จะ เงียบบางครั้ง เวลาอาจารย์ถาม และเวลาให้ออกไปคุยหน้าห้องไม่ค่อยจะยอมไปกัน ต้องให้เรียกเลขที่ ต้องให้ด่า
เวลาเรียนกับอาจารย์สอนพิมดีด จะ เงียบบ้างดังบ้าง ไม่ค่อยทำตามที่อาจารย์สั่งบางครั้ง
เวลาเรียนกับอาจารย์สอนคอม จะ พูดมากที่สุด เมาท์กัรกระจาย
เวลาเรียนกับอาจารย์สอนวิธีธรรม จะ ไม่ค่อยเสียงดังเทาราย แต่การบ้านทำมากกว่า35คน
เวลาเรียนกับอาจารย์สอนธุรกิจ จะ เงียบที่สุดในโลกที่เคยได้ยิน เพราะอาจารย์เขาเกียดคนพูดมาก ใครพูดดังเมือรายโดนตีทั้งห้อง
เวลาเรียนกับอาจารย์สอนไทย จะ คุยกันบ่อย เพราะอาจารย์เขาให้คุยได้
เวลาเรียนกับอาจารย์สอนพละ ทุกคนจะคุยบางไม่คุยบาง แล้วไม่ค่อยทำตามที่อาจารย์สั่ง
เวลาเรียนกับอาจารย์สอยคณิต ทุกคนจะไม่ค่อยทำการบ้านเท่าราย เวลาให้ตอบคำถามก็ตอบกันนะ
เราไม่ค่อยช่วยงานอาจารย์หรอก ขี้เกียดบ้างแหละ
แต่เวลาทำเวรความสะอาดในห้องเราทำบ่อยมาก อิอิ
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 มิถุนายน 2555 / 22:25
อันนี้แล้วแต่ดุลยพินิจ อาจารย์บางคนยอมรับไม่ได้ แต่อาจารย์บางคนยอมรับได้
ถ้าแบบแรกเงียบเอาไว้ ส่วนแบบหลังแม้จะบอกได้แต่ก็ควรใช้ศิลปะในการพูดบ้าง
ทำทุกข้อเป็นประจำ บางทีครูก็ชอบเรียกไปใช้งานตอนพักเที่ยง แต่เป็นงานพวกเอกสารมากกว่า บางทีได้เห็นข้อสอบชั้นอื่นด้วย เหอๆ ปกติจะเงียบกับวิชาเดียวคือวิทย์ บรรยากาศชอบเป็นใจ ความจริงก็ไม่ใช่อยากเงียบ แต่รู้สึกง่วงแบบหยุดตัวเองไม่ได้บ่อยมาก = ="
ผมต้องไปลองทำละ อิอิ
จริงแฮะ !!
ตาม ค.ห3 เลย 555+
เพราะเวลาเราทำอะไรจะได้ไม่อึดอัดและระแวง
(แต่ยกเว้นเราที่ครูเฉยๆ ปล่อยเลยก้ไม่ใช่ สนใจก้ไม่เชิงอ่ะนะ)
แต่บางคำถามตอบไม่ได้จริงๆ ทำให้อาจารย์โกรธทุกทีที่ไม่มีคนตอบ
เฮ้ออออออ จะต้องทำยังไงดีครับ
ครูหลายคนมักถามว่าเงียบทำไม ถามทำไมตอบ ห้องเราเป็นบ่อยมากๆ แล้วเป็นหลายวิชาด้วย อาจารย์แม่ก็ชอบมารั้งบอกว่าให้ตอบครูบ้าง ปรับตัวเข้าหาครูหน่อย
สาเหตุพวกนี้สำหรับคำตอบต่อครูบาอาจารย์ในความคิดของเรามันมีสาเหตุนะ
ครูอาจารย์สอนแบบอัดและไม่สนุก ไม่ได้ประมาณว่าครูอาจารย์น่าเบื่อนะ แต่หมายความว่าเข้าห้องมาครูก็อัดๆๆๆ ความรู้มาใส่รวดเดียว คราวนี้เราก็พยายามมีสมาธิจดจ่อเลยเกิดความเครียดเงยจดเงยจด ตั้งใจเรียนแบบครูให้อะไรมาเก็บหมด เป็นหลายๆคนเข้าบรรยากาศในห้องเริ่มมาคุเราสังเกตมานานแล้ว แล้วปัญหามันอยู่ตรงนี้พอเริ่มเครียดนานๆเข้า(ไม่ถึง 15 นาที)ก็จะเริ่มออกอากาศปวดบริเวณขมับ หน้าผาก สันจมูก เพดานปาก รู้สึกเหนื่อยเพลีย เบื่อ และ ง่วง!!! จากเงยจดๆ มือก็เริ่มเท้าคาง สางหัว ปากกาหยุดขยับ นั่งเฉยๆแบบอึนๆ ครูจะพูดไรก็พูดไปเถอะ นั่งมองนาฬิกา เมื่อไหร่เวลาจะหมดสักที คราวนี้พอครูหันมาถาม แบบแรงจะตอบมันไม่มี เหมือนถูกสูบวิญญาณออกจากร่าง กลายเป็นผีตายซากก็รู้สึกว่าอยากอยู่เฉยๆ ขออยู่แบบตามเวรตามกรรมไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกและทางธรรม ขออยู่ในมิติส่วนตัวได้ไหม? มันเป็นอย่างนี้เลยล่ะ (ยิ่งวิชาที่ไม่ชอบนะแค่เริ่มเข้าห้องก็เป็นแล้ว)
แล้วครูชอบหันมาถามตอนที่ครูรู้สึกว่านักเรียนเริ่มเบื่อ ไม่สนใจ เลยถาม เข้าใจนะว่าอยากให้เด็กผ่อนคลายและมีส่วนร่วมในการเรียน แล้วน้ำเสียงที่ถามคือก็เข้าใจนะว่าครูอาจารย์กำลังมีอารมณ์ในการสอน น้ำเสียงเลยออกแนวหนักแน่นและมักจะถามเกี่ยวกับสิ่งที่เรียนอยู่
แล้วปฏิกิริยาที่ได้คือเงียบ แบบรู้นะแต่แรงไม่มีอะไรประมาณนี้ พอถูกถามมากๆเข้าเหมือนเกมวัดความอดทนนะ นักเรียนก็กดดันที่ไม่สามารถตอบได้และไม่อยากตอบ ส่วนครูก็กดดันที่ไม่มีใครตอบสักที ถ้าครูระเบิดก่อนนั่นคือคำบ่นที่จะพรั่งพรูออกมาทั้งชั่วโมง แต่ ถ้าเป็นนักเรียน มันจะมีพวกหนึ่งที่ทนไม่ได้ต้องออกเสียงตอบแบบประล่อมประแล่มพอให้ครูสบายใจและคนพวกนั้นคือฮีโร่สำหรับพวกที่แบบว่าลิมิตวิญญาณเหลือ 0 และพอพวกเขาตอบว่าเหมือนใจของเรายกภุเขาออกจากอกแล้วอย่างนั้นเลยทีเดียว
ปล.นี่คือเหตุการณ์ส่วนตัวที่เราเจอในห้องเรียนนะมีใครเป็นแบบราไหม?
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 มิถุนายน 2555 / 21:17
สำหรับเรา ครูเป็นผู้มีพระคุณรองลงมาจากพ่อและแม่เลย ...ยิ่งพูดยิ่งคิดถึง...
ปล.น้องๆนักเรียนทุ๊ํกคนน...
ถ้าวันไหนเรียนจบไป น้องจะคิดถึงครูมากๆ อ่าาา ..ถ้าไม่เชื่อก็รอดู..
รัก... จาก พี่ปี1
สุดท้ายเข้าห้องช้าทุกคนเลย ตอนเที่ยงพังตั้ง 1ช.ม. แต่ครูปล่อยตอนที่เหลือ 5 นาที
แต่ก้อดี 555 ได้ออกกำลังกายด้วย
ทั้งห้อง