วัสดีค่าน้องๆ สิ้นเดือนก.ค.นี้ มีวันสำคัญของไทยอีกวันหนึ่ง น้องๆ รู้มั้ยคะว่าวันอะไร ติ๊กต่อกๆๆ เฉลยดีกว่า นั่นก็คือ วันภาษาไทยแห่งชาตินั่นเอง ซึ่งตรงกับ 29 กรกฏาคมของทุกปี สำหรับความสำคัญของวันนี้ก็มีเพื่อให้คนไทยเกิดจิตสำนึกและตระหนักถึงความสำคัญของภาษาไทย และร่วมอนุรักษ์ให้สมกับเป็นภาษาประจำชาติของเรานั่นเองค่ะ

                 คอลัมน์ฟิตเกรดวันนี้ เพื่อเป็นการต้อนรับวันภาษาไทยแห่งชาติ พี่มิ้นท์ก็ขอเสนอปัญหาเด็กไทยที่เกิดขึ้นกับข้อสอบวิชาภาษาไทย ซึ่งวิชานี้แม้จะดูไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่จากหลายๆ สถิติ กลับพบว่าผลสอบของเด็กไทยเราเองแป้กมาก เพื่อเป็นการยืนยัน พี่มิ้นท์ ได้หยิบสถิติการสอบวิชาภาษาไทย O-NET ของ ป.6 ม.3 และ ม.6 มาให้ดูกันด้วยจ้า


                จากสถิติก็จะเห็นได้ว่า ผลประเมินของการสอบวิชาภาษาไทยของนักเรียนทั้งประเทศ ส่วนใหญ่จะไม่ถึงครึ่งเลย ต้นตอของปัญหาก็อาจเกิดได้ทั้งจากตัวนักเรียนเอง ความยากของข้อสอบ และการจัดการเรียนการสอนที่ไม่เหมือนกันในแต่ละโรงเรียน ก็เรียกว่าอาจเป็นปัญหาที่ต้องแก้กันในระยะยาว(มาก)
                พี่มิ้นท์ได้ลองนั่งคิดเล่นๆ ว่าทำไมเด็กไทยจึงทำคะแนนวิชาภาษาไทย ทั้งข้อสอบระดับประเทศและข้อสอบในโรงเรียนได้คะแนนไม่ค่อยจะดี ขุดคุ้ยมาก็ได้เจอจุดอ่อนของเด็กไทย 5 อย่าง ไปดูกันว่าเป็นจริงมั้ย -0-


  
1) อ่านไม่รอบคอบ
            เป็นปัญหาที่เกิดจากนักเรียนเอง เกิดจากความสะเพร่าที่ทำให้คะแนนเราไหลไปโดยใช่เหตุ ความสะเพร่าทำให้เราเสียคะแนนได้ยังไง น้องๆ ลองอ่านคำถามต่อไปนี้ดูค่ะ

                - จากบทกลอนของสุนทรภู่ข้างต้น ข้อใดสรุปความได้ถูกต้อง VS จากบทกลอนของสุนทรภู่ข้างต้น ข้อใดสรุปความได้
ไม่ถูกต้อง
                - ข้อใดต่อไปนี้เป็นคุณสมบัติของนางวันทอง VS ข้อใดต่อไปนี้
ไม่เป็นคุณสมบัติของนางวันทอง

             จากตัวอย่าง สองประโยคหน้าหลังมีความแตกต่างกันตรงที่ ประโยคหลังมีคำว่า "ไม่" ซึ่งทำให้ความหมายของโจทย์เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ คำว่า "ไม่" เป็นคำที่ทำให้ประโยคบอกเล่ากลายเป็นประโยคปฏิเสธ บางครั้งน้องๆ อาจจะตอบคำถามข้อนี้ได้ แต่ถ้าอ่านผิดก็พาลให้คำตอบของเราผิดเฉยเลย โจทย์แบบนี้อาจารย์ไม่ได้หลอกเราหรอกนะคะ แต่เป็นเพราะเราประมาทเองมากกว่า
              โดยปกติแล้ว หากในข้อสอบมีคำถามแนวนี้ ก็มักจะเน้นด้วยการทำตัวหนาไว้ แต่ถ้าหากดวงไม่ดี ไปเจอข้อสอบที่ไม่ได้ทำตัวหนาก็อันตรายหน่อย
เวลาทำข้อสอบแต่ละครั้ง ก็เพิ่มความระวังอีกนิดนะ อ่านให้ครบถ้วนก่อน หรือถ้าเจอคำว่า "ไม่" เมื่อไหร่ เอาปากกาวงไว้เลยค่ะ จะได้ไม่หลง
 
  
2) ไม่ค่อยรู้จักภาษาตัวเอง
               การไม่รู้จักภาษาของตัวเองในที่นี้ หมายถึง การไม่แม่นยำในเรื่องข้อมูลพื้นฐานของภาษาไทยค่ะ เช่น ภาษาไทยมีสระกี่ตัว วรรณยุกต์กี่ตัว คำเป็น คำตาย คืออะไร รวมไปถึงต้องยอมรับว่าตอนนี้หลายๆ คน ท่อง ก-ฮ ไม่ได้ซะแล้ว นั่นเป็นเพราะว่าพอเราสามารถสื่อสารได้ เราก็ไปให้ความสำคัญกับเรื่องใหม่ๆ มากกว่า เรื่องที่เป็นพื้นฐานสมัยอนุบาลก็แทบจะลืมไปเลย

               มันเกือบจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แต่บังเอิญว่าข้อสอบในแต่ละระดับชั้น หรือ ข้อสอบระดับประเทศเอง ใส่ข้อสอบแนวนี้เข้าไปเต็มๆ เช่น ข้อใดมีวรรณยุกต์ครบทุกเสียง, ข้อใดมีคำตายมากที่สุด, ข้อใดไม่มีสระประสม เป็นต้น เมื่อเจอคำถามแนวนี้ในจังหวะที่สมองไม่ได้จดจำเอกลักษณ์ภาษาไทยเข้าไป ร้อยทั้งร้อยก็แทบจะมั่วโดยไม่ต้องคิดอะไร  เป็นอีกผลนึงที่ทำให้คะแนนภาษาไทยดิ่งลงเหวไปเยอะพอสมควร จากนั้นก็จะเกิดความคิดว่าข้อสอบภาษาไทย ทำไมมันยากแบบนี้!!

              
ถ้าไม่อยากได้คะแนนน้อยๆ แนะนำว่าเรื่องพื้นฐานภาษาไทยสำคัญมากทีเดียว เรียนแล้วอย่าลืม อย่าทิ้ง!! เพราะข้อสอบแบบนี้มีให้เราเห็นยันเรียนมหาวิทยาลัยเลยค่ะ


   3) เขียนไม่เป็น    
               ถ้าบอกว่าสะกดคำ เขียนเป็นประโยคไม่เป็น ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว แต่ "เขียนไม่เป็น" ในความหมายนี้ คือ การเขียนอะไรยาวๆ ไม่เป็น โดยเฉพาะข้อสอบอัตนัยที่ให้กระดาษเปล่าๆ มาหนึ่งแผ่น ก็มักจะจบคำตอบกันที่ครึ่งหน้า หรือ อาจารย์ให้ทำรายงาน 3 หน้า ก็จะเกิดคำถามว่า แล้วฉันจะเขียนอะไร?? จะเขียนไหวเหรอ??

               สัญญาณบ่งบอกว่าเราเขียนไม่เป็น เช่น ไม่รู้จะเริ่มต้นเรื่องยังไง นั่งครึ่งชั่วโมงแล้ว ได้เพิ่มแค่บรรทัดเดียว ขยายความไม่เป็น เขียนแล้ววนไปวนมา มีแต่น้ำ จบไม่ลง เชื่อมใจความไม่ได้ สุดท้ายเรื่องก็ไม่ประติดประต่อกัน ที่สำคัญพอเขียนออกมาแล้วก็เจอคำผิด หรือ ใช้สันธานแบบผิดๆ ก็มี
               เดี๋ยวนี้หลายๆ โรงเรียน เริ่มปรับข้อสอบให้มีอัตนัยด้วย เพื่อฝึกการเขียนและการใช้ภาษาของน้องๆ ดังนั้น หากเรายังมีข้อบกพร่องในด้านการเขียนตอบอัตนัยไม่เป็น คะแนนเราอาจจะถดถอยได้นะคะน้องๆ สำหรับวิธีแก้ปัญหานี้ พี่มิ้นท์ ขอแนะนำว่า
ทุกครั้งที่จะเขียน ไม่ว่าจะเป็นข้อสอบ หรือ รายงานก็ตาม ให้วางโครงเรื่องก่อนเสมอ เพื่อกำหนดแนวทางสิ่งที่เราจะเขียนได้ เช่น จะเขียนเรื่องอาเซียน ก็กำหนดโครงเรื่อง เช่น  ความเป็นมา, ประเทศที่เข้าร่วม, ประโยชน์, ประเทศไทยกับอาเซียน เป็นต้น วางโครงเรื่องง่ายๆ แค่นี้ ก็ทำให้น้องๆ ได้เนื้อหาในการเขียนถึง 4 ย่อหน้าแล้วค่ะ :)

              นอกจากนี้ ปัญหาใหญ่อีกเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน คือ เขียนลายมืออ่านไม่รู้เรื่อง หัวใหญ่บ้าง ไม่มีหัวบ้าง ตวัดซ้ายขวา ถ้าไม่มีเส้นบรรทัด ก็ลอยขึ้นสวรรค์ ฯลฯ อาจารย์ถึงขั้นปวดสมองกันเลยทีเดียว หนักหน่อยเราก็อาจจะอ่านลายมือตัวเองไม่ออกเหมือนกัน การเขียนลายมือที่อ่านยาก ก็มีผลต่อการสื่อสารมากเลยนะคะ ยิ่งการสอบด้วยแล้ว หากอาจารย์อ่านไม่ออก ระวังท่านจะหงุดหงิด ให้คะแนนส่งๆ ฮ่าๆ ทางออกที่ดีสำหรับปัญหานี้ คือ เขียนช้าลงอีกนิดและคิดถึงคนอ่านให้มากๆ น่าจะดีขึ้นค่ะ^^


   4) จับประเด็นไม่เป็น
              ลักษณะคำถามอีกแบบนึงที่เจอแน่ๆ คือ คำถามที่ให้เนื้อเรื่องมายาวๆ หลอกให้อ่านจนเกือบหมดเวลาสอบ แต่คำถามมีอยู่สองสามข้อว่า ข้อไหนสรุปผิด, ข้อใดคือจุดประสงค์ของผู้พูด เป็นต้น ซึ่งบางทีอ่านไปแล้วยังไม่รู้เลยว่าเรื่องอะไร จะให้สรุปแบบเทพๆ ใจความเดียว มันก็คงจะเป็นเรื่องยาก ถือว่าเป็นจุดอ่อนที่ค่อนข้างใหญ่ของเด็กไทยเลยค่ะ หากพูดถึงในด้านของ

               สำหรับการแก้ไขจุดอ่อนนี้ ง่ายๆ แค่ฝึก "ฟัง" และ "อ่าน" ให้มากๆ และก็ต้องตอบให้ได้ทุกครั้งว่า หลังจากรับสารแล้วเราได้อะไรจากสารนั้น สารนั้นบอกใคร และจุดประสงค์ของการส่งสารนั้นคืออะไร และหลักสำคัญอีกอย่างนึง คือ ตั้งใจฟัง/อ่าน มีสมาธิ และให้ความสำคัญกับผู้พูดมากๆ แค่นั้นเองค่ะ


  5) ไม่รู้จักวรรณคดีและร้อยกรอง
               ถ้าถามว่า วรรณคดีของไทยมีอะไรบ้าง เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงตอบ ขุนช้างขุนแผน พระอภัยมณี ไกรทอง จบ!! ซึ่งเป็นวรรณคดีหลักของไทย แต่ความจริงแล้ว น้องๆ รู้มั้ยว่าวรรณคดีไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงรัตนโกสินทร์มีเยอะมาก แต่ในหลักสูตรระดับมัธยมศึกษาตัดตอนมาให้เราเรียนแค่ไม่กี่เรื่อง โดยหลักๆ ได้เรียนเกี่ยวกับแนวคิดและลักษณะคำประพันธ์แค่เล็กน้อยเท่านั้น ในขณะที่บางโรงเรียนอาจจะไม่เน้นที่วรรณคดีเลย ทำให้น้องๆ หลายคนแทบจะไม่ได้ทบทวน

               แต่ข้อสอบระดับประเทศที่ออกมา จะต้องมีพาร์ทนึงที่พูดถึงวรรณคดี เช่น
ออกเกี่ยวกับตัวละคร, บทประพันธ์ หรือเนื้อหาของเรื่อง ก็ตกม้าตายเป็นระเบียบ เพราะไม่รู้เรื่องนั่นเอง วิธีแก้จุดอ่อนในข้อนี้ ขอแค่ให้ตั้งใจเรียนในห้องเรียนให้เต็มที่ เพราะอาจารย์มักจะถอดความให้หรืออาจจะเล่าเป็นเรื่องๆ แทรกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยไว้ให้ด้วย น้องๆ สามารถจดตามได้ เพราะการกลับมานั่งอ่านเอง จะเข้าใจได้ยากกว่า หรืออีกวิธีนึง คือ หาหนังสือถอดความบทประพันธ์มาเสริมและอ่านเทียบกันช่วยได้เยอะเลยจ้า :D

              บทความวันนี้เหมือนพาน้องมาเข้าคอร์สภาษาไทยยังไงยังงั้นเลย ฮ่าๆ สุดท้ายก็อยากฝากน้องๆ ว่า ภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติของเรา คนต่างชาติมองว่าภาษาไทยเรายากก็จริง แต่เขาก็มีความพยายามที่จะเรียนรู้ แต่เราคนไทยเองแท้ๆ เรียนกันมาตั้งแต่อนุบาล ใช้เป็นภาษาหลักอีก ก็น่าจะซึบซับอะไรได้ดีกว่าคนต่างชาติเป็นร้อยๆ เท่านะคะ

             
เอาเป็นว่าใครที่กำลังคิดว่าภาษาไทยเป็นเรื่องยาก ก็ลองเปิดใจและเปลี่ยนทัศนคติดูหน่อย แล้วจะรู้ว่าภาษาไทยเป็นภาษาที่มีเสน่ห์มากๆ เลยล่ะ^^


พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

39 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
Fruitty Berry Member 25 ก.ค. 55 18:50 น. 2
ภาษาไทยใครบอกว่าง่าย เมื่อมาเรียนแล้วทำให้รู้ซึ้งว่ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดนะ
ยิ่งเรื่องพวกคำยืม คำบาลี-สันสกฤตไรต่างๆเนี่ยยิ่งแล้วใหญ่ 
พวกวรรณคดีไทยนี่ก็เป็นปัญหาอย่างมาก เวลาอ่านตัวต้นฉบับ(เป็นร้อยกรอง) อาทิ ลิลิตพระลอ ลิลิตญวนพ่าย ฯลฯ จะถอดคำประพันธ์แต่ละที ตายไปเลยคร่าาาา...
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
por pla Member 25 ก.ค. 55 20:02 น. 6
ตรงเว่อร์เป๊ะเว่อร์เลยล่ะค่ะ
โดยเฉพาะข้อ 3 ค่ะ
นี่แค่ ป.6 นะเนี่ย!!!!
พยายามทำให้ได้
แล้วเรื่องไม่ได้เต็มเนี่ย ปฏิเสธได้เลย มีหนูคนหนึ่งล่ะที่ได้เต็มเกือบทุกครั้งน่ะ (แต่ครั้งนี้ หนู แพ้!!! ได้แค่รองTop )


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 สิงหาคม 2555 / 21:01
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เด็กธรรมดา 26 ก.ค. 55 13:09 น. 11
เอิ่ม...พี่คะ หนูก็มนุษย์เดินดินธรรมดานั่นแล่ะคะ ไม่ใช่ศาสตราจารย์เอกภาษาไทย ....

หนูขอโทษค่ะที่หนูอ่านบทความไม่ค่อยกระจ่าง... พอดีที่หนูเรียนมามันไม่ตรงกับข้อสอบอะค่ะ

ตอนหนูเรียนที่โรงเรียน หนูอ่านบทความหนึ่งหน้าตีความหมายกับอาจารย์ครึ่งชั่วโมง

แต่พอมาเจอข้อสอบหนูอ่านบทความหนึ่งหน้าต้องตีความคนเดียวห้านาที

มันเยอะเกินไปค่ะ มันเยอะ....

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เอวาเจลีนจัง Member 26 ก.ค. 55 18:04 น. 14
ทำไม่ได้ตรงที่ไม่ใช้บ่อยๆอ่ะ เช่นพวกคำเป็นคำตาย เราแยกไม่ค่อยออกถ้าไม่กลับไปอ่าน
คำสันธาน บุพบท สรรพนาม นาม เงี้ย เรียน สอบ แล้วก็ลืมไปเลยว่ามีกี่อย่าง 
ประโยคความรวมความซ้อนความเดียวนี่ยิ่งแยกไม่ออก 55
เรื่องผันวรรณยุกต์นี่แบบ ออกข้อสอบที ผันทีละตัวๆ ทำทีละช้อยส์ๆ อารมณ์ข้อสอบคณิตที่เปลี่ยนเลขโรมันเป็นอารบิกทีละข้อเลย

ที่เหลือก็พอไหว ถ้าอ่านหนังสือบ่อยๆจะเก่งภาษาไทยนะ  หนังสือไรก็ได้ นิยาย นิทาน สารคดี แต่ต้องอ่านเยอะๆ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ไอ่ถั่วงอก Member 26 ก.ค. 55 20:20 น. 17
เคยผิดกลอนสักวาT^T ครูไม่บอกว่ากลอนสักวามันยังไง(หรือเราไม่ได้ฟัง?) ก็เลยตอบไปว่า(คำถาม นี่คือกลอนอะไร)กลอนสุภาพ ผิดเลยT^T
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด