มีเรื่องเล่าว่าในการสร้างโฆษณาสักชิ้นของนักโฆษณาทั้งหลาย ต้องเล่นเกมหนึ่งเป็นประจำ เพราะต้องสร้างโฆษณาสินค้าตัวหนึ่งๆ ที่จริงๆ แล้ว ก็เป็นชนิดเดียวกับที่ท้องตลาดมีอยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรให้สินค้าชิ้นนั้นโดดเด่น และเป็นที่รู้จักแบบแซงโค้งสินค้าชนิดเดียวกันยี่ห้ออื่นๆ นักคิดโฆษณาต้องเล่นเกมนี้เสมอ เพื่อหาไอเดียแจ่มเจิดเกิดในใจคนดู นั่นคือเกม "สมมติว่า..."
ถ้าต้องทำโฆษณาสักชิ้นต้องมีความแปลกใหม่...
สมมติว่านมผงนี้มีวิตามินที่ทำให้เด็กบินได้จะเป็นอย่างไร สมมติว่าผ้าอนามัยชิ้นนั้นจะติดพัดลมจริงๆ สมมติว่าผงซักฟอกนี้มันกลายเป็นหุ่นยนต์ซักผ้าล่ะ สมมติว่าเราเป็นแม่ที่ดูโฆษณานมผงต้องการอะไร สมมติว่าเราเป็นผู้หญิง (นักคิดโฆษณาอาจเป็นเพศชายก็ได้นี่นะ) เราจะอยากได้ผ้าอนามัยแบบไหน (แม้คุณสมบัติจริงจะไม่มีระบุก็ยังไม่ต้องสนใจ) สมมติว่าเราเป็นแม่บ้าน เราจะเต้นลั่นล้าเวลาซักผ้าจริงๆ ไหม ฯลฯ
|
ซึ่งวิธีการสมมติเหล่านี้ อาจไม่ได้ทำให้เกิดไอเดียที่เป็นจริงเสมอไป บางทีกลายเป็นไอเดียนอกกรอบนอกโลกไปเลย แต่นักโฆษณาก็สามารถคิดผลงานดีๆ สื่อความต้องการถึงคนดู ติดตาติดใจคนดูขึ้นมาได้ การสมมติ...จะทำให้เราขยายความคิดของเราไปในแง่มุมต่างๆ โดยปริยาย
แม้บางครั้งการสมมติของเราหรือของใครก็ตามจะออกมาอย่างดูไร้สาระ ดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่ต้องยอมรับว่า การคิดสมมติแแบบนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเราคิดเรื่องต่างๆ ไปได้เรื่อยๆ ไม่ต้องมีข้อจำกัดใดๆ มากำหนด และที่สำคัญเรื่องสมมตินี้ไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด ใครจะรู้ว่าไอเดียสมมติต่างๆ ของเรานี้อาจมีอะไรที่บรรเจิดเฉิดฉายโผล่มาโดยที่เราไม่ตั้งใจก็ได้ ความแตกต่าง คือ ความคิดใหม่ๆ ที่จะทำให้เรื่องใดๆ ของเรามีทางออกหรือได้สิ่งใหม่ที่ดีกว่าค่ะ
|
สมมติว่า...ท้าสมอง ปลุกไอเดีย |
พี่เกียรติจึงขอแนะนำ วิธีการสมมติว่า...นี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันของเรา ในเรื่องที่เราอาจหาทางแก้ไขไม่ได้เสียที หรือเรื่องที่เราต้องการไอเดียใหม่ๆ แจ่มๆ อย่างรายงาน โครงการประจำภาค ประจำเทอมต่างๆ เช่นตัวอย่างแบบนี้ ลองสมมติว่าในแบบต่างๆ ดูสิ!
|
เราทะเลาะกับเพื่อน ไม่แน่ใจว่าสาเหตุอะไร ไม่รู้จะง้ออย่างไร
สมมติว่าเราเป็นเพื่อน กอไก่ เมื่อวานไปกินชานมไข่มุกตอนเย็น แล้วจู่ๆ ก็โกรธขึ้นมา หรือเพราะโดนเหยียบเท้า หรือเพราะเพื่อนวิ่งหนีไม่ยอมจ่ายตังค์ หรือเดินไม่ยอมรอแน่ๆ เลย (เหตุผลแบบนี้อะนะ? ช่างเถอะ! คิดๆ ไปก่อน) เราอยากให้เพื่อนมาง้อ แค่อยากได้คำขอโทษ หรือจะเลี้ยงชานมคืนก่อนดี หรือลองให้เขียนการ์ดขอโทษใส่ไว้ เอาล่ะ ทั้งเขียนการ์ด และซื้อชานมคืนเลยดีกว่า...
|
|
ต้องทำโครงการประจำภาค ยังไม่รู้จะทำอะไร?
|
จริงๆ พอสมมติไปเรื่อยๆ จากที่เราสมมติว่าเป็นคนโน้นคนนี้ สุดท้ายก็อาจมาจบที่เรื่องของเราอย่างไม่รู้ตัวได้เลยนะคะ นอกจากความคิดใหม่ๆ แล้ว มุมหนึ่งคือการรู้จัก เอาใจเขามาใส่ใจเรา บางครั้งก็ฮา และสุดแสนประหลาดใจไปกับความคิดสุดขั้วของตัวเองอีกด้วย เวลาคิดอย่าลืมถือดินสอหรือปากกาวาดหรือจดไอเดียของเราคร่าวๆ ไปด้วย คิดไปเรื่อยๆ เดี๋ยวจะลืมนะคะ
บางครั้งคนเราอาจคิดอะไรวนๆ อยู่ที่เดิม เพราะตัวเราคิดแต่เรื่องรอบๆ ตัวเอง เลยไม่มีอะไรนอกกรอบออกมา ลองสมมติว่าเราเป็นอะไรสักอย่าง หรือสมมติว่าข้าวของนั้นประหลาดเป็นพิเศษดูสิ ไอเดียจะไหลลื่นพุ่งกระฉูดเลยนะ ปัญหาที่เรานึกไม่ออกก็จะคลี่คลายได้ด้วยค่ะ
ขอฝากไว้เลยจ้า เทคนิค สมมติว่า... ไขปัญหา ไอเดียกระฉูด
|
12 ความคิดเห็น
จะนำไปใช้นะคะ จะได้มีไอเดียดีๆ
สมมติว่า...
แต่พอเพื่อนบางคนมาเห็นสิ่งที่เราทำ มันไม่พูดอะไร มันมองหน้าเรานิ่งๆ
ความเขินเข้าครอบงำเรา ฮ่าๆ > < แล้วสมมติในใจขึ้นมาว่า
'สมมติว่าเราบ้าแล้วกันนะเพื่อน' ..
ตั้งแต่นั้นเราก็ระวังการสมมติของตัวเอง จนตอนนี้บางทีมันเริ่มหายไป TT