แป๊บๆ ก็สิ้นเดือนสิงหาคมอีกแล้ว นั่นเป็นสัญญาณแว่วๆ ว่าอีกไม่นานก็ใกล้เข้าสู่วังวนแห่งการสอบ สอบและสอบอีกแล้ว (เด็กไทยเรียนเพื่อสอบจริงๆ นะเนี่ย) ใครที่ยังเป็นดินพอกหางหมูอยู่ก็ควรจะรีบๆ เคลียร์งาน แต่ถ้าใครฟิตเกินร้อยเคลียร์งานเสร็จเกือบหมด ก็อย่าลืมแบ่งเวลาอ่านหนังสือกันได้แล้วนะคะ

              เคล็ดลับการเรียนวันนี้น่าจะถูกใจน้องๆ ที่แพ้ทางให้กับข้อสอบภาษาอังกฤษพาร์ทการอ่าน หรือ รีดดิ้ง(reading) ลำพังแค่อ่านสองสามประโยคยังพอรู้เรื่อง แต่ถ้าจะให้อ่านเรื่องยาวเป็นหน้า แถมยังต้องจับใจความให้ได้ และไปตอบคำถามอีก ดูจะซับซ้อนจนสมองรับไม่ไหวใช่มั้ยล่ะ ดังนั้นน้องๆ หลายคนทำข้อสอบเสร็จ ก็ถือโอกาสบ่นกัน 3 วัน 3 คืน ถ้าอาการหนักขนาดนี้ มาดูวิธีแก้กันเลยดีกว่า

               เคล็ดลับวันนี้พี่มิ้นท์ได้มีโอกาสอ่านจากบทความของ
น้องกรณ์ SaiNoGO ซึ่งน้องกรณ์ได้เล่าว่าเคล็ดลับนี้ ได้รับคำแนะนำมาจากอาจารย์อินโก้ ซึ่งเป็นอาจารย์ที่คณะอีกที พี่มิ้นท์ขอขอบคุณสำหรับเคล็ดลับไว้ตรงนี้พร้อมๆ กันเลยนะคะ :D

               
กลยุทธ์พิชิต Reading มีอยู่ 6 ขั้นตอนหลักๆ ดังนี้
                 1) Read the questions first (quickly). คือ อ่านคำถามเป็นลำดับแรก หมายความว่า เมื่อได้ passage มาแล้ว อย่าเพิ่งเสียเวลาอ่านเนื้อเรื่อง ให้ลงมาอ่านคำถามก่อน อ่านให้ไว และจับให้ได้ว่าเราควรจะหาอะไร ต้องการคำตอบประเภทไหน เวลาอ่านเราจะง่ายขึ้น เพราะขอบเขตของคำตอบแคบลงแล้ว

                
2) Look for clues. Are there pictures, headlines, etc.คือ การดูบริบทรอบๆ ในเนื้อหานั้น ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพประกอบ หัวเรื่อง หรือแม้แต่สัญลักษณ์อื่นๆ ที่ปรากฏ โดยเฉพาะถ้าน้องๆ เคยเรียนเกี่ยวกับ context clue น่าจะช่วยได้เยอะทีเดียวค่ะ ประโยชน์ของการหาสิ่งเหล่านี้ ก็เพื่อใบ้ให้เราเข้าใจในเรื่องนั้นๆ มากยิ่งขึ้นนั่นเอง

                
3) Skim. การอ่านแบบสกิมมิ่ง คือ การอ่านแบบเร็ว เน้นการเก็บคีย์เวิร์ดสำคัญ เช่น การอ่านประโยคแรกของทุกย่อหน้า ก็จะช่วยให้เราเรียงลำดับความคิดของเรื่องได้ดีขึ้น เพราะตามหลักการการเขียนแล้ว 1 ย่อหน้า ก็ควรจะมี 1 ใจความ และใจความของเรื่องก็มักจะอยู่ต้นย่อหน้านั่นเอง ดังนั้น การอ่านแบบสกิมมิ่งในทุกๆ ย่อหน้า เราก็จะรู้เนื้อหาคร่าวๆ ได้แล้ว เร็วปรื้ดๆ เล้ย

                 4) 4.While reading, pay attention to transitions. Signal words like "moreover," "therefore," "however," etc. ในขณะที่อ่านก็ไม่ควรอ่านแบบเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ แต่ควรมีสติและหัดสังเกตการเขียนของบทความ ดูว่ามีตัวเชื่อมอะไรบ้าง เช่น moreover, however เพราะคำเชื่อมแต่ละตัวมีหน้าที่แตกต่างกัน บางตัวใช้กับประโยคขัดแย้ง บางตัวใช้กับข้อความที่คล้อยตามเป็นเหตุเป็นผลกัน ดังนั้นถ้าเราเข้าใจการเชื่อมประโยคในแต่ละขั้น ก็จะเข้าใจเนื้อเรื่องได้ดีขึ้น รวมถึงเข้าใจวัตถุประสงค์ของผู้เขียนมากขึ้นด้วย

                
5) Read with a pencil.นอกจากจะอ่านด้วยตาแล้ว น้องๆ จะต้องอ่านด้วยดินสอด้วย เพราะเมื่อถึงจุดที่เราเกิดงงเป็นไก่ตาแตก ก็จะได้ทำเครื่องหมายคำถาม(?) หรือขีดเส้นใต้จุดสำคัญไว้ได้ กลับมาอ่านอีกทีจะได้เห็น แต่ก็อย่านึกสนุกขีดเพลินจนรกไปทั้งหน้านะคะ จะทำให้น้องๆ งงเอง และไม่รู้ว่าตรงไหนสำคัญหรือไม่สำคัญ

                 
6) Always pay attention to the time you've left. เวลาทำข้อสอบ อย่าลืมดูเวลาที่เราใช้ และเวลาที่เราเหลือด้วย เพราะถ้าบริหารเวลาไม่ดี ต่อให้ทำได้แต่ทำไม่ทัน ก็ไร้ค่านะคะ

                  ครบแล้วทั้ง 6 ขั้นตอนง่ายๆ ที่จะพิชิตข้อสอบรีดดิ้ง ในการทำข้อสอบความรู้เพียงอย่างเดียวก็ทำให้น้องๆ ได้คะแนนดี แต่ถ้ามีเทคนิคดีๆ เสริมทัพเข้าไปอีก เราก็จะทำข้อสอบได้ดีขึ้น ไวขึ้นและถูกต้องมากขึ้นด้วย คราวนี้มีสอบ Reading เมื่อไหร่ลองเอาเทคนิคดีๆ แบบนี้ไปใช้ รับรองว่าต่อให้บทความยาวซัก 3 หน้า ก็ทำข้อสอบได้แบบสบายบรื๋อเลยล่ะ

พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

26 ความคิดเห็น

Paipock Member 21 ส.ค. 55 18:43 น. 1
ว้าวๆๆๆ 

กำลังอ่านพอดีเลย GAT Eng

ขอบคุณสำหรับเทคนิคดีๆนะครับ

เพื่อนๆที่กำลังติว ก็ขอให้สู้ๆนะครับ  

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
StaryPulsar Member 2 ก.ย. 55 18:29 น. 16
...เวลาทำทีไร ลืมอ่านคำถามก่อนทุกทีเลย
สุดท้ายก็นั่งงมจนทำไม่ทัน



คราวนี้ต้องทำให้ได้ ><

0
กำลังโหลด
LONG TIME AGO Member 5 ก.ย. 55 21:40 น. 17
ก่อนหน้านี้ก็ทำแบบนี้มาก่อนน่ะ(บางข้อ) ผลที่ออกมา....
ก็แย่เหมือนเดิม -..-

สงสัยคงโง่เอง จนขุดไม่ขึ้นแล้วมั้ง ;((  ฮึ่ยย!! ลองใหม่ สู้ตายย!! (บ้า พูดอยู่คนเดียว -..-)

ปล.ขอบคุณมากน่ะค่ะ ^^
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด