มูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย มอบทุนการศึกษาให้เด็กไทยจำนวน 204 ทุน ภายใต้โครงการ 20 ปีแอมเวย์มอบทุน 20 ล้าน สานฝันเด็กไทย แบ่งเป็นทุนการศึกษาต่อเนื่องจนจบปริญญาตรีหรือเทียบเท่า 171 ทุนและทุนการศึกษาครั้งเดียว 33 ทุนรวมเป็นงบ 25-29 ล้านบาท โดยผู้ที่ได้รับทุนต่างถูกคัดเลือกมาจากเรียงความ เรื่อง เด็กดี...หนูฝันอยากเป็น พร้อมผ่านการสัมภาษณ์ด้านมุมมองทัศนคติที่ดีต่อการเรียนการใช้ชีวิตจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ปรีชา ประกอบกิจ ประธานกรรมการมูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย กล่าวถึงรายละเอียดในการมอบทุนที่แตกต่างกัน
ทุนทั้งหมด 204 ทุน รวมมูลค่า 25-29 ล้านบาท แบ่งเป็นทุนการศึกษาแบบต่อเนื่องจนจบปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจำนวน 171 ทุน โดยการมอบทุนจะแตกต่างกันตามระดับชั้นที่เด็กกำลังศึกษาต่อ สำหรับการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย นักเรียนปกติจะได้รับทุนปีละ 15,000 บาท นักเรียนที่พิการจะได้รับทุนปีละ 17,000 บาทและในระดับอุดมศึกษา นักศึกษาปกติจะได้รับทุนปีละ 35,000 บาท นักศึกษาที่พิการจะได้รับทุนปีละ 40,000 บาท โดยเด็กที่เลือกเรียนในวิชาชีพที่ต้องใช้ระยะเวลาการเรียนมากกว่าวิชาชีพอื่น ๆ เช่น แพทย์ ครู เป็นต้น นอกจากนั้นทุนครั้งเดียวได้ทุนละ 10 ,000 บาท อีกจำนวน 33 ทุน
โดยเยาวชนผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาต่างก็กระจายมาจากทั่วทุกสารทิศของแทบทุกพื้นที่จากทั่วประเทศ แต่ภาคที่ได้รับทุนการศึกษามากที่สุด ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสัดส่วน 45% รองมาคือภาคเหนือ 26%ภาคกลาง 19 %ภาคใต้ 6%ภาคตะวันตก 2 %และภาคตะวันออก 2% โดยก่อนที่จะได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้ เยาวชนทุกคนก็ได้ไปทัศนศึกษาที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง และสยาโอเชี่ยนเวิลด์ด้วย
จากจำนวนผู้สมัครเข้ารับทุนทั้งหมดพบว่า อาชีพในฝันที่เด็กไทยอยากจะเป็น 5 อันดับแรก ได้แก่ ครู 19 %อันดับสองคือ พยาบาล 16% อันดับสาม แพทย์ 11%อันดับสี่ วิศวกร 5% และอันดับห้าคือ เภสัชกร 4 % เนื่องจากต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยเหลือสังคมและพัฒนาประเทศชาติ ซึ่งเนื้อทุนดังกล่าวนั้นสามารถเป็นส่วนหนึ่งของโอกาสให้เด็กไทยที่เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้มีโอกาสศึกษาอย่างต่อเนื่องในวิชาชีพที่ฝันได้
อาจารย์ ตรีดาว อภัยวงศ์" อาจารย์พิเศษคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ อาจารย์คนสวยบอกอาชีพครูรายได้น้อย แต่หลาย ๆคนก็ยังอยากมาเป็นจึงยินดีที่เอกชนเข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนความฝันของเยาวชนที่ขาดแคลน
รู้สึกดีใจที่เยาวชนไทยใฝ่ฝันจะเป็นครูกันเยอะ ถึงแม้ว่าอาชีพครูจะไม่ได้ทำรายได้ให้เรามาก ทั้งยังต้องมีความอดทนเสียสละอีก แต่เด็ก ๆก็ยังเลือกอาชีพนี้อันดับแรก ซึ่งการเป็นครูที่ดีนั้น ต้องใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ รักที่จะถ่ายทอด มีความอดทนในการพูดและการอธิบายด้วย
ซึ่งคนที่อยากเป็นครู อันเกิดมาจากแรงบันดาลใจของพวกเขา ก็นับเป็นแรงผลักดันหนึ่งให้เขาได้มุ่งมั่นบวกกับมีส่วนช่วยขององค์กรเอกชน ตรงนี้คิดว่าเป็นการช่วยเหลือประเทศ มาก ๆ เพราะค่าเล่าเรียนก็แสนจะแพงบวกกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่เสี่ยงต่ออนาคตของเยาวชน
ซึ่งหากทุกคนถือการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญสำหรับประเทศ แน่นอนว่าเมื่อมีการศึกษาเป็นต้นทุนในการดำเนินชีวิตแล้วปัญหาสังคมก็คงจะลดไปแน่นอน
ด้านผู้ได้รับทุนการศึกษาในโครงการดังกล่าวต่างก็บอกถึงความรู้สึกที่ไม่แตกต่างกันว่า ทั้งดีใจและปลื้มใจในการช่วยเหลือให้พวกเขาได้มีโอกาสได้ศึกษากันไปอย่างต่อเนื่องจนถึงปริญญาตรี เราลองไปพูดคุยกับพวกเขากัน...
จุรินทร เรืองสวัสดิ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในผู้เข้ารับทุนเล่าถึงความจำเป็นที่ต้องขอเข้ารับทุนอันเนื่องมาจากแม่ที่ป่วยเป็นโรคกระดูกและทนทุกข์กับอาการปวดหลัง
หนูเองก็ต้องการจะแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้คุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคกระดูกอยู่ และท่านก็มีอาการปวดหลังด้วย แต่ท่านยังต้องส่งเสียลูกเรียนอีก 2 คน จึงไม่อยากให้แม่กังวลเรื่องค่าเรียนค่ะ เพราะแม่ก็เครียดเมื่อมีค่าใช้จ่ายเรื่องนี้
ชีวิตนี้หากเลือกได้ หนูขอให้ได้มีโอกาสดูแลแม่และยายที่เป็นเหมือนดวงใจของหนู ถ้าหนูได้เป็นพยาบาล นอกจากจะได้ดูแลแม่และยายที่ป่วยอยู่แล้ว หนูก็ขอทำช่วยพยาบาลผู้ป่วยอื่นๆ ด้วย
ด้าน อ้น -ภิรมย์พร ไชยยนต์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิติศาตสร์ จาก มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อีกหนึ่งผู้เข้ารับทุนการศึกษา อ้นบอกสาเหตุที่นศ.ภาคจากอีสานขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเรียนกันมากสุดส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า หางานพิเศษทำกันได้ยากจึงไม่มีรายได้เสริมที่เข้ามาช่วย
รู้ว่าเข้ามหาวิทยาลัยค่าใช้จ่ายมันก็สูง เลยไปหางานทำหลังเลิกเรียน แต่ม.มันไกลจากตัวเมืองงานจึงหายาก หลายๆ ปัจจัยทำให้ยังหางานพิเศษไม่ได้ รวมทั้งต้องกลับบ้านให้บ่อยที่สุดเพื่อดูแลแม่ที่ป่วยเป็นโรคไขข้อ ไม่สามารถทำงานได้ด้วย เลยมองหาทุนดู
งานนี้อ้นกับน้องจึงเขียนเรียงความส่งมา แม้อ้นได้คนเดียวก็ไม่เป็นไรเพราะเราก็คงต้องแบ่งกันใช้อยู่แล้ว"
"หนักใจเหมือนกันค่ะที่ต้องก้าวขึ้นมาเป็นหลักของบ้านแทนพ่อที่แก่ และแม่ที่ป่วยแต่อ้นก็หวังจะทำฝันที่อยากจะเป็นทนายความให้เป็นจริง อยากเรียนรู้กฎหมายที่เคยกินใจเรื่องพิพาทของทหารกับประชาชนเกี่ยวกับที่ดินที่สูญไป"
ทั้งนี้หากสนใจร่วมเป็นหนึ่งใน ผู้มอบโอกาส กับ โครงการ มูลนิธิแอมเวย์ สามารถบริจาคเงินเข้าโครงการ 20 ปีแอมเวย์ มอบทุน 20 ล้าน สานฝันเด็กไทย ได้ที่สำนักงานมูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย อาคารสำนักงานใหญ่แอมเวย์ประเทศไทย หรือร้าน แอมเวย์ช๊อป ทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดโทร.0-2374-2961
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
2 ความคิดเห็น