สวัสดีครับ 23 ตุลาคมของทุกปี น้องๆ คงทราบกันดีว่าเป็นวันคล้ายวันสรรคคต ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กษัตริย์ที่รักทรงเป็นที่รักยิ่งของพสกนิกรทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ พระองค์จึงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า "สมเด็จพระปิยมหาราช" ซึ่งมีความหมายว่า "พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน" ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคม เป็น "วันปิยมหาราช"


ขอขอบคุณรูปภาพประกอบจาก เว็บไซต์จุฬาชนบท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
www.rural.chula.ac.th


ขอขอบคุณรูปภาพประกอบจาก วิกิพีเดีย


           วันนี้พี่ๆ ทีมงานเว็บเด็กดีดอทคอมจึงขอน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านที่ทรงวางรากฐานคุณาประการของสยามประเทศ ให้พสกนิกรได้กินดีอยู่ดีจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะด้านการศึกษาที่ทรงวางรากฐาน และก่อตั้ง 2 มหาวิทยาลัยเพื่อการศึกษาของคนไทย เราไปรำลึก "ปิยมหาราช" กับ 2 มหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งโดยพระองค์กันเลยครับ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
           จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย ถือกำเนิดจาก "โรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือน" ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้น พร้อมทั้งพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญ "พระเกี้ยว" มาเป็นเครื่องหมายประจำโรงเรียน จนกระทั่งวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงประดิษฐานขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย และพระราชทานนามว่า "จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" เพื่อเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์เฉลิมพระเกียรติแห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมชนกนาถของพระองค์


ขอขอบคุณรูปภาพประกอบจาก เว็บไซต์จุฬาชนบท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
www.rural.chula.ac.th


คณะที่เปิดสอน
             - คณะครุศาสตร์
             - คณะจิตวิทยา
             - คณะทันตแพทยศาสตร์
             - คณะนิติศาสตร์
             - คณะนิเทศศาสตร์
             - คณะพยาบาลศาสตร์
             - คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
             - คณะแพทยศาสตร์
             - คณะเภสัชศาสตร์
             - คณะรัฐศาสตร์
             - คณะวิทยาศาสตร์
             - คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา
             - คณะวิศวกรรมศาสตร์
             - คณะศิลปกรรมศาสตร์
             - คณะเศรษฐศาสตร์
             - คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
             - คณะสหเวชศาสตร์
             - คณะสัตวแพทยศาสตร์
             - คณะอักษรศาสตร์


มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
             มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครเป็นมหาวิทยาลัยด้านการฝึกหัดครูที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย ได้รับการสถาปนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในนาม "โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์" ทำหน้าที่ผลิตครูเพื่อรองรับการขยายตัวของการจัดการศึกษาในระบบโรงเรียน เปิดทำการสอนครั้แรกเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2435 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2456 ได้รวมเป็นแผนกหนึ่งของโรงเรียนข้าราชการพลเรือน เรียกว่า แผนกครุศึกษา

             พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการประกาศประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์จึงเป็นแผนกครุศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเมื่อมีการสถาปนากรมมหาวิทยาลัยขึ้นแล้วรวมโรงเรียนข้าราชการพลเรือนทุกแผนกขึ้นกับกรมนี้ กระทรวงธรรมการจึงได้ย้ายโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ไปสังกัดกรมศึกษาธิการ และได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์เป็น "โรงเรียนฝึกหัดครู"

             หลังจากนั้นได้ย้านสถานที่อีกหลายครั้ง จน พ.ศ.2499 ได้ย้ายมาตั้งบริเวณวัดพระศรีมหาธาตุ ซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบันพร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น "โรงเรียนฝึกหัดครูพระนคร" ก่อนจะได้รับเลื่อนวิทยฐานะเป็น "มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร" ในปัจจุบัน ทั้งยังได้พระราชทานตราพระราชลัญจกรของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบัน ให้เป็นตราสัญลักษณ์ประจำสถาบันอีกด้วย


ขอขอบคุณรูปภาพประกอบจาก กองพัฒนานักศึกษา ม.ราชภัฏพระนคร www.pnru.ac.th


คณะที่เปิดสอน
             - วิทยาลัยการฝึกหัดครู
             - วิทยาลัยพุทธศาสตร์และปรัชญา
             - คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
             - คณะวิทยาการจัดการ
             - คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์
             - คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม

             หากอ่านประวัติแล้ว จะเห็นว่าทั้ง 2 มหาวิทยาลัยนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกัน เพราะมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร แต่เดิมก็เคยเป็น คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้นเอง

             ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงวางรากฐานการศึกษาของไทย ทีมงานเว็บไซต์เด็กดีดอทคอมจึงขอร่วมด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่ "สมเด็จพระปิยมหาราช"  พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนในครั้งนี้ด้วยครับ

พี่ลาเต้ ขอขอบคุณข้อมูลจากวิกิพีเดีย

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

9 ความคิดเห็น

ต่อ 22 ต.ค. 55 23:06 น. 1
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริเห็นสมควรที่จะขยายการศึกษาในโรงเรียนข้าราชการพลเรือนฯ ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น คือ ไม่เฉพาะสำหรับผู้ที่จะเล่าเรียนเพื่อรับราชการเท่านั้น แต่ผู้ใดที่มีความประสงค์จะศึกษาขั้นสูงก็สามารถเข้าเรียนได้ทั่วถึงกัน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 พร้อมทั้งพระราชทานนามว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” เพื่อเป็นอนุสาวรีย์สมพระเกียรติแห่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


ในระยะแรกจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยอยู่เพียงระดับประกาศนียบัตรพร้อมกับเตรียมการเรียนการสอนในระดับปริญญา โดยจัดการศึกษาออกเป็น 4 คณะ ได้แก่ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในปัจจุบัน) คณะวิศวกรรมศาสตร์ และ คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2465 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสงขลานครินทร์ (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) ทรงเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการติดต่อขอความร่วมมือจากมูลนิธิร็อกเกอะเฟลเลอร์เพื่อปรับปรุงมาตรฐานการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผลให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสามารถจัดการศึกษาในระดับปริญญาได้

หลังจากนั้น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ขยายการจัดการศึกษาโดยจัดตั้งคณะและแผนกอิสระเพิ่มขึ้นอีกหลายแห่ง ได้แก่ คณะนิติศาสตร์ (โดยการรวมโรงเรียนกฎหมาย กระทรวงยุติธรรมและแผนกวิชาข้าราชการพลเรือน (คณะรัฐประศาสนศาสตร์เดิม) เข้าไว้ด้วยกัน) แผนกอิสระเภสัชกรรมศาสตร์ แผนกอิสระสัตวแพทยศาสตร์ แผนกอิสระสถาปัตยกรรมศาสตร์ และแผนกอิสระทันตแพทยศาสตร์[18] นอกจากนี้ ยังเริ่มเน้นการเรียนการสอนอันเป็นพื้นฐานของวิชาชีพในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยจัดตั้งโรงเรียนเตรียมมหาวิทยาลัย คือ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในปัจจุบัน)

ระหว่างปี พ.ศ. 2476 - พ.ศ. 2486 การจัดการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดยมีการโอนย้ายส่วนราชการออกจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยบางส่วนเพื่อจัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ขึ้น กล่าวคือ เมื่อ พ.ศ. 2476 มีการโอนคณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ไปขึ้นตรงกับมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปัจจุบัน) และ พ.ศ. 2486 มีการโอนย้ายคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล แผนกอิสระทันตแพทยศาสตร์ แผนกอิสระสัตวแพทยศาสตร์ และแผนกอิสระเภสัชกรรมศาสตร์ เพื่อตั้งเป็นมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน) อย่างไรก็ตาม คณะเภสัชศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะสัตวแพทยศาสตร์ ยังคงใช้สถานที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อจัดการศึกษาอยู่ ดังนั้น ทั้ง 3 คณะจึงถูกโอนกลับมาเป็นคณะวิชาในสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีกครั้งในระยะต่อมา
0
กำลังโหลด
เอกไทย ปี 53 22 ต.ค. 55 23:50 น. 2
เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครค่ะ
รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน
มหาวิทยาลัยของเราเป็นมหาวิทยาลัยเล็กๆ ที่อบอุ่น
เปรียบเสมือนบ้านอีกหลังหนึ่งของเรา
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
จามจุรีสีชมพูคู่จุฬาฯ Member 23 ต.ค. 55 11:44 น. 6
ไม่ใช่ร.5ต่างหากที่กำเนิดจุฬาฯ ส่วนร.6ขยายจุฬาฯสถาปนาขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย  แต่เดิมพื้นที่ของมหิดลเป็นของจุฬาฯยกเว้นศิริราชเท่านั้น เดิมมหิดลเกิดจากโรงพยาบาลศิริราชที่มีคณะแพทย์จุฬาฯกับแพทย์มหิดลรวมกัน ส่วนธรรมศาสตร์เกิดจากการดึงแผนกนิติศาสตร์ของคณะรัฐศาสตร์จุฬาฯมาเปิดเป็นมหาวิทยาลัย สรุปทุกอย่างเกิดจากคณะรัฐศาสตร์ ทั้งไทย กรีก และตามมหาลัยเก่าสุดของโลก  นิด้าเกิดจากการดึงสาขารัฐประสานของธรรมศาสตร์ไป
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากเว็บไซต์ Dek-D.com ขอสงวนสิทธิ์ในการงด โพสต์ข้อความซื้อ/ขาย/แลกเปลี่ยน/โฆษณา สินค้าทุกชนิดในเว็บบอร์ด เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้ใช้งานท่านอื่น

กำลังโหลด
กำลังโหลด