นายวิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีบัณฑิตสายสังคมตกงานเป็นจำนวนมากว่า เรื่องนี้เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจซึ่งไม่ใช่ภาวะถาวร ถ้ายุคใดเศรษฐกิจตกต่ำการจ้างงานก็จะลดลงไปด้วย และที่จริงจะพูดเฉพาะสายสังคมก็ไม่ถูก จากผลรายงานดังกล่าวน่าจะเป็นการรายงานตามวิธีการ ซึ่งเวลาสำรวจถึงการตกงานครั้งใดก็พบแต่สายสังคมตกงาน ถ้าบางยุคที่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำแม้แต่สายวิศวะก็ยังตกงาน ฉะนั้นไม่ได้หมายความว่าสายสังคมก็จะตกงานมาก เพียงแต่ในระบบการศึกษาไทยเราผลิตสายสังคมศาสตร์จำนวนมาก โอกาสที่ตกงานจึงมีมากกว่าสาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ซึ่งผลิตน้อยกว่า หรือแม้แต่น้อยจนกระทั่งขาดแคลน ซึ่งถ้าสภาพการผลิตบัณฑิตยังเป็นเช่นนี้เวลาที่เผชิญภาวการณ์ว่างงานมากคราวใด ก็มักจะต้องพูดถึงสายสังคมศาสตร์ที่ตกงาน
อย่างไรก็ตาม ไม่มีสังคมไหนในโลกที่จะมีความต้องการระหว่างคนกับงานพอดี การเตรียมคนจะต้องใช้เวลา 4-5 ปีกว่าที่จะจบการศึกษา และต้องคาดการณ์ไปข้างหน้าว่าภาวการณ์จ้างงานในอีก 4-5 ปีจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าภาวะดังกล่าวไม่ผันผวนการทำนายดังกล่าวก็พอจะใกล้เคียง แต่หากภาวะผันผวนก็เป็นธรรมดาที่จะเกิดปัญหาการว่างงานในบางสาขา แม้แต่คนที่ใช้แรงงานก็ยังตกอยู่ในภาวะว่างงาน จึงไม่เกิดปัญหาเฉพาะบัณฑิต แต่ที่น่าเสียดายตรงที่ถ้าลงทุนเรียนจบเป็นบัณฑิตแล้วมาว่างงาน ก็เป็นความว่างเปล่าแต่ไม่ใช่ความสูญเสีย เพราะคนที่มีความรู้จะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แม้ไม่เป็นลูกจ้างแต่ก็สามารถไปทำมาหากินในรูปแบบอื่น อาทิ อาชีพอิสระ
สังคมไทยเรื่องปัญหาการว่างงานของบัณฑิตไม่เคยเป็นปัญหาวิกฤติที่รุนแรงเหมือนกับประเทศอื่นๆ เพราะสังคมไทยมีช่องทางที่จะทำอะไรให้พออยู่ได้ แต่เรื่องนี้ก็ต้องระวัง และเราหวังเพียงว่าเศรษฐกิจถดถอยช่วงนี้จะเป็นภาวะชั่วคราว เนื่องจากภายหลังศาลตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินคดียุบพรรค ภาวะเศรษฐกิจก็เริ่มดีขึ้น หุ้นสูงขึ้น ซึ่งถ้าเป็นความจริง ภาวการณ์ได้งานก็จะกลับมา รมว.ศึกษาธิการกล่าว
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์
8 ความคิดเห็น