สวัสดีค่ะน้องๆ... ยอมรับเลยว่าปี 55-56 เป็นช่วงที่วงการการศึกษาบ้านเราค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละอย่างสองอย่าง เมื่อไม่นานมานี้ทรงติ่ง-เกรียนก็ยกเลิกไปแล้ว ล่าสุด สพฐ.แย้มออกมาว่าเปิดเทอมหน้า จะให้ครูสั่งการบ้านเด็กน้อยลง เพื่อเอาเวลาให้นักเรียนไปทำกิจกรรมนอกห้องเรียนมากขึ้น
เชื่อว่าคงเป็นข่าวดีของน้องๆ ทั้งประถมและมัธยมที่ตอนนี้บ่นกันเป็นแถวว่าไม่รู้การบ้านจะเยอะไปไหน ทั้งเรียนทั้งทำการบ้านกลายเป็นเด็กหัวโตแล้ว!!
โดยในเรื่องนี้ นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่าจะมีการปฏิรูปหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2551 ตามนโยบายของ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ ได้กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 2 ระยะ ในระยะที่ไม่เร่งด่วนจะพิจารณาเรื่องมาตรฐานและตัวชี้วัดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเปรียบเทียบเนื้อหาและเวลาเรียนของประเทศไทยกับประเทศอื่นๆ รวมถึงจะหยิบประเด็นที่มีนักวิชาการวิจารณ์ว่าเนื้อหาในการเรียนมีความซ้ำซ้อนกันมาหารือด้วย
ส่วนนโยบายที่เป็นระยะเร่งด่วนและน้องๆ ให้ความสนใจ คือ การลดภาระของนักเรียนจากการบ้านในห้องเรียน ซึ่ง สพฐ.จะเน้นบูรณาการทั้งเนื้อหา เวลาเรียน การวัดและประเมินผล ตลอดจนการบ้าน ให้มีการบูรณาการทุกกลุ่มสาระวิชา รวมทั้งลดภาระงานของนักเรียนด้วย เพราะที่ผ่านมาเด็กไทยต้องทำการบ้านเยอะมาก ทำให้เกิดความเครียด โดยถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะทำให้ทันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 ซึ่งนายชินภัทร ภูมิรัตน ได้พูดสรุปถึงสาระการประชุมครั้งนี้ว่า
“ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 หรือต้นเดือน พ.ค.เป็นต้นไป เด็กไทยทุกคนในทุกระดับชั้นจะมีภาระการเรียนในห้องเรียนลดน้อยลง และจะมีโอกาสเรียนรู้ รวมถึงทำกิจกรรมนอกห้องเรียนมากขึ้น ส่วนการบ้าน และโครงงานที่ครูมอบให้ก็จะมีการบูรณาการในทุกกลุ่มสาระวิชา ขณะที่การวัดและประเมินผลก็จะสอบเท่าที่จำเป็น และเหมาะกับช่วงวัยเท่านั้น จะไม่มีวิธีการที่ครูจะมีอำนาจเหนือนักเรียน ครูจะไม่สามารถให้การบ้านเด็กได้ตามใจชอบอีกต่อไป หากครูให้การบ้านเด็กจนเกิดความทุกข์ทรมานก็สามารถร้องเรียนมาได้ที่ สพฐ.เพื่อให้เกิดการปรับปรุงต่อไป”
เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่มีทั้งคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย เห็นด้วยตรงที่ว่าเด็กไทยจะได้หายเครียดซักทีและหันมาเรียนรู้นอกห้องเรียนมากขึ้น แต่ที่ไม่เห็นด้วยเพราะยังเห็นว่าการบ้านเป็นสิ่งจำเป็นของเด็กไทย แล้วน้องๆ ล่ะคะ ในฐานะที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ คิดเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้บ้าง ดีหรือไม่ดี ลองมาโหวตตามหัวข้อข้างล่างนี้เลย หรืออยากให้มีนโยบายอะไรมาเสริมเติมแต่งบ้าง ก็มาแชร์กันเลยนะคะ
![]()
![]()
![]()
www.manager.co.th




แบบนี้นักศึกษาตายสิคะ ยิ่งช่วงเปิดเทอมใหม่ กิจกรรมเยอะมาก!!! ทั้งทำกิจกรรม ทบทวนบทเรียน แล้วยังต้องไปทวนพื้นฐานให้แน่นอีก หัวแตกกันถ้วนหน้าเลยค่ะ
ที่โม้มาตั้งนานนี่ จะบอกว่า จริงๆการบ้านตอนมัธยมเนี่ย สำคัญนะคะ เพราะว่าเป็นเครื่องมือในการฝึกทักษะ เสริมพื้นฐานให้แน่นปึ๊กเตรียมไปเจอของจริงในมหาลัยเลย นี่เรายังคิดอยู่เลย เรื่องนั้น ตอนม.ปลายทำไมฉันไม่ตั้งใจเรียนฟะ ถ้าตั้งใจทำการบ้านเองตั้งแต่ ม.ปลายก็คงไม่ต้องมาลำบากทวนใหม่ตั้งแต่ต้นตอนมหาลัย ยิ่งวิชาที่ใช้ทักษะแบบ วิทย์ คณิต นี่ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นมากนะคะ ... แต่บางคนอาจจะเถียง ปบบฝึกหัด ฉันทำเองก็ได้ ไม่เห็นต้องให้ใครมาสั่งให้ทำเลย... แต่อย่าลืมนะคะ ใช่ว่าทุกคนจะมีวินัยตั้งใจทำบฝห.กันทุกคน เรานี่แหละคนนึงที่ไม่ทำแน่ถ้าให้ทำเอง ขนาดบังคับให้ทำฉันยังไปลอกเพื่อนเลยคิดดู การให้การบ้านก็คือการบังคับให้ไปทำแบบฝึกหัดนั่นแหละ ... ถ้าถามว่าอยากให้ลดงาน อยากให้ลดค่ะ ลดงานที่เวิ่นเว้อเกินจำเป็น แบบวิชา 0.5 หน่วยกิจ สั่งงานมันยิ่งกว่า 50 หน่วยกิจนี่ลดเถอะ ให้ทำแต่พอดี แล้วไปเพิ่มพวกวิชาทักษะที่ต้องใช้ต่อดีกว่านะคะ
ด้วยความปรารถนาดีจากรุ่นพี่ขี้เกียจ ที่ต้องมารับกรรมตัวเองตอนมหาวิยาลัย
225 ความคิดเห็น
บางทีได้วันหยุดมาสองสามวัน อาจารย์ก็ให้การบ้านมาสิบๆอย่าง เพราะเห็นว่าเป็นวันหยุด
=_ =) ถึงรร อื่นไม่เป็น แต่รรหนูเป็นโรงเรียนนึงแหละค่ะ
อีกอย่างคือเด็กที่หยุดไปเพราะป่วยหรือหยุดไปเพราะมีเหตุจำเป็น
กลับมารรเจองานค้างทีแทบเป็นลม 55555555555555555555555
การบ้านมีข้อดีคือทำให้เราได้ทบทวนไม่เอาเวลาว่างตอนกลับบ้านไปทำอะไรไร้สาระ
แต่อะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดีอ่าค่ะ T_T
ถ้าถามว่าการบ้านดีมั๊ย ตอบได้เลยว่าดี เพราะมันช่วยให้เราฝึกทักษะในแต่ละวิชาให้มากขึ้นในเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่เรียนแต่ทฤษฎีแต่ทำแบบฝึกหัดไม่ได้เลย
อีกอย่าง เด็กชอบมาบ่นให้ฟังว่า ช่วงเปิดเทอมแรก ๆ อาจารย์บางคนไม่ค่อยเข้าสอน ติดสัมนาบ้าง ลาหยุดบ้าง บางคนตั้งแต่เปิดเทอมจนถึงป่านนี้ ได้เรียนจริง ๆ ไปแค่ครั้งเดียวเอง
บางคนมาถึงก็สั่งแต่การบ้าน ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้สอน เริ่มแรกสอนเอื่อยเฉื่อย แต่พอใกล้จะสอบมาเร่งการบ้านเด็ก ขอไม่บอกว่าเป็นโรงเรียนอะไร ก็เป็นโรงเรียนมีชื่อ เด็กแย่งกันเข้าสอบนั่นแหล่ะ
สรุป การบ้านที่มีเยอะมากเกินไป ควรลดให้เด็กได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง แต่ไม่ควรน้อยเกินไปจนเด็กไม่ได้ฝึกอะไรเลย จบค่ะ
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 มกราคม 2556 / 12:41
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 30 มกราคม 2556 / 13:11
ถ้าเป็นการทำแบบฝึกหัดท้ายบทที่ลอกๆ กันมาส่งก็ได้ ผมว่าลดๆ ไปเหอะครับ ไม่ก่อให้เกิดปัญญา
แต่ถ้าเป็นการบ้านประเภทให้มีการครีเอทสอดแทรกอยู่น่าจะให้เยอะๆ เช่น
วิชาเลข ก็อาจให้นักเรียนไปตั้งโจทย์กันมา แล้วอาจารย์ก็มาให้แลกกันทำ ผมว่ามันน่าสนุกดีนะ
อาทิ ข้อ 1 แม่มีส้มที่เหน็ดเหนื่อยเก็บจากไร่มา 3 เข่ง เข่งละ 100 ผล ขายได้ ผลละ 2 บาท วันหนึ่งลูกกตัญญูมาช่วยเก็บ ได้เพิ่มเป็นวันละ 8 เข่ง เข่งละ 150 ผล แม่จะได้เงินจากการขายส้มเพิ่มเป็นกี่เท่า ? คำตอบที่ถูกที่สุดคือ ได้เงินกี่เท่าก็ช่างมัน แต่แม่ภูมิใจที่มีลูกเป็นเด็กดี ...เห็นมะ ได้ทั้งความสนุกในการตั้งโจทย์ - ตอบคำถาม แถมเป็นการปลูกจิตสำนึกที่ดีด้วยครับ
คิดว่าการบ้านที่เขาให้เยอะอาจเพราะตอนเรียนเด็กไม่ค่อยสนใจตั้งใจเรียนบ้างล่ะ
หรือไม่ก็ ทำแบบฝึกหัดก็ไม่ค่อยได้บ้าง หรือไม่ก็อาจจะไม่ค่อยได้เรียนในห้องเพราะบางทีครูก็ติดธุระบางทีก็ติดกิจกรรมของโรงเรียน(รร.ของเรากิจกรรมเยอะมาก) บางทีก็ติดแข่งงานวิชาการต่างๆ
อาจทำให้มีเวลาในการเรียนในห้องน้อยลง อันนี้เป็นความคิดเห็นของเรานะเพราะโรงเรียนเราอ่ะชอบเป็นแบบนี้ แล้วก็ชอบให้การบ้านตั้งแต่เปิดเทอมใหม่ๆ แต่กำหนดส่งก่อนสอบกลางภาคปลายภาคไรงี้แล้วเด็กก็ชอบทำใกล้ๆถึงวันส่ง แล้วก็จะเป็นแบบนี้แทบทุกวิชาเด็กก็จะบ่นว่างานการบ้านเยอะ
แต่บางโรงเรียนอาจจะไม่เป็นแบบโรงเรียนเราก็ได้
ความคิดเราคือการบ้านอ่ะทำให้เราเก่งได้มันช่วยเรื่องเรียนได้เยอะ
เด็กบางคนนะการบ้านน้อย แต่มัวแต่สนใจสิ่งเร้ารอบกายต่างๆมากเกินไป พอทำไม่ทันก็บอกว่างานเยอะทำไม่ทัน เฮ้อออ เราเจอบ่อย
สำหรับนโยบายลดการบ้านไม่ว่าการบ้านจะเยอะหรือน้อย ก็ขอให้ขยันๆกันไว้ก็พอ
เราก็สงสารคนที่การบ้านเยอะจริงๆเหมือนกัน
แล้วแต่สาระเนื้อหา ความยากง่ายของเรื่องที่เรียน
แต่ไอวิชาที่ไม่จำเป็นน่ะ.. . ไม่ควรเรียนเลยให้ตาย
เอามาทำไมเนี่ย เสียเวลาเหลือเกิน =___________=
เรียนที่มันได้ใช้จริงๆ ดีกว่านะ
ปกติเด็กขยันก็จะทำการบ้านทุกวันเป็นปกติอยู่แล้ว ส่วนเด็กขี้เกียจก็คอยลอกตอนที่จะต้องส่ง
ถ้าลดการบ้านแล้วรัฐไม่มีมาตรการที่จะหากิจกรรมภายนอกมาสนับสนุนแล้วละก้อ ไม่ต้องลดจะดีกว่า ดังนั้นถ้ารัฐจะลดการบ้านก็ต้องมีกิจกรรมมาให้เด็กทำไปด้วยให้สมดุลทดแทนกัน เพราะถ้าลดการบ้านแต่ไม่มีกิจกรรมดีๆ มาให้เด็กทำแทน แล้วเด็กจะไปทำอะไรแทนละครับ เมื่อเวลาว่างเยอะขึ้น
ถ้าจะลดก็ขอให้ลดการบ้านที่ไม่ได้พัฒนาสมองอะนะ เช่น ระบายสีแผนที่เอาไปเลยย 10 คะแนน ทำฟิวเจอร์บอร์ดแล้วออกมาพูดหน้าห้อง(ทั้งๆที่มีโพยในมือตอนพูด)เอาไปเลย 20 คะแนน หรือ การบ้านที่ก๊อปกูเกิ้ลมาแล้วส่งอาจารย์อะไรทำนองนี้
การบ้านอะมีแล้ว ดีครับ บางคนอาจจะไม่เห็นประโยชน์กับมันนะ แต่พอตอนที่เราสอบเอนท์ หรือ แกทแพทไรเงี้ย จะนึกถึงมันเลยแหละ
รร.บ้านนอก (เรานี่แหละ) ถ้าลดลงจะมีประโยชน์มาก
การบ้านบางทีไม่ค่อยมีสาระ
จดย่อ(บางทีไม่ให้ย่อ) ทั้งเล่ม!!!
แบบฝึกหัดทั้งเล่ม!!!!
จดคำศัพท์ 1000 คำ
รายงานทั้งบท (แบบจดเท่านั้น)
เก็บขวดที่ไม่ใช้แล้ว(ขยะ) เพิ่มคะแนน
บางทีอาจารย์อ้างจด เพราะอยากให้จำ อยากให้อ่าน .....
อาจารย์ให้เหตุผลนี้
ป.ล.การบ้านที่ให้ ส่วนใหญ่ไม่ได้สอน ไม่ได้เรียน ครูบอกว่าสอนไม่ทัน จดทั้งเล่มละกัน รายงานบทที่สอนไม่ทันละกัน แบบฝึกหัด คำสั่ง ฯลฯ
ไม่รู้ว่ารร.อื่นเป็นไงนะ เพราะเราเป็นแบบนี้ตลอดเลยที่เรียนมาก เราว่ามันมากเกินไป ไปรร.ทำแต่การบ้านเพราะการบ้านเยอะเกิน แบบกระหน่ำจดเลย พอกลับบ้านมาก็ต้องทำงานพวกสไลด์ รายงานที่พิมพพ์ได้ก๊อปได้ พวกแบบฝึกต้องลอกคีย์ (สองเหตุผลทำไม่ได้เพระาไม่ได้เรียนและไม่มีเวลาทำแล้ว) ชอบสั่งงานตอนใกล้จบ ใกล้ไฟนอล
เพราะดูเด็กที่อเมริกาแล้ว เนื้อหาที่เค้าเรียน เค้าได้ใช้ประโยชน์ทุกเรื่อง แต่ที่เราเรียนบางอย่างก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์นะ
แต่เรื่องลดการบ้านเราก็เห็นด้วยนะ บางวิชามันเยอะไปนะเอ่อ -..- แบบจะสอบแล้วครูยังให้การบ้านหนูไม่มีเวลาอ่านนส.เลยค้า ไปเข้าค่ายอ่ะเรากับเพื่อนต้องเอาการบ้านไปทำด้วย -o- เพราะส่งหลังวันกลับจากค่าย บางทีให้พอประมานก็พอค่ะเราว่า
อยู่ที่ว่าเด็กคนนั้นรู้จักเอาเวลาที่ได้เพิ่มมาไปทำประโยชน์รึเปล่า
แต่เราว่าเราเห็นด้วยนะที่ลดการบ้าน
ถือว่าเราได้ให้โอกาสแล้ว
จะเอาเวลาไปทำอะไรก็แล้วแต่เแล้วแหละ
อย่างรร.เก่าเราการบ้านไม่ค่อยมี ทำให้เรามีเวลาไปทำอะไรเยอะแยะ
เรียนพิเศษบ้าง เรียนดนตรี เล่นกีฬา เป็นการคลายเครียดบ้าง
มีประโยชน์จะตาย เดี๋ยวนี้วันๆทำแต่การบ้าน ไม่มีเวลาทำอย่างอื่นเลย
ปล. มันไม่มีผลต่อม.6แล้วใช่ไหม
ตอนนี้การบ้านเยอะมากๆ เวลาอ่านหนังสือก็ไม่ค่อยมี
ใกล้จะสอบปลายภาค สอบโอเน็ตแล้วด้วย การบ้านยังเยอะมากอยู่เลย
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 มกราคม 2556 / 17:24